แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านบานกระจกใสของคฤหาสน์หรูเข้ามา สะท้อนกับผิวเตียงหนานุ่มและขับไล่ไอเย็นของค่ำคืนพายุฝนจนหมดสิ้น ผมนอนทอดกายอยู่บนเตียงกว้าง โอบกอดร่างบอบบางของหนูมีนที่นอนซบหน้าอกผมหนุนอุ่นๆ ใบหน้าหวานของเธอเวลานอนหลับดูสงบราบเรียบ ไร้ซึ่งความกังวลใดๆ ต่างจากค่ำคืนที่ผ่านมาที่กรีดร้องครางเสียงหวานระเส่าพยายามดิ้นรนและยอมจำนนต่อััของผมและพศินในความมืดอย่างสิ้นเชิง
ผมก้มลงมองข้อมือเล็กๆ ทั้งสองข้างของเธอที่บัดนี้รอยแดงจางๆ จากเนกไทสีดำเริ่มปรากฏชัดเจนบนผิวขาวผ่อง ผมใช้นิ้วหัวแม่มือลูบไล้รอยแดงนั้นอย่างแ่เบาทะนุถนอม สลับกับมืออีกข้างที่สอดประสานเส้นผมยาวสลวยของเธอเล่นอย่างเพลิดเพลิน ความสุขสมยามค่ำคืนยังคงอวลอยู่ในอก แต่ความรู้สึกอบอุ่นยามเช้าที่มีเธอนอนอยู่ข้างๆ แบบนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็สิ่งที่ผมโหยหามาตลอดเช่นกัน
"อืม..."
หนูมีนครางประท้วงเบาๆ ในลำคอเมื่อผมแกล้งใช้นิ้วปัดจมูกรั้นของเธอเบาๆ เปลือกตาบางขยับไหวเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ ลืมขึ้น ดวงตากลมโตสั่นระริกคู่นั้น blink ปรับสายตารับแสงแดดเช้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผมโดยตรง ใบหน้าหวานของเธอขึ้นสีระเรื่อสีชมพูจางๆ ทันทีเมื่อนึกถึงเหตุการณ์รุมรักอันดิบเถื่อนเมื่อคืน
"อรุณสวัสดิ์ค่ะเด็กดีของอา..." ผมเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและอ่อนโยนที่สุด แทนตัวเองด้วยคำว่า 'อา' อย่างแสนดีเหมือนเช่นยามกลางวันทั่วไป
"อรุณสวัสดิ์ค่ะ... อานนท์" เธอตอบกลับเสียงแ่ มุดหน้าหนีความอายเข้าหาแผงอกของผมจนผมหัวเราะเบาๆ ในลำคอ โอบกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีก "เหนื่อยไหมคะเมื่อคืน? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?"
"ฮื้อ... อานนท์ถามอะไรก็ไม่รู้" มีนครางงึมงำตีแผงอกผมเบาๆ แก้เขิน "มีนแค่นอนซม... แต่พศินล่ะคะ?"
