ศรน้ำแข็งของลั่วอู่หลินพุ่งตรงไปที่ดวงตาขนาดใหญ่ อสรพิษปีศาจม่วงเหมือนจะเข้าใจเป้าหมายของอีกฝ่ายมันเบี่ยงหลบการโจมตีในทันทีไม่เหมือนกับครั้งก่อน ชายหนุ่มจึงใช้โอกาสนั้นเคลื่อนไหวกายไปสร้างหอกน้ำแข็งเช่นเดิมและพุ่งเข้าใส่ในตอนที่มันเบี่ยงหลบ ในจังหวะนี้เองอสรพิษปีศาจม่วงไม่อาจจะหลบการโจมตีครั้งที่สองได้อีกต่อไป
"สวบ!"
หอกน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่กว่าลูกศรหลายเท่าอัดแน่นไปด้วยพิษหยินรุนแรงยิ่งกว่าเก่าได้แผ่กระจายพิษเข้าสู่ร่างกายของอสรพิษปีศาจม่วงอีกครั้ง ของเหลวด้านในพลันค่อยๆกลายเป็น้ำแข็งเกือบทั้งหมด แม้อสรพิษปีศาจม่วงจะพยายามใช้พิษต่อต้านก็ไม่ได้หยุดยั้งพิษหยินสุดขั่วได้
แต่ทว่ามันก็ยังไม่ยอมตายง่ายๆและปลดปล่อยพิษจำนวนมากออกมาเหมือนกับว่า้าให้อีกฝ่ายตายตกไปกับมัน ลั่วอู่หลินรีบกระโจนออกจากตรงนั้นในทันทีก่อนที่เขาจะทรุดตัวลงนั่งหอบกระชั้นอย่างที่ไม่เคยเป็ บริเวณปากมีเืไหลออกมาแสดงให้เห็นว่าตัวเขาเองก็าเ็จากการโจมตีของมันเช่นกัน แม้จะรับเพียงแค่หนึ่งการโจมตีก็ตามที
"แห๊ก! ประมาทเกินไป หากการโจมตีเมื่อครู่ไม่ได้ผลเกรงว่าจะต้องตายที่นี่เป็แน่"ชายหนุ่มมองไปยังอสรพิษปีศาจม่วงที่ดิ้นทุรนทุลายและกำลังจะกลายเป็น้ำแข็ง คำพูดของเขานั้นไม่ได้เกินจริงแต่แม้แต่น้อยหอกที่โจมตีครั้งสุดท้ายนั้นคือขีดจำกัดของชายหนุ่มแล้วหากผิดพลาดความตายเท่านั้นที่รอเขาอยู่
เมื่อร่างของอสรพิษปีศาจม่วงกลายเป็น้ำแข็งทั้งหมด ลั่วอู่หลินที่พักหายใจอยู่บนต้นไม้ก็ลงมาเก็บแกนอสูรของมันในทันทีส่วนร่างกายของมันนั้นแน่นอนว่าด้วยที่เต็มไปด้วยพิษหยินจึงไม่สามารถที่จะใช้งานได้แล้ว แม้จะรู้สึกเสียดายแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
ในวันนี้ลั่วอู่หลินกลับดึกกว่าทุกที เ้าอสรพิษปีศาจม่วงทำให้เขาเสียเวลาไปไม่น้อย เกรงว่ากว่าจะกลับถึงวังก็คงจะเช้าพอดี ชายหนุ่มทะยานร่างสุดฝีเท้า สาเหตุไม่ใช่เพราะกลัวไปเสวยอาหารกับท่านยายไม่ทัน แต่ทว่าในตอนเช้าจะเป็พิธีรับคู่หมั่นเข้าวังซึ่งหากเขาไปไม่ทันกาลเกรงว่าท่านยายกับท่านตาคงจะต้องขายหน้าเป็แน่แท้ ดังนั้นแม้ลมปราณจะอยู่ในขั้นวิกฤติแต่ลั่วอู่หลินก็ไม่ได้สนใจมันเลยแม้แต่น้อย
"เพราะเ้าอสรพิษนั่นตัวเดียวเลยทำให้ข้าเสียเวลา"เสียงพึมพำดังออกมาจากลั่วอู่หลินที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด ด้านทะเลจิติญญานางเซียนอสรพิษหยกจันทราใช้ตัวตนของตัวเองที่เป็ดวงจิตอสูรเทวะของชายหนุ่มในการดูดกลืนพลังจากอากาศมาเติมเต็มลมปราณให้ชายหนุ่มเรื่อยๆ แม้ว่ามันจะน้อยกว่าตอนบ่มเพาะพลังแต่ว่าก็พอให้ลั่วอู่หลินใช้ย่างก้าวเงาสนทยากลับถึงวังหลวงได้อย่างทันท่วงที
