พึ่บ!!
ร่างเล็กบนโซฟาถูกยกขึ้นด้วยแขนที่มีกล้ามเนื้อแสงจันทร์เบิกตาโพลงพร้อมกับเสียงด่าทอ
“นายคิดจะทำบ้าอะไรเนี่ย!!”
“เห็นไหม เธอก็แค่แกล้งหลับ”ทิวากรไม่ลืมหยิบหมอนอีกใบติดมือมาด้วย
หลังจากนั้นก็เดินพาเธอไปถึงบริเวณเตียงนอนแล้วก็ทิ้งเธอลงบนเตียงอย่างรุนแรง
พลั่ก!
“อยากโดนตบอีกหรือไง”
“ตบสิ แต่คราวนี้จะจูบกลับนะ”
นี่เขาคงยังโกรธที่โดนตบอย่างนั้นหรือความจริงก่อนหน้านี้แสงจันทร์แกล้งหลับเพื่อเลี่ยงเขาจริงๆเธอแค่ไม่อยากพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตอนหัวค่ำ
“นอนด้วยกันสิ”
“ฮะ!” เดี๋ยวนี้เขาไม่อายคำพูดของตัวเองอีกแล้วหรือ
“ขอนอนกอดเธอได้ไหม”
เขาพูดออกมาหน้าตาเฉยได้อย่างไรแล้วยังจะทำให้เธอใจสั่นขนาดนี้ได้ด้วยหรือ?
“ได้ไหม?”
ยังจะถามย้ำอีก เธออยากรู้จริงๆว่าตอนนี้ทิวากรคิดอะไรอยู่ ทำไมถึงตีบทน้ำเน่ากับเธอไม่หยุดหย่อน
“เป็นอะไรของนายฉันเห็นว่าพักหลังนายชักจะเปลี่ยนไปนะ”
“พี่ชอบเธอ”
“...”
เขาพูดออกมาตรงๆ อย่างนี้เนี่ยนะทำไมไม่รู้จักเขินอายกันบ้าง แสงจันทร์ชักจะทำตัวไม่ถูก
“นะ นายบ้าไปแล้วเหรอ”
“พี่ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไรพี่ชอบเธอตั้งแต่ที่เธอเริ่มทำตัวประหลาด พี่ชอบที่เธอเป็นแบบนี้”
“แปลว่านายเพิ่งจะเริ่มชอบฉันไม่นาน”
“ใช่ พี่เลยอยากลองอยู่ใกล้ๆเธอตลอดเวลาไง แต่ช่วงหลังเธอเอาแต่หนีหน้าพี่”
ที่ตอนนี้แสงจันทร์ใจสั่นเพราะตื่นเต้นดีใจที่ทิวากรสารภาพรักกันตรงๆใช่ไหม แล้วเธอจะใจสั่นอะไรขนาดนี้ แต่หากลองคิดดูอีกทีช่วงหลังมานี้หัวใจของเธอก็คิดถึงเขาอยู่ตลอดเวลาเช่นกันเธอถึงได้แต่หลบหน้าเขาไง
“ยังไงเราก็แต่งงานเป็นสามีภรรยากันแล้วทำไมเราไม่ลองใช้ชีวิตเหมือนคนรักกันดูบ้างล่ะ”
“คนรักกันเขาใช้ชีวิตกันยังไง”
“ก็เช่นไปไหนมาไหนด้วยกันเปิดใจคุยกันทุกเรื่อง คิดถึงกันทุกเวลาแล้วก็นอนกอดกัน...คืนนี้พี่ขอนอนกอดเธอจะได้ไหม”
“อึก”แสงจันทร์กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
ถือเป็นการสารภาพรักที่ค่อนข้างสุดโต่งทิวากรใช้ความพยายามพูดความรู้สึกในใจจนหมดเปลือกเขาไม่กลัวเสียหน้าเหมือนที่ผ่านมา จนทำให้แสงจันทร์ต้องพลอยประทับใจไปด้วย
เธอคงต้องยินยอมที่จะสานสัมพันธ์ต่อแล้วใช่ไหม
“แค่นอนกอดกันใช่ไหม”
ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญและค่ำคืนสุดโรแมนติดอ้อมกอดของเขาทำให้เธอหลงลืมเหตุการณ์เลวร้ายที่เพิ่งเกิดขึ้นไปชั่วขณะ
เวลานี้ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของเจ้าของอ้อมกอดเขานอนกอดรัดเธอเอาไว้อย่างอบอุ่น แล้วก็เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกแบบนี้
รู้สึกอยากลองรักใครสักคนขึ้นมาจริงๆ...
