ครั้นเมื่อเห็นหัวหน้าโจรนอนฟุบแน่นิ่งไป ทุกคนต่างก็ตกตะลึงทำอันใด พูดอันใดไม่ออกอยู่พักหนึ่ง จนกระทั่งมั่นที่อายุมากที่สุดตั้งสติได้ เขาก็เอ่ยถามพลอยด้วยเสียงสั่น
"พวกมันยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ แม่พลอย" ตอนนี้เขามองพลอยต่างไปจากเดิม เด็กหญิงคนนี้ไม่ได้อ่อนแอ หากใครจะเข้ามาเอาเปรียบก็คงเห็นทีจะต้องโดนดีเป็แน่ ไอ้หมายเอ๋ย ถ้าเอ็งไม่อยากเป็หมันก็หักห้ามใจจากแม่พลอยเสียเถิด
"แค่สลบไปจ้ะ ลุงมั่น ฆ่ากันเืตกยางออกเวลานี้คงต้องหนีเสือสิงห์กันให้วุ่น" กลิ่นเืจะทำให้สัตว์ป่าคุ้มคลั่ง เธอรับมือคนได้ แต่เธอรับมือเสือไม่ไหว ตัวก็เล็กเท่าเมี่ยง จะเอากระไรไปสู้กับเสือหนักหลายร้อยกิโล
"แล้วแม่พลอยเป็กระไรหรือไม่ ตอนที่พวกมันบอกว่าจะฉุดแม่ ข้าอยากยอมตายเพื่อปกป้องแม่นัก" หมายพุ่งเข้ามาสำรวจพลอย เมื่อไม่เห็นว่าอีกฝ่ายมีแผลอันใดก็รู้สึกวางใจมากขึ้น เขาส่งสายตาปวดร้าวมาให้พลอยจนเธอต้องหันหน้าหนีด้วยความอึดอัดใจ ยังดีที่เขาไม่เข้ามาจับเนื้อต้องตัวเธอ ไม่เช่นนั้น หมายจะเป็รายต่อไปที่ต้องลงไปนอนกองกับพื้น
"พี่หมายอย่าทำเช่นนั้นเลยจ้ะ ข้าปกป้องตัวเองได้ เคยฝึกมวยแลป้องกันตัวมาบ้าง จะข่มเหงข้า เห็นทีจะยากหน่อย" พลอยเอ่ยยิ้มๆ เธอเพียงแค่รับน้ำใจจากหมายเอาไว้ แต่ไม่คิดจะคาดหวัง ภาพของมั่นและหมายกอดกันกลมยามเจอโจรปล้นยังค้างคาในความทรงจำ นับว่าน่าขันยิ่งนักในสายตาเธอ
"แล้วเราจักทำเยี่ยงไรกับคนพวกนี้ดีล่ะ" มั่นยกให้พลอยตัดสินใจ แม้ว่าตนจะอายุมากกว่าก็ตามที แต่ด้วยฝีมือและความเป็ผู้ใหญ่ มั่นมองว่าพลอยนั้นมีวุฒิภาวะมากพอที่จะตัดสินแทนทุกคนในนี้ได้
"ลุงมีเชือกไหมจ๊ะ" พลอยครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะถามลุงมั่น
"มีๆ เชือกที่ข้าไว้ลากวัวควายมาจากปากน้ำโพ ใช้ได้หรือไม่" มั่นพยักหน้าเต็มแรง รอคำตอบจากเด็ดหญิง
"ได้จ้ะ" เด็กหญิงเอ่ยตอบ
ฝ่ายมั่นที่เสนอเชือกให้แก่พลอยกลับไปค้นสัมภาระห่อใหญ่ก่อนจะหยิบเชือกม้วนใหญ่ออกมาหนึ่งม้วน ในขณะนั้น นิลและเรืองที่หายใก็เดินเข้ามาหาพลอย
"คุณพี่พลอยจะทำกระไรหรือขอรับ" นิลเอ่ยถามด้วยความสงสัย พลอยจึงกวักมือเรียกน้องชายให้เข้ามาใกล้ๆ
"พ่อนิลมานี่สิ พี่จักสอนเ้าผูกเงื่อนตาย" ยิ้มบางปรากฏบนใบหน้า เธออยากให้นิลสืบทอดความรู้ต่อจากเธอ
"เงื่อนตายคือสิ่งใดขอรับ" ด้วยความสงสัย นิลจึงเอ่ยถามขึ้น แม้แต่เรืองเองก็อดอยากรู้อยากเห็นไม่ได้
"นั่นสิแม่พลอย พี่ไม่เคยยักกะได้ยินมาก่อน"