จนในที่สุดเขาก็กลับมาได้ทันเวลา ชายหนุ่มรีบชำระล้าร่างกายที่เต็มไปด้วยกลิ่นเหงื่อและสวมอาภรณ์พิธีการสีขาวในทันที นอกจากใบหน้าที่ดูซีดเซียวเล็กน้อยและอาการมึนงงแล้วก็นับว่าปกติดีทุกอย่าง
"พิษของอสรพิษปีศาจม่วงนอกจากฤทธิ์กัดกล่อนแล้วยังมีฤทธิ์หลอนประสาทของเ้า ข้าได้ขับพิษออกทางเหงื่อขณะเดินทางแล้วส่วนใหญ่ เ้าสามารถเข้าพิธีได้แต่ก็ต้องทนอาการหมึนงงหน่อย"
"ขอบคุณพี่สาว เป็ข้าเองที่ไม่ระวังให้ดี เสียสมาธิกับคู่ต่อสู้"
"อืม สำหรับการเป็ผู้ฝึกตนแม้เ้าจะมีพร์ที่เย้ย์แต่ก็ยังถือเป็มือใหม่นัก ครั้งนี้เรียนรู้จากความผิดพลาดก็แล้วกัน แล้วอย่าทำผิดพลาดซ้ำอีก.......ไปเถอะป่านนี้ท่านยายเ้าคงจะรอแล้ว"นางเซียนกล่าวเตือนสติ หากถามว่าลั่วอู่หลินประมาทตอนไหน เขาประมาทในตอนที่แทงหอกแรกใสเกล็ดของอสรพิษปีศาจม่วงแล้วยังคงยืนอึ้งอยู่ตรงนั้นจนโดนหางฟาดเข้าให้ และในตอนนั้นเองที่มีพิษแทรงซึมเข้าร่างกายของชายหนุ่มเล็กน้อย เมื่อมันออกฤทธิ์จึงทำให้เ้าตัวมึนงงอย่างที่เห็น
"ข้าจะจำเอาไว้ขอรับ"ชายหนุ่มตอบรับคำเตือนของนางเซียนก่อนที่ตัวเองจะเดินไปยังตำหนักขององค์ราชินีซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก เมื่อเขามาถึงดูเหมือนว่าองค์ราชินีจะเตรียมการทุกอย่างเอาไว้ให้เขาแล้ว นางพาลั่วอู่หลินไปยังโถงบัลลังก์ของพระราชวังในทันที บัดนี้เหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ทุกคนได้รอเขาอยู่แล้ว แน่นอนพวกเขาสวมล้วนแต่สวมใส่ชุดขาวบริสุทธิ์ทุกคน
อันเนื่องมาจากธรรมเนียมของราชวงศ์การสวมชุดขาวในพิธีรับคู่หมั่นนั้นแสดงให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ใจในการหมั่นหมายและเกิดจากความเต็มใจของทั้งสองฝ่ายมิได้มีใครบีบบังคับ
เหล่าขุนนางพากันปั้นสีหน้ายิ้มแย้มรวมไปถึงเหล่าเ้าชายและเ้าหญิงด้วย จะมีเพียงเ้าชายลำดับที่สองและลำดับสามเท่านั้นที่มองไปที่ลั่วอู่หลินอย่างไม่ชอบใจนักหรืออาจจะเรียกว่าเข้าขั้นเกลียดเลยก็ได้ ซึ่งสายตาเ่าั้ไม่นับว่าเป็อะไรสำหรับเด็กหนุ่ม เขานั่งลงใกล้ๆกับลั่วหยุนหยาง เพราะวันนี้เองตัวของลั่วหยุนหยางก็ต้องรับตัวคู่หมั่นของตนเองเช่นเดียวกัน
