เมื่อมาถึงโรงพยาบาล หูหลันเยวี่ยก็พาโจวเจียฮุ่ยไปห้องฉุกเฉิน ส่วนสวี่เส้าหวาก็ไปที่ห้องน้ำเพื่อทำความสะอาดเสื้อคลุมที่เปรอะเปื้อนเพราะคราบอาเจียนของโจวเจียฮุ่ย
เป็นไปตามที่หูหลันเยวี่ยคาดการณ์ไว้ โจวเจียฮุ่ยอาเจียนและท้องเสียกะทันหันก็เพราะอาการไม่คุ้นชินกับสภาพแวดล้อม
หมอบอกว่าต้องให้น้ำเกลือเสียก่อน จากนั้นค่อยจ่ายยาให้กลับไปกิน
"เยวี่ยเยวี่ย เหมือนฉันจะอ้วกใส่พี่หวาจื่อเต็มตัวเลย หลังจากนี้ฉันจะไปเจอเขาได้ยังไง" โจวเจียฮุ่ยอับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
หูหลันเยวี่ยรีบปลอบใจ "รับน้ำเกลือไปก่อนเถอะ พี่ไม่ได้ตั้งใจนี่นา เดี๋ยวพอพี่หวาจื่อมา พี่ก็แค่ขอโทษเขาก็พอแล้ว"
หลังจากล้างคราบอาเจียนบนเสื้อผ้าออกจนสะอาด สวี่เส้าหวาก็เข้ามา พยาบาลก็ได้เริ่มให้น้ำเกลือโจวเจียฮุ่ยแล้ว
กระทั่งพยาบาลต่อสายให้น้ำเกลือเสร็จและออกไป โจวเจียฮุ่ยก็ขอโทษสวี่เส้าหวาด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน
"พี่หวาจื่อ ขอโทษนะคะ ฉันทำเสื้อพี่เปื้อน เดี๋ยวฉันจะชดใช้ให้พี่ใหม่นะคะ"
สวี่เส้าหวายิ้มอย่างไม่ใส่ใจให้โจวเจียฮุ่ย "เธอไม่ได้ตั้งใจนี่นา เสื้อตัวนี้ของฉันก็ไม่ใช่ตัวใหม่ ถ้าเธอชดใช้ตัวใหม่ให้ฉัน เธอนั่นแหละที่จะเสียเปรียบ"
หูหลันเยวี่ยหัวเราะแล้วพูดแทรกขึ้น "ถ้าพี่สาวรู้สึกผิด อย่างนั้นวันหลังก็ทำอาหารอร่อยๆ เลี้ยงพี่หวาจื่อเป็นการตอบแทนก็แล้วกัน ถ้าไม่ใช่เพราะได้เขาช่วยไว้ ลำพังฉันคงแบกพี่มาโรงพยาบาลไม่ได้แน่ๆ"
โจวเจียฮุ่ยรีบตอบรับ "แบบนี้แล้วกันค่ะ วันหลังฉันจะเลี้ยงข้าวพี่หวาจื่อแน่นอน"
เมื่อน้ำเกลือสองขวดหมดลง ท้องฟ้าก็ใกล้จะเปลี่ยนสีเต็มทีแล้ว
เมื่อออกมาจากโรงพยาบาล สวี่เส้าหวาถึงถามว่า "เจียฮุ่ย พวกเราจะกินข้าวเช้าตามแผนเดิมแล้วนั่งรถกลับเลย หรือว่าจะรอให้เธอพักฟื้นก่อนดี"
โจวเจียฮุ่ยมองไปที่หูหลันเยวี่ยที่เดินอยู่ทางซ้ายของเธอ "ฉันตามเยวี่ยเยวี่ย"
หูหลันเยวี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วค่อยพูดขึ้นว่า "งั้นรอก่อนก็แล้วกัน ถ้าภายในสองชั่วโมงต่อจากนี้พี่สาวไม่ท้องเสียหรืออาเจียนอีก พวกเราก็ค่อยออกเดินทางกัน"
จากนั้นทั้งสามคนก็ออกไปกินอาหารเช้าข้างนอก แล้วกลับไปที่โรงแรมเพื่อรอดูอาการ
โจวเจียฮุ่ยกลับไปถึงห้องก็ล้มตัวลงนอนบนเตียง ส่วนหูหลันเยวี่ยให้สวี่เส้าหวาพาเธอเดินเล่นข้างนอกอีกครั้ง แล้วเลือกซื้อของใช้จำเป็น
