“ความลำบากลำบนที่เธอพูดมานั้น มันไม่เกี่ยวอะไรกับฉันเลยสักนิด”
“ทำไมจะไม่เกี่ยวล่ะ ถ้าหากคุณไม่ใจร้ายใจดำขนาดนี้ฉันก็คงไม่ต้องมาเดือดร้อนอยู่แบบนี้หรอก”
“ช่วยไม่ได้ ก็เธออยากเข้ามายุ่งเอง ไม่ต้องมาพูดกันมากแล้ว ฉันบอกให้เธอกลับไปเดี๋ยวนี้”
เขาเอาแต่ตวาดไล่เธออยู่ซ้ำๆซากๆ แบบไม่ยอมฟังอะไรเลยจริงๆ
“จะให้ฉันไปไหนล่ะ อีกไม่นานก็จะมืดแล้วฉันคงกลับกรุงเทพตอนนี้ไม่ทันหรอก เว้นเสียแต่ว่า คุณจะไปกับฉัน”
พิชชาภัสร์พยายามที่จะวกเข้าสู่จุดมุ่งหมายของตัวเองให้สำเร็จให้จงได้เพื่อหวังโบนัสก้อนโตจากผู้เป็พี่เขย
“ไม่มีทาง”
อีตานั้นกล่าวเสียงห้วนตามที่ถนัด แล้วก็เข้าไปเปิดประตูรั้ว ทำท่าว่าจะหนีเข้าไปในบ้าน มันทำให้พิชชาภัสร์ต้องรีบคิดหาวิธีไม่ให้เขาหนีเธอไปได้พ้นทันที
“โอ๊ย คุณ ช่วยฉันด้วย”
เธอแกล้งร้องออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหย จนสะดุดหูของชายหนุ่มให้ต้องหันมามอง
“นั้นเธอเป็อะไรไป”
เขาถามอย่างแปลกใจเมื่อเห็นร่างของหญิงสาวซวนเซเหมือนจะล้มลง
“โอ๊ย ฉันคงกำลังจะเป็ลม เพราะอดข้าวอดน้ำและยืนตากแดดมาตั้งนาน”
ว่าแล้วร่างของหญิงสาวก็ทำท่าจะทรุดฮวบลงไปจริงๆ จนทำให้ชายหนุ่มทนดูไม่ได้ เขารีบวิ่งเข้าไปประคองร่างของเธอเอาไว้ได้ทันก่อนที่จะล้มลงไปกองกับพื้นดิน
“นี่เธอ เป็อะไรไป ทำใจดีดีไว้น่ะ”
เขาปลอบอย่างร้อนใจทำให้หญิงสาวอดนึกขำในใจไม่ได้ที่เขาทำท่าร้อนใจจนเกินกว่าเหตุอย่างนั้น แต่มันก็ทำให้เธอได้รู้ด้วยว่า ภายใต้ท่าทางขึงเครียดดุกร้าวไม่เป็มิตรตลอดเวลานั้น ลึกๆแล้วก็ยังมีความอ่อนโยนมีเมตตาซ่อนอยู่ภายใน
“ลุงผ่อง ลุงผ่อง มานี่หน่อยสิ”
เขาหันไปะโเรียกลุงผ่องที่บ้านอยู่ปากทาง
“มีอะไรครับคุณเดช”
ชายชราออกจากบ้านมาะโถาม
“ผู้หญิงคนนี้เป็ลม มาช่วยฉันหน่อยสิ”
เขาบอกออกไปแล้วลุงผ่องก็วิ่งมาทันที
“แกเป็ลมไปได้ไงครับ ท่าทางก็ดูออกแข็งแรงดี”
ชายชราถามขณะที่วิ่งมาถึง
“ก็อดข้าว อดน้ำและยืนตากแดดอยู่นานเกินไปนะสิ”
“ห๊ะ แม่หนูนี่นะเหรอ อดข้าวอดน้ำ”
ลุงผ่องอุทานอย่างประหลาดใจก็แกเห็นๆอยู่ว่าแม่หนูคนสวยคนนี้กินข้าวที่บ้านแกไปตั้งสองจานเมื่อไม่ถึงชั่วโมงที่ผ่านมานี่เอง
“มีอะไรหรือลุง”
เดชบดินทร์แปลกใจกับคำอุทานของชายชรา ซึ่งมันทำให้คนที่ไม่ได้เป็ลมจริงๆนั้นก็แทบจะกัดลิ้นตัวเองตายพร้อมกับต้องกลั้นใจไปด้วย กลัวว่าลุงผ่องจะพูดความจริงออกมาซึ่งถ้าเป็อย่างนั้นแผนหลอกเข้าบ้านของเธอจะต้องแตกแน่ๆไม่ได้การแล้ว...จากที่ตอนแรกแค่ทำท่าอ่อนเปลี้ยพอประมาณ คราวนี้หญิงสาวทำตัวอ่อนไปอย่างคนหมดสติจริงๆเลยทีเดียว
“นี่เธอ บ้าเอ๋ย ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้นะ”
ชายหนุ่มที่รีบกระชับแขนกอดร่างของหญิงสาวเอาไว้เพราะกลัวเธอจะร่วงลงไปกองกับพื้นพร้อมบ่นออกมาอย่างลำบากใจไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงคนนี้จึงต้องมาทนทรมานตัวเองทำอะไรอย่างนี้ด้วย มันทำให้เขาที่ไม่อยากจะสนใจนำ พาั้แ่แรก แต่ตอนนี้ก็ทนไม่ได้
“แล้วนี่เอาไงดีครับ”
ลุงผ่องเองก็ทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน
“ลุง รีบเปิดประตูรั้วก่อนเถอะ จะได้พาเข้าไปปฐมพยาบาลในบ้าน”
ชายหนุ่มบอกกับชายชราอย่างร้อนใจ ซึ่งคำสั่งนั้นของเขาก็ทำให้หญิงสาวรู้สึกโล่งใจ แอบหรี่ตาขึ้นมองก็เห็นชายชรากุลีกุจอไปเปิดประตูรั้วออก แล้วร่างของเธอก็ถูกผู้ชายหน้าเข้มจนดุอุ้มลอยขึ้นแล้วพาไปยังบ้านที่อยู่บนเนิน ในใจก็แอบคิด นี่เธอกำลังลงทุนมากเกินไปหรือเปล่า ขนาดยอมให้ใครที่ไหนก็ไม่รู้มาโอบมาอุ้มแบบแนบชิดถึงเนื้อถึงตัวอย่างนี้
เสียภาพพจน์กุลสตรีหมด
แต่ไม่ว่าจะคิดอะไรยังไงก็ตาม ร่างของเธอก็ถูกเขาอุ้มขึ้นไปจนถึงบ้าน และวางลงบนม้ายาวที่ทำเป็ขอบระเบียงไปด้วยในตัวนั้นเรียบร้อยแล้ว
“ไปเรียกป้าชบามาช่วยปฐมพยาบาลผู้หญิงคนนี้หน่อยสิ”
เสียงของเดชบดินทร์สั่งลุงผ่อง
“ยายชบาไม่อยู่ครับคุณเดช ออกไปซื้อกับข้าวที่ตลาดนัดในหมู่บ้าน”
“งั้นก็ไม่เป็ไร ฉันดูแลเขาเองก็ได้ ลุงจะไปไหนก็ไปเถอะ”
คำกล่าวนั้นของเดชบดินทร์ทำเอาพิชชาภัสร์ถึงกับใจหายวาบ ภาวนาในใจขออย่าให้ลุงผ่องไปไหนเลย เธอยังไม่อยากอยู่กับผู้ชายคนนี้เพียงตามลำพัง แต่เมื่อแอบเปิดหางตาขึ้นดูก็เห็นลุงผ่องเดินลงบันไดบ้านไปแล้ว
อยากจะเรียกลุงเอาไว้ แต่ที่ทำได้คือเม้มปากแน่น
หญิงสาวกลั้นใจรีบหลับตาปี๋เมื่อเห็นอีตาเดชบดินทร์เดินเข้ามาใกล้ จากนั้นก็รู้สึกว่าเขากำลังทำอะไรขยุกขยิกอยู่บนอกเสื้อของเธอรีบแอบหรี่ตาขึ้นดูอีกจึงได้รู้ว่าเขากำลังตั้งหน้าตั้งตาแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธออยู่นั้นเองนี่อีตาโรคจิตเขากำลังคิดจะทำอะไรของเขาอยู่น่ะ
หญิงสาวยังไม่โวยวายอะไรออกไป เพราะอยากจะลองดูท่าทีของเขาก่อน นิ่งนอนใจเพราะรู้ว่าตัวเองยังมีเสื้อยืดแขนกุดอีกตัวอยู่ข้างใน
แต่เธอจะทนทำนิ่งเฉยอยู่ไปได้นานแค่ไหนในเมื่อเขาไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้น เมื่อปลดกระดุมเสื้อของเธอออกได้หมดจนตลอดแนวแล้วเขาก็เริ่มเข้าไปวุ่นวายกับเข็มขัดที่รัดขอบเอวกางเกงยีนส์ของเธออยู่เฮ่ย...นี่มันจะมากไปแล้วน่ะ เขาคิดจะทำมิดีมิร้ายกับเธอ ทั้งๆที่กำลังเข้าใจว่าเธอหมดสติอยู่งั้นเหรอ อย่างนี้เขาเรียกว่าโรคจิตเข้าขั้นโคม่าแล้วน่ะ
“ทำบ้าอะไรของคุณไม่ทราบ”
หญิงสาวผุดลุกขึ้นแหวลั่นใส่ ก่อนที่เขาจะทันปลดเข็มขัดของเธอออกได้สำเร็จ
“อ้าว เธอ...นี่เป็ลมอยู่ไม่ใช่เหรอ”
เขามีท่าทีงงๆ
“เพราะคิดว่าฉันเป็ลมใช่ไหม ถึงคิดที่จะข่มขืนฉัน”
หญิงสาวโวยวาย
อย่าลืมไปซื้ออีบุ๊กฉบับเต็มเพื่อเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รายละเอียดลงไว้ให้ในหน้าแรกแล้วค่ะ
ด้วยรักและขอบคุณจาก...กันตินันท์