การหมั้นหมายก่อนหน้านี้ของลั่วหยุนหยางนั้นเป็การทาบทามโดยองค์รัชทายาทซึ่งยังไม่จัดพิธีแต่อย่างใด ดังนั้นจึงได้ถือโอกาสทำพิธีรับตัวคู่หมั้นพร้อมกันลั่วอู่หลินซะเลย ถึงอย่างไรพวกนางสามคนก็เป็พี่น้องกัน
"พี่ใหญ่ท่านดูตื่นเต้นนะขอรับ"ลั่วอู่หลินเมื่อนั่งลงแล้วก็ไม่วายที่จะกล่าวหยอกล้อพี่ชาย ตอนนี้ลั่วหยุนหยางเหงื่อนไหลเต็มหน้าไปหมดจนต้องซับอยู่เรื่อยๆเห็นได้ชัดว่าประหม่าเอามากๆ
"เงียบน่า! พิธีเช่นนั้นใครก็ต้องต่ืนเต้น มีเพียงเ้าเท่านั้นที่ตายด้านนิ่งเฉยอยู่ได้"ลั่วหยุนหยางต่อว่าน้องชาย ชายหนุ่มหัวเราะคิกคักยกใหญ่ ไม่คิดลยว่าจอมทัพผู้สง่างามอย่างพี่ชายจะตื่นตระหนกกับเื่เช่นนี้
"เอ๊ะ!.....อู่หลิน หน้าเ้าทำไมถึงได้ซีดขนาดนี้ เ้าป่วยหรือเปล่า"ลั่วหยุนหยางกล่าวถามด้วยความเป็ห่วง
"เอ่อ.......นิดหน่อยนะขอรับ ดูนั่นขบวนพิธีการมาแล้ว"ชายหนุ่มชี้ไปยังขบวนพิธีที่กำลังเดินเข้ามายังประตูใหญ่เพื่อเปลี่ยนเื่ซึ่งมันก็ได้ผลจริงๆ ลั่วหยุนหยางมองไปในทันที ตรงกลางขบวนมีหญิงสาวงดงามราวกับเทพธิดาในภาพวาดที่ไม่มีอยู่จริงสามนางด้วยกันซึ่งบุคลิกของพวกนางนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ลู่ฟางหนิงดูงดงามและสูงส่ง ลู่ฟางเย่ดูสวยคมใบหน้าดูเ็า ส่วนคนสุดท้ายคือลู่หงยี่ใบหน้าของนางดูซุกซนและน่ารัก ด้านหน้าของพวกนางคือบิดาอย่างลู่เจียงเฉินและมารดาลู่หลินซึ่งเป็ผู้นำตระกูลลู่และฮูหยิน
เมื่อทุกคนมากันพร้อมหน้าลั่วหยุนหยางและลั่วอู่หลินก็ทำตามพิธีการในทันที พวกเขาเดินไปยังตรงกลางทางเดินก่อนจะผสานมือคาราวะองค์จักรพรรดิและองค์ราชินี ก่อนที่จะหันหลังเดินไปหยุดลงที่ด้านหน้าของพ่อแม่คู่หมั่น
"คาราวะท่านพ่อตา ท่านแม่ยาย"ทั้งสองผสานมือคาราวะอีกฝ่าย แม้ตนจะมีฐานะเป็ถึงเ้าชายแต่ในตอนนี้พวกเขาเองก็เป็ว่าที่ลูกเขยของอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน
ทั้งลู่เจียงเฉินและลู่หลินนั้นรับการคาราวะของอีกฝ่ายตามพิธีการ แน่นอนในสายตาของลู่เจียงเฉินนั้นไม่ค่อยเห็นด้วยกับการแต่งงานกับลูกสองคนกับลั่วอู่หลินเสียเท่าไร ผิดกับมารดาเช่นลู่หลิน นางนั้นเคารพการตัดสินใจของลูกสาวเสมอไม่ว่าลูกสาวจะเลือกอย่างไรนางก็เต็มใจยอมรับ
เมื่อทำการคาราวะผู้ใหญ่เสร็จสิ้นทั้งลั่วอู่หลินและลั่วหยุนหยางก็เดินไปทางคู่หมั่นของตนก่อนที่จะจับมือพวกนางและเดินไปยังหน้าขององค์จักรพรรดิและราชินีเพื่อรับพร แน่นอนว่ากระบวนการทุกอย่างเป็อย่างราบรื่นโดยที่ไม่มีใครกล้าที่จะคัดค้านหรือต่อต้าน