"เงื่อนตายคือเงื่อนที่แกะออกเองไม่ได้ จะหลุดออกได้ต้องตัดเชือกเท่านั้น" พลอยอธิบาย อันที่จริงเงื่อนตายนี้ไม่ได้มีสอนอยู่ที่ใด หาแต่เป็เงื่อนที่เธอคิดค้นขึ้นมาเอง หลายครั้งที่เธอต่อสู้กับชนกลุ่มน้อยแล้วต้องจับพวกเขามัดเอาไว้ เงื่อนตายเป็คำตอบแรกที่เธอมองหาในสถานการณ์เช่นนั้น
"แล้วมีไว้เพื่อเหตุอันใดขอรับ" ทวีความสงสัย นิลเริ่มซักถามพี่สาวด้วยความนึกสนุก
"เอาไว้มัดคนชั่วเช่นโจรพวกนี้เยี่ยงไรเล่า แต่ก่อนอื่นอย่าลืมปลดอาวุธพวกมันออกเสียก่อนให้หมด" พลอยเอ่ย ก่อนจะนั่งลงยองๆแล้วเริ่มลูบคลำโจรคนแรก ทำเอามั่น หมาย แลเรืองผงะกับสิ่งที่เห็นไปตามๆกัน
"ว้าย ตาเถร แม่พลอยทำกระไรเยี่ยงนั้น ให้พ่อหมายค้นตัวพวกโจรแทนเถิด ถูกเนื้อต้องตัวชาย ยิ่งเป็โจรกักขฬะเยี่ยงนี้แล้วมันไม่งาม ถอยออกมาเถิดจ้ะ" เรืองเริ่มเต้นแร้งเต้นกา เธอหันไปหามั่นกับหมายด้วยสายตาเว้าวอน
"ไว้ใจข้ากับไอ้หมายเถอะ ไอ้พวกนี้มันแสบนัก ข้าไม่เหลือทางปล่อยใหมันรอดดอก" มั่นพยักหน้ารับคำ
"สิ่งของที่มีปลายแหลม แลหน้าคมเอาออกมาให้หมดเลยนะจ๊ะ" พลอยลุกขึ้น ปัดผ้านุ่งของเธอพลางเอ่ยกำชับมั่นกับหมายให้ค้นจนถ้วนถี่ ปกติแล้วพลอยจะเป็คนค้นตัวศัตรูเอง แต่ที่นี่เห็นทีจะไม่ได้ เพราะมองดูสายตาของเรืองที่จ้องเขม็งแล้วทำเอาเธอขนหลังลุกเกรียวขึ้นมาทันใด
"เสร็จแล้วแม่พลอย แล้วทำเยี่ยงไรต่อ" มั่นเอ่ยรายงานแก่พลอย เขาพบมีดอีกสองเล่มซ่อนเอาไว้เหน็บหลังผ้าโจงของสองสมุน เขามีสีหน้าสะใจที่โจรผู้เคยข่มขู่เขาเมื่อครู่ต้องลงไปนอนกองลงกับพื้น
"ลุงมั่น ข้าขอเชือกจ้ะ" พลอยเอ่ยขอสิ่งของที่เธอขอไว้ั้แ่เนิ่น เธอรับเชือกม้วนใหญ่มา พลางเอ่ยกับน้องชาย
"ดูวิธีแล้วจำไว้ให้แม่นหนา คนต่อไปพี่จักให้เ้าเป็คนผูก" พลอยยิ้มบางให้แก่นิลผู้เป็น้อง
"ขอรับ" นิลพยักหน้ามองเด็กหญิงตาแป๋ว
พลอยเอาเชือกมัดโจรสามรอบจากนั้นก็เริ่มสานเงื่อนที่เธอคิดค้นขึ้นเอง แม้จะดูง่ายแต่กลับแก้ยากอย่างเหลือเชื่อ เธอหันไปมองน้องชาย พลางถามเพื่อทดสอบ
"เห็นแล้วใช่หรือไม่ ไหนลองทำตาม" เด็กน้อยรับเชือกมาก่อนจะพันตัวคนร้ายอย่างทุลักทุเล เขาทำตามขั้นตอนที่พี่สาวสาธิตให้ดู โดยที่พลอยไม่เข้าไปขัดหรืออธิบายเพิ่มเติมเลยแม้แต่น้อย สุดท้าย นิลก็ผูกเงื่อนตายแบบพิเศษออกมาจนเสร็จ
"เสร็จแล้วขอรับ" เด็กชายเอ่ยพลางสบตาพี่สาวราวกับจะขอคำชม พลอยพยักหน้าเบาพลางลูบหัวน้องชายแล้วเอ่ยชมอย่างอ่อนโยน
"ไม่แ่าแต่ก็ดีสำหรับครั้งแรก”
“เอาล่ะ ลุงมั่น พี่หมาย โยนเชือกข้ามต้นไม้แล้วดึงพวกมันขึ้นไปเลยจ้ะ" หญิงสาวมัดคนร้ายคนสุดท้ายด้วยตัวเองเนื่องจากเป็หัวหน้าโจร เล่ห์เลี่ยมมันน่าจะมากนัก เธอจึงผูกเงื่อนตายแบบสองชั้น ไม่ว่าอย่างไรก็แกะไม่ได้ จากนั้นก็ส่งปลายเชือกให้ลุงมั่นเพื่อเอาตัวมันแขวนไว้กับกิ่งไม้ รอวันที่มันจะตายไปเองโดยที่เธอไม่ต้องลงมือ
