Chapter 15 : เดอะเฟิร์สคองเกอเรอร์
“พี่น้ำรีบเข้าไปเร็ว พวกผมจะรอดู อยากเห็นพี่น้ำสู้อีก สองชอบ!” เด็กหนุ่มกล่าวกับพี่สาวของตัวเองด้วยความตื่นเต้นพร้อมกับกวักมาไปมาไล่พี่สาวไปเดินเข้าไปที่สเตชัน
“ใช่ๆๆ สามก็ชอบเวลาพี่น้ำสู้” สามกล่าวเสริมด้วยเสียงตื่นเต้นเช่นกัน
บอยและนนมองหน้ากันพร้อมทำสายตาเหนื่อยหน่าย พวกเขารู้ดีว่าเ้าแฝดทั้งสอง เพื่อนสนิทของพวกเขานั้นชอบดูการต่อสู้ของพี่สาวของพวกเขาขนาดไหน บ่อยครั้งที่เ้าสองแสบทั้งสองจะติดสอยห้อยตามพี่สาวของตัวเองไปยังโรงฝึกของเหล่าเบนเดอร์ และกลับมาโม้ให้ฟังถึงความเก่งกาจของพี่สาวตนว่ามีความแข็งแกร่งและเท่เพียงใดยามเมื่อได้ต่อสู้เสมอ
บอยและนนไม่ทราบแน่ชัดว่าเื่ราวเ่าั้เติมแต่งใส่สีตีไข่มากน้อยเพียงใด แต่สิ่งที่พวกเขารู้แน่ๆ ก็คือ น้ำหนึ่ง พี่สาวของเพื่อนแฝดของพวกเขา ถูกจัดอันดับให้เป็เบนเดอร์อันดับหนึ่งของสมาคมแห่งเบนเดอร์ประเทศไทยในรุ่นล่าสุด
เด็กหนุ่มทั้งสี่คนเริ่มรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาจนไม่คิดที่จะลงดันเจี้ยนอีกรอบเพื่อที่จะดูน้ำหนึ่งต่อสู้ คนที่เหลือที่ไม่ทราบถึงความแข็งแกร่งของหญิงสาว มองภาพเบื้องหน้าด้วยสายตาเอ็นดูพลางคิดว่าพวกเขาแค่้าให้กำลังใจพี่สาวของตัวเองเท่านั้น
“ตอนแรกพี่กะว่าจะลงดันกับตี้ของพวกแกนะเนี่ย” น้ำกล่าว
“เดี๋ยวค่อยก็ได้พี่น้ำ ดันก็อบลินมันแรงก์เอฟแหนะ พี่น้ำไปโซโลกับคุณยายก่อนแต่ระวังติดพิษด้วยนะ สองติดตอนไหนก็ไม่รู้” เขาบ่นออกมา
“จริงพี่น้ำ ระดับพี่น้ำผ่านได้สบายแต่ต้องระวังพิษจริงๆ นั่นแหละ” สามเสริม
“อะไร ไหนแต่ก่อนอยากลงดันกับพี่นักหนาแต่ตอนนี้ไล่ให้พี่ไปลงคนเดียว ฮะพวกตัวแสบ” เธอหยอกน้องชายทั้งสองของเธอ พลางนึกถึงสมัยก่อนตอนที่พวกเขายังไม่ได้ฝึกฝนวิชา
เนื่องจากเธอเป็เอสเปอร์ ที่ไม่จำเป็ต้องฝึกฝนการควบคุมและผสานพลังเหนือธรรมชาติแบบจอมเวทย์และจอมยุทธ เธอสามารถใช้พลังได้ั้แ่เกิด และั้แ่เธอยังเด็กๆ น้ำหนึ่งจึงได้เข้ารับการฝึกฝนมาตลอด แม้จะไม่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งในส่วนของระดับพลังได้แต่ความแข็งแกร่งในการต่อสู้ กล้ามเนื้อ ปฏิกิริยาการตอบสนองรอบตัว รวบไปถึงความเคลื่อนไหวและความยืดหยุ่นและคล่องตัวของร่างกายนั้น สามารถฝึกฝนได้
ั้แ่เด็ก ๆ แล้วที่น้องชายทั้งสองของเธอชอบมาตามตอแยและมักจะพูดกับเธออยู่เป็ประจำว่า หากพวกเขาโตขึ้น พวกเขาอยากที่จะลงดันเจี้ยนกับเธอ ให้เธอสอนพวกเขาต่อสู้ เพราะพวกเขาเห็นว่าเธอแข็งแกร่งขนาดไหนมาั้แ่เด็กและตั้งเธอเป็เป้าหมาย
แต่ความเป็จริงนั้นช่างต่างกับสิ่งที่คาดฝันไว้อย่างสิ้นเชิง พวกเขาไม่ใช่เอสเปอร์เช่นเดียวกับเธอ เมื่ออายุได้สิบสามปี หลังจากเข้าโรงเรียนมัธยมแล้ว พวกเขาได้เรียนรู้ในการใช้วิชา อีกทั้งยังมียาวิเศษที่พ่อแม่ซื้อให้อีก ่เวลาเพียงไม่กี่เดือน น้องชายแฝดทั้งคู่ของเธอก็มีพลังที่ก้าวะโจากเทียร์หนึ่งแรงก์จีไปเอฟจากเอฟไปอี ช่างเป็สิ่งที่น่าเศร้าที่เธอ ผู้เป็พี่สาวต้องติดแหง็กที่แรงก์จีตลอดกาลได้แต่คอยมองดูพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นวันแล้ววันเล่า
แต่ตอนนี้มันจะไม่เป็แบบนั้นอีกแล้ว!