"พศินกลับไปั้แ่เช้ามืดแล้วค่ะ เขาต้องรีบไปคุมงานระบบที่ไซส์งานต่อ" ผมบอกพลางลูบหลังเนียนของเธอ "แต่ไม่ต้องห่วงนะ อาบอกให้เขาเตรียมอาหารเช้าไว้ให้พวกเราเรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ ป่ะ... ลุกไปอาบน้ำล้างตัวแล้วลงไปทานข้าวกันดีกว่านะคนเก่ง"
ผมประคองร่างบอบบางของมีนลุกขึ้นอย่างเบามือ พาเธอชำระร่างกายคราบน้ำรักอุ่นที่เปรอะเปื้อนตามซอกขาอ่อนและผิวพรรณออกจนสะอาดหมดจด ยามกลางวันนี้ผมคอยสปอยล์และเอาอกเอาใจเธอประหนึ่งเ้าหญิงตัวน้อย คอยตักอาหารป้อนถึงปาก สรรหาคำพูดอบอุ่นอ่อนหวานมาปลอบโยนจิตใจที่เพิ่งผ่านศึกหนักในความมืดมา ทำให้เธอกลับมารู้สึกปลอดภัยและมีรอยยิ้มแสนหวานได้อีกครั้ง
ความสัมพันธ์ของเราทั้งสองในยามกลางแจ้งเป็ไปด้วยความรักความเอาใจใส่ที่มั่นคง ผมพร้อมที่จะดูแลและปกป้องเธอในโลกความเป็จริงเสมอ แต่กระนั้น... ความรัญจวนใจและสัญชาตญาณเสือร้ายจอมบงการในส่วนลึกของผมก็ไม่ได้จางหายไปไหน มันแค่ซุ่มรอเวลาและกำลังมองหาเหยื่อตัวใหม่ที่จะมาเติมเต็มราคะอันหลากหลายของผมก็เท่านั้น
หลังจากส่งหนูมีนกลับไปยังที่พักพร้อมรอยยิ้มหวานและการจูบลาที่แสนอบอุ่นชดเชยค่ำคืนอันดิบเถื่อน ผมก็ขับรถหรูส่วนตัวมุ่งหน้าตรงเข้าสู่สำนักงานออกแบบสถาปัตยกรรมของผมในใจกลางเมืองหลวง
ผมสวมแว่นตากรอบเหล็กสีดำกลับเข้าที่ ปรับเปลี่ยนท่าทีเป็ 'ชานนท์ สถาปนิกใหญ่' ผู้เงียบขรึม ภูมิฐาน และเปี่ยมล้นไปด้วยความเป็มืออาชีพ ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่ตึกบริษัท พนักงานทุกคนต่างก้มศีรษะทักทายด้วยความเคารพในชื่อเสียงและผลงานอันยอดเยี่ยมของผม ไม่มีใครในที่ทำงานนี้ หรือแม้กระทั่งสังคมภายนอกที่จะล่วงรู้เลยว่า... ภายใต้เสื้อสูทคัตติ้งเนี๊ยบ แว่นตาสุดสุภาพ และรอยยิ้มอ่อนโยนของผู้ใหญ่ใจดีคนนี้ จะซ่อนตัวตนเสวยสุขและเซ็กส์จัดสุดขีดไว้ในเงามืด
"คุณชานนท์คะ มีโปรเจกต์ด่วนระดับ VIP ติดต่อเข้ามาค่ะ" เลขาส่วนตัวเดินตามผมเข้ามาในห้องทำงานหรูพลางยื่นเอกสารข้อมูลลูกค้าให้ "คุณกิรณา หรือคุณเกล ผู้ประกาศข่าวช่องดัง ติดต่อเข้ามาโดยตรงค่ะ เธอ้าสร้างห้อง Panic Room และสตูดิโอเก็บเสียงส่วนตัวในเพนต์เฮาส์ลอยฟ้าของเธอเป็การด่วนที่สุดค่ะ"
ผมรับแฟ้มเอกสารมาเปิดดู ทันทีที่เห็นรูปถ่ายและข้อมูลของลูกค้า ผมก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยใต้กรอบแว่น
