บนรถประจำทางที่กำลังวิ่งเข้าสู่อำเภอเมือง
ณรัชต์กำลังเลื่อนสายตาอ่านจดหมายจากเพนเฟรนด์ที่ส่งมา
เพื่อนทางจดหมายหรือที่เรียกกันว่าเพนเฟรนด์ เขาไม่รู้ว่าฮิตกันมาั้แ่เมื่อใหร่ เพราะตอนเขาเข้ามอหนึ่งมาก็เจอกับกระแสนี้ที่โรงเรียนแล้ว
โรงเรียนมัธยมของเขาเป็โรงเรียนใหญ่ มีชื่อเสียงในระดับระดับภาค จดหมายจึงส่งมามากเป็พิเศษ เพราะที่อยู่หาง่ายล่ะมั้ง โรงเรียนในจังหวัดใกล้เคียงที่คิดไม่ออกว่าจะส่งจดหมายไปโรงเรียนไหนดี ก็เลยส่งมาที่โรงเรียนเขา
่เวลาเช้าหลังเลิกแถวหน้าเสาธง หัวหน้าห้องจะไปเอาจดหมายที่ส่งมาถึงที่อยู่ ที่โรงเรียน มาแจกจ่ายให้เพื่อนในชั้น
การเขียนจดหมายหาเพนเฟรนด์ จ่าหน้าซองส่วนใหญ่จะเขียนถึงคนเลขที่เดียวกันในห้อง/ทับเดียวกัน ฉบับแรก ๆ จะทักทาย แนะนำตัว ก็ว่าไป ตอบจดหมายกันไปมาซักรอบสองรอบ ก็เปลี่ยนไปใช้ที่อยู่บ้านตัวเอง แทนการจ่าหน้าซองมาส่งที่โรงเรียน
คงเพราะหลังๆ เวลาหัวหน้าห้องเอาจดหมายมาส่งให้ใคร คนนั้นมักถูกทั้งห้องล้อให้เป็ที่สนุกสนาน
แรก ๆ ณรัชต์ได้จดหมายจากเพนเฟรนด์หลายคนที่เขียนมาทักทายทำความรู้จัก เขาก็ตอบไปมาทุกคน
แต่ซักพักคนตอบกลับก็ค่อย ๆ หายไปทีละคนทีละคน จนสุดท้ายเหลือเพียงคนเดียว ที่ยังเขียนจดหมายติดต่อกันเรื่อยมาจนถึงตอนนี้ พอเขาในตอนนี้มาคิดดูดี ๆ ก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเพนเฟรนด์ของเขาถึงค่อย ๆ หายไป
ผู้หญิง จะมีใครทนฟังผู้ชายขี้โม้ได้ล่ะ เขียนตอบจดหมายกัน สามหน้า สี่หน้า โม้แต่เื่ตัวเอง แทนที่เล่าถึงเื่ราวดีๆ ต่าง ๆ รอบตัวเหมือนอีกฝ่าย เขารู้สึกอายตัวเองสมัยก่อนจริงๆ
หยิบรูปในซองจดหมายที่พี่สาวของเขาให้นิยามว่า ไฉไลทีเดียว ขึ้นมาดู
หญิงสาว หน้านวล ผิวขาวตามเชื้อสายภูไท ใส่ชุดพื้นเมืองสาวภูไทตามที่บอกในจดหมาย ไม่ได้บอกไว้ว่าใส่ในงานอะไร เขาคิดว่าน่าจะเป็งานนมัสการองค์พระธาตุพนม ่ต้นปี
สงสัยนิด ๆ แฮะ หญิงสาวในรูป ทนอ่านจดหมายไอ้หนุ่มขี้โม้ได้ยังไง จะมีแอบเบ้ปาก หรือทำหน้าเหม็นเบื่อเวลาอ่านบ้างหรือเปล่า
พูดถึงเพนเฟรนด์แล้วอดนึกถึงเต้ไม่ได้ น่าสงสารที่มันไม่เคยมี่ชีวิตที่หอมหวนจากการเขียนจดหมายคุยกับสาว ๆ