“เฮ้ยพี่น้ำ ใช่ที่กันล่ะ!” สองรีบแย้งคำพูดของพี่สาวตนออกมาทันควัน
“พี่น้ำ พวกผมแค่อยากโชว์ให้ไอ้บอยกับไอ้นนดูว่าพี่สาวของพวกเราเก่งขนาดไหนต่างหากล่ะ พวกมันฟังไอ้สองโม้ไว้เยอะแต่ไม่เคยเห็นไง” สองรีบพูดแก้ต่างทันทีเช่นกัน
“รู้แล้วน่า หยอกเล่นเฉยๆ เอง” น้ำหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลพลางยกมือทั้งสองข้างลูบไปที่หัวของน้องชายทั้งสองของเธอ ก่อนจะกล่าวต่อ “ถ้างั้นหลังพี่ลงดันนี้เสร็จ เรามาลงด้วยกันนะ”
“จัดมาดิ!” ทั้งสองตอบพร้อมกัน
“เออใช่ พี่ชวนน้องแอลให้มาลองตี้กับพวกเราดู น้องเขาตอบตกลงแล้ว ยังไงก็ลองไปทำความรู้จักกันดูตอนพี่สู้อยู่นะ” หญิงสาวกล่าวพร้อมกับหันหน้าไปทางแอล
เด็กสาวรีบยิ้มอ่อนๆ ให้กับเด็กหนุ่มทั้งสี่ ไม่แน่ใจว่าความคิดชั่ววูบก่อนหน้านี้ของเธอนั้นดีจริงๆ รึเปล่า การตัดสินใจของเธอเมื่อสักครู่ ถ้าจะให้เปลี่ยนเอาตอนนี้แล้วมาบอกอีกฝ่ายว่าไม่อยากลงกับพวกเขาแล้วก็คงจะดูเหมือนว่าเธอเป็คนผิดคำพูด ฉะนั้น แอลจึงคิดว่า เข้าร่วมปาร์ตี้ของพวกเขาสักครั้งก็คงไม่ได้เสียหายอะไรมากนัก อย่างมากก็แค่แยกย้ายกันไปและไม่ยุ่งกันอีกหลังจากการลงดันเจี้ยนครั้งนี้
“งั้นพี่ไปละ รอดูกันให้ดีนะไอ้สองแสบ” เธอกล่าวก่อนจะเดินเข้าสเตชันหมายเลขที่ตนได้รับ
จัดการเปลี่ยนชุดเป็ชุดหนังรัดรูป ทำให้เห็นทรวดทรงองเอวของเธออย่างเด่นชัด รองเท้าบูทหนังสีดำเช่นเดียวกันถูกสวมใส่ น้ำหนึ่งเรียกน้ำเต้าออกมาก่อนจะคาดมันไว้ข้างหลังกับเข็มขัดหนังสีเดียวกันกับชุดที่เอวของเธอ
อาวุธของเธอนอกจากน้ำแล้วก็ยังมีอาวุธอีกอย่างหนึ่งก็คือ พลองเหล็กเรียวยาวกว่าสามเมตร มันถูกย่อส่วนให้เหลือแค่สามสิบเิเและถูกเหน็บไว้ที่เอวของหญิงสาว โดยสามารถกดปุ่มตรงกลางและทำให้พลองดังกล่าวขยายออกมาจนมีขนาดเท่าเดิมได้
เมื่อเตรียมการทั้งหมดเสร็จสิ้น น้ำหนึ่งจึงหยิบป้ายด็อกแท็กขึ้นไปแตะที่ป้ายรูปตัวนาก ก่อนที่ร่างกายของเธอจะหายวับไปทันที
วุบ!
หญิงสาวปรากฏตัวอีกครั้ง ณ ใจกลางทุ่งราบอันแสนกว้างใหญ่ ท้องฟ้าสีคราม ลมเย็นที่พัดโชย และกลิ่นของธรรมชาติ ทำให้เธอตกตะลึงจนต้องเบิกตากว้าง
เธอก็พอจะรู้อยู่จากคำบอกเล่าจากน้องชายทั้งสองของเธอว่าดันเจี้ยนในสตูดิโอนี้มีความสมจริงจนน่าเหลือเชื่อ แต่พอได้มาลองประสบพบเจอกับตัวเองจริงๆ น้ำหนึ่งกลับพบว่าที่นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไป แทบไม่มีความแตกต่างกับโลกภายนอกเลย เพราะว่า …
“ละอองน้ำในอากาศ” เอ่ยขึ้นเสียงเบาเพราะว่าตนกำลังประหลาดใจ ก่อนจะยกมือขึ้นสะบัดไปมาอย่างช้า ๆ
ที่เธอกล่าวถึงละอองน้ำ เพราะว่านั่นคือหนึ่งในความสามารถของเบนเดอร์สายควบคุมน้ำ ความสามารถในการรับรู้ถึงไฮโดรเจนและออกซิเจนรอบตัว เบนเดอร์สายควบคุมน้ำนั้นสามารถรับรู้ได้ว่า รอบตัวของพวกเขานั้นมีไฮโดรเจนและออกซิเจนมากน้อยเพียงใด โดยความสามารถนี้ของเบนเดอร์ระดับต่ำๆ อย่างน้ำหนึ่ง