กิรณา หรือ เกล – อายุ 28 ปี
ผู้ประกาศข่าวและพิธีกรรายการทอล์กโชว์สังคมแถวหน้าของประเทศ เธอคือภาพจำของ 'กุลสตรีผู้สมบูรณ์แบบ' พูดจาไพเราะ อ่อนหวาน วางตัวดี สง่างาม และมีภาพลักษณ์ทางศีลธรรมที่สะอาดสะอ้านหมดจดจนไม่มีจุดด่างพร้อย ชายหนุ่มตระกูลดังมากมายพยายามจีบเธอแต่ต่างก็โดนปฏิเสธกลับไปอย่างไร้เยื่อใยจนได้ฉายาว่า 'นางพญาน้ำแข็งผู้แสนสุภาพ'
"คุณกิรณา้าให้คุณชานนท์เข้าไปดูหน้างานและประเมินโครงสร้างพื้นที่ที่เพนต์เฮาส์ของเธอเย็นนี้เลยค่ะ เพราะเธอให้ความสำคัญเื่ความส่วนตัวสูงสุด ไม่อยากให้เื่นี้แพร่งพรายออกไป" เลขากล่าวรายงานเพิ่ม
"เย็นนี้งั้นเหรอ... ได้สิ บอกคุณเกลว่าผมจะเข้าไปพบเธอด้วยตัวเอง" ผมตอบเสียงเรียบพลางปิดแฟ้มลง
มุมปากของผมกระตุกยิ้มขึ้นมาแ่เบาโดยที่เลขาไม่ทันสังเกต
ผู้หญิงที่เบื้องหน้าดูสุภาพและสมบูรณ์แบบขนาดนั้น ทำไมถึงกระวนกระวายอยากสร้างห้องเก็บเสียงตัดขาดจากโลกภายนอกเป็การส่วนตัวขนาดนี้กันนะ? หรือว่าภายใต้หน้ากากกุลสตรีแสนเรียบร้อยนั้น... จะมีความลับอะไรบางอย่างที่เธอไม่อยากให้ใครในโลกได้รับรู้ซ่อนอยู่กันแน่? สัญชาตญาณนักล่าและสถาปนิกผู้ชอบค้นหาความลับในห้องมืดของผมมันเริ่มตื่นตัวและเต้นระทึกขึ้นมาทันที
เวลา 18.30 น.
ผมเดินทางมาถึงเพนต์เฮาส์สุดหรูบนชั้นสูงสุดของคอนโดมิเนียมระดับ Super Luxury ใจกลางย่านธุรกิจ ตัวเพนต์เฮาส์เปิดรับทิวทัศน์แสงสีระยิบระยับของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืนแบบ 360 องศาผ่านผนังกระจกใสบานใหญ่รอบทิศทาง
"สวัสดีค่ะ คุณชานนท์... ยินดีอย่างยิ่งที่สถาปนิกชื่อดังระดับคุณยอมสละเวลามาดูงานให้เกลด้วยตัวเองนะคะ"
เสียงหวานใสไพเราะอันเป็เอกลักษณ์ดังขึ้นต้อนรับเมื่อประตูเพนต์เฮาส์เปิดออก เกลยืนส่งรอยยิ้มละมุนละไมที่ดูสุภาพเรียบร้อยและจริงใจมาให้ผม เธอสวมชุดเดรสยาวผ้าลูกไม้สีขาวสะอาดตาที่ปิดมิดชิดั้แ่ลำคอจนถึงเข่า ผมทรงสุภาพถูกรวบเก็บอย่างประณีต ขับเน้นใบหน้าสวยหวานสะอาดหมดจดอย่างไร้ที่ติ
"สวัสดีครับคุณเกล ยินดีอย่างยิ่งครับที่ได้ร่วมงานกัน... เรียกผมว่าอาชานนท์ หรืออานนท์เฉยๆ ก็ได้ครับ จะได้รู้สึกเป็กันเองเวลาคุยแบบแปลนบ้านกันนะครับ" ผมทักทายตอบกลับด้วยรอยยิ้มอบอุ่น นอบน้อม และมีน้ำเสียงทุ้มสุภาพแสนปลอดภัยประหนึ่งผู้ใหญ่ใจดีคราวพ่อที่น่าเคารพรัก