“ที่ผ่านมาพี่ขอโทษนะ พี่ไม่รู้ว่าทำไมตอนนั้นถึงเอาแต่ไล่เธอ”
“ไม่ต้องขอโทษหรอก ฉันเชื่อว่าฉันในอดีตจะให้อภัยนาย”
ทิวากรยิ้มขอบคุณ ไม่นานแสงจันทร์ก็พลิกตัวมาหาเขาทั้งคู่สบตากันอย่างลึกซึ้ง
“ไม่โกรธใช่ไหมถ้าฉันจะพูดเป็นกันเองกับนายคือว่าฉันก็เป็นคนแบบนี้ ให้พูดเพราะๆ หวานๆ เหมือนคนเดิมในอดีตฉันทำไม่ได้หรอก”
“ก็บอกแล้วไงว่าพี่ชอบที่เธอเป็นแบบนี้ พี่ชอบเธอตอนนี้”
ใจสั่นอีกจนได้ ทิวากรทำให้เธอใจสั่นอีกแล้ว มันเกิดมาพร้อมๆกับอารมณ์บางอย่างในตัว เธอรู้สึกเสียวซาบซ่านอย่างไรอย่างนั้นแล้วความซุกซนของเธอก็เกิดทำเรื่องไม่คาดคิดขึ้น
“...”
แสงจันทร์เคลื่อนใบหน้าเข้าหาเขาแล้วประทับริมฝีปากนุ่มเบาลงไป
“อะ เอ่อ ฉะ ฉัน”เธอรู้สึกประหม่าและอับอายที่ทำอะไรลืมคิดไปเช่นนั้นก็คนมันคิดถึงเรื่องคืนนั้นนี่นา อารมณ์แบบนั้นมันดีจะตายไป
“เมื่อกี้พี่ก็ไม่ได้ตอบตกลงนะว่าจะนอนกอดเธอเฉยๆ”
“นายจะทำอะไรฉันเหรอ” ทำทีท่าว่าไร้เดียงสาแต่เธอพูดเสียงสองกับเขา อีกทั้งยังค่อยๆ ยกนิ้วเรียวมาปลดกระดุมเสื้อของอีกฝ่าย
“แล้วเธอปลดกระดุมเสื้อพี่ทำไม”
“กลัวนายร้อนไง”
“ร้อนขนาดนี้เธอเองก็ต้องถอดด้วยสิแสงจันทร์”
“ชุดฉันมันถอดง่ายน่ะ”
ปลดกระดุมให้ผู้ชายจนหมดเธอก็ไม่รีรอถอดชุดนอนของตัวเองทิ้งลงบนพื้นทั้งคู่พุ่งตัวเข้าหากันด้วยร่างกายที่ไร้ซึ่งเครื่องนุ่งห่ม
ลิ้นร้อนสอดใส่ดูดดึงพันกันพัลวันขณะเรือสำราญแล่นไปอย่างเชื่องช้าบนเกลียวคลื่น ข้างนอกมีพระจันทร์สาดแสงส่องสว่างดวงดาวนับล้านเป็นสักขีพยานให้กับความรักที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้นในค่ำคืนอันร้อนแรง
“อ๊า หมอกร” เธอส่งเสียงร้องครวญครางไม่ได้ร้องเพราะเจ็บหรือไม่ต้องการแต่ร้องเพราะต้องการให้เขาโลมเลียกลีบกุหลาบอยู่อย่างนั้น
“เสียวจัง”
ลิ้นร้อนกวาดลากทั่วกลีบกุหลาบไม่พอยังละเลงลิ้นระรัวลงไปไม่หยุดพักขณะมือเล็กจับศีรษะของเขาให้ละเลงไปจนกว่าจะถึงจุดสุดยอดไปเลย
“อา...” ที่สุดเธอก็ปลดปล่อยความเสียวออกมา มันสุดจะทนเธอรู้สักปั่นป่วนบริเวณท้องน้อยเหลือเกินยังไม่ทันที่แสงจันทร์จะได้พักทิวากรก็ได้ยัดเยียดแท่งร้อนเข้ามาในโพล่งปากโดยไม่บอกกล่าว
“ทำให้พี่ถึงจุดสุดยอดบ้างสิ”
ไม่รีรอแสงจันทร์ก็เป็นฝ่ายมอบความสุขให้เขาบ้างเธอทั้งโลมเลียดูดดึง และกระแทกริมฝีปากเข้าออกถี่รัว
“อย่างนั้นแหละเมียพี่...”
เธอทำให้เขาอย่างคนชำนาญ ความรู้สึกของทิวากรในตอนนี้มันราวว่าได้ขึ้นสวรรค์จนไม่นานความอัดอั้นก็ได้บรรจบอยู่ตรงส่วนปลายของแท่งร้อนแล้วเขาก็ปลดปล่อยความเสียวนั้นออกมาบนเนินอกของเธอ
“มันยังไม่จบนะแสงจันทร์”
ทิวากรจับเธอนอนคว่ำลงจัดแจงสะโพกให้โก่งได้องศาพอดีกับแท่งร้อนอันแข็งกร้าวเขายัดเยียดมันเข้าไปในร่องสวาท แม้ว่าอีกฝ่ายจะส่งเสียงร้องโอดครวญแต่ก็ดูคล้ายว่าเธอไม่ต้องการให้เขาเอามันออก
“โอ๊ย...หมอกรคะ”
สะโพกสอบเคลื่อนย้ายเข้าออกเป็นจังหวะถี่รัวเครื่องจักรใต้ท้องเรือที่ว่าแรง ก็คงสู้สะโพกอันพลิ้วไหวของทิวากรไม่ได้
“อ๊ะ อื้อ”