เธอไม่ได้มีพลังพอที่จะสามารถรับรู้ถึงจำนวนที่แน่ชัด แม้จะไม่ถึงขั้นเก่งกาจเหมือนกับเหล่าผู้าุโที่สามารถรับรู้และแยกโมเลกุลของของเหลวต่าง ๆ ที่ปนมากับน้ำว่าเป็สิ่งใดได้ก็ตามเพียงแค่ยืนอยู่เฉยๆ
แต่เพราะเธอได้รับการฝึกฝนจากเหล่าผู้าุโเบนเดอร์มาั้แ่เด็ก ๆ เธอจึงถูกฝึกฝนให้สามารถใช้วิชาดังกล่าวได้โดยการััจากมือของเธอโดยตรงเท่านั้น นั่นเป็เหตุผลว่าทำไมเธอจึงใช้มือของเธอโบกไปมากลางอากาศ
“ละอองน้ำจริงๆ ด้วย อาจจะเยอะจนเทียบได้กับของนอกเลยมั้งเนี่ย” หญิงสาวกล่าวอย่างตกตะลึง
ไม่ใช่เื่ปกติที่ในดันเจี้ยนจะมีน้ำในอากาศเยอะขนาดนี้ อย่างที่รู้ๆ กันดีว่าดันเจี้ยนนั้นคือมิติที่ถูกสร้างขึ้นมาจากเวทมนตร์ชั้นสูงผสานเข้ากับเวทมนตร์ภาพลวงตาและวิทยาศาสตร์ ทำให้มิติดังกล่าวเปรียบเสมือนกึ่งๆ ความเป็จริงในโลกแห่งภาพลวงตา
โดยที่ร่างกายของผู้ที่เข้ามานั้นจะไม่ใช่ร่างจริงแต่เป็ร่างเทียมซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยเวทมนตร์ลวงตาที่ถูกโอนจิตใจเข้าไป พวกเขาสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่ร่างจริงของพวกเขาทำได้ โดยร่างจริงของพวกเขาจะถูกส่งไปยังมิติกลางซึ่งเป็มิติพิเศษที่ซ้อนทับกับมิติดันเจี้ยนที่พวกเขาเข้าไปอีกที ไม่มีความอันตรายใดๆ กลไกนี้
และด้วยความที่ร่างที่เขามาในมิตินั้นไม่ใช่ร่างจริง จึงไม่มีเหตุจำเป็ที่มิติดังกล่าวจะต้องมีสสารอันใด โดยเฉพาะออกซิเจน
“อย่างน้อยปัญหาเื่น้ำไม่พอก็เบาใจได้ไปเปลาะหนึ่ง” เธอกล่าวก่อนจะยิ้มออกมาและสาวเท้าเดินไปยังต้นไทรต้นั์ทันที เพราะว่ารู้อยู่แล้วว่าศัตรูของเธออยู่ที่ใด
“แหม แหม ่นี้มีคนมาเยี่ยมข้าเยอะเสียจริง” เสียงผู้หญิงดังขึ้นก้องไปทั่วดันเจี้ยน
“เ้าเองก็้าความแข็งแกร่งหรือ” เสียงดังกล่าวถามออกมา
น้ำหนึ่งไม่ได้ตอบอะไรกลับไปพร้อมกับเดินไปข้างหน้าราวกับว่าเธอไม่ได้ยินเสียงของอีกฝ่าย
เมื่อวรนาถเห็นว่าหญิงสาวผู้มาใหม่ไม่ตอบโต้อะไรกับเธอ ด้วยสัญชาตญาณและประสบการณ์ที่มีมากกว่าพันปี มารหญิงจึงรับรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายไม่ได้มาเล่นๆ
“ในเมื่อเ้าเฉยเมยแต่คำทักทายของข้า ฉะนั้นก็จงตาย!!”
สิ้นคำประกาศ เสียงหึ่งๆ ก็พลันดังขึ้นพร้อมกับฝูงด้วงสว่านที่บินออกมาจากต้นไทร พวกมันพุ่งมาหาเธออย่างรวดเร็ว
น้ำหนึ่งเอื้อมไปมือเปิดจุกน้ำเต้าที่ติดอยู่ที่หลังของเธอ ก่อนที่น้ำจำนวนหนึ่งจะลอยออกมาจากน้ำเต้าดังกล่าว มันลอยหมุนเป็วงกลมขนาดเท่าลูกฟุตบอล
หญิงสาวยืนนิ่งเฉยพลางจ้องมองไปยังฝูงแมลงเบื้องหน้าที่กำลังบินมาหาเธอ กลุ่มก้อนน้ำที่ลอยอยู่คอยๆ แยกออกมาจากกันจนกลายเป็หยดน้ำที่มีขนาดเท่ากำมือ
เธอหายใจออกอย่างช้าๆ และหลังจากนั้น เหล่าหยดน้ำก็พุ่งตรงไปเบื้องหน้าทันที
ปุ! ปุ! ปุ!