"ขอบคุณค่ะ อานนท์... เชิญด้านในก่อนค่ะ เกลเตรียมชาร้อนไว้ต้อนรับแล้วค่ะ" เกลเชื้อเชิญพลางผายมือเดินนำผมเข้ามายังห้องโถงกลาง
ตลอดการพูดคุยรายละเอียดของแปลนและการประเมินโครงสร้างห้องเก็บเสียง เกลวางตัวได้อย่างเรียบร้อยและสุภาพสะกดใจ ท่วงท่าการเดิน การนั่ง การพูดจาของเธอไม่มีจุดผิดเพี้ยนไปจากภาพลักษณ์ในจอทีวีเลยแม้แต่น้อย ทว่า... สายตาคมกริบของสถาปนิกอย่างผมกลับไม่ได้มองแค่แบบแปลนในกระดาษ
ผมลอบสังเกตพฤติกรรมทางกายภาพของเธออย่างละเอียด
ระหว่างที่พูดคุยถึงข้อกำหนดที่ว่า '้าให้ห้องเก็บเสียงนี้สามารถตัดขาดเสียงจากภายในไม่ให้ออกไปภายนอกได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้จะมีเสียงะโหรือเสียงกรีดร้องดังแค่ไหนก็ตาม' นิ้วเรียวสวยของเกลกลับเริ่มจิกเกร็งลงบนเนื้อผ้ากระโปรงลูกไม้สีขาวของเธอจนยับย่น ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัดและแ่เบาลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อพูดถึงคำว่า 'ความเงียบสงัด' และดวงตากลมโตคู่สวยคู่นั้นก็แอบวูบไหวไปด้วยประกายความ้าบางอย่างที่ถูกสะกดกลั้นเอาไว้อย่างหนาแน่นภายใต้ท่าทีเรียบร้อยนั้น
ผู้หญิงคนนี้... กำลังเก็บกดความเครียดและแรงขับทางเพศบางอย่างไว้ภายในอย่างมหาศาล หน้ากากความเรียบร้อยสุภาพนี้กำลังจะพังทลายลงเพราะความอัดอั้น และเธอกำลังหา 'กรงปิดตาย' เพื่อใช้เป็สถานที่ปลดปล่อยมันโดยไม่มีใครได้ยินเสียง
ผมแอบยิ้มลึกในใจใต้หน้ากากสถาปนิกแว่นผู้แสนอบอุ่น
"ถ้าหากคุณเกล้าความเงียบและตัดขาดเสียงร้อยเปอร์เซ็นต์จริงๆ ผมแนะนำให้ใช้โครงสร้าง Double Wall ระบบผนังสองชั้นพร้อมฝังแผ่นใยหินซับเสียงความหนาแน่นสูงพิเศษครับ" ผมกล่าวอธิบายพลางยื่นแท็บเล็ตส่งแบบสเก็ตช์ 3D ของห้อง Panic Room ให้เธอตรวจเช็คใกล้ๆ "นอกจากนี้ เรายังสามารถติดตั้งระบบควบคุมเสียงอัจฉริยะที่สั่งการผ่านแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนได้ด้วยนะครับ... มันจะสะดวกมากเวลาคุณใช้งานส่วนตัว"
เกลยื่นมือเรียวสวยมารับแท็บเล็ตจากผม ในจังหวะนั้นเอง... ผมจงใจเลื่อนนิ้วมือหนาอุ่นร้อนของผมเข้าไปทาบทับและบดเบียดัักับนิ้วมือเนียนละเอียดของเธอโดยตรงอย่างเนียนแนบและยาวนานเกินความจำเป็
"อุ๊ย..."
