‘ิญญาอสูรประเภทสัตว์เลี้ยงงั้นเหรอ? มีไว้ทำอะไรกันแน่? หรือแค่ให้เลี้ยงไว้ดูเล่นอย่างเดียวจริง ๆ? ิญญาอสูรแบบนี้จะไปมีประโยชน์อะไร? …เหอะ! เสียเหลี่ยมฉินเซวียนเข้าจนได้!’
ยิ่งเห็นเ้าเหมียววิ่งพล่านไปทั่วด้วยความกลัว หานเซินก็ยิ่งรู้สึกหดหู่ในใจ เขาเดินดุ่ม ๆ เข้าไปฆ่าเขี้ยวทองแดงที่กำลังวิ่งไล่แมวดำสามตาอย่างง่ายดาย
ทว่า ในตอนที่เขากำลังจะเรียกแมวดำสามตากลับเข้าไปเก็บ เขาก็เห็นมันเดินวนรอบซากของเขี้ยวทองแดงและร้อง “เมี้ยว” เพื่อออดอ้อน ท่าทางหิวกระหาย น้ำลายหยด
“อยากกินเหรอ?... เอาสิ!” หานเซินตอบรับ พลางเอียงคอมองอย่างสนใจ เขาอยากรู้ว่าเ้าแมวดำจะทำอะไรต่อ เพราะโดยปกติ ิญญาอสูรประเภทพาหนะหรืออสูรต่อสู้จะไม่้าอาหาร หากมันได้รับาเ็ก็สามารถฟื้นฟูตัวเองในมิติของมันหลังเก็บเข้าไปแล้วได้
เมื่อได้ยินคำอนุญาต แมวดำสามตาก็กระโจนเข้าหาซากเขี้ยวทองแดงทันที มันใช้กรงเล็บและฟันเล็ก ๆ พยายามกัดและฉีกเนื้ออสูรตัวใหญ่กว่า แต่ดูเหมือนทั้งกรงเล็บและฟันของมันจะไม่คมพอเพราะไม่สามารถทำให้เขี้ยวทองแดงมีรอยขีดข่วนได้เลย
หานเซินถอนหายใจก่อนใช้มีดเลาะหนังเขี้ยวทองแดงออก ตัดเนื้อส่วนหนึ่งออกมาแล้วหั่นเป็ชิ้นเล็ก ๆ ป้อนให้แมวดำสามตา พอกินจนหมดเ้าแมวน้อยก็ส่งสายตามองพร้อมร้องเหมียวเหมือนอ้อนขอกินอีก เด็กหนุ่มตัดเนื้อเขี้ยวทองแดงป้อนมันอีกเรื่อย ๆ และเรื่อย ๆ กระทั่งหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ
เขาใที่เห็นอสูรแมวดำที่รูปลักษณ์เหมือนยังโตไม่เต็มที่กินเนื้อของเขี้ยวทองแดงได้หมดทั้งตัวในมื้อเดียว ที่สำคัญอสูรตัวนั้นใหญ่กว่ามันหลายเท่า! หลังจากกินเสร็จ เ้าแมวดำก็นอนแผ่ลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ เพราะพุงที่ขยายใหญ่จนน่าใทำให้มันขยับตัวไม่ได้ ทำเอาหานเซินแอบกลัวว่าถ้าขืนยังทิ้งไว้ข้างนอกต่อไปมันอาจขาดใจตายเพราะท้องอืด
เด็กหนุ่มได้แต่ส่ายหน้าระอาขณะเก็บแมวดำสามตากลับเข้ามิติ เขาตั้งใจว่าจะกลับไปค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับิญญาอสูรประเภทสัตว์เลี้ยงในอินเทอร์เน็ตเพิ่มหลังกลับถึงบ้านในสหพันธ์ดวงดาว