พอใกล้เที่ยง ทั้งสามคนก็หยิบข้าวของออกจากโรงแรม แล้วขึ้นรถโดยสารตรงไปยังสถานีขนส่ง
พวกเขาเดินทางมาถึงตัวอำเภอในช่วงเย็น
จากนั้นก็นำเสื้อผ้าไปไว้ในร้านขายเสื้อผ้า
เพราะอาการท้องเสียและความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง ทำให้โจวเจียฮุ่ยไม่มีแรงปั่นจักรยานกลับไป สวี่เส้าหวาจึงอาสาไปส่งเธอ
โจวเจียฮุ่ยก็ไม่ได้ปฏิเสธ
เพราะสวี่เส้าหวาออกไปส่งโจวเจียฮุ่ย หูหลันเยวี่ยก็เลยกลับบ้านเอง
เธอจัดระเบียบผ้าและสิ่งของอื่นๆ ที่ซื้อกลับมาจากเมืองหลวง แล้วมัดไว้ที่เบาะหลังจักรยาน
พอกลับถึงบ้านฟ้าก็มืดสนิทแล้ว
อาหารเย็นทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว หูฉางหมินก็รอจนหลันเยวี่ยกลับมาถึงค่อยกิน
เมื่อเห็นว่าลูกสาวกลับมาอย่างปลอดภัย หูฉางหมินกับจ้าวหงเหมยก็วางใจ
หูหลันเยวี่ยนำผ้าทั้งหมดไปมอบให้จ้าวหงเหมย "แม่ หนูวาดแบบไว้หมดแล้ว แม่กับถิงถิงก็ตัดเย็บตามแบบที่หนูวาดไว้นะคะ รีบตัดผ้าพวกนี้ให้เสร็จ แล้วเอาไปแขวนไว้ที่ร้านเสื้อผ้ากันเถอะ"
จ้าวหงเหมยรีบรับผ้ามา "ไอ๊หยา หนักขนาดนี้เลยเหรอ! เยวี่ยเยวี่ย ผ้าพวกนี้ต้องใช้เงินเยอะมากแน่ๆ เลยใช่ไหม"
หูหลันเยวี่ยพูดตามความจริง "หนูใช้เงินเก็บของพวกเราไปเกือบหมดแล้วค่ะ ก่อนที่หนูจะได้รับเงินเดือน พวกเราคงต้องใช้ชีวิตอย่างประหยัดกันอีกแล้ว"
"ถึงจะใช้ชีวิตอย่างประหยัดก็ไม่เป็นไร ตอนนี้ชีวิตจะประหยัดยังไงก็ยังดีกว่าเมื่อก่อนเยอะ" หูฉางหมินยิ้มอย่างพึงพอใจ
นอกจากผ้าแล้ว หูหลันเยวี่ยยังซื้อนมผงมาให้ยายาด้วย
ถึงแม้น้ำนมของจ้าวหงเหมยจะยังดีอยู่ แต่หูหลันเยวี่ยก็แค่อยากให้ยายาลองชิมรสนมผงที่เด็กในเมืองกินกันว่าเป็นยังไง
หลังจากที่ทุกคนในครอบครัวกินอาหารเย็นเสร็จ หลินซือหย่วนก็มาหา
ช่วงสองสามวันที่ผ่านมาหลินซือหย่วนต้องออกไปติดต่อธุรกิจข้างนอก ไม่งั้นเขาคงตามหูหลันเยวี่ยไปเมืองหลวงด้วยแล้ว
ตอนออกไปติดต่อธุรกิจ หลินซือหย่วนก็ซื้อของดีขึ้นชื่อในท้องถิ่นติดไม้ติดมือมาด้วย
หูหลันเยวี่ยกับหลินซือหย่วนต่างก็เล่าสิ่งที่ได้พบเจอมาในช่วงสองสามวันนี้สู่กันฟัง จากนั้นหูหลันเยวี่ยก็เน้นไปที่เรื่องของสวี่เส้าหวา
"การไปเมืองหลวงครั้งนี้ได้พี่หวาจื่อช่วยเหลือไว้เยอะมาก พี่สาวของฉันเกิดอาการไม่คุ้นชินกับสภาพแวดล้อมจนต้องไปโรงพยาบาล ก็ได้พี่หวาจื่อช่วยไว้ ต้องเลี้ยงข้าวพี่หวาจื่อสักมื้อ นายคิดว่ายังไง?"