เสียงร่างกายของด้วงสว่านซึ่งโดนหยดน้ำกระแทกไปที่ร่างกายของมันดังสนั่น ราวกับว่ามีมนุษย์ะโลงสระว่ายน้ำด้วยความสูงยี่สิบเมตรและเอาหลังของเขาลงกระแทกกับพื้นผิวของสระน้ำ
มุมปากของน้ำหนึ่งยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจเมื่อร่างกายของเธอััได้ถึงพลังชีวิตที่ไหลเข้ามา
“ใช้ได้นี่แม่หนู มีหัวคิด โจมตีจากระยะไกล ช่างต่างกับเ้ารีลอยหลานข้าที่ในหัวมีแต่ขี้เลื่อย” เสียงของวรนาถดังขึ้น พยายามขัดสมาธิในการควบคุมน้ำของหญิงสาว
“มุขพูดขัดสมาธิใช้ไม่ได้ผลหรอกนะคะคุณยาย” เธอะโกลับไปพร้อมกับควบคุมหยดน้ำในอากาศที่เหลือให้พุ่งเข้าไปกระแทกด้วงสว่านตัวที่เหลือ
“จริงหรือ หึหึ ข้าเพียงแค่อยากหาเพื่อนเสวนาด้วยเท่านั้น” มารหญิงตอบกลับ
“ไม่นึกไม่ฝันว่าชีวิตนี้จะได้เจอมอนสเตอร์ที่ชอบคุยด้วยแฮะ” เธอกล่าวออกมาพลางยิ้มเยาะ
“มอนสเตอร์หรือ ร่างกายของข้าส่วนใดกันที่ทำให้เ้าเข้าใจว่าข้าคืออสุรกายชั้นต่ำน่ะ” มารหญิงถามเสียงเรียบ
เมื่อน้ำหนึ่งได้ยินคำถามของอีกฝ่าย เธอก็พลันนึกขึ้นได้ว่าบอสของดันเจี้ยนระดับจีแห่งนี้มีรูปร่างเหมือนมนุษย์และเอไอก็มีความฉลาดมากพอที่จะใช้วิธีซับซ้อนจนสามารถทำให้น้องๆ ของเธอพลาดท่าได้
ในเมื่อพี่เ้าของร้านจงใจสร้างบอสดันเจี้ยนในมีรูปร่างเหมือนกับมนุษย์ มันก็คงจะผิดและดูเป็การดูถูกความคิดของพี่เ้าของร้านหากเธอยัง้าที่จะเรียกบอสตัวนี้ว่ามอนสเตอร์อยู่
“ไม่ใช่มอนสเตอร์ งั้นคุณยายเป็ตัวอะไร” ถามออกไปทั้งๆ ที่ยังควบคุมหยดน้ำให้โจมตีและพลางะโหลบฝูงด้วงสว่านที่พุ่งเข้าใส่เธอในเวลาเดียวกัน
“ข้าล่ะสงสัยจริงๆ เชียวว่าที่ที่เ้าจากมาคือที่ใดกัน ถึงไม่รู้จักเผ่ามารอย่างข้า” เธอกล่าวออกไป ถึงแม้จะรู้อยู่แล้วก็ตามว่าอีกฝ่ายมาจากไหน
สิ้นประโยคของอีกฝ่าย น้ำหนึ่งก็พลันหยุดชะงักไปเสี้ยววินาที ทำให้เธอเปิดช่องโหว่ให้เหล่าฝูงด้วง บินรุมเข้ามาหาเธอ
โชคดีที่หญิงสาวตั้งสติได้ทันเวลา เธอก้มตัวนอนราบแนบกับพื้นก่อนจะกลิ้งตัวไปด้านข้าง แล้วรีบลุกขึ้นมาทันที
“มารเหรอ” เสียงใสเอ่ยขึ้นเสียงเบา ไม่ใช่ประโยคคำถามแต่อย่างใด แต่มันคือการพูดทวนในสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวออกมาเฉยๆ
ั้แ่เล็กจนโต น้ำหนึ่งได้ยินเื่เล่าขานของเผ่ามารมามากมายจากเหล่าผู้าุโเบนเดอร์ เผ่าพันธุ์อันชั่วร้ายที่ต่อสู้กับมนุษยชาติมานานหลายพันปี เพราะว่าพวกมันโดนกวาดล้างจนเกือบหมดั้แ่ร้อยปีที่แล้วทำให้มารกลายเป็เื่เล่าต่อๆ กันมา
แม้เด็กรุ่นใหม่จะรู้ว่าสิ่งมีชีวิตดังกล่าวมีตัวตนอยู่จริงแต่ไม่เคยมีใครเคยเห็นตัวมันเป็ๆ หรอกนะ มารตัวที่ยังเหลือรอดต่างพากันไปหลบซ่อนจากพวกมนุษย์ตามป่าตามเขา คงไม่ใช่เื่แปลกอะไรที่เธอ ผู้ที่เติบโตในเมืองหลวงจะไม่เคยเห็นมารมาก่อน
แต่เมื่อได้ยินว่าเอไอของดันเจี้ยนสตูดิโอแห่งนี้แนะนำตัวเองว่าเป็มาร น้ำหนึ่งก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจถึงแม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็เพียงโปรแกรมที่ถูกสร้างขึ้นมาก็ตาม
‘ถึงขนาดสร้างเอไอมารขึ้นมา สงสัยว่าดันเจี้ยนต่อๆ ไปคงมีเื่อะไรให้เราใอีกแน่’ น้ำหนึ่งคิดในใจพร้อมกับยิ้มทางสายตาออกมา
“เป็ครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่ได้เห็นมารตัวเป็ๆ” หญิงสาวกล่าว