การตามหาและล่าสัตว์อสูรระดับกลายพันธุ์ในป่าลึกบนเขานั้นไม่ง่ายเลย หานเซินออกล่ามานานกว่าครึ่งเดือนแล้วและล่าอสูรโบราณที่ไม่เคยกินมาก่อนมากินหลายตัวจนมีจีโนพอยต์โบราณเกือบเต็มร้อยพอยต์แล้ว ทว่าตลอดทางเขายังไม่เจออสูรกลายพันธุ์เลยแม้แต่ตัวเดียว
ยิ่งผ่านไปนาน การตามหาอสูรกลายพันธุ์ที่หายากแสนยากก็ยิ่งน่าเบื่อ หานเซินจึงใช้เวลาพักเรียกแมวดำสามตาออกมาเล่นด้วยและให้อาหารมันบ่อย ๆ อย่างน้อย ๆ มันก็พอช่วยแก้เบื่อให้เขาได้บ้าง
เนื่องจากมีเกราะด้วงทมิฬคอยปกป้อง หานเซินจึงใช้โอกาสนี้ฝึกใช้วิชา ‘ภูตพรายพันธนาการ’ ในการต่อสู้จริงกับอสูรระดับโบราณ
แม้จะยังไม่ชำนาญนัก แต่เขาก็พบว่าวิชานี้มีประโยชน์มากกว่าที่คิด โดยเฉพาะเทคนิคในการจับยึดและหักข้อต่อของฝ่ายตรงข้าม สามารถทำให้อสูรโบราณสูญเสียความสามารถในการต่อสู้ได้อย่างรวดเร็ว
แต่ก็อย่างที่บอก การต่อสู้ประชิดตัวเป็สิ่งที่อันตรายมาก และเนื่องจากเขายังไม่ชำนาญนัก มีหลายครั้งที่เขาออกกระบวนท่าผิดพลาด ถ้าไม่ใช่เพราะมีเกราะด้วงทมิฬหุ้มตัวไว้ เขาอาจถูกอสูรโบราณฆ่าตายไปแล้ว
เวลาผ่านไปอีกครึ่งเดือน ตอนนี้หานเซินวนเวียนอยู่ในป่าลึกมานานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว ทว่าเขาก็ยังไม่เห็นแม้แต่ร่องรอยของอสูรกลายพันธุ์ อย่างไรก็ตามทักษะการต่อสู้ของเขากลับพัฒนาอย่างก้าวะโจากการได้ลงสนามจริงโดยใช้อสูรระดับโบราณเป็คู่ซ้อม
ในที่สุด หานเซินก็ไม่ต้องพึ่งพาเกราะิญญาอสูรเืศักดิ์สิทธิ์ในการล่าอสูรระดับโบราณอีกต่อไป ยิ่งกว่านั้น ตอนนี้จีโนพอยต์โบราณของเขาเต็มหนึ่งร้อยพอยต์เรียบร้อยแล้ว
หานเซินหวนคิดถึง่เวลาเมื่อไม่กี่เดือนก่อนที่เขายังต้องดิ้นรนเพื่อหาจีโนพอยต์สามัญ แต่ตอนนี้เขากลับมีจีโนพอยต์โบราณเต็มแล้ว นี่ทำให้ใจเขาพองโต เด็กหนุ่มหาฟืนมาสุมไฟและย่างเนื้ออสูรกินอย่างอารมณ์ดี
ขณะที่หานเซินกำลังย่างเนื้ออยู่กับแมวดำสามตาที่เขาตั้งชื่อว่า ‘เหมียวจวิน (ท่านเหมียว)’ เขาก็เห็นชายคนหนึ่ง สภาพเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งวิ่งตรงมาทางเขาอย่างสุดชีวิต ขณะเท้าวิ่งปากก็ะโขอความช่วยเหลือไปด้วย
