ไม่ทันที่ลีออนจะข้ามถนนจนพ้น ก็มีเสียงแตรรถดังมาที่ข้างหูของเขา
ทันทีที่ลีออนหันไปยังที่มาของเสียงแตร ก็เจอเขากับภาพรถตู้สีดำที่มาประชิดอยู่ตรงหน้าของเขาโดยที่ไม่มีเวลาให้เขาได้ตั่งตัว เพราะรถตู้คันนั้นขับมาด้วยความเร็วและไม่แม้แต่จะเหยียบเบรกเลย จนชนเข้ากับลีออน
“ตึงงงง”
เสียงดังที่เกิดจากการที่รถตู้ปะทะกับร่างกายมนุษย์ดังขึ้น จนเห็นร่างของลีออนลอยกระเด็นไปไกล แต่ภาพที่คนทั่วไปไม่คิดจะได้เห็นคือรถตู้ที่ไม่แม้แต่จะชะลอความเร็วดันผิดคว่ำเพราะแรงกระแทกที่ชนลีอนน
ด้วยแรงกระแทกที่ลีออนได้รับ ทำให้ร่างของลีออนที่ตกถึงพื้นสร้างรอยร้าวให้แก่ถนน จนคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างมองเขาด้วยความเป็ห่วง แต่อยู่ๆ ลีออนก็ยืนลุกขึ้นทันที เขาไม่มีอาการโอดโอยหรือส่งเสียงร้องของความเ็ปออกมาเลย แต่กลับแสดงสีหน้าน่ากลัวออกมาแทน ทำให้หญิงชราที่กำลังจะโทรเรียกรถพยาบาลหยุดชะงักลง
ลีออนในตอนนี้ได้ลืมความรู้สึกเจ็บไปอย่างสิ้นเชิง เขาเหลือแต่ความโมโหที่เกิดจากการโดนชนบนทางม้าลายมาแทนที่
“ไม่เห็นว่าเป็ทางม้าลายหรือไงวะ”
เสียงะโของเขาดังออกมาด้วยความโมโห พร้อมกับเดินไปยังรถตู้ที่พลิกคว่ำอยู่ จนประตูของฝั่งคนขับแนบชิดกับพื้นถนน และด้านหน้าของรถตู้ที่พังยับเยิน
ไม่ทันที่ลีออนจะเดินถึงรถตู้ดี แต่เป็อินที่เดินไปถึงรถตู้คันนั้นก่อน เขาปีนขึ้นไปบนรถตู้คันนั้นและกระทืบไปที่ประตูด้วยความโมโหไปหลายที ก่อนที่จะก้มตัวลงเพื่อจะเปิดประตูทางด้านข้างเพื่อเอาเื่กับคนขับ
“ปังงง”
ไม่ทันที่อินจะได้เปิดประตู เสียงะเิที่ผลักประตูรถตู้ให้กระเด็นออกไปพร้อมกับสี่เหลี่ยมก็ดังขึ้น พร้อมกับมีชายแก่หัวโล้นที่ปีนออกมาด้วยสีหน้าที่แตกตื่นก่อนจะรีบะโลงมาจากรถตู้และวิ่งหนีไป
ลีออนที่เห็นชายแก่นั้นก็มองไปมาระหว่างชายแก่กับอิน ก่อนที่เขาจะตัดสินใจที่จะวิ่งไปทางที่อินกระเด็นไปเพื่อจะไปดูเพื่อนของเขาก่อน แต่ไม่ทันที่ลีออนจะเดินไปถึงกลับมีเสียงของอินะโออกมาแทน
“ฉันไม่เป็ไร นายตามไปก่อนเลย”
ขณะที่อินะโบอกเพื่อนของเขา ก็ยังมีชายในชุดสูทสีดำปีนออกมาจากรถตู้อีกสองคน และวิ่งตามชายแก่ไป พร้อมกับลีออนที่วิ่งตามชายชุดสูทพวกนั้นไปตามคำพูดของอินด้วยความโมโห
อินที่ลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล ก็ถูกคนแถวนั้นมาช่วยประคองตัว เพราะเห็นได้ชัดว่าอินมีสีหน้าที่รู้สึกเจ็บไม่น้อย ก่อนที่อินจะขอบคุณพวกเขาไปและชูบัตรเ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนให้พวกเขาดู และตัดสินใจเข้าไปตรวจสอบรถตู้คันนั้น เพราะภาพของชายแก่และชายชุดสูทที่วิ่งหนีไปนั้น สร้างความสับสนให้เขามาก
“ตึง ตึงงงง”
อยู่ดีๆ ก็มีเสียงจากแรงกระแทกออกมาจากรถตู้คันนั้นอีก พร้อมกับประตูทางด้านท้ายและประตูทางด้านข้างที่กระเด็นออกจากตัวรถ ทำให้ผู้คนมากมายที่ลงมาดูสถานการณ์เพราะการจราจรติดขัดนั้นก็ใตามๆ กัน
เหล่าชายชุดสูทสีดำอีกกลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากรถตู้ พวกเขาต่างใช้มือจัดแต่งชุดของตัวเองที่ยับและเสียหายจากเหตุรถคว่ำ หนึ่งในชายชุดสูทได้หยิบเครื่องสื่อสารบางอย่างสวมไปที่หูของเขาก่อนที่จะ พยายามติดต่อใครบางคน
ไม่ทันที่อินจะได้ตัดสินใจทำอะไร อยู่ดีๆ ก็มีเสียงหวอฉุกเฉินจากรถและมอเตอร์ไซค์ ของหน่วยบริการประชาชน จำนวนมากดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
“เราหนีไม่ทันแล้วครับ”
หนึ่งในชายชุดสูทได้หันไปพูดกับชายที่สวมเครื่องสื่อสารอยู่ ซึ่งดูเหมือนจะเป็หัวหน้าของพวกเขา
“คงได้แต่ต้องฝ่าออกไป ถ้ามีใครโดนจับได้อย่าพูดอะไรให้พวกมันฟังละ เข้าใจไหม”
เมื่อหัวหน้าของพวกเขาสั่งออกมา ชายในชุดสูททั้งห้าคนก็ได้หยิบแคปซูลบางอย่างใส่ปากของพวกเขา ก่อนจะปล่อยวิเศษออกมาจากฝ่ามือเพื่อเตรียมเขาปะทะกับหน่วยบริการประชาชน จนทำให้ผู้คนที่เห็นอย่างนั้นแตกตื่นและรีบถอยห่างกันไป ปล่อยให้รถของหน่วยบริการประชาชนที่ลอยเหนือรถของประชาชนทั่วไปมาปิดล้อมสถานที่ไว้
“ก่อนอื่นเราจับไอ้หมอนี้เป็ตัวประกัน…..”
หนึ่งในชายชุดสูทที่เห็นจำนวนของเ้าหน้าที่ก็ได้เสนอแผนของเขาออกมา พร้อมกับชี้ไปทางที่อินยืนอยู่ แต่เมื่อเขาหันไปทางอินก็ไม่เจอชายหนุ่มที่เคยอยู่ใกล้ที่สุด และหวังจะจับเป็ตัวประกันแล้ว
“หยุดนะอย่าขยับ”
เ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชนจำนวนมากที่เดินทางมาถึงก็รีบลงจากรถ และได้ชี้ปืนรูปทรงสี่เหลี่ยมยาวประมาณ1เมตรใส่กลุ่มของชายชุดสูทพวกนั้น พร้อมกันกลับรถของหน่วยบริการประชาชนที่เริ่มขับมาจอดล้อมกลุ่มชายชุดสูทพวกนั้นเพิ่มอีกเรื่อยจนเสียงไซเรนดังไปทั่วบริเวณ พร้อมกับนิคาซิโอ้ที่เดินออกมาจากกลุ่มของเ้าหน้าที่หน่วยบริการประชาชน
“พวกนายนี้ก่อเหตุลักพาตัวได้ถูกวันจริงๆ นะ ฉันกำลังหาที่ระบายอารมณ์กับความอับอายที่พึ่งได้รับมาอยู่พอดีเลย”
ทันทีที่นิคาซิโอ้เดินออกมา ของเหลวสีทองก็ลอยออกมาจากกระเป๋ากางเกงของเขา และแปรงเป็หอกสีทองจำนวนมากลอยอยู่บนอากาศ เพียงแค่นิคาสิโอ้ยืนมือไปยังกลุ่มของชายชุดสูท หอกสีทองเ่าั้ก็พุงเขาไปหาคนพวกนั้นทันที
ทั้งห้าคนรีบใช้วิเศษในมือของตนเอง ปัดป้องหอกพวกนั้นที่พุ่งมา แต่ทันทีที่หอกพวกนั้นปะทะเขากับวิเศษของพวกเขามันก็กระเด็นออกไปก่อนที่จะพุ่งกลับมาโจมตีพวกเขาใหม่อีกครั้ง
ชายทั้ง5คนนั้นไม่สามารถป้องกันหอกสีทองจำนวนมากที่พุ่งไปมาได้เลย เมื่อโดนหอกสีทองพุ่งชนพวกเขาก็ร้องออกมาด้วยความเ็ป ก่อนที่หอกสีทองมันจะเปลี่ยนรูปทรงของตัวเองและตึงพวกเขาให้ติดอยู่กับพื้นและเริ่มเสียท่าไปทีละคน ทีละคน จนเหลือแต่คนที่เป็หัวหน้า
หัวหน้าของทั้งห้าคนนั้นตัดสินใจหยิบแคปซูลที่กินไปก่อนหน้าขึ้นมาอีกจากในเสื้อของเขาก่อนจะกลืนมันลงไปทั้งกำมือ และะเิวิเศษมหาศาลออกมาจนตัวเขาลุกไหม้กลายเป็ไฟลุกอยู่ทั้งตัว และปัดให้หอกสีทองมากมายกระเด็นไป
เขาที่ร่างลุกเป็ไฟก็หันไปมองยังนิคาซิโอ้ และค่อยๆ เดินเข้าไปหานิคาซิโอ้อย่างน่ากลัว
แต่นิคาซิโอไม่ได้ดูกลัวเขาอย่างที่คิดเลย นิคาซิโอ้กลับส่งสายตาเหยียดหยันให้แก่ชายที่ร่างลุกเป็ไฟแทน ก่อนที่ด้านหลังของชายที่ร่างลุกเป็ไฟ จะมีก้อนทรงกลมสีทองขนาดใหญ่ที่เกิดจากหอกสีทองเ่าั้พุ่งมารวมตัวกัน
ก้อนทรงกลมนั้นค่อยๆ ขยายตัวเองแพร่ออกไปก่อนที่จะรวบร่างของชายที่ลุกเป็ไฟไปอยู่ในตัวของมันอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว และเด้งขึ้นลงกระแทกพื้นไปมาอย่างรุนแรงพร้อมกับเสียงร้องที่ดังออกมาจากภายในก้อนทรงกลมนั้น
จนเมื่อมันหยุดเด้งลง มันก็คายร่างของชายคนนั้นที่หมดสติไปแล้วออกมา
กลางดึก ณ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ในเขตบีบีแห่งรัฐฟิฟตี้ ในค่ำคืนที่ควรจะเงียบสงัด กลับมีเสียงของลมที่พัดแรงกว่าปกติ ที่เกิดจากการฟาดดาบไปมาของเด็กหนุ่มผมยาวสีขาวทอง ที่ยังคงฝึกฝนการใช้ดาบของตัวเองอยู่
เสียงลมที่เกิดจากการฟันดาบนั้น ยังคงดังยาวนานไปสักพักก่อนจะหยุดลง พร้อมกับเด็กหนุ่มผมขาวที่ทรุดตัวลงไปด้วยความเหนื่อยล้า เสียงหอบหายใจที่รุนแรงยังคงถูกปล่อยออกมาจากปากของเขาไม่หยุด เขาทิ้งตัวลงปล่อยให้ตัวเองนอนอยู่ที่พื้นอย่างนั้น เพื่อรอพละกำลังของเขาให้ฟื้นกลับมา แต่ไม่ทันที่เสียงหอบของเขาจะหยุดดี กลับมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้น
“ช่วยด้วย ช่วยด้วยยยยยย”
ชายแก่หัวโล้นที่วิ่งมาด้วยความทุลักทุเล พร้อมกับะโร้องขอความช่วยเหลือตลอดทั้งทาง ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังนอนหมดแรงอยู่ที่พื้นรีบลุกขึ้นมาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เมื่อฟินน์ลุกขึ้นมาก็ได้สบตาเขากับเ้าของเสียงที่ขอความช่วยเหลือ สายตาของชายแก่ดูมีความหวังขึ้นอย่างมาก เมื่อเห็นฟินน์
“พ่อหนุ่มรีบติดต่อหน่วยบริการประชาชนเร็ว”
ชายแก่ะโบอกฟินน์ที่ยืนอยู่ห่างออกไป พร้อมกับรีบวิ่งออกห่างจากเขา เหมือนไม่อยากให้เขาเดือดร้อนไปด้วย ฟินน์ไม่รอช้าเขารีบหยิบเครื่องมือสือสารของเขาออกมาเพื่อจะติดต่อไปยังหน่วย พร้อมกับรีบวิ่งตามชายแก่คนนั้นไป
“จะ….จะตามมาทำไมกันลุงบอกให้เรียกหน่วยบริการประชาชนไง”
ชายแก่อุทานขึ้นมาด้วยความใพร้อมกับย้ำให้ฟินน์ที่วิ่งตามมานั้นเรียกหน่วยบริการประชาชน ในขณะที่เขาวิ่งไปด้วย
“ผมติดต่อไปให้แล้วครับคุณลุง คุณลุงมีอะไรก็ให้ผมช่วยเถอะครับ ผมก็เป็หน่วยบริการประชาชนเหมือนกันครับ”
ฟินน์พูดขึ้นพร้อมกับยิ้มให้กับคุณลุงที่กำลังวิ่งหนีอย่างร้อนรนอยู่ตรงหน้าเขา เพื่อแสดงความเป็มิตร แต่ชายแก่คนนั้นก็ยังวิ่งต่อไปโดยไม่สนใจเลย ฟินน์ที่เห็นอย่างนั้นเลยรีบหยิบปลอกแขนสีเขียวของหน่วยบริการประชาชนขึ้นมาใส่ เพื่อยืนยันตัวตนของเขา
“ช่างเป็คนนิสัยดีอะไรขนาดนี้….แต่ไม่ต้องมันอันตรายเกินไป ชั้นหมายถึงให้ตามพวกมืออาชีพไม่ใช่เ้าหน้าที่ฝึกหัดแบบเธอ”
ชายแก่รีบเร่งความเร็วของตัวเองขึ้นไปอีก เพื่อทิ้งห่างชายหนุ่ม เพราะเป็ห่วงความปลอดภัยของเขา
แต่ความเร็วในการวิ่งของชายแก่นั้นไม่สามารถทิ้งระยะห่างจากฟินน์ได้เลย ฟินน์ยังคงวิ่งตามเขาด้วยสายตาที่มุ่งมั่นอยากจะช่วยเหลือเขา ชายแก่ที่ไม่รู้ว่าวิ่งหนีมานานเท่าไรแล้วนั้นก็เริ่มหมดแรงของเขาลง และเสียงหายใจของเขาก็เริ่มติดขัด จนชายแก่ที่เห็นว่าตัวเองไม่ไหวแล้วก็หยุดลง
“ก็ได้ก็ได้ ช่วยแบกลุงวิ่งหนีต่อที ลุงวิ่งไม่ไหวแล้ว”
ทันทีที่ชายแก่พูดจบ ฟินน์ที่รอโอกาศนี้อยู่นานก็ได้หันหลังให้ชายแก่โน้มตัวมาที่ตน ก่อนที่จะใช้แผ่นหลังยกชายแก่ขึ้นและจัดให้อยู่ในท่าทีที่แบกชายแก่ไว้ข้างหลัง พร้อมกับวิ่งไปข้างหน้า
“คุณลุงจะให้ผมวิ่งไปทางไหนครับ”
“วิ่งไปเรื่อยๆ เลยพ่อหนุ่ม วิ่งไปจนกว่าจะเจอจุดที่ปลอดภัยก็พอ”
เมื่อฟินน์ได้ยินอย่างนั้นเขาจึงวิ่งต่อไปเรื่อยๆ
หลังจากที่ฟินน์วิ่งมาได้สักพัก เขาก็ได้พาชายแก่วิ่งจนมาถึงหน้ามินิมาร์ทที่มีแสงไฟสว่างไสว และคนเดินเข้าออก
“ผมว่าที่นี่น่าจะปลอดภัยพอให้เรารอความช่วยเหลือจากหน่วยบริการประชาชนแล้วนะครับ”
ฟินน์พูดขึ้นก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวลงเพื่อให้ชายแก่ได้ลงจากหลังของเขา และประคองให้นั่งไปที่โต็ะนั่งที่มินิมาร์ทจัดไว้ด้านหน้า
“ขอบคุณมากนะพ่อหนุ่ม ถ้าไม่ได้เธอไม่รู้ว่าจะหนีมาได้ไกลขนาดนี้ไหม”
“คุณลุงหนีใครอยู่แล้วครับ พวกเราวิ่งมาตั้งไกลแล้วยังไม่เห็นมีใครตามมาเลย”
ฟินน์เริ่มถามรายละเอียดกับชายแก่ที่เขาเพิ่งช่วยเหลือไว้ เพราะระหว่างทางที่วิ่งมานั้นเขาไม่เห็นร่องรอยของใครที่กำลังไล่ตามอยู่เลย
“ลุงก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าพวกมันเป็ใคร แต่คงจะเป็คนที่ลุงหนีอยู่…แต่ไม่คิดเลยว่านานขนาดนี้มันจะยังจำลุงได้ พวกมันลักพาตัวลุงเข้าไปในรถตู้ของพวกมัน จะบอกว่าโชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่รู้ ที่ระหว่างทางมันดันขับไปชนฮิวมอนเข้า ทำให้รถมันพลิกคว่ำลุงเลยรีบฉวยโอกาสหนีออกมาได้”
เมื่อฟินน์ได้ฟังเื่ของชายแก่แล้ว เขายังคงยืนด้วยท่าทางครุ่นคิดอยู่ด้านหน้ามินิมาร์ท เพราะเขารู้สึกติดใจกับคำว่าฮิวมอนที่โดนชนนั้น
“เออ… คือว่าดูเหมือนกำลังเหนื่อยๆ กันอยู่นะครับ สนใจรับเครื่องดื่มอะไรไหมครับ”
โยชิพนักงานของร้านมินิมาร์ทที่เห็นว่าทั่งคู่วิ่งมาเหนื่อยๆ ก็เลยพูดถามชายหนุ่มกับชายแก่ที่กำลังยืนคุยกันอยู่ตรงหน้ามินิมาร์ทออกมา แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับจากพวกเขาเลย ภาพที่โยชิเห็นกลับเป็ภาพที่ชายหนุ่มและชายแก่คนนั้น ยืนมองไปที่ข้างหลังของเขาด้วยสีหน้าใแทน
“มีอะไรหรือเปล่าครับ”
โยชิค่อยๆ หันกลับไปมองข้างหลัง ก่อนจะเห็นชายร่างใหญ่ท่าทางน่ากลัวกำลังง้างหมัดที่มีวิเศษกระจายอยู่ทั่วหมัด และต่อยลงมาที่เขา