ราชันย์สิ้นโลก

    ​บทที่ 1: เศษซากแห่งความหวัง

    ​บทที่ 1: เศษซากแห่งความหวัง​กลิ่นสนิมเหล็กและไอชื้นที่เจือปนด้วยกลิ่นอับของซากปรักหักพัง คือสิ่งแรกที่คินสัมผัสได้เมื่อลืมตาขึ้นในยามเช้า...หากจะเรียกแสงสลัวที่ลอดผ่านช่องโหว่ของเพดานสังกะสีว่า "ยามเช้า" ได้น่ะนะ​ท้องฟ้าเบื้องบนถูกบดบังด้วยม่านหมอกพิษสีเทาอมเหลือง ไม่เคยมีใครในยุคของเขาได้เห็นท้องฟ้าสีครามสดใสอีกเลยนับตั้งแต่ "วันล่มสลาย" เมื่อหลายสิบปีก่อน วันที่มิติเกิดการบิดเบี้ยวและปลดปล่อยหายนะลงมาสู่โลกใบนี้ ทิ้งไว้เพียงอารยธรรมที่ล่มสลายและเศษซากของโลกเก่าให้คนรุ่นหลังได้จินตนาการถึง​คินขยับตัวอย่างเชื่องช้า ความเจ็บปวดแล่นแปลบไปทั่วแผ่นหลังที่ซูบผอม เขาใช้เวลาทั้งคืนนอนขดตัวอยู่บนกองผ้าขี้ริ้วเก่าๆ ในมุมหนึ่งของโรงงานร้างที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางความเจริญรุ่งเรือง ที่นี่คือ "เขต 7" หรือที่เหล่าผู้เอาชีวิตรอดเรียกกันติดปากว่า "สุสานเหล็ก" มันเป็นเพียงหนึ่งในซากอารยธรรมที่ถูกทิ้งร้างรายล้อม "เมืองปราการ" แอชตัน ที่ซึ่งผู้มีอำนาจและผู้ที่แข็งแกร่งอาศัยอยู่​เสียงท้องร้องดังโครกครากจนน่ารำคาญ มันเป็นเสียงเตือนที่คุ้นเคย คินไม่ได้มีอะไรตกถึงท้องมาสองวันเต็มแล้ว น้ำหยดสุดท้ายในกระติกก็หมดไปตั้งแต่เมื่อวาน ดวงตาของเขาจ้องมองไปยังหยดน้ำสกปรกที่เกาะอยู่ตามท่อเหล็กที่ผุพังเหนือศีรษะ มันคือสิ่งเดียวที่ช่วยประทังชีวิตเขามาได้หลายครั้ง แต่ในวันนี้ ความหิวโหยมันรุนแรงเกินกว่าที่น้ำเพียงไม่กี่หยดจะช่วยได้​เป้าหมายของวันนี้ชัดเจน...ชัดเจนกว่าทุกวัน เขาต้องหา "แกนคริสตัลระดับต่ำ" ให้ได้อย่างน้อยหนึ่งชิ้น​แกนคริสตัล...สิ่งมหัศจรรย์ที่ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับวันล่มสลาย มันคือหัวใจของเหล่าสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ที่เพ่นพ่านอยู่ทั่วดินแดนรกร้างแห่งนี้ ตั้งแต่ "ตัวคลาน" ที่น่าขยะแขยง ไปจนถึง "อสูรเหล็ก" ที่น่าสะพรึงกลัว พวกมันคือแหล่งพลังงาน คือสกุลเงิน และคือบันไดที่จะนำพาผู้คนไปสู่ความแข็งแกร่ง​ในเมืองแอชตัน แกนคริสตัลระดับต่ำหนึ่งชิ้นสามารถแลกเป็นอาหารปันส่วนได้สามวัน หรือน้ำสะอาดหนึ่งลิตรเต็มๆ สำหรับคนอย่างคิน มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นกับความตาย แต่สำหรับคนอื่นๆ...มันคือสิ่งล้ำค่าที่ใช้ในการยกระดับพลัง​คินเหลือบมองมือขวาของตัวเองที่กำเศษเหล็กแหลมคมไว้แน่น มันคืออาวุธเพียงชิ้นเดียวที่เขามี ที่ข้อมือซ้ายมีแถบหนังเก่าๆ พันอยู่ ใต้นั้นคือรอยแผลเป็นจางๆ ที่คอยย้ำเตือนถึงความผิดพลาดในอดีต...ความพยายามที่จะหลอมรวม "ชิ้นส่วนเซนต์" ชิ้นแรกที่เก็บมาได้โดยที่ร่างกายยังไม่พร้อม มันคือ "สนับแข้งแห่งความเร่งรีบเล็กน้อย" ที่เขาเจอจากซากศพของนักล่าคนหนึ่ง พลังของมันแทบจะไม่มีอะไรเลย แค่ช่วยให้วิ่งเร็วขึ้นเล็กน้อยในชั่วพริบตา แต่สำหรับคนไร้พลังอย่างเขา มันคือสมบัติล้ำค่า​แต่การหลอมรวมต้องใช้พลังจากแกนคริสตัลเพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมเสียก่อน เขาพยายามฝืนทำมัน และผลลัพธ์คือความเจ็บปวดแทบขาดใจและพลังที่ตีกลับจนเกือบตาย โชคดีที่ชิ้นส่วนเซนต์ชิ้นนั้นยังไม่ได้ผสานเข้ากับร่างกายอย่างสมบูรณ์ เขาจึงแกะมันออกไปได้ทัน แต่ก็ต้องแลกมาด้วยบาดแผลและบทเรียนราคาแพง​ตั้งแต่นั้นมา เขาก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ โลกนี้ไม่ได้ใจดีกับคนอ่อนแอที่ทะเยอทะยานอย่างไร้สติ​"ต้องฉลาดกว่านี้...ต้องรอบคอบกว่านี้" คินพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบแห้งของเขาถูกกลืนหายไปในความเงียบของโรงงานร้าง​เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง กล้ามเนื้อทุกมัดตึงเครียดพร้อมรับมือกับอันตราย ดวงตาสีน้ำตาลเข้มกวาดมองไปรอบตัวอย่างระแวดระวัง เขาไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งที่สุด แต่เขามีสิ่งที่นักล่าหลายคนขาดไป...ความอดทนและการสังเกต​คินเคลื่อนตัวออกจากที่ซ่อนราวกับเงา ฝีเท้าของเขาเบาหวิวแทบไม่ได้ยินเสียง เขาหลบหลีกเศษซากโลหะที่เกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นอย่างชำนาญ เป้าหมายของเขาคือชั้นใต้ดินของโรงงานแห่งนี้ ที่นั่นมักจะเป็นที่ที่เหล่า "ตัวคลาน" สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ระดับต่ำสุดชอบใช้เป็นรัง เพราะมันมืด ชื้นแฉะ และเต็มไปด้วยเหยื่อชั้นดีอย่างหนูหรือแมลงกลายพันธุ์​ทางลงสู่ชั้นใต้ดินเป็นบันไดเหล็กที่ผุกร่อน คินค่อยๆ หย่อนตัวลงไปทีละขั้น กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงขึ้นจนแทบสำลัก มันคือกลิ่นของความตายและการเน่าเปื่อย แสงสว่างมีเพียงน้อยนิดที่ส่องลงมาจากช่องระบายอากาศด้านบน ทำให้พอมองเห็นโครงร่างของห้องโถงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเครื่องจักรเก่าคร่ำคร่า​เขาหยุดนิ่งอยู่ตรงขั้นบันไดสุดท้ายเพื่อปรับสายตาให้ชินกับความมืด เสียง...เขาได้ยินเสียง มันคือเสียงขูดลากเบาๆ กับพื้นคอนกรีต เป็นจังหวะที่ไม่สม่ำเสมอ​เจอแล้ว...​คินย่อตัวลงต่ำ เคลื่อนที่ไปตามเงาของเครื่องจักรขนาดมหึมาอย่างเชื่องช้า ดวงใจของเขาเต้นรัว แต่ไม่ใช่เพราะความกลัว มันคือความตื่นเต้นที่เลือดสูบฉีด...สัญชาตญาณของนักล่ากำลังทำงาน​และแล้วเขาก็เห็นมัน...​"ตัวคลาน" ร่างของมันเคยเป็นมนุษย์มาก่อน แต่ตอนนี้มันไม่เหลือเค้าเดิมอีกแล้ว ผิวหนังซีดขาวราวกับซากศพ แขนขายาวผิดรูปจนต้องใช้ทั้งสี่ส่วนในการเคลื่อนที่เหมือนสัตว์ร้าย ดวงตาของมันโบ๋ลึกไร้แวว แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือปากที่ฉีกกว้างจนถึงใบหู เผยให้เห็นฟันซี่เล็กแหลมคมที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งที่ขวางหน้า​แต่สิ่งที่คินสนใจไม่ได้อยู่บนใบหน้าที่น่าสยดสยองของมัน สายตาของเขาจับจ้องไปยังกลางอกที่ยุบตัวลงไปเล็กน้อย ที่นั่น...มีแสงสีฟ้าจางๆ ส่องประกายออกมาเป็นจังหวะ มันคือ "แกนคริสตัลระดับต่ำ" หัวใจดวงใหม่ของอสูรร้าย​มันกำลังง่วนอยู่กับการแทะซากหนูกลายพันธุ์ขนาดเท่าแมว คินรู้ดีว่านี่คือโอกาสที่ดีที่สุด เขาไม่ได้แข็งแกร่งพอที่จะสู้กับมันตรงๆ ได้ การลอบโจมตีคือหนทางเดียว​เขาประเมินสภาพแวดล้อมอย่างรวดเร็ว เหนือหัวของตัวคลาน มีท่อเหล็กขนาดใหญ่เส้นหนึ่งที่ผุพังจนแทบจะหลุดออกจากที่ยึด มันถูกยึดไว้ด้วยน็อตเพียงไม่กี่ตัวที่สนิมกินจนแดงเถือก หากเขาสามารถทำให้มันร่วงลงมาได้...​แผนการก่อตัวขึ้นในหัวอย่างรวดเร็ว คินมองหาเศษหินที่พอจะปาได้ เขาเจอชิ้นส่วนคอนกรีตขนาดพอดีมืออยู่ไม่ไกลนัก เขาค่อยๆ คลานเข้าไปหยิบมันขึ้นมาอย่างเงียบเชียบที่สุด​จากนั้น เขาก็เริ่มเคลื่อนที่...อ้อมไปอีกด้านหนึ่งของห้องโถงอย่างใจเย็น ทุกย่างก้าวคือการคำนวณความเสี่ยง เขาต้องกะระยะและองศาให้แม่นยำที่สุด หากพลาด...เขาจะกลายเป็นอาหารมื้อต่อไปของมันทันที​เมื่อมาถึงจุดที่ต้องการแล้ว คินสูดหายใจเข้าลึกๆ กลั้นมันไว้เพื่อรักษาร่างกายให้นิ่งที่สุด เขาเล็งไปที่ผนังด้านหลังของตัวคลาน จากนั้น...ก็ขว้างเศษคอนกรีตออกไปสุดแรง!​แคร๊ง!​เสียงเศษคอนกรีตกระทบกับแผ่นเหล็กที่ผนังดังลั่นไปทั่วชั้นใต้ดิน ตัวคลานสะดุ้งสุดตัว มันหันขวับไปยังต้นเสียงทันที พร้อมกับส่งเสียงขู่คำรามในลำคอที่ฟังดูน่าขนลุก​นั่นคือช่วงเวลาที่คินรอคอย!​เขากระโจนออกจากที่ซ่อน วิ่งสุดฝีเท้าไปยังเสาเหล็กที่อยู่ใกล้กับท่อที่ผุพังนั้นที่สุด เขาใช้แรงทั้งหมดถีบตัวเองขึ้นไปบนแท่นเครื่องจักรที่อยู่ติดกัน แล้วปีนขึ้นไปบนเสาอย่างรวดเร็วราวกับลิง​ตัวคลานหันกลับมาเห็นเขาแล้ว มันอ้าปากกรีดร้องเสียงแหลมแสบแก้วหู ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อ ร่างกายที่ดูงุ่มง่ามเมื่อครู่กลับกลายเป็นนักล่าที่ปราดเปรียวในพริบตา​แต่คินเร็วกว่า...​เขากระโดดเหยียบท่อเส้นนั้นสุดแรงเกิด เสียงโลหะบิดตัวดังเอี๊ยดอ๊าด น็อตที่ยึดไว้หลุดออกทันที!​ตูม!​ท่อเหล็กขนาดมหึมาร่วงกระแทกลงบนร่างของตัวคลานอย่างจัง เสียงกระดูกลั่นดังกร๊อบ มันถูกทับจนร่างแบนติดอยู่กับพื้นคอนกรีต แต่ยังไม่ตาย! แขนขาของมันยังคงตะเกียกตะกายอย่างบ้าคลั่ง ส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด​คินไม่รอช้า เขากระโดดลงมาจากเสา เศษเหล็กแหลมในมือถูกกำไว้แน่น เขาวิ่งเข้าประชิดร่างที่ดิ้นรนของมัน จ้วงแทงอาวุธในมือลงไปยังจุดที่แสงสีฟ้าส่องสว่างออกมาอย่างไม่ลังเล!​ฉึก!​ของเหลวสีดำข้นทะลักออกมาพร้อมกับเสียงร้องสุดท้ายที่ขาดห้วงไป ร่างของตัวคลานกระตุกอย่างรุนแรงสองสามครั้งก่อนจะแน่นิ่งไปในที่สุด​ความเงียบกลับเข้ามาปกคลุมอีกครั้ง...​คินทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจอย่างหนัก เหงื่อกาฬไหลท่วมตัว หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก เขาชนะ...เขารอดแล้ว​หลังจากพักอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ใช้เศษเหล็กแหลมค่อยๆ แงะเข้าไปในบาดแผลที่หน้าอกของซากอสูรอย่างระมัดระวัง ไม่นานนัก เขาก็ควักเอาก้อนผลึกสีฟ้าขุ่นมัวขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือออกมาได้สำเร็จ​แกนคริสตัลระดับต่ำ...​ทันทีที่มันสัมผัสกับอากาศภายนอก แสงสีฟ้าจางๆ ก็ค่อยๆ หรี่ลงจนเหลือเพียงประกายริบหรี่ คินรู้สึกได้ถึงพลังงานอุ่นๆ ที่แผ่ออกมาจากมัน มันคือพลังงานแห่งชีวิตที่ถูกบิดเบือน...คือความหวังที่เกิดจากความตาย​เขากำมันไว้ในมือแน่น ความรู้สึกยินดีแล่นพล่านไปทั่วร่าง นี่ไม่ใช่แค่ตั๋วสำหรับอาหารสามมื้อ แต่มันคือบันไดขั้นแรก...ก้าวแรกสู่การเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของตัวเอง​เขาสามารถนำมันไปขายเพื่อประทังชีวิตไปอีกหลายวัน หรือ...เขาสามารถเก็บมันไว้ รอจนกว่าจะหาได้อีกสองสามชิ้น แล้วใช้มันเพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการหลอมรวมชิ้นส่วนเซนต์อีกครั้ง...ครั้งนี้ เขาจะไม่พลาด​ในขณะที่คินกำลังจมอยู่ในภวังค์แห่งความคิด...​กึก...กึก...​เสียงฝีเท้า...ไม่ใช่เสียงลากเท้าของพวกกลายพันธุ์ แต่เป็นเสียงย่ำของรองเท้าบู๊ตที่หนักแน่น และไม่ได้มีแค่คนเดียว​คินสะดุ้งสุดตัว รีบยัดแกนคริสตัลเข้าไปในกระเป๋าเสื้อที่ซ่อนไว้ด้านในอย่างรวดเร็ว เขาก้มตัวลงต่ำหลังเครื่องจักรอีกครั้ง หัวใจที่เพิ่งจะสงบลงกลับมาเต้นรัวอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความตื่นเต้น...มันคือความหวาดระแวง​เงาร่างสามสายปรากฏขึ้นที่ทางลงบันได พวกเขาสวมชุดหนังโทรมๆ แต่ก็ยังดูดีกว่าเสื้อผ้าขาดวิ่นของคินมากนัก ในมือของแต่ละคนถืออาวุธครบครัน ทั้งท่อนเหล็กดัดแปลงและมีดขนาดใหญ่​หนึ่งในนั้นซึ่งดูเหมือนจะเป็นหัวหน้า กวาดตามองซากของตัวคลานที่ถูกท่อเหล็กทับอยู่ แล้วสายตาของเขาก็มาหยุดลงที่รอยเลือดใหม่ๆ บนพื้น...และเงาที่ซ่อนอยู่หลังเครื่องจักร​"ดูเหมือนว่าเราจะเจอหนูสกปรกตัวหนึ่งเข้าแล้วนะพวก" ชายคนนั้นพูดขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้า​ดวงตาของคินหรี่ลง ความรู้สึกยินดีเมื่อครู่สลายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเย็นเยียบที่แล่นไปทั่วสันหลัง เขาหนีจากคมเขี้ยวของอสูรร้ายมาได้ แต่ดูเหมือนว่าจะต้องมาเจอกับสิ่งที่อันตรายยิ่งกว่า...​...มนุษย์ด้วยกันเอง​ในโลกที่ผุพังใบนี้ บางครั้งหมาป่าที่น่ากลัวที่สุด ก็คือหมาป่าที่เดินสองขาและพูดภาษาเดียวกับคุณนั่นเอง.​(จบตอนที่ 1)