“ช่วยด้วย!... ช่วยด้วย!…”
หานเซินลุกขึ้นมองไปด้านหลัง เพียงเห็นแวบเดียวเขาก็ไม่คิดอะไรอีก รีบโยนเนื้อที่กำลังย่างทิ้ง เรียกเหมียวจวินกลับเข้ามิติแล้วหันหลังวิ่งหนีทันที
“คุณครับ คุณณณ พี่ พี่ชายคนนั้นน่ะ ช่วยผมด้วย! ช่วยผมทีเถอะ แล้วผมจะจ่ายให้ จะเอาเท่าไหร่ได้หมดเลยยย!” ชายคนนั้นยังคงะโลั่น เขาวิ่งหนีพลางไล่ตามหานเซินไปด้วย
“เก็บเงินของนายไว้ใช้เองเถอะ~” หานเซินะโตอบโดยไม่หันกลับไปมองขณะพยายามสับเท้าแตก
จะมีเงินมากแค่ไหนแต่ก็ต้องมีชีวิตรอดให้ได้ก่อนถึงจะใช้เงินนั่นได้! คนคนนั้นมีอสูรแมมมอททั้งฝูงวิ่งไล่มา อสูรพวกนี้ถึงจะเป็เพียงอสูรระดับโบราณ แต่น้ำหนักแต่ละตัวไม่ต่ำกว่าสิบตัน ิัหนาทนทานเหมือนเกราะรถถัง ถ้าถูกพวกมันชนหรือเหยียบเข้า แม้จะมีเกราะเืศักดิ์สิทธิ์ช่วยป้องกันก็ยังอาจาเ็สาหัสได้ และที่แย่กว่านั้นคือพวกมันมีกันเป็ร้อยตัว!
ต่อให้เป็แก๊งฉินเซวียน โอรส์ หรือแก๊งพี่หมัดเหล็ก จู่ ๆ เจอฝูงแมมมอทที่กำลังคลั่งวิ่งไล่แบบนี้ก็ต้องหนีอย่างเดียวไม่มีทางเลือกอื่น
“พี่ชายข้างหน้า ขอร้องละ! ช่วยฉันหน่อยเถอะ ฉันจะจดจำบุญคุณนี้ไว้ตลอดชีวิต และจะตอบแทนอย่างคุ้มค่าแน่นอน!” ชายหนุ่มที่วิ่งตามมาหอบแฮก ๆ ะโสุดเสียงด้วยความเหนื่อยล้า
“ฉันเองก็ยังเอาตัวไม่รอดเลย นายช่วยตัวเองเถอะ~” หานเซินตอบและยังคงวิ่งหนีสุดชีวิต ทันใดนั้น เขาก็มองเห็นหน้าผาที่มีเถาวัลย์เส้นใหญ่ห้อยลงมาจึงรีบคว้าเถาวัลย์แล้วปีนขึ้นไปทันที
ด้วยจีโนพอยต์จำนวนมากและการฝึกภูตพรายพันธนาการ ร่างกายของหานเซินจึงแข็งแกร่ง เขาใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีก็ปีนขึ้นไปสูงกว่าสิบเมตร ะโขึ้นไปยืนบนแท่นหินขนาดห้าถึงหกตารางเมตรที่ยื่นออกมาจากหน้าผา
ชายหนุ่มคนนั้นเห็นหานเซินปีนขึ้นเถาวัลย์ก็พยายามกัดฟันตามขึ้นไปด้วย แต่หลังจากขึ้นไปได้สูงแค่สอง่ตัวเขาก็หมดแรงรูดลงไปกองกับพื้นเบื้องล่าง
“พี่ชาย ช่วยฉันด้วย” เขาเกือบร้องไห้เมื่อเห็นฝูงแมมมอทข้างหลังเข้ามาใกล้ จนเหลือระยะแค่สิบเมตร