ใครใช้ให้มันชื่อจริงว่าอดิศักดิ์ล่ะ ชื่อขึ้นต้นด้วย อ อ่างแบบนั้น ก็ต้องได้เลขที่ลำดับท้ายๆห้องสิ แล้วโรงรียนอื่นเขาไม่ค่อยมีการยัดนักเรียนถึงห้องละห้าสิบกว่าคนหรอก การจะหานักเรียนเลขที่ 51 เขียนมาหาจึงเป็ศูนย์
ณรัชย์กับเพื่อนทางจดหมาย ขาดการติดต่อกันไปหลังจบชั้นมอหก
ชีวิตใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัยมีอะไรแปลกใหม่จนเขาลืมเพนเฟรนด์ไป คงเพราะไม่มีที่อยู่ใหม่ของกันและกันด้วยล่ะ เพราะเขาอยู่หอพักแทบตลอดปีไม่ได้กลับบ้าน ส่วนจดหมายที่ส่งไปที่บ้าน พอไม่มีการตอบกลับอีกฝ่ายก็คงเงียบหายไป
ว่าไปก็น่าเสียดาย มิตรภาพหกปีผ่านตัวอักษร
่เย็นหลังเลิกเรียนวันหนึ่ง ณรัชต์ เดินผิวปากออกจากไปรษณีย์พร้อมเอกสารตอบรับและหลักฐานการเปิดบัญชีเพื่อซื้อขายหุ้น
ขณะจะผ่านหน้าร้านเทปร้านใหญ่ของจังหวัด ก็มีเสียงกรี๊ด กร๊าด จากเด็กผู้หญิงกลุ่มหนึ่งราวสิบคน
ดูจากชุดนักเรียนกับชุดพละหลายหลาก แสดงว่าต่างมาจากคนละโรงเรียน
“กรี๊ดด พี่ปีเตอร์ พี่ปีเตอร์”
“กรี๊ด กรี๊ด”
ฟังจากเสียงกรี๊ด นักร้องหนุ่มน่าจะมาเวียนโปรโมทอัลบั้มตามร้านจัดจำหน่าย
ณรัชต์หยุดเดิน หันไปมองทางร้านเทป ประจวบกับเหมือนว่ากิจกรรมในร้านเสร็จพอดี กลุ่มเด็กผู้หญิงจึงค่อย ๆ ทยอยกันเข้าไปขอถ่ายรูป ดูเหมือนจะออกันเข้าไปเบียดข้าง ๆ นักร้องดังกันหมด เกี่ยงกันให้อีกฝ่ายถ่ายรูปให้
ในกลุ่มเด็กสาวที่พยายามเบียดกันไปยืนข้าง ๆนักร้องหนุ่ม มีเด็กผู้หญิงหน้าตาดีคนนึงหันมาทางเขาพอดี
ดูจากชุดเป็เด็กโรงเรียนเขา จากปกเสื้อคงเป็รุ่นน้องมอสี่
“พี่คะ พี่คะ ช่วยถ่ายรูปให้หน่อยค่ะ” เสียงจากรุ่นน้องคนนั้นถือโอกาสขอร้องทันที
ณรัชต์จึงจำเป็ต้องเดินเข้าไปที่หน้าร้านด้านในเพื่อช่วยถ่ายรูปให้ ยื่นมือรับกล้องจากรุ่นน้องคนนั้น
พอเห็นมีคนจะถ่ายรูปให้ เสียงพี่คะ พี่คะ ก็ตามมาอีกหลายเสียง มีทั้งรุ่นน้องจริง ๆ กับรุ่นน้องมั่วนิ่มแจมมาด้วย
สรุปคือ กล้องหนึ่งถ่ายเสร็จ ก็ต้องหยิบกล้องสองมาถ่ายต่อ ตามด้วยกล้องสาม สี่ ห้า หก ที่ห้อยไว้รอเปลี่ยนอยู่ที่คอ และคล้องไหล่และแขนพะรุงพะรัง