"ไม่ฆ่ามันจะดีรึ หากพวกมันหลุดออกมาได้เล่า" มั่นเอ่ยเกร็งๆ เขาครุ่นคิดอยู่ในที กลัวว่าอ้ายโจรสามตัวนี้จะมาไล่ล่าพวกเขาทีหลัง
"ไม่ได้หรอกจ้ะลุง พวกมันคงหมดลมเพราะเหนื่อยก่อนจะได้ลงมาแน่ รีบลงมือเถอะจ้ะ" พลอยมั่นใจว่าพวกโจรจะแก้มัดเองไม่ได้และต้องห้อยต่องแต่งอยู่อย่างนั้นจนหมดแรงสู้ไปเอง เว้นแต่ว่าจะมีใครมาช่วย หากแต่จะมีคนมาช่วยจริงหรือ เมื่อเห็นผ้าโพกศีรษะและการแต่งกายของพวกมันก็คงไม่มีใครกล้าช่วยอย่างแน่นอน
มั่นและหมายค่อยๆดึงโจรขึ้นต้นไม้ทีละคนๆ ก่อนที่พลอยจะปีนขึ้นไปผูกปมอย่างแ่าไม่ให้ร่วงลงมาเสียก่อน หญิงสาวใช้เวลาไม่นานก่อนจะะโลงมาจากกิ่งไม้ เรืองเห็นแล้วเสียวสันหลังแทน เป็แม่หญิงแต่ะโโลดเต้นเหมือนชาย เธอแทบจะเป็ลมกับภาพตรงหน้า
"พวกเราไปจากตรงนี้กันเถิด" ลุงมั่นกล่าวกับทุกคน เขาไม่รีรอ เตรียมเก็บสัมภาระเพื่อจะเดินไปอีกนิดเพื่อค้างแรงที่อื่น
"จริงด้วย ข้าไม่อยากนอนกับไอ้พวกโจรพวกนี้" เรืองเองก็ยังกลัวไม่หาย เธอสนับสนุนความคิดของมั่น เพราะหากอยู่ใกล้โจร เธอคงนอนไม่หลับเป็แน่
พลอยไม่ว่าอะไร เพียงแต่หยิบดาบและมีดให้มั่นและหมายคนหนึ่งอย่างละเล่ม และเธอเองก็เก็บไว้เองอย่างละเล่มเช่นกัน เธอรู้สึกอุ่นใจมากกว่าที่ได้พกดาบไว้ยามเดิมป่าเช่นนี้ เพราะเธอไม่รู้ว่าจะเจอโจรกลุ่มที่สองหรือไม่ หากโชคร้าย ก็ถือว่าพวกเธอเตรียมตัวไม่ดีเอง
"เอ็งจะเอาดาบแลมีดของพวกมันไปด้วยรึ" มั่นถามงุนงง แต่เขาก็รับดาบและมีดมาไว้ในมือโดยดี
"จ้ะลุง ปลอดภัยไว้ก่อนดีที่สุด" พลอยพยักหน้า เธอเน้นถึงความปลอดภัยของกลุ่มเดินทาง เพราะในเมื่ออะไรก็เกิดขึ้นได้
"จริงของเอ็ง แต่จะว่าไปก็แปลก ข้าเดินทางมากว่าสามสิบปีไม่เคยเห็นมีโจรดักจี้ปล้น เหตุใดครั้งนี้มาพบเจอเสียได้" ทุกคนออกเดินทาง พร้อมกับคบไฟในมือที่ติดมาจากกองไฟกองเก่า มั่นขวดคิ้วย่น เส้นทางนี้มีทางการมาตรวจตรากวาดล้างบ่อยครั้งทำให้โจรไม่กล้าซ่องสุม อีกทั้งพวกมันกลัวความดุร้ายของออกญารณปัตย์ผู้ที่เคยสังหารศัตรูมานับไม่ถ้วน
"กลับไปเราเอาความไปบอกทางการดีหรือไม่ ว่าเส้นทางนี้ไม่ปลอดภัยเสียแล้ว" หมายเอ่ยกับพ่อ เพราะเขาเองก็ต้องเดินทางกับพ่อบ่อยครั้ง แม้ร่างกายจะแข็งแรงดีแต่ก็ไม่ได้มีวิชาป้องกันตัวแต่อย่างใดตามประสาลูกชาวบ้าน ไม่แปลกที่เขาจะรู้สึกกลัว
"ก็ดี ข้ายังต้องทำมาหาเลี้ยงครอบครัว จักเอาวัวควายใส่เรือก็มิได้ มีแต่ต้องพึ่งทางนี้เท่านั้น" มั่นพยักหน้า ก่อนจะเงียบไป นำทุกคนไปยังจุดพักแรมจุดใหม่ที่ไกลจากจุดเดิมมาก โชคดีที่ยังไม่ดึกมากนัก ทำให้พวกเขายังพอมีแรงเดินอยู่บ้าง