“และจะเป็ครั้งสุดท้ายของเ้าด้วยนังหนู” วรนาถตอบกลับไปก่อนที่ตะขาบั์ยาวกว่ายี่สิบเมตรจะปรากฏตัวออกมาจากทุ่งราบไม่ไกลจากเธอ
น้ำหนึ่งรีบเรียกน้ำที่เหลือให้ลอยออกมาจากน้ำเต้าทันทีพร้อมกับหยิบแท่งเหล็กขนาดสามสิบเิเซึ่งถูกเหน็บไว้ที่เอาของเธอขึ้นมา เธอกดปุ่มตรงกลางของแท่งเหล็กดังกล่าว ก่อนที่มันจะยื่นออกจนยาวกว่าสามเมตร โดยเ้าแท่งเหล็กนี้ก็คือพลองเหล็ก อาวุธคู่กายของเธอนั่นเอง
หญิงสาวตวัดพลองแหวกอากาศขึ้นไป โดยมีเป้าหมายคือเ้าด้วงสว่านตัวที่บินเข้ามาใกล้เธอที่สุด หวังจะจัดการพวกฝูงแมลงตรงหน้าให้เรียบร้อยก่อนที่ตะขาบยังจะเข้าถึงตัวเธอ
โพละ! ร่างของเ้าด้วงสว่านตัวดังกล่าวแตกกระจายอย่างไม่มีชิ้นดี
และในจังหวะที่เืของมันกระจายร่วงหล่นสู่พื้นหญ้านั่นเอง น้ำหนึ่งก็พลันััได้ถึงสิ่งผิดปกติบางอย่าง เธอรีบก้มไปแตะเืของมันก่อนจะยกมือขึ้นส่ายไปมากลางอากาศ
“ในอากาศมีพิษ ก่อนหน้านี้ไม่มีนี่”
เธอเอ่ยพร้อมกับเรียกน้ำที่เหลือให้เข้าไปล้อมรอบด้วงสว่านที่เหลือเอาไว้ โชคยังดีที่พวกมันเหลือไม่ถึงสิบตัว เพราะว่าดันเจี้ยนนี้มีระดับเพียงแค่เทียร์หนึ่งแรงก์จี มินจึงไม่้าให้ดันเจี้ยนของเขายากเกินกว่าระดับที่ควรจะเป็ โดยชายหนุ่มได้ตั้งค่าเอาไว้ให้เหล่าฝูงด้วงสว่านที่โจมตีไปยังเพลเยอร์นั้น พวกมันจะเข้าไปที่จะตัวสองตัว เพื่อให้เพลเยอร์ซึ่งมีพลังต่ำๆ อย่างพวกแรงก์จีสามารถต่อสู้ได้จนสามารถจัดการด้วงสว่านตัวสุดท้ายลงได้
และในจังหวะที่หญิงสาวกักขังมันไว้เรียบร้อยก็เป็จังหวะที่ตะขาบทั้งสองตัวคืบคลานเข้ามาถึงบริเวณที่เธออยู่พอดี
มอนสเตอร์ตะขาบทั้งสองตัวต่างส่งเสียงร้องเล็กแหลมออกมาขู่ศัตรูเบื้องหน้าของมัน มันคลานแยกกันไปสองด้าน หวังจะให้เธอเจอกับการต่อสู้ทั้งสองทาง
“ข้าขอชื่นชมเ้านะแม่หนู ด้วยพลังน้อยนิดเพียงแค่นี้ กลับสู้ได้อย่างสง่างาม ข้าเชื่อว่าในอนาคตเ้าจะต้องเป็วีรสตรีที่แข็งแกร่งได้แน่นอน”
คิ้วเรียวสวยของน้ำหนึ่งเลิกขึ้นอย่างประหลาดใจเมื่อได้ยินคำพูดของบอสดันเจี้ยนแห่งนี้
“ก็บอกแล้วไงว่ามุขหันเหความสนใจน่ะใช้ไม่ได้ผลหรอกนะ”
เธอะโขึ้นพร้อมกับะโพาดพลองยาวไปด้านหลัง โดนเข้าเต็มๆ ที่บริเวณส่วนหัวของเ้าตะขาบตัวหนึ่ง มันรีบคลานหนีออกไปทันทีพร้อมกับที่ตะขาบั์อีกตัวรีบคลานเข้ามาโจมตีหญิงสาว
“ข้ามิได้พูดเพื่อหันเหความสนใจ ข้าบอกไปแล้วนี่ ข้าอยู่ที่นี่มานานหลายปี เมื่อมีคนเข้ามาเยี่ยม ข้าจึงดีใจที่มีเพื่อนคุย อ้า คิดถึงเ้าหลานโง่ลีรอยเสียจริง”
น้ำหนึ่งถอนหายใจออกมาพร้อมกับหลบการโจมตีของเ้าตะขาบั์ ‘สรุปแล้วเอไอตัวนี้ถูกโปรแกรมให้คุยกับลูกค้าจริงๆ สินะ’ หญิงสาวคิดในใจพลางนึกถึงเหตุการณ์ด้านนอกก่อนที่เธอจะเข้ามา
ที่กลุ่มของน้องชายของเธอลงมาถามชายหนุ่มผู้ที่จำของร้านเื่บุคคลนิรนามนามว่า ลีรอย
เพราะเธอมั่นใจว่าตัวละครดังกล่าวนั้นเป็สิ่งที่พี่เ้าของร้านใส่เข้ามาเพื่อสร้างเนื้อเื่อย่างที่หลายๆ สตูดิโอทำ แต่น้ำหนึ่งก็อดคิดที่จะสนใจไม่ได้ว่ารีลอยคนนี้คือใครกัน
มินเข้าใจดีถึงความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ ถ้าหากใครก็ตามที่ได้ยินเื่ราวใดๆ บ่อยๆ โดยที่เื่ราวเ่าั้เป็เื่ที่ไม่สมบูรณ์ พวกเขาจะทำอย่างไรกับสถานการณ์เช่นนี้ สถานการณ์ที่มีคนที่ทำให้เขารู้เื่ราวฉบับสมบูรณ์เ่าั้ได้ เป็คุณ คุณจะถามหรือไหม