มีกล้องนึง ฟิล์มหมดม้วนพอดี เสียงและอาการสั่นของกล้องจากการกรอฟิล์มกลับอัตโนมัติทำเอาเขาใ เกือบทำกล้องหลุดมือ
ลืมไปเลยนะเนี่ยว่ามีแบบนี้อยู่ เพราะ่ชีวิตที่แล้ว กว่าเขาจะมีกล้องเป็ของตัวเองก็เป็ยุคกล้องดิจิตอลไปหมดแล้ว
พอนักร้องดังออกจากร้านเดินขึ้นรถตู้ไปกับทีมงาน เหล่าเด็กสาวก็รุมล้อมเข้ามาขอบคุณเขาที่ช่วยถ่ายรูปให้
แหม ให้ความรู้สึกดีจังแฮะ เด็กสาวรุมล้อมเนี่ย
รุ่นน้องโรงเรียนคนแรกที่ชี้เป้า เดินมาประชิด ชี้นิ้วไปที่กล้องตัวแรกที่คล้องคอเขาอยู่
เพราะั้แ่ถ่ายรูปเสร็จเขาก็คล้องคอไว้ เพื่อเปลี่ยนไปถ่ายกล้องอื่น
ณรัชต์รีบถอดกล้องออกมาคืนให้
ลืมเลย อายเด็กมันจัง...
ราคาในตลาดหุ้นของ บริษัทประกันภัย F ตอนนี้ ราคาแกว่งไปมาที่่ 19 ถึง 20 บาท ต่อหนึ่งหุ้น
ณรัชต์ ซื้อไปหนึ่งพันหุ้นเงินในบัญชีซื้อขายของเขาก็หมด
เฮ้อ... ทุนน้อยนี่มันไม่ดีเลยจริงๆ
เขาจำไม่ได้ชัด ๆ ว่าบริษัทลงทุนต่างชาติจะยื่นคำเสนอซื้อบริษัทประกันภัย F ต่อตลาดหุ้นเมื่อไหร่ แต่คิดว่าน่าจะภายใน อาทิตย์นี้
"เชี่ยวิทย์ ห้าม วัน-ทู สิวะ ไม่เอา ไม่เอา ลูกนี้ไม่นับ"
เสียงโวยวายจากเต้ที่กำลังนั่งเล่นเกมส์ฟุตบอลกับวิทย์ในบ่ายวันหนึ่ง และโดนวิทย์ทำประตูได้จากการชิ่งบอลทะลุช่องไปยิงประตูซึ่งเป็การบุกทำประตูที่เป็จุดอ่อนของเกมที่คู่แข่งยากจะป้องกัน
ส่วนณรัชต์ รอเปลี่ยนตัวกับคนแพ้อยู่ที่ด้านหลังของทั้งคู่
วันนี้เป็หยุด รด. ของโรงเรียน เขากับเต้จึงมาสิงอยู่ที่บ้านของวิทย์ ซึ่งถือเป็ฐานทัพของกลุ่มเขา
อาจสงสัยว่าทำไมพวกเขาไม่เรียน รด. สำหรับณรัชต์ เพราะตอนวันทดสอบเป็ไข้ เขาจึงไม่มีแรง และสอบสมรรถภาพร่างกายไม่ผ่านในวันคัดเลือก ส่วนวิทย์ซวยกว่า ่นั้นล้มกระดูกข้อมือหักจนต้องใส่เฝือก ทำให้เข้าสอบไม่ได้ ส่วนเต้ มันตั้งใจไม่สมัคร
เขาเปลี่ยนเข้าไปเล่นแทนเต้ที่แพ้และถูกเปลี่ยนตัวออก แต่ยังอุตส่าห์บ่นพึมพำว่าเป็เพราะจอยสองไม่ดี
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น แล้วแม่บ้านกับแม่ของวิทย์ก็ทยอยยกจานอาหารหลายจานเข้ามาในห้อง