เกลสะดุ้งตัวโยนเบาๆ เมื่อเนื้อตัวัักัน ร่างกายบอบบางของเกลเกร็งกระตุกขึ้นมาวูบหนึ่ง เธอรีบดึงมือกลับเล็กน้อยแต่ทว่าดวงตาคู่งามกลับเบิกกว้างสบตากับผมตรงๆ ใบหน้าหวานเริ่มขึ้นสีแดงก่ำร้อนผ่าวลามไปถึงใบหูขาวสะอาดอย่างไม่อาจปกปิดได้ ลมหายใจของเธอเริ่มหอบสะท้านเบาๆ อย่างสับสน
ผมจ้องลึกลงไปในดวงตาที่สั่นระริกของเธอ ถอดรหัสความสั่นสะท้านนั้นออกทันทีว่ามันไม่ใช่ความโกรธ... แต่เป็ความกระสันซ่านและแรงสั่นไหวของราคะดิบที่โดนผมสะกิดเข้าอย่างจัง
ผมขยับกายสูงใหญ่เข้าไปใกล้ตัวเธออีกครึ่งก้าว กลิ่นน้ำหอมอ่อนโยนจากกายสาวโชยเข้าจมูก ผมก้มใบหน้าลงไปใกล้จนััถึงไออุ่นของลมหายใจ ก่อนจะเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำดุดันแ่เบาที่แปรเปลี่ยนจากสุภาพบุรุษเมื่อครู่เป็เสือร้ายจอมบงการทันที
"ไม่ต้องกังวลนะคะ... ห้องเก็บเสียงห้องนี้ที่อาออกแบบให้ มันจะเก็บงำทุกความลับและทุกเสียงของคุณไว้เป็ความลับสูงสุดเองค่ะ..." ผมเว้นจังหวะพลางส่งยิ้มเ้าเล่ห์ใต้กรอบแว่น "...แม้กระทั่งเสียงครางหลงครางระเส่ายามตื่นตระหนก... ก็ไม่มีวันเล็ดลอดออกไปทำลายหน้ากากแสนสุภาพของคุณแน่นอนค่ะ คุณเกล"
"คะ... คุณชานนท์..."
เกลครางชื่อผมเสียงแ่สั่นระริกด้วยความตระหนกปนความเสียวซ่านที่พุ่งวาบเข้าโจมตีร่างกายจนเธอต้องลนลานหลบสายตา ก้มหน้าหลบใบหน้าแดงก่ำร้อนรุ่มของตนเองลงมองแบบแปลนในแท็บเล็ตมือไม้สั่นเทาอย่างคนเสียศูนย์หน้ากากกุลสตรีผู้สมบูรณ์แบบของเธอแตกร้าวลงทันทีต่อหน้าผม
"เซ็นอนุมัติแบบตรงนี้ได้เลยค่ะเด็กดี... แล้วอาจะรีบสั่งให้ทีมช่างเข้ามาดำเนินการสร้างสตูดิโอลับเฉพาะนี้ให้คุณเสร็จเร็วที่สุดนะคะ" ผมกระซิบคำว่า 'เด็กดี' ด้วยน้ำเสียงทุ้มอ่อนโยนปนสั่งการบงการ รุกคืบกดดันจนเธอต้องพยักหน้ารับอย่างสยบยอม ยอมเซ็นอนุมัติบนหน้าจอแท็บเล็ตแต่โดยดี
โดยที่เกลไม่มีวันล่วงรู้เลยว่า... ในแบบระบบควบคุมเสียงและระบายอากาศอัจฉริยะของห้องนี้ ผมได้ทำการแอบตั้งโปรแกรมเชื่อมต่อสัญญาณเสียงแบบไร้สาย เอาไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว ทุกเสียงคราง ทุกัั และกิจกรรมความเสียวซ่านส่วนตัวที่จะเกิดขึ้นภายในห้องปิดตายแห่งนี้หลังจากมันสร้างเสร็จ... จะถูกส่งตรงเข้าสู่สมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อของผมอย่างไม่มีวันเล็ดลอดไปไหนพ้น
กับดักในความเงียบสงัดได้ถูกวางไว้เรียบร้อยแล้ว และอาชานนท์แสนสุภาพคนนี้... ก็พร้อมที่จะเป็ผู้ควบคุมลอกคราบความเรียบร้อยของสาวสุภาพคนนี้ให้ออกมาล่อนจ้อนป่าเถื่อนที่สุดในโลกมืดที่ผมเป็ผู้กำหนด!