หลังเสร็จสิ้นพิธีการลู่หงยี่ได้ไปอยู่ข้างๆมารดาของลั่วหยุนหยาง ส่วนหญิงงามทั้งสองนางอย่างลู่ฟางหนิงและลู่ฟางเย่นั้นก็ยืนอยู่ข้างๆองค์ราชินี นับจากนี้เป็ต้นไปพวกนางจะใช้ชีวิตอยู่ในวังและเป็คนของราชวงศ์ และจะต้องเรียนรู้เื่ต่างๆของวังหลวงกับองค์ราชินี
ส่วนลั่วอู่หลินและลั่วหยุนหยางทุกๆเจ็ดวันจะต้องมาหาคู่หมั่นเพื่อที่จะทำความรู้จักกันให้มากขึ้นซึ่งแน่นอนว่าทั้งสองก็ไม่ได้คัดค้านอะไร ยิ่งลั่วหยุนหยางและลู่หงยี่นั้นดูเหมือนอยากจะเจอกันทุกวันด้วยซ้ำสังเกตุจากการเล่นหูเล่นตาให้กันอย่างน่ารัก
หลังจากวันนั้นผ่านไปทุกอย่างก็กลับมาปกติลั่วอู่หลินยังคงเก็บตัวในห้องดังเดิมเพื่อขับไอพิษออกทั้งหมด และเริ่มบ่มเพาะในทันทีเพราะตัวเขาในตอนนี้ชายหนุ่มรู้สึกกระหายในพลังเสพติดการบ่มเพาะยิ่ง
ลั่วอู่หลินมิได้ทำให้มรดกของเทพจักรพรรดิเหมันต์สูญเปล่าเลยแม้แต่คิดเดียว ซึ่งมันทำให้นางเซียนไฉ่เยว่เอ๋อพึงพอใจเป็อย่างมาก เพราะนางเองก็ไม่อยากให้มรดกของนายท่านของตนอยู่ในมือของคนที่ไม่มีความตั้งใจเช่นกัน
ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังตั้งใจที่บ่มเพาะพลังอยู่นั้น ในตำหนักอีกใกล้ๆหญิงสาวสามนางตอนนี้กำลังนั่งดื่มชาพูดคุยกับองค์ราชินีอย่างผ่อนคลาย ด้วยความใจดีของนางจึงไม่ได้ทำให้หญิงงามทั้งสามคนเกร็งมากนัก
"พวกเ้าสองคนไม่ต้องเรียนรู้อะไรมากตั้งใจบ่มเพาะและอยู่ข้างกายอู่หลินก็พอ ส่วนเ้าลู่หงยี่ในฐานะที่หยุนหยางจะเป็แม่ทัพในวันข้างหน้าเ้าจะต้องเรียนการต่อสู้ การทหาร การวางแผนเจรจา เพื่อที่จะเกื้อหนุนเขา"
"เอ๋!! แล้วทำไมพี่หญิงทั้งสองของหม่อมฉันถึงไม่ได้เรียนละเ้าค่ะ"ลู่หงยี่ทำหน้ามุ้ย แม้นางจะรู้ดีอยู่แล้วว่าจะต้องเรียนเื่พวกนี้แต่ทว่ารู้สึกเหงานิดหน่อยที่ไม่ได้เรียนร่วมกับพี่สาวทั้งสอง
"จะเหมือนกันได้อย่างไร อู่หลินไม่เหมือนกับหยุนหยาง เขาบ่มเพาะไม่ได้ทั้งยังไม่มีตำแหน่งสำคัญใดให้เขาทำดังนั้นพวกนางจึงไม่ต้องฝึกเื่พวกนี้ แค่เพียงศึกษากฏของวังหลวงก็เพียงพอแล้ว"องค์ราชินีไขความกระจ่าง เื่มารยาทการเข้าสังคมพวกนางที่เป็คนตระกูลขุนนางย่อมเป็เลิศอยู่แล้วจึงไม่คิดจะสอนให้วุ่นวาย
"แล้วก็พวกเ้าทั้งสองคนน่ะ เรายังไม่พอใจพวกเ้าอยู่นะที่ใช้หลานชายเราเป็เครื่องมือ แต่ในเมื่ออู่หลินยอมช่วยพวกเ้าขนาดนี้แล้วก็อย่าทำให้น้ำใจของเขาต้องสูญเปล่าเข้าใจหรือไม่"
ทั้งลู่ฟางหนิงและลู่ฟางเยว่คุกเข่าลงผสานมือคาราวะองค์ราชินีในทันทีที่นางพูดจบก่อนที่จะเอ๋ยปากขึ้นมาพร้อมกับ "พวกเราทราบแล้วเ้าค่ะ และจะดูแลองค์ชายเจ็ดให้ดีที่สุด"