หลินซือหย่วนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า "หวาจื่อก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล ถ้าเธออยากเลี้ยงข้าว ฉันก็ไม่ขัดข้องนะ อาหารข้างนอกสู้ที่เธอทำได้ที่ไหน เราชวนเขามากินข้าวที่บ้านเถอะ"
หูหลันเยวี่ยพูด "ได้เลย สัปดาห์หน้านายช่วยไปชวนพี่หวาจื่อมานะ ฉันจะงัดเอาความสามารถที่มีอยู่ทั้งหมดออกมาทำอาหารอร่อยๆ เลี้ยงเขาเอง"
"สัปดาห์หน้าพวกเราจะหมั้นกันแล้ว เธอลืมไปแล้วเหรอ?" ตอนที่พูดคำว่าหมั้น แววตาของหลินซือหย่วนก็เต็มไปด้วยความอ่อนโยนแบบที่ไม่อาจละสายตาได้
พริบตาเดียวก็มาถึงวันที่หลินซือหย่วนกับหูหลันเยวี่ยหมั้นหมายกัน
คนที่มาร่วมงานหมั้นเป็นญาติสนิทของทั้งสองฝ่าย รวมทั้งหมดสามโต๊ะ
คุณย่าหลินจ้างพ่อครัวสองคนที่รับจัดงานมงคลในหมู่บ้านมาช่วยทำอาหารโดยเฉพาะ
คนที่ได้หมั้นกับหลินซือหย่วนไม่ใช่เกาลี่ แต่เป็นหูหลันเยวี่ย ถึงแม้จะทำให้แผนการของจางกุ้ยเฟินล้มเหลว แต่เธอก็ยังพาสามีกับลูกชายทั้งสองคนมากินเลี้ยงอยู่ดี
เพื่อให้ได้กินจนอิ่มหนำ ครอบครัวของจางกุ้ยเฟินทั้งสี่คนจึงไม่ได้กินอะไรจริงจังตั้งแต่เช้า กะจะมาฝากท้องที่บ้านหลิน
อย่างน้อยวันนี้ก็เป็นวันดีของตัวเอง หูหลันเยวี่ยจึงตัดเย็บกางเกงยีนส์ไว้ล่วงหน้า ส่วนเสื้อคลุมสีแดงเข้มตัวนั้นหลินซือหย่วนเป็นคนซื้อให้เธอ
หูหลันเยวี่ยไม่คิดว่าตัวเองจะต้องหมั้นเร็วขนาดนี้ มันเกินเลยแผนการต่างๆ ที่เธอวางไว้หลังจากที่ได้ย้อนเวลากลับมาไปมาก
ถ้าการได้พบเจอและรู้จักกับหลินซือหย่วนเป็นสิ่งที่โชคชะตานำพา หูหลันเยวี่ยก็ยินดีที่จะยอมรับสิ่งที่ฟ้ากำหนดมาให้
ตราบใดที่หลินซือหย่วนไม่ทำให้เธอผิดหวังในภายหลัง เธอก็จะไม่ทำให้เขาผิดหวังเช่นกัน
สวี่เส้าหวากับพ่อแม่ของเขาก็มาร่วมงานหมั้นของทั้งสองคนด้วย
แถมเขายังหอบกล้องถ่ายรูปมาด้วย
สวี่เส้าหวายกกล้องถ่ายรูปในมือขึ้นมาด้วยความกระตือรือร้น "ซือหย่วน หลันเยวี่ย ฉันถ่ายรูปคู่ให้พวกนายนะ"
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนยืนเคียงข้างกันเรียบร้อย สวี่เส้าหวาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย "พวกนายกำลังจะหมั้นกันแล้ว ทำไมดูไม่เหมือนคู่รักเลย ดูเหมือนเพื่อนร่วมห้อง เพื่อนร่วมงานกันมากกว่า"
หลินซือหย่วนเข้าใจความหมายของสวี่เส้าหวาทันที เขายื่นมือไปโอบไหล่หูหลันเยวี่ยโดยอัตโนมัติ
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่มีทีท่าว่าจะหลบเลี่ยง หลินซือหย่วนก็ยิ่งมีความกล้ามากขึ้น
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนดูสนิทสนมกันมากขึ้นแล้ว สวี่เส้าหวาถึงเริ่มถ่ายรูปให้
จากนั้นโจวเจียฮุ่ยก็เข้ามาใกล้
โจวเจียฮุ่ยมองกล้องถ่ายรูปในมือของสวี่เส้าหวาด้วยสายตาละห้อย "พี่หวาจื่อ ถ่ายรูปให้ฉันด้วยได้ไหมคะ"
สวี่เส้าหวาตอบตกลงอย่างง่ายดาย "ไม่มีปัญหา เจียฮุ่ย เธอยิ้มแล้วสวยมาก เดี๋ยวตอนถ่ายรูปก็ยิ้มด้วยนะ"
หูหลันเยวี่ยรู้ว่าถิงถิงยังไม่มีรูปถ่ายเดี่ยวเป็นของตัวเองเลย พอสวี่เส้าหวาถ่ายรูปให้โจวเจียฮุ่ยเสร็จ เธอก็ดึงถิงถิงเข้ามา
ถิงถิงรู้สึกดีใจมากที่ได้ถ่ายรูปเดี่ยวเป็นครั้งแรกในชีวิต
ถึงแม้ว่าเธอจะรู้จักกับสวี่เส้าหวาเร็วกว่าโจวเจียฮุ่ย แต่ถิงถิงกลับไม่กล้าแสดงออกต่อหน้าสวี่เส้าหวาเท่าลูกพี่ลูกน้อง
ไม่นานก็ถึงเวลาเริ่มกินเลี้ยง
เพื่อจัดงานหมั้นครั้งนี้ ครอบครัวสกุลหลินได้ทุ่มเทความจริงใจทั้งหมดออกมา ด้วยการจัดเลี้ยงอาหารแปดอย่างและแกงแปดอย่าง
สะใภ้รองสกุลหูกระซิบกระซาบกับแม่เฒ่าหู "แม่ ดูเหมือนว่าบ้านหลินจะมีเงินจริงๆ นะคะ ไม่ว่าจะเป็นเหล้าที่ดื่มหรืออาหารที่ยกขึ้นโต๊ะ ชาวบ้านทั่วไปในหมู่บ้านเราเทียบไม่ได้เลย"
แม่เฒ่าหูพยักหน้า
อาสะใภ้รองรู้สึกอิจฉา เธอคิดว่าหูหลันเยวี่ยคงได้แต่งงานกับคนขี้เกียจ ตนจะได้ดูเรื่องสนุกของบ้านใหญ่ ที่ไหนได้เรื่องกลับเป็นซะแบบนี้
หลังจากนั้น เมื่อคุณย่าหลินนำของหมั้นที่มอบให้ฝ่ายหญิงมาวางไว้ต่อหน้าทุกคนอย่างเป็นทางการ อาสะใภ้รองก็ยิ่งอิจฉาหนักกว่าเดิม
ย่าหลินนำห่อผ้าออกมาสี่ห่อ
ห่อแรกเป็นผ้าสำหรับตัดเย็บเสื้อผ้าให้หูหลันเยวี่ย
ห่อที่สองเป็นขนมและบุหรี่ชั้นดีสองซอง
ที่สำคัญคือห่อผ้าที่เหลืออีกสองห่อ
ห่อหนึ่งบรรจุเครื่องประดับ อีกห่อหนึ่งบรรจุเหรียญเงิน
มีข่าวลือว่าบ้านสกุลหลินมีเหรียญเงิน แต่ก็ไม่มีใครเคยเห็น
ตอนนี้บ้านสกุลหลินมีเหรียญเงินจริงหรือไม่ วันนี้ก็ได้รู้กันเสียที