“คุณยายอยู่ที่นี่มานานยังคะ” น้ำหนึ่งถามขึ้น
หญิงสาวแทนอีกฝ่ายว่ายายเนื่องจากเธอได้ยินคำพูดแทนตัวของเธอเกี่ยวกับลีรอยตอนที่พูดกับสาม บอยและนน ขนาดลีรอยที่อายุมากกว่าเด็กพวกนั้นยังต้องเรียกเธอว่ายายเลย แล้วเหตุใดเธอจึงไม่เรียกอีกฝ่ายว่ายายล่ะ จริงไหม
“นานจนข้าจำไม่ได้แล้ว” วรนาถตอบ แต่ภายในใจของเธอกลับตอบอีกอย่างหนึ่งด้วยเสียงอันสดใส ‘ข้าอยู่ที่นี่มายังไม่ถึงวันเลยจ้านังหนู’
“แล้วทำไมคุณยายถึงมาติดอยู่ที่นี่ล่ะ” หญิงสาวถามต่อ พลางฟาดพลองของเธอไปยังตะขาบทั้งสองตัวที่โจมตีเธออย่างไม่หยุดหย่อน
“เหตุที่ข้าต้องเข้ามาติดที่มิติแห่งนี้ก็เพราะความเขลาของหลานชายของข้า ลีรอย” มารหญิงตอบตามบทพูดของตัวเองที่มินใส่มาให้เธอ
“แล้วคุณลีรอยไปทำอะไรเอาไว้ล่ะคะ”
เธอถามขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับไม่มีเสียงใดตอบกลับมา นั่นทำให้น้ำหนึ่งเพิ่มความระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้น
“เ้าไม่ต้องกลัวไปแม่หนู ข้าก็แค่มารที่มีพลังเพียงแค่บังคับตะขาบเท่านั้น ไม่มีพลังพอจะทำร้ายเ้าได้หรอก” เธอตอบความจริง
ไม่ใช่เื่แปลกอะไรในเื่ดังกล่าว เธอไม่จำเป็ต้องโกหกเพราะไม่ช้าก็เร็ว เหล่าเพลเยอร์ก็ต้องเรียนรู้ถึงความสามารถของเธออยู่ดี และเพราะน้ำหนึ่งเป็เพลเยอร์คนแรกที่ชวนคุยตอบโต้กับเธออย่างจริงจัง ทำให้เธอตัดสินใจพูดประโยคนี้ออกมา
แต่ถึงกระนั้น หญิงสาวกลับหาคิดแบบนั้นไม่ ไอเอมารถึงแม้จะอยู่ในดันเจี้ยนระดับจี ความร้ายกาจของมันอาจจะสูงก็เป็ได้ ใครจะรู้ เธอไม่เชื่อคำพูดของอีกฝ่ายเท่าไหร่ แม้จะเห็นว่ามารตนนี้ควบคุมตะขาบได้ก็ตามแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายจะไม่มีพลังแบบอื่นนี่นา
“ถ้างั้นก็ตอบมาสิว่าลีรอยทำอะไรไว้ถึงทำให้คุณยายถึงต้องมาอยู่ที่นี่” น้ำหนึ่งถามเสียงหนักแน่น
“ข้าจะบอกเ้าให้ก็ได้” วรนาถเอ่ย เสียงของเธอหยุดไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งด้วยเสียงเข้มๆ “ถ้าเ้าเอาชนะข้าได้!!!”
สิ้นเสียง พลันตะขาบมากมายก็โผล่ขึ้นมาจากพื้น หญิงสาวที่กำลังสู้อยู่กับตะขาบทั้งสองตัว รีบะโถอยหลังเพื่อสร้างระยะห่างทันที
แม้เธอจะสร้างระยะห่างหนีจากฝูงตะขาบตัวเล็กตัวน้อยไปได้ แต่เ้าตะขาบใหญ่ั์ที่ยาวกว่ายี่สิบเมตรกลับไม่ปล่อยให้เธอทำอย่างนั้นได้ง่ายๆ
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ตรงหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่หากเธอยังไม่สามารถกำจัดตะขาบั์ทั้งสองนี้ได้ หญิงสาวจึงพูดขึ้นกับตัวเองพร้อมกับเอียงคอยักไหล่ “ท่าทางน่าจะต้องใช้แฮะ”
สิ้นประโยค หยดน้ำทั้งหมดที่กักขังด้วงสว่านไว้ก็ลอยมาหาเธออย่างรวดเร็ว มันลอยไปหยุดอยู่ที่ปลายพลองของเธอก่อนจะเปลี่ยนรูปร่างเป็คมมีดยาวกว่าสิบห้าเิเ
มันคือเทคนิคที่เบนเดอร์ผู้ซึ่งสามารถควบคุมน้ำมักจะเรียนกัน เป็วิชาพื้นฐานของการเบนดิ้งแต่กระนั้นแล้ว เนื่องจากเบนเดอร์รุ่นใหม่ๆ นั้นไม่สามารถเพิ่มระดับความแข็งแกร่งขอตัวเองได้ง่ายๆ ทำให้วิชาดังกล่าวซึ่งเป็วิชาพื้นฐานใช้ยากเล็กน้อย เพราะวิชานี้เป็วิชาที่เบนเดอร์ระดับเทียร์หนึ่งแรงก์เอฟขึ้นไปเท่านั้นถึงจะสามารถใช้ได้อย่างไม่มีปัญหา
สำหรับเบนเดอร์รุ่นใหม่ๆ ที่มีระดับพลังค่าเฉลี่ยมาตรฐานอยู่ที่เทียร์หนึ่งแรงก์จีแล้ว หากใครไม่มีพร์จริงๆ ก็คงเรียนวิชานี้และควบคุมให้น้ำคงอยู่ในรูปมีดได้ยากยิ่ง
“เรามีเวลาไม่ถึงนาที” น้ำหนึ่งเอ่ยกับตัวเองออกมาเสียงเบา
หญิงสาวใช้พลองค้ำยันกับพื้นดินทันทีเพื่อเป็ตัวส่งให้เธอะโหมุนตัวขึ้นสู่อากาศได้สูงกว่าปกติ เมื่ออยู่กลางอากาศแล้ว เธอจึงตวัดพลองไปที่บริเวณส่วนหัวของเ้าตะขาบตัวหนึ่งอย่างรวดเร็วโดยที่มันไม่ทันได้ตั้งตัว ทำให้ร่างกายส่วนหัวของมันผ่าออกเป็สองซีกทันที
“เสร็จไปหนึ่ง”
กล่าวเสร็จร่างของหญิงสาวก็แลนดิ้งลงสู่พื้นด้วยท่วงท่าที่สวยงาม ก่อนจะหลบพิษที่เ้าตะขาบตัวที่เหลือพ่นใส่มายังเธอ
“อีกสามสิบวิ” น้ำหนึ่งพูดขึ้นอีกครั้ง
หญิงสาววิ่งเข้าประจันหน้ากับตะขาบั์อีกตัวอย่างรวดเร็ว มันพุ่งเข้าหาเธอโดยไร้ความปรานี เธอเอาด้ามพลองกันเขี้ยวของมันไว้ทันก่อนจะค่อยๆ ดันมอนสเตอร์เบื้องหน้าให้ออกไปอย่างสุดกำลัง
เพราะมีพลังแค่ระดับแรงก์จีทำให้ร่างกายของเธอไม่ได้มีพละกำลังมากมายอะไร เพียงแค่เสี้ยววินาทีหลังจากรู้ข้อกำจัดของตัวเอง น้ำหนึ่งจึงถอยหลังออกมาโดยปล่อยให้เ้าตะขาบั์หัวทิ่มลงดันพื้นเพราะมันนึกว่าหญิงสาวจะต้านพละพลังกับมันจนถึงที่สุด
น้ำหนึ่งเห็นดังนั้นจึงตวัดพลองของเธอไปยังศัตรูตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ฉัวะ! ตะขาบั์ขาดออกเป็สองท่อนทันที
“เรียบร้อย”
หญิงสาวเอ่ยขึ้นพร้อมกับพ่นลมหายใจออกมา น้ำที่ก่อตัวเป็รูปมีดอยู่ที่ปลายพลองของเธอลอยกลับมาข้างกายของเธออย่างรวดเร็ว
“ที่เหลือก็แค่ด้วงพวกนี้กับคุณยายมารสินะ” น้ำหนึ่งกล่าวพร้อมกับหลบการโจมตีของด้วงสว่านที่กำลังพุ่งใส่เธออย่างไม่หยุดหย่อน
“ที่ในอากาศมีพิษเพราะพวกด้วงรึเปล่านะ” หญิงสาวพูดขึ้น
เธอออกตัววิ่งหนีเ้ามอนสเตอร์แมลงเกือบสิบตัวอย่างรวดเร็ว พวกมันบินหาเธออย่างไม่ลดละ ไม่ว่าเธอจะวิ่งไปไกลเพียงใดก็ตาม
“เ้าจะวิ่งไปไหนนังหนู” เสียงของวรนาถดังขึ้น
เมื่อลองจับััว่าอีกฝ่ายไม่ได้อยู่ใกล้ๆ แถมหญ้าบนทุ่งราบแห่งนี้ก็มีความสูงแค่หัวเข่าเท่านั้นซึ่งมีทัศนวิสัยชัดเจน ทำให้เธออดประหลาดใจไม่ได้ว่าเหตุใดเสียงของอีกฝ่ายช่างดังจนก้องไปทั่วมิติแห่งนี้เสียเหลือเกิน
“ข้าถามเ้าว่าจะวิ่งไปไหน” เมื่อเห็นว่าน้ำหนึ่งไม่ตอบ เธอจึงถามย้ำอีกฝ่ายอีกครั้ง
“พิษในอากาศนี่เป็เพราะด้วงรึเปล่า” หญิงสาวถามกลับไป
“โอ้ว ฉลาดดีนี่” เสียงประหลาดใจของมารหญิงดังขึ้น
“แสดงว่าที่พวกสามตายเพราะพิษก็คงเป็พิษทางอากาศไม่ใช่พิษจากตะขาบสินะ อืม ใช้เวลาในการซึมเข้าร่างกายแล้วพิษค่อยแสดงอาการเหรอ แต่ไม่น่าเกี่ยวกันเพราะเด็กๆ ตายเวลาไม่เหมือนกันจากที่ดูแล้ว อะไรทำให้พิษกำเริบนะ เพราะเราก็สูดพิษเข้าไปเยอะแล้วแต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เป็อะไรเลย”
น้ำหนึ่งวิเคราะห์ออกมา
“ไม่สิ เราต้องคิดให้ดี อะไรคือสาเหตุทำให้สองกับพวกบอยตายเพราะพิษนะ มีอะไรบางอย่างคาดหายไปนะ” เธอกล่าวออกมา
น้ำหนึ่งวิ่งหนีด้วงสว่านไปเรื่อยๆ เนื่องจากเธอไม่กล้าที่จะฆ่าเ้ามอนสเตอร์แมลงพวกนี้หลังจากได้รับรู้ว่ามันปล่อยพิษออกมาปนในอากาศ เธอไม่กล้าเสี่ยงเพราะไม่แน่ใจว่าอะไรทำให้พิษกำเริบ
จนกระทั่ง…
“อากาศตรงนี้ บริสุทธิ์!”
หญิงสาวสังเกตเห็นเมื่อสูดลมหายใจเข้าไปแล้วไม่มีพิษเจือปนมาด้วย เธอมองรอบกายของเธออย่างรวดเร็ว พร้อมกับกลับกันหลังไปมองต้นไทรต้นใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่แสนไกลเพื่อตรวจสอบความไกลของระยะทางที่เธอหลบหนีฝูงด้วงสว่านมา
“ห่างพอสมควรแฮะ ระยะทางในการแพร่กระจายของพิษไม่ได้รวดเร็วและครอบคลุมหรือไม่ก็มีกลไกบางอย่างที่เรายังไม่รู้” เธอเอ่ย
“แม่หนู ข้าเห็นเ้าบ่นอยู่คนเดียวนานสองนานแล้ว ไม่คิดที่จะคุยกับข้าหน่อยเหรอ” เสียงของบอสดันเจี้ยนแห่งนี้ดังก้องขึ้นอีกครั้ง
“ไกลขนาดนี้เสียงยังมาถึงอีกเหรอ” น้ำหนึ่งอุทานออกมา
“หึหึ ไม่ว่าเ้าจะหนีไปไกลเพียงใดข้าก็สามารถเห็นเ้าได้ ทีนี้ก็ตายได้แล้ว”
เมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว สีหน้าของหญิงสาวก็ผ่อนคลายลงเพราะว่าเธอรู้มาั้แ่ต้นแล้วเพียงแค่ยังไม่แน่ใจเท่านั้น
น้ำหนึ่งควบคุมน้ำของเธอให้ลอยไปยังบริเวณพื้นดินไม่ไกลจากเธอทันทีหลังจากอีกฝ่ายพูดจบ ก้อนน้ำขนาดเท่าลูกฟุตบอลลอยไปยังทิศทางดังกล่าวอย่างรวดเร็ว ไม่มีเสียงใดๆ เกิดขึ้นเหมือนกับครั้งที่เธอควบคุมให้มันเข้าโจมตีด้วงสว่าน
นั่นก็เพราะเธอควบคุมให้น้ำเข้าไปล้อมรอบฝูงตะขาบตัวเล็กๆ ที่คลานตามเธอมาสักพักแล้ว
“ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงรูปร่างสินะ” น้ำหนึ่งถามขึ้น พลางมองไปยังบอลน้ำที่เธอควบคุมให้มันลอยมาอยู่เบื้องหน้าเธอ ภายในบอลน้ำนั้นมีเหล่าตะขาบตัวเล็กตัวน้อยลอยอยู่มากมาย
“เ้ารู้ได้ยังไงกัน!!” เสียงของวรนาถดังออกมาจากบอลน้ำดังกล่าว
“เหอะ หนูไม่คิดว่าเอไอในดันเจี้ยนระดับจีจะมีพลังถึงขนาดควบคุมเสียงให้ก้องไปทั่วในระยะกว่าหลายร้อยเมตรได้หรอกนะ”
ั้แ่ครั้งแรกที่ได้ยินเสียงของอีกฝ่าย น้ำหนึ่งก็เอะใจมาตลอด เธอเข้าดันเจี้ยนสตูดิโอมามากมาย ถึงแม้ว่าที่นี่จะแตกต่างกว่าที่อื่นอยู่มากแต่พื้นฐานของดันเจี้ยนนั้นเหมือนกัน ก็คือความสามารถของเอไอที่ถูกสร้างให้กับเหล่าผู้มีวิชา
ดันเจี้ยนระดับจีที่ไหนกันที่มอนสเตอร์ในนั้นที่สามารถใช้พลังเสียงได้ถึงขนาดส่งไปที่ไหนก็ได้ในระยะไกล ไม่มีหรอกและเธอก็ไม่เชื่อในสิ่งที่อีกฝ่ายพูดมาั้แ่แรกด้วยว่ามีความสามารถแค่ควบคุมตะขาบเพียงอย่างเดียว
เธอสังเกตมาสักระยะแล้วว่าเสียงที่มารตนนี้พูดออกมา แม้จะดูเหมือนว่ามันดังก้องไปทั่วบริเวณ แต่จริงๆ แล้วเสียงที่เธอได้ยินดังมาจากพื้นดินใกล้ๆ มันดังมาจากฝูงของตะขาบนั่นเอง หญิงสาวจึงคิดว่าอีกฝ่ายต้องมีความสามารถในการแปลกร่างแน่ๆ
ซึ่งความจริงแล้วก็เป็ไปตามอย่างที่น้ำหนึ่งวิเคราะห์ไว้จริงๆ เพราะความสามารถของวรนาถนั่นก็คือมนตราตะขาบที่นอกจากจะทำให้เธอสามารถควบคุมตะขาบได้แล้ว ยังทำให้เธอสามารถแปลกร่างเป็ฝูงตะขาบตัวเล็กๆ มากมายได้อีกโดยวิชานี้ เป็วิชาที่เธอคิดค้นขึ้นมาแต่ก่อนสมัยหนีจากการไล่ล่าของมนุษย์ที่้ากวาดล้างเผ่ามาร
“นังหนูเ้าชนะแล้ว”
วรนาถเอ่ยขึ้นพร้อมกับแปลงร่างกายไปเป็ร่างของหญิงวัยกลางคนดังเดิม เธอยิ้มให้กับหญิงสาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของเธอ เพราะว่าไม่ได้มีพลังอะไรนอกจากสองอย่างนี้ หากอีกฝ่ายสามารถจับเธอได้ ก็เท่ากับว่าเธอได้รับความพ่ายแพ้แล้ว
ฉึก!
พลองที่มีน้ำในรูปของมีดแทงเข้าที่กลางอกของเธออย่างรุนแรง ก่อนที่เสียงหุ่นยนต์จะดังขึ้นก้องไปทั่วดันเจี้ยนและในร้านของมิน
[เพลเยอร์ ทิพย์ธารา จรรยาธนากร พิชิตดันเจี้ยนทุ่งราบแห่งวรนาถได้สำเร็จ]
[เพลเยอร์ ทิพย์ธารา จรรยาธนากร พิชิตดันเจี้ยนทุ่งราบแห่งวรนาถได้สำเร็จ]
[เพลเยอร์ ทิพย์ธารา จรรยาธนากร พิชิตดันเจี้ยนทุ่งราบแห่งวรนาถได้สำเร็จ]
เสียงประกาศดังขึ้นสามครั้งก่อนจะหายไป แต่เสียงที่ดังขึ้นในหัวของน้ำหนึ่งไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น
[ท่านได้รับฉายา เดอะเฟิร์สคองเกอเรอร์]
รายละเอียด: ฉายานี้มอบให้แก่เพลเยอร์คนแรกที่สามารถพิชิตดันเจี้ยนแห่งออตเทอเรียได้สำเร็จ
เอฟเฟค: ได้รับพลังชีวิตเพิ่ม 20% หลังจากจัดการมอนสเตอร์ในทุกดันเจี้ยน
เอฟเฟคพิเศษ: ลดความเสียหาย 10% เมื่อท่านต่อสู้กับ NPC ตระกูลเจนกิ้นส์
____________________________________
สวัสดีค่า ไรท์เตอร์นะคะ
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนิยายเื่นี้นะคะ
ถ้าหากมีคำพิมพ์ตกหรือคำผิด สามารถคอมเม้นบอกได้นะคะ
ขอบคุณที่กดไลค์และคอมเม้นนะคะ
ไว้เจอกันใหม่ ตอนหน้าค่ะ
สวัสดีค่า