นี่ล่ะ เหตุผลที่เขากับเต้มาประจำการที่ฐานทัพแห่งนี้บ่อย ๆ เพราะเสบียงอาหารอุดมสมบูรณ์มาก
"เด็ก ๆ ทานข้าวกันจ๊ะ"เสียงจากแม่ของวิทย์
บริษัทลงทุนต่างชาติยื่นคำเสนอซื้อหุ้น บริษัทประกันภัย F ต่อตลาดหุ้น ที่ราคาหุ้นละ 90 บาท
ณรัชต์ขายหุ้นบริษัทประกันภัย F ทันที ทำให้บัญชีซื้อขายหุ้นของเขาตอนนี้มีเงินสดทั้งหมดเป็เงิน เก้าหมื่นบาท
เขารู้สึกโล่งใจที่เหตุการณ์ต่าง ๆ ยังเป็ไปตามเดิม
โดย่ก่อนที่บริษัทลงทุนต่างชาติ จะแจ้งต่อตลาดหุ้นเพื่อขอเสนอซื้อหุ้น บริษัทประกันภัย F นั้น ราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้นของบริษัทประกันภัย F ไม่มีการเปลี่ยแปลงที่ผิดปกติเลย จนเขาวิตกว่าเหตุการณ์จะไม่่เป็ไปตามเดิม
นั่นแสดงให้เห็นว่าทั้งผู้บริหาร บริษัทประกันภัย F และ บริษัทลงทุนต่างชาติ ต่างมีธรรมมาภิบาลสูงมาก
ซึ่งโดยทั่วไปในตลาดหุ้น ใน่ชีวิตก่อนของเขา หลายครั้งก่อนที่ข่าวดีของหุ้นตัวใดตัวหนึ่งจะออกมา จะมีการซื้อขายหุ้นกันมากกว่าปกติ จนราคาขยับขึ้นไปสูงแล้ว
นั่นเป็เพราะมีคนใช้ข้อมูลภายในมาใช้ในการซื้อขายก่อนเอาเปรียบคนอื่นนั่นเอง ซึ่งในต่างประเทศจะถือว่าผิดกฏหมาย และมีโทษหนัก ส่วนตลาดหุ้นบ้านเรา เขาไม่รู้ว่ามีกฏหมายแบบนั้นหรือเปล่า
วันนี้เขาฉลองภารกิจแรกสำเร็จด้วยการซื้อไก่ทอด เดินแจกน้องหมาที่อาศัยอยู่ในโรงเรียน
ถ้าถามคนทั่วไปว่าวิกฤติต้มยำกุ้งคือตอนไหน ทุกคนจะตอบว่า ปี 2540
แต่ถ้าถามคนในตลาดหุ้น เขาจะตอบว่าปี 2537
เพราะในตลาดหุ้นวิกฤติเกิดขึ้นล่วงหน้าแล้ว
ดังที่เคยมีคนกล่าวไว้ว่า การเคลื่อนไหวใหญ่ ๆ ของตลาดหุ้นในประเทศใดๆ เป็ตัวสะท้อนอนาคตของประเทศนั้นล่วงหน้า
เพราะยังผ่านวิกฤติต้มยำกุ้งมาไม่นานเท่าไหร่ ตลาดหุ้นตอนนี้จึงยังเงียบเหงาซบเซา เหลือแต่นักลงทุนในประเทศซื้อขายกันเองส่วนนักลงทุนต่างชาติหายไปหมดนานแล้ว
เมื่อไม่มีเงินทุนต่างชาติ หุ้นบริษัทต่าง ๆ ในตลาดหุ้นจึงมีการปรับราคาขึ้นลงกันน้อยมาก แล้วเขาจะหาผลตอบแทนดี ๆ มาทำให้เงินเขางอกเงยเร็ว ๆ ได้ยังไง
ปัญหาปวดหัวกลับมาสู่ณรัชต์อีกครั้ง
เขาจะหาหุ้นตัวไหนดี....