“เสี่ยวมาว เ้ารู้ตัวหรือไม่ ? พร์ในการวาดภาพของเ้านั้นไม่ธรรมดาเลย…”เซียวจิ่งหลงพลันรู้สึกว่าตนเองกำลังเก็บของดีได้โดยบังเอิญเข้าให้แล้ว หากนางได้ร่ำเรียนจนเชี่ยวชาญในความรู้ทั้งสี่ศาสตร์คงกลายเป็โฉมงามอันดับหนึ่งผู้เลื่องลือได้ไม่ยาก
“ข้ารู้…เคยมีครั้งหนึ่งขณะที่ข้ากำลังใช้กิ่งไม้วาดรูปลงบนพื้นดินบังเอิญมีพ่อค้าขายภาพผ่านมาเห็นเข้าจึงชักชวนข้าไปอยู่ด้วยเพื่อฝึกให้เป็ลูกมือช่วยเขาวาดภาพขายข้าเห็นว่ามีข้าวกิน มีที่อยู่ แถมยังได้ค่าจ้างจึงตอบตกลง แต่พออยู่ไปนานวันเข้าเขากลับจ้องจะเปลื้องเสื้อผ้าของข้าอย่างเดียวเลย สุดท้ายจึงต้องเผ่นแน่บออกมา”
“บัดซบ! เ้ายังเด็กอยู่แท้ๆ มันช่างเป็บุรุษเลวทรามนัก!”เซียวจิ่งหลงทุบกำปั้นลงบนเตียงขบสันกรามแน่นสบถออกมาอย่างโมโห
“ต่อมาข้าก็ไปสมัครเป็เด็กล้างจานในโรงเตี๊ยมแลกข้าวแลกที่ซุกหัวนอนประทังชีวิตข้ามีบทเรียนมาจากพ่อค้าขายภาพแล้วจึงมักเอาผงถ่านมาทาแก้มให้ใบหน้าเปรอะเปื้อนอยู่เสมอ แต่แล้ววันหนึ่งเถ้าแก่เห็นข้าทำผัดผักกินเองส่งกลิ่นหอมฟุ้งเมื่อลองได้ชิมก็ติดใจจึงถามสูตรจากข้าข้าเห็นว่าเขามีบุญคุณให้ที่อยู่ที่กินจึงบอกออกไปอย่างไม่ปิดบังปรากฏว่าผัดผักจานนั้นขายดิบขายดีจนกลายเป็อาหารจานเด่นของร้านเถ้าแก่จึงกลับมาถามหาสูตรอาหารอย่างอื่นอีกซึ่งข้าก็บอกออกไปตามตรงว่าผัดผักนั้นเป็เคล็ดลับที่ได้มาโดยบังเอิญจึงไม่มีสูตรของอาหารจานอื่นอีกนอกจากเถ้าแก่จะไม่เชื่อแล้วยังลงมือทุบตีทำร้ายจนข้าได้รับาเ็ต้องรีบเก็บของหนีออกมาแทบไม่ทัน…”
“ต่ำช้า! ต่ำช้ายิ่งนัก!ทุบตีได้แม้กระทั่งเด็กเล็ก น่าจับมันมาหักแขนหักขาเสียจริง!” เซียวจิ่งหลงเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน
“ข้าร่อนเร่พเนจรไปเรื่อยจนกระทั่งล้มป่วยเจียนตายแต่นับว่ายังพอมีบุญอยู่บ้างจึงได้รับความช่วยเหลือจากท่านยายผู้หนึ่งแม้นนางจะมีอาการคุ้มดีคุ้มร้ายแต่ในยามที่สติสัมปชัญญะกลับคืนมานางกลับถ่ายทอดความรู้มากมายให้แก่ข้า นับเป็่เวลาที่ข้ามีความสุขยิ่งแต่แล้ววันหนึ่งอาการคลุ้มคลั่งของนางกำเริบอย่างหนักท่านยายจึงวิ่งเตลิดไปอย่างรวดเร็วจนข้าไม่สามารถติดตามได้ทัน ตอนที่ข้าไปถึงร่างของท่านยายก็จมหายไปในสายธารต่อหน้าต่อตา… ข้ายังมิมีโอกาสได้ตอบแทนบุญคุณท่านยายเลยด้วยซ้ำ! ฮือ…”
พอเล่าถึงตรงนี้เด็กหญิงพลันยกสองมืออันบอบบางขึ้นปิดหน้าร่ำไห้สะอึกสะอื้นชายหนุ่มทอดถอนใจเบา ๆก่อนดึงร่างเด็กน้อยขึ้นไปนั่งบนตักของเขาอย่างนุ่มนวลปลายนิ้วเรียวยาวเกลี่ยเช็ดน้ำตาบนใบหน้างามอย่างอ่อนโยน
“ตราบใดที่ยังมีเ้ายังอยู่ข้างกายข้าจะมิยอมให้ใครมารังแกหรือทำร้ายเ้าได้ ข้าจะไม่ทอดทิ้งเ้า ข้าให้สัญญา…” เซียวจิ่งหลงโน้มศีรษะเล็กเข้ามาแนบอกก่อนลูบผมนางปลอบขวัญเบา ๆ
“ขอบคุณนะ ต้าหลง”เสี่ยวมาวเงยหน้าขึ้นสบสายตาคนตัวโตอย่างซาบซึ้งใจ ไม่รู้ทำไมจึงรู้สึกว่าคนผู้นี้สามารถฝากชีวิตไว้ได้นางยอมวัดดวงมอบความไว้วางใจลงในมือของเขา หวังว่าจะคิดไม่ผิดที่เลือกทำตามสัญชาตญาณของตนเอง
ทั้งสองