ติดบ่วงรักหัวใจทมิฬ

    ตอนที่ 11

             

            “ความลำบากลำบนที่เธอพูดมานั้น มันไม่เกี่ยวอะไรกับฉันเลยสักนิด”

            “ทำไมจะไม่เกี่ยวล่ะ ถ้าหากคุณไม่ใจร้ายใจดำขนาดนี้ฉันก็คงไม่ต้องมาเดือดร้อนอยู่แบบนี้หรอก”

            “ช่วยไม่ได้ ก็เธออยากเข้ามายุ่งเอง  ไม่ต้องมาพูดกันมากแล้ว  ฉันบอกให้เธอกลับไปเดี๋ยวนี้”

            เขาเอาแต่ตวาดไล่เธออยู่ซ้ำๆซากๆ แบบไม่ยอมฟังอะไรเลยจริงๆ

            “จะให้ฉันไปไหนล่ะ อีกไม่นานก็จะมืดแล้วฉันคงกลับกรุงเทพตอนนี้ไม่ทันหรอก  เว้นเสียแต่ว่า คุณจะไปกับฉัน”

            พิชชาภัสร์พยายามที่จะวกเข้าสู่จุดมุ่งหมายของตัวเองให้สำเร็จให้จงได้เพื่อหวังโบนัสก้อนโตจากผู้เป็๲พี่เขย

            “ไม่มีทาง”

            อีตานั้นกล่าวเสียงห้วนตามที่ถนัด  แล้วก็เข้าไปเปิดประตูรั้ว  ทำท่าว่าจะหนีเข้าไปในบ้าน  มันทำให้พิชชาภัสร์ต้องรีบคิดหาวิธีไม่ให้เขาหนีเธอไปได้พ้นทันที

            “โอ๊ย คุณ ช่วยฉันด้วย”

            เธอแกล้งร้องออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหย  จนสะดุดหูของชายหนุ่มให้ต้องหันมามอง

            “นั้นเธอเป็๞อะไรไป”

            เขาถามอย่างแปลกใจเมื่อเห็นร่างของหญิงสาวซวนเซเหมือนจะล้มลง

            “โอ๊ย ฉันคงกำลังจะเป็๞ลม เพราะอดข้าวอดน้ำและยืนตากแดดมาตั้งนาน”

            ว่าแล้วร่างของหญิงสาวก็ทำท่าจะทรุดฮวบลงไปจริงๆ จนทำให้ชายหนุ่มทนดูไม่ได้ เขารีบวิ่งเข้าไปประคองร่างของเธอเอาไว้ได้ทันก่อนที่จะล้มลงไปกองกับพื้นดิน

            “นี่เธอ  เป็๞อะไรไป  ทำใจดีดีไว้น่ะ”

            เขาปลอบอย่างร้อนใจทำให้หญิงสาวอดนึกขำในใจไม่ได้ที่เขาทำท่าร้อนใจจนเกินกว่าเหตุอย่างนั้น  แต่มันก็ทำให้เธอได้รู้ด้วยว่า  ภายใต้ท่าทางขึงเครียดดุกร้าวไม่เป็๲มิตรตลอดเวลานั้น  ลึกๆแล้วก็ยังมีความอ่อนโยนมีเมตตาซ่อนอยู่ภายใน

            “ลุงผ่อง ลุงผ่อง มานี่หน่อยสิ”

            เขาหันไป๻ะโ๠๲เรียกลุงผ่องที่บ้านอยู่ปากทาง

            “มีอะไรครับคุณเดช”

            ชายชราออกจากบ้านมา๻ะโ๠๲ถาม

            “ผู้หญิงคนนี้เป็๞ลม มาช่วยฉันหน่อยสิ”

            เขาบอกออกไปแล้วลุงผ่องก็วิ่งมาทันที

            “แกเป็๞ลมไปได้ไงครับ ท่าทางก็ดูออกแข็งแรงดี”

            ชายชราถามขณะที่วิ่งมาถึง

            “ก็อดข้าว อดน้ำและยืนตากแดดอยู่นานเกินไปนะสิ”

            “ห๊ะ  แม่หนูนี่นะเหรอ  อดข้าวอดน้ำ”

            ลุงผ่องอุทานอย่างประหลาดใจก็แกเห็นๆอยู่ว่าแม่หนูคนสวยคนนี้กินข้าวที่บ้านแกไปตั้งสองจานเมื่อไม่ถึงชั่วโมงที่ผ่านมานี่เอง

            “มีอะไรหรือลุง”

            เดชบดินทร์แปลกใจกับคำอุทานของชายชรา  ซึ่งมันทำให้คนที่ไม่ได้เป็๞ลมจริงๆนั้นก็แทบจะกัดลิ้นตัวเองตายพร้อมกับต้องกลั้นใจไปด้วย  กลัวว่าลุงผ่องจะพูดความจริงออกมาซึ่งถ้าเป็๞อย่างนั้นแผนหลอกเข้าบ้านของเธอจะต้องแตกแน่ๆไม่ได้การแล้ว...จากที่ตอนแรกแค่ทำท่าอ่อนเปลี้ยพอประมาณ คราวนี้หญิงสาวทำตัวอ่อนไปอย่างคนหมดสติจริงๆเลยทีเดียว

            “นี่เธอ บ้าเอ๋ย ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้นะ”

            ชายหนุ่มที่รีบกระชับแขนกอดร่างของหญิงสาวเอาไว้เพราะกลัวเธอจะร่วงลงไปกองกับพื้นพร้อมบ่นออกมาอย่างลำบากใจไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงคนนี้จึงต้องมาทนทรมานตัวเองทำอะไรอย่างนี้ด้วย  มันทำให้เขาที่ไม่อยากจะสนใจนำ พา๻ั้๫แ๻่แรก  แต่ตอนนี้ก็ทนไม่ได้

            “แล้วนี่เอาไงดีครับ”

            ลุงผ่องเองก็ทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน

            “ลุง รีบเปิดประตูรั้วก่อนเถอะ จะได้พาเข้าไปปฐมพยาบาลในบ้าน”

            ชายหนุ่มบอกกับชายชราอย่างร้อนใจ  ซึ่งคำสั่งนั้นของเขาก็ทำให้หญิงสาวรู้สึกโล่งใจ แอบหรี่ตาขึ้นมองก็เห็นชายชรากุลีกุจอไปเปิดประตูรั้วออก แล้วร่างของเธอก็ถูกผู้ชายหน้าเข้มจนดุอุ้มลอยขึ้นแล้วพาไปยังบ้านที่อยู่บนเนิน ในใจก็แอบคิด  นี่เธอกำลังลงทุนมากเกินไปหรือเปล่า  ขนาดยอมให้ใครที่ไหนก็ไม่รู้มาโอบมาอุ้มแบบแนบชิดถึงเนื้อถึงตัวอย่างนี้

            เสียภาพพจน์กุลสตรีหมด

            แต่ไม่ว่าจะคิดอะไรยังไงก็ตาม ร่างของเธอก็ถูกเขาอุ้มขึ้นไปจนถึงบ้าน  และวางลงบนม้ายาวที่ทำเป็๞ขอบระเบียงไปด้วยในตัวนั้นเรียบร้อยแล้ว

            “ไปเรียกป้าชบามาช่วยปฐมพยาบาลผู้หญิงคนนี้หน่อยสิ”

            เสียงของเดชบดินทร์สั่งลุงผ่อง

            “ยายชบาไม่อยู่ครับคุณเดช  ออกไปซื้อกับข้าวที่ตลาดนัดในหมู่บ้าน”

            “งั้นก็ไม่เป็๞ไร ฉันดูแลเขาเองก็ได้ ลุงจะไปไหนก็ไปเถอะ”

            คำกล่าวนั้นของเดชบดินทร์ทำเอาพิชชาภัสร์ถึงกับใจหายวาบ  ภาวนาในใจขออย่าให้ลุงผ่องไปไหนเลย  เธอยังไม่อยากอยู่กับผู้ชายคนนี้เพียงตามลำพัง  แต่เมื่อแอบเปิดหางตาขึ้นดูก็เห็นลุงผ่องเดินลงบันไดบ้านไปแล้ว

            อยากจะเรียกลุงเอาไว้ แต่ที่ทำได้คือเม้มปากแน่น

            หญิงสาวกลั้นใจรีบหลับตาปี๋เมื่อเห็นอีตาเดชบดินทร์เดินเข้ามาใกล้  จากนั้นก็รู้สึกว่าเขากำลังทำอะไรขยุกขยิกอยู่บนอกเสื้อของเธอรีบแอบหรี่ตาขึ้นดูอีกจึงได้รู้ว่าเขากำลังตั้งหน้าตั้งตาแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธออยู่นั้นเองนี่อีตาโรคจิตเขากำลังคิดจะทำอะไรของเขาอยู่น่ะ

            หญิงสาวยังไม่โวยวายอะไรออกไป เพราะอยากจะลองดูท่าทีของเขาก่อน  นิ่งนอนใจเพราะรู้ว่าตัวเองยังมีเสื้อยืดแขนกุดอีกตัวอยู่ข้างใน

            แต่เธอจะทนทำนิ่งเฉยอยู่ไปได้นานแค่ไหนในเมื่อเขาไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้น  เมื่อปลดกระดุมเสื้อของเธอออกได้หมดจนตลอดแนวแล้วเขาก็เริ่มเข้าไปวุ่นวายกับเข็มขัดที่รัดขอบเอวกางเกงยีนส์ของเธออยู่เฮ่ย...นี่มันจะมากไปแล้วน่ะ เขาคิดจะทำมิดีมิร้ายกับเธอ ทั้งๆที่กำลังเข้าใจว่าเธอหมดสติอยู่งั้นเหรอ อย่างนี้เขาเรียกว่าโรคจิตเข้าขั้นโคม่าแล้วน่ะ

            “ทำบ้าอะไรของคุณไม่ทราบ”

            หญิงสาวผุดลุกขึ้นแหวลั่นใส่  ก่อนที่เขาจะทันปลดเข็มขัดของเธอออกได้สำเร็จ

            “อ้าว เธอ...นี่เป็๞ลมอยู่ไม่ใช่เหรอ”

            เขามีท่าทีงงๆ

            “เพราะคิดว่าฉันเป็๞ลมใช่ไหม ถึงคิดที่จะข่มขืนฉัน”

            หญิงสาวโวยวาย

             

             

            อย่าลืมไปซื้ออีบุ๊กฉบับเต็มเพื่อเป็๞กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ  รายละเอียดลงไว้ให้ในหน้าแรกแล้วค่ะ

             

            ด้วยรักและขอบคุณจาก...กันตินันท์