บทที่0004 เธอก็เป็แค่ผู้หญิงไร้ค่าคนหนึ่ง
ลั่วหว่านเหยียนจ้องเขาอย่างไม่ยินยอมดวงตาเป็ประกายคู่นั้นของเธอเหมือนกับตาแมวน้อยที่เต็มไปด้วยความโมโห
เธอรู้ดีว่าในใจเขาเธอไม่มีความสำคัญ ไม่มีฐานะอะไรเลย แต่เห็นชัดๆ ว่าไป๋เวยอีหาเื่ไม่เป็เื่แล้วทำไมเธอจะต้องทิ้งงานตัวเองเพื่อไปเป็เหยื่อให้ไป๋เวยอีแกล้งด้วย
หัวหน้ากดดันเธอเื่งานไป๋เวยอีก็ทำคอมพิวเตอร์เธอพังอย่างไร้เหตุผลแถมยังมีข้อเรียกร้องบ้าบอของหนิงจื้อหย่วนอีกเื่พวกนี้มันกลายมาเป็ความโกรธที่สุมอกลั่วหว่านเหยียนทำให้เธอสูญเสียความอดทนและความสงบนิ่งที่เคยมี
วันนี้เธอไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น
ตอนนี้ประกาศแจ้งการขึ้นเครื่องก็ดังขึ้น
ลั่วหว่านเหยียนไม่อยากจะทะเลาะอะไรกับเขาอีกแล้วก็ไม่อยากจะยอมทำตามเขาด้วย
“อยากไปคุณก็ไปเองเถอะ ฉันจะไปทำงานแล้ว” เธอพูดจบก็หยิบกระเป๋าเดินไปที่ทางขึ้นเครื่อง
เธอเพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าวข้อมือก็โดนจับไว้อย่างแรงด้วยมืออุ่นๆร่างเธอหันกลับมาซบไปที่หน้าอกของหนิงจื้อหย่วน
“ลั่วหว่านเหยียน” คำที่หนิงจื้อหย่วนพูดออกมาเต็มไปด้วยความโมโห
ลั่วหว่านเหยียนคิดจะสะบัดออกแต่หนิงจื้อหย่วนกลับยิ่งออกแรงมากขึ้นเหมือนจะบีบข้อมือเธอให้หักใบหน้าขาว ๆ ของเธอก็ซีดไป
“เธออย่าบีบให้ฉันจัดการเธอต่อหน้าเพื่อนร่วมงานของเธอนะ” นี่เป็คำเตือนสุดท้ายของหนิงจื้อหย่วน
ลั่วหว่านเหยียนอยู่กับเขามาสามปีเธอเข้าใจเวลาที่เขาโกรธดี
เธอหันไปรอบๆก็เห็นเพื่อนร่วมงานกำลังมองเธอด้วยสายตาที่ใ
ลั่วหว่านเหยียนรู้สึกอับอายมากแต่...จะให้เธอยอมเชื่อฟังแต่โดยดี เธอก็ไม่ยอม
เธอกัดฟันพร้อมขัดขืนอย่างเงียบๆเธอคิดจะสะบัดมือนั้นที่จับข้อมือเธออยู่
หนิงจื้อหย่วนเห็นก็รู้ถึงแผนการของเธอเขาหรี่ตาลง ความโมโหที่อยู่ลึกในหัวใจก็ปะทุออกมา
ผู้หญิงที่เชื่อฟังเขามาตลอดวันนี้กลับต่อต้านเขาซะทุกอย่าง
ในตอนที่เขาบีบข้อมือเธอนั้นเขาก็หันไปมองเซี่ยลี่เฟินที่อยู่ข้างๆด้วยสายตาเ็า “คุณคือหัวหน้าของเธอใช่ไหม ผมกับเธอคนนี้มีเื่ส่วนตัวจะต้องเคลียร์กันผู้หญิงคนนี้ ผมขอพาไปก่อนล่ะ”
พูดจบ เขาก็พาลั่วหว่านเหยียนไป
เซี่ยลี่เฟินอึ้งไปเธออยากจะบอกว่า “ไม่ได้” แต่ผู้ชายที่พาลั่วหว่านเหยียนไปนั้นดูน่ากลัวมากเขาคงไม่ยอมให้เธอพูดปฏิเสธแน่เธอเตรียมจะพูดแล้ว แต่ก็ต้องเงียบไป
จากนั้นเธอก็คิดอยู่ว่านังลั่วหว่านเหยียนกับเขาคนนี้เป็อะไรกันทำไมถึงได้มีความสัมพันธ์ไม่ชัดเจนกับคนแบบนั้นได้หรือว่า...เธอเป็เมียน้อยที่เขาคนนั้นเลี้ยงเอาไว้
“หนิงจื้อหย่วน นี่คุณทำอะไรน่ะ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ” ลั่วหว่านเหยียนไม่ยอมหยุดขัดขืน“ของของฉันยังอยู่ในสนามบินอยู่เลย”
คอมพิวเตอร์กับสัมภาระของเธอ
หนิงจื้อหย่วนไม่สนใจคำพูดของเธอเลยแม้แต่น้อยเขาพาเธอออกจากสนามบิน ผลักเธอเข้าไปในรถเบนท์ลีย์
ลั่วหว่านเหยียนคิดจะเปิดประตูรถหนีแต่หนิงจื้อหย่วนเร็วกว่าเธอเขาล็อกประตูรถซะ
“หนิงจื้อหย่วน งานนี้สำคัญกับฉันมากจริงๆ ถ้าฉันไม่ไป ฉันจะโดนไล่ออกได้นะ” ลั่วหว่านเหยียนได้แต่พูดเหตุผลกับเขา“อีกอย่างของของฉัน...”
“พวกนั้นมันเกี่ยวอะไรกับฉันด้วยล่ะ” หนิงจื้อหย่วนตัดบทเธออย่างนิ่งๆ
ลั่วหว่านเหยียนพูดอะไรไม่ออกนั่นน่ะสินะ เื่ของเธอทั้งหมด สำหรับเขาแล้วมันก็ไม่มีค่าอะไร
เธอยิ้มอย่างขมขื่นก่อนจะหันออกไปมองนอกหน้าต่างโดยไม่พูดอะไรต่อ
หนิงจื้อหย่วนพาเธอกลับมาที่คฤหาสน์ที่ไป๋เวยอีอยู่จนได้
“ลงรถ” หนิงจื้อหย่วนพูดอย่างเ็าเขาเดินเข้าไปในคฤหาสน์ก่อนเธอ
ลั่วหว่านเหยียนพยายามหลับตาอดทนไว้ก่อนจะเดินตามไป
ห้องรับแขกนั้นสว่างไสวไป๋เวยอีนั่งอยู่ริมหน้าต่างมีผ้าคลุมขนแกะสีขาวคลุมอยู่บนตักซึ่งมีหนังสือชื่อดังอยู่ เธอนั่งพิงหน้าต่างอ่านหนังสือไปพลางพร้อมดื่มกาแฟ
ด้วยแสงไฟสีอบอุ่นมากระทบกับผมลอนและใบหน้าด้านข้างที่อ่อนหวานของเธอพอมองแบบนี้แล้ว มันก็ช่างดูดีซะเหลือเกิน
หน้าตาของผู้หญิงคนนี้เต็มไปด้วยความหลอกลวงซะเหลือเกิน
“พี่จื้อหย่วน พี่มาแล้วหรือ” เธอเงยหน้าขึ้นมาพูดเสียงหวานไม่มีความดุร้ายเหมือนตอนที่อยู่กับลั่วหว่านเหยียนเลยแม้แต่น้อย
ระหว่างพูดเธอก็หันไปมองลั่วหว่านเหยียนแล้วพูดอย่างสงสัย “พี่หว่านเหยียน ไม่ใช่ว่าพี่ยุ่งกับงานอยู่หรือ ทำไมถึงกลับมาซะล่ะ”
ลั่วหว่านเหยียนเอาแต่จ้องพื้นเธอไม่สนใจความเสแสร้งของไป๋เวยอี
หนิงจื้อหย่วนขมวดคิ้วเขาหันไปมองลั่วหว่านเหยียนด้วยสายตาเ็าก่อนจะพูดเสียงแข็งใส่เธอ “ตอบคำถามเวยอีซะ”
ลั่วหว่านเหยียนเงยหน้าขึ้นมาจ้องหนิงจื้อหย่วนเธอยิ้มมุมปาก “ฉันกลับมาได้ยังไง มันยังไม่ชัดเจนอีกหรือคะ คุณสามี คุณเป็คนพาฉันกลับมาเองนี่นา”