“จับให้แน่น ๆ!” หานเซินโยนเถาวัลย์อีกเส้นไปให้หนุ่มโชคร้ายจับ ก่อนจะออกแรงยึดไว้ คนได้รับการช่วยเหลือรู้สึกดีใจมาก ใช้แรงของหานเซินช่วยรั้งตัวเองพลางใช้เท้าไต่หน้าผาเพื่อปีนขึ้นไป
ชายหนุ่มเพิ่งจะปีนเถาวัลย์ขึ้นมาได้ไม่นาน ฝูงแมมมอทก็ตามมาถึง พวกมันชูงวงขึ้นเพื่อคว้าร่างเป้าหมาย
แต่…
*ตูม!*
เสียงปะทะดังสนั่น หน้าผาสั่นไหวรุนแรง
แมมมอทมหึมาหลายสิบตัวชนเข้ากับหน้าผาอย่างจังจนล้มกลิ้ง เพราะมีร่างกายขนาดใหญ่ อสูรแมมมอทจึงต้องใช้ระยะเบรกค่อนข้างยาว เมื่อตัวข้างหน้าหยุดกะทันหันตัวที่ตามหลังมาจึงเบรกไม่ทันและชนกันกระจัดกระจาย
ส่วนชายหนุ่มที่ถูกพวกมันไล่ โชคดีที่ตัวเขาปีนขึ้นสูงจนพ้นระยะอันตราย ทำให้รอดพ้นงวงใหญ่ั์นั่นไปอย่างหวุดหวิด
ทั้งหานเซินและชายหนุ่มปริศนารู้สึกถึงแรงสั่นะเืจากการชนได้ชัดเจน มันเหมือนกับูเาทั้งลูกจะพังถล่ม เมื่อสถานการณ์วิกฤตคลี่คลายลงไปบ้างเขาก็พยายามช่วยเหลือชายหนุ่มคนนั้นจนสามารถปีนขึ้นมาบนชะง่อนผาได้สำเร็จ
คนถูกช้างไล่นอนแผ่หลาบนพื้นทันทีที่ขึ้นมาถึง เขายังคงหายใจหอบหนักจนพูดอะไรไม่ได้
“เพื่อน นายไปเผาสุสานบรรพบุรุษพวกมันมาหรือไง ถึงได้ถูกฝูงแมมมอทเป็ร้อยไล่ล่าแบบนี้?” หานเซินถามขณะมองลงไปยังฝูงแมมมอทที่ชนกันยุ่งเหยิงเบื้องล่าง ถึงจะล้มลุกคลุกคลานแต่พวกมันก็ยังไม่ยอมจากไป หลายตัวคำรามและพยายามปีนขึ้นมาบนชะง่อนผาอย่างดุร้าย โชคดีที่พวกมันตัวใหญ่เกินไป จึงไม่สามารถปีนขึ้นมาได้ และพวกเขาก็อยู่สูงเกินกว่างวงขนาดั์จะเอื้อมถึง
“อย่าถามเื่นี้เลย เอาเป็ว่า ฉันเป็คนดวงซวยมาั้แ่ไหนแต่ไรแล้ว” คนคนนั้นตอบพลางหยิบกล่องใส่บุหรี่ออกมาจากกระเป๋า เขาจุดบุหรี่สูบเองหนึ่งมวนก่อนจะยื่นให้หานเซินอีกหนึ่งมวน
“พี่ชาย ความช่วยเหลือในครั้งนี้ ฉัน–หลินเป่ยเฟิงจำได้ขึ้นใจ ถ้ากลับไปที่ฐานพักพิงได้ ฉันจะตอบแทนอย่างงาม” คนดวงซวยพูดอย่างซาบซึ้ง
“ถ้าตอบแทนเป็เงินสดได้จะดีมากเลย” หานเซินมองบุหรี่ในมืออีกฝ่ายก็รู้ทันทีว่าชายคนนี้ร่ำรวยมาก บุหรี่ยี่ห้อนี้แค่ซองเดียวก็มีราคาเป็หมื่นเหรียญแล้ว ของหรูหราราคาแพงแบบนี้ไม่ใช่ของที่คนเดินดินกินข้าวแกงธรรมดา ๆ อย่างเขาจะหามาสูบได้ ดังนั้นหานเซินจึงไม่คิดเกรงใจ รับมันมาแต่โดยดี
.
.
.