-หลังจากแจ็คได้โชว์เสร็จสิ้นต่อไปก็เป็นตาโอเนล ชายร่างอ้วนท้วม เขาเป็นระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นสูงเหมือนกับแจ็ค และถนัดกฎเกณฑ์ธาตุดินระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นกลาง เขามาพร้อมกับอาวุธที่ตัวเองได้เลือกเป็นอย่างดี ค้อนยักษ์ เหมาะสำหรับกับพวกโจมตีหนักแน่น และตั้งรับสำหรับการโดนโจมตีหรือก็คือสายแทงค์ดี ๆ นี้เอง “อืมนายเลือกที่จะเป็นสายแทงค์อย่างงั้นเหรอก็แปลว่ามีความถนัดกฎเกณฑ์ธาตุดินสินะ” ซิลเวอร์พินิจพิจารณา “แต่ว่านะฉันสอนเกี่ยวกับธาตุดินได้อยู่บ้างแต่ถ้าจะเอาขั้นสูงกว่า...นายจะต้องไปเรียนกับสถาบันเฉพาะทางละนะ” “ไม่เป็นอะไรครับอาจารย์ซิลเวอร์สิ่งที่ผมต้องการคือการต่อสู้รูปแบบที่ 2 การใช้พลังเวทย์เสริมร่างกายให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น” “อืมพูดได้หนักแน่นดี” ซิลเวอร์พยักหน้าก่อนจะสอนโอเนลอย่างเต็มที่ ไม่นานโอเนลก็เรียนรู้และเข้าใจได้สำเร็จ “ค้อนกัมปนาท” โอเนลตะโกนและทุบลงพื้นจนเสียงดังลั่น ปรากฏเป็นหลุมลึก 10 เซนติเมตร “ยอดเยี่ยม -- เก่งมากเอาละไปนั่งพักได้และพยามขัดเกลากฎเกณฑ์ธาตุบริสุทธิ์ให้ใช้ออกมายิ่งขึ้นละ” โอเนลกล่าวขอบคุณซิลเวอร์ก่อนเดินไปนั่งที่เดิมข้าง ๆ แจ็ค ตาต่อไปเป็นของสองพี่น้อง ซึ่งคนที่ออกเป็นน้องสาวก่อน “เจรันขอฝากตัวค่ะอาจารย์ซิลเวอร์” พรืด! ซิลเวอร์ แจ็ค โอเนล แม้กระทั่งเคลก็หลุดขำเพราะเสียงของเจ้าหล่อน พูดเหน่อออกมา สำหรับเคลแล้วนี่มันสำเนียงจังหวัดหนึ่งในภาคกลางโลกก่อนของเขาเลย และไม่คิดว่าการมาที่ต่างโลกจะได้ยินอะไรแบบนี้ เนื่องจากตอนแรกที่ได้รู้ชื่อเป็นเพราะพี่ชายอย่างจันเร เป็นคนแนะนำซึ่งสำเนียงของเขานั้นดูปกติ “ทุกคนหยุดหัวเราะเดี๋ยวนี้เลยนะ - เจ้าพวกคนเลว” เจรันโกรธแก้มป่อง ยิ่งหน้าตาของหล่อนที่ออกไปทางน่ารักอยู่แล้วทำให้ดูเหมือนเจ้าหล่อนไม่ได้โกรธเลย มันดูตลกมากกว่าเสียด้วยซ้ำ ขนาดพี่ชายของเจรันยังขำเบา ๆ อยู่ในมุมเงียบ พวกเขาสองคนเป็นสองพี่น้องสายเลือดเดียวสุดท้ายในครอบครัวแล้ว เพราะพ่อแม่ญาติหรือคนอื่น ๆ รอบข้างตายกันหมดแล้วหลังจากสัตว์อสูรบุกหมู่บ้านเมื่อหลายปีก่อน ทำให้ต้องอพยพเข้ามาในเมืองหลวงและใช้ชีวิตแบบอัตคัด โชคดีที่ว่าพวกเขาสองคนสามารถปลุกพลังเวทย์ได้ทำให้กลายเป็นนักผจญภัยและใช้ชีวิตกันอย่างไม่ขัดสนนับแต่นั้น “เอาละ - เอาละพอกันแค่นี้แหละเดี๋ยวจะเสียเวลาไปมากกว่านี้ละนะ” ซิลเวอร์พูดเพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ปกติ จากนั้นเขาก็มาสอนอย่างจริงจังกับเจรัน เธอเป็นผู้วิเศษระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นสูง ถนัดกฎเกณฑ์ธาตุลมระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นสูง “น่าทึ่งกฎเกณฑ์ธาตุเท่ากับระดับพลัง เธอมีพรสวรรค์เกี่ยวกับธาตุลมที่ดีนะเนี่ย” ซิลเวอร์กล่าวชื่นชม จากนั้นเขาก็สอนนิดหน่อยเนื่องจาก เจรันได้นั่งดูแจ็คกับโอเนลมาแล้ว และทดลองทำตามด้วยอย่างคร่าว ๆ แล้วด้วย เพราะงั้นเธอจึงเรียนรู้เร็วและใช้พลังออกมาได้ที่สุด “ตัดผ่าสี่ซีก” เจรันทำการฟาดฟันดาบอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเธอใช้ดาบประเภทเบาทำให้ถือได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวแต่แลกมากับพลังโจมตีที่ลดลง ทันใดนั้นหุ่นฟางที่ตั้งอยู่มีรอยขาดกัน 4 เส้น และเห็นแท่นเนื้อไม้ที่ถูกตัดเข้าไปนิดหนึ่ง แตกต่างกับแจ็คที่ทำให้แท่นไม้หักไปครึ่ง สาเหตุเนื่องจากความต่างของอาวุธ “ยอดเยี่ยมและเฉียบคมดีมาก เธอมีความคุ้นเคยกับดาบเบาอยู่บ้างสินะถึงได้โจมตีแม่นยำแบบนี้” ซิลเวอร์กล่าวชม เจรันยิ้มภูมิใจก่อนพยักหน้า นอกจากเธอจะใช้เวทย์ธาตุลมเพื่อเสริมพลังพี่ชายแล้ว เธอก็ฝึกซ้อมดาบเบาเป็นงานอดิเรกไปด้วย “เอาละไปนั่งพักได้” ซิลเวอร์กล่าวและทำการเรียกจันเรขึ้น เขาเป็นเป็นชายที่หน้าตาดูดีเลยแต่ติดที่ว่าหน้าของเขาเป็นฝาแฝดกับน้องสาว จึงทำให้คนอื่นมองแล้วรู้สึกแปลก ๆ นิดหน่อย “หืมเลือกที่จะใช้หอกเป็นอาวุธหลักสินะ ฉันเชี่ยวชาญเฉพาะดาบเพราะงั้นแล้วคงสอนได้แต่การเสริมพลังเท่านั้น” “ไม่เป็นอะไรหรอกครับ” จันเรพูดน้ำเสียงราบเรียบ “อะไรกันทำไมพี่ไม่พูดเหน่อแบบหนูบ้างกันละ หนูไม่อยากเป็นตัวตลกคนเดียวหรอกนะ” “ฮ่า ๆ เจรันก็เธอไม่ยอมฝึกพูดสำเนียงปกติเองนะเพราะงั้นแล้วก็อย่าโทษกันสิ” “ชิ” จันเรได้แต่ส่ายหัวก่อนจะมารับฟังการสอนของซิลเวอร์อย่างจริงจัง ปกติแล้วเขาเป็นผู้วิเศษระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นสูงถนัดกฎเกณฑ์ธาตุไฟผู้ใช้เวทย์ขั้นสูง ตอนเป็นนักผจญภัยเขาจะเป็นฝ่ายร่ายเวทย์ไฟออกมาโดยมีน้องสาวที่ใช้เวทย์ลมเพื่อสนับสนุนให้พลังเวทย์ไฟนั้นรุนแรงมากขึ้น การสนับสนุนเกื้อหนุนของธาตุ! เป็นเรื่องปกติที่นักผจญภัยรู้กัน เมื่อได้เป็นนักผจญภัยแรงค์ D ก็จะได้ตรานักผจญภัยที่เอาไว้ไปหาความรู้เพิ่มเติมได้ที่หอหนังสือ และสามารถเข้าถึงข้อมูลได้แค่ระดับตราของตัวเอง เป็นหอหนังสือสำหรับสมาคมนักผจญภัยโดยเฉพาะ มีตำราสัตว์อสูร ตำราสมุนไพร แผนที่ที่เอาไว้คัดลอกเมื่อต้องการเดินทาง ตำราแนะนำการใช้เวทย์ ตัดกลับมาทางด้านจันเรที่เข้าใจสิ่งที่ซิลเวอร์บอกเรียบร้อยแล้ว เขาก็ตั้งท่าการโจทตีทันที จันเรทำการง้างหอกด้วยสองมือก่อนจะแทงไปอย่างสุดปลายมือขวาหลังจากนั้นปล่อยมือซ้ายให้เป็นอิสระและใช้เวทย์บอลไฟกับมือซ้ายที่ว่างอยู่ ทำให้สิ่งที่หุ่นฟางโดนคือ รูที่ถูกหอกแทงและหัวที่ระเบิดพร้อมกับลุกไหม้ “ว้าวเก่งมากเลยนี่พวกเจ้าสองพี่น้องเก่งกาจไม่น้อยเลยนะ ใช้ประโยชน์ของมือซ้ายที่ว่างหลังจากจับอาวุธโจมตีแล้ว จากนั้นก็ร่ายเวทย์เพื่อโจมตีไปด้วย ถ้าเป็นแบบนี้ศัตรูอาจจะพัวพันและตั้งตัวไม่ทันสุดท้ายมันจะพ่ายแพ้โดยไม่อาจโต้ตอบได้” ซิลเวอร์กล่าวชื่นชม ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่เคยทำแบบจันเร เขาเคยทำมาก่อนแล้วตอนสมัยเป็นนักผจญภัย แต่ว่าเขาก็ชื่นชมจันเรที่คิดขึ้นมาได้แบบนี้ “ขอบคุณครับอาจารย์พอดีผมคิดว่ามันน่าจะใช้ได้ก็เลยลองดู” “ดีมากการจะเป็นนักผจญภัยที่แข็งแกร่งก็จะต้องรู้จักพัฒนาตัวเองตลอดเวลา แต่ว่าจัดสรรปันส่วนพลังเวทย์ให้ดีไม่งั้นจะหมดตัวเสียก่อน” “เข้าใจแล้วครับอาจารย์” จันเรพยักหน้าและกลับไปนั่งที่เดิม และคนต่อไปก็เป็นเคล ซิลเวอร์รู้สึกถูกใจเขาเป็นพิเศษนิดหน่อย “อ้าวแล้วนายไม่มีอาวุธงั้นเหรอ หรือว่าไม่ได้ซื้อมางั้นรึ?” ซิลเวอร์กล่าวสงสัยเพราะเห็นเคลมาตัวเปล่า ซึ่งเขาก็พยักหน้าอย่างเรียบนิ่งสุขุม แต่ภายในใจคืออับอายไปแล้ว ‘บ้าเอ้ยลืมซื้ออาวุธมาได้ไงวะเนี่ย?’ “งั้นไม่เป็นไรฉันพอมีดาบสำรองอยู่บ้างฉันจะยกให้นายฟรี ๆ เลย แล้วจะเอาดาบชนิดไหนละ?” ซิลเวอร์พูด “ขอบคุณครับเอ่อเอาเป็นดาบเคลย์มอร์แล้วกันครับ เพราะชื่อผมเพี้ยนมาจากดาบนี้แหละ” เคลกล่าวตอบ “โอ้งั้นรึจะเอาดาบแบบทหารเมืองอะนะ” ซิลเวอร์เอ่ยอย่างแปลกใจ ดาบเคลย์มอร์เป็นดาบที่ต้องจับสองมือมีด้ามจับแบบไขว้กัน มีน้ำหนัก สมดุลและพลังโจมตีทีดีแต่ว่าขาดความพลิกแพลงอย่างมากเนื่องจากน้ำหนักของดาบและความยาวของดาบเป็นปัญหา ส่วนใหญ่แล้วจะใช้กันเฉพาะพวกทหารและอัศวิน เพราะว่าการทำสงครามคือการลุยหน้าในจำนวนคนที่เยอะมาก ทำให้ไม่มีพื้นที่ให้หลบหลีกมากนัก ต้องโจมตีอย่างตรงไปตรงมา อีกเหตุผลคือการสร้างดาบเคลย์มอร์นั้นง่ายเนื่องจากมีแม่พิมพ์สำหรับการตีดาบเล่มนี้โดยเฉพาะ พวกนักผจญภัยไม่ค่อยนิยมใช้กันส่วนหนึ่งก็คือไปซ้ำกับทหารเมืองนี่แหละ ถ้าจะใช้ดาบ ไม่ใช่ประเภทดาบยาวก็ดาบเบา ดาบยาวโจมตีหนักหน่วงกว่าดาบเคลย์มอร์มาก ดาบเบาก็คล่องแคล่วว่องไวพกพาง่ายสะดวกเช่นกัน เพราะงั้นซิลเวอร์ถึงแปลกใจในตัวเคลไม่น้อยแต่เมื่อเคลไม่ได้ตอบอะไรกลับมา เขาก็ไปหยิบเคลย์มอร์มาให้ ซิลเวอร์ยื่นดาบให้เคล และเขากำลังอธิบายสอนอย่างจริงจังแต่เคลได้ยกมือ “มีอะไรงั้นรึ?” เคลไม่ตอบแต่ทดลองโดยทันทีเนื่องจากเขาฝึกฝนโดยการกินเม็ดยาไปแล้ว 50 เม็ดจนหมดทำให้ระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นต้นของเขานั้นมีพลังเสถียรเป็นอย่างมากและมีคุณภาพสูง ถ้าให้เทียบแล้วละก็ พลังของเขาสมควรอยู่ในระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นสูงกันเลยทีเดียว เป็นผลมาจากตำราบ่มเพาะหัวใจและคุณภาพเม็ดยาที่ไร้ผลข้างเคียง แต่ที่สำคัญที่สุดคือตำราบ่มเพาะหัวใจ ถ้าเอาหัวใจพิเศษลาวาปะทุของเฟคมาเทียบก็ยังสู้ไม่ได้ แต่ถ้าเฟคได้เรียนรู้ตำรานี้ เคลเองก็คงสู้เฟคไม่ได้เหมือนกันเพราะงั้นแล้ว เขาตัดสินใจยังไม่ขายตำราบ่มเพาะนี้จนกว่าเขาจะมั่นใจว่ามีอะไรอย่างอื่นมาทดแทนได้ดีกว่า เคลทำการโคจรพลังเวทย์ไปทั่วร่างด้วยการผสมธาตุบริสุทธิ์เข้าไป กฎเกณฑ์ธาตุเพียงอย่างเดียวที่เขาฝึกฝนถนัดที่สุดและดีที่สุดในตอนนี้ และอีกอย่างกฎเกณฑ์ในการเข้าใจธาตุบริสุทธิ์ของเขามันสูงกว่าพลังเวทย์เสียอีก กฎเกณฑ์ธาตุบริสุทธิ์ระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นสูง “เป็นไปได้ยังไง ระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นต้นจะมีพลังเวทย์ที่หนาแน่นแบบนั้นและยังเสริมพลังกายคลุมทั่วร่างได้แล้วด้วยนั่นมันสำหรับนักเวทย์ไม่ใช่หรือไง” ซิลเวอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงตกตะลึงและสับสน แต่จะให้ถามเคลตอนนี้ก็คงยังหาคำตอบไม่ได้เพราะเคลได้ทำการพุ่งตัวไปหาหุ่นฟางที่ไกลที่สุดและทำการฟาดดาบทันที ฉึบ! หุ่นฟางและแท่นไม้ขาดเป็นสองท่อน แม้พลังโจมตีจะไม่เท่ากับซิลเวอร์แต่ว่าได้ขนาดนี้ถึงกับทำให้ซิลเวอร์ล้มก้นจ่ำเบ้า เพราะตกตะลึงเป็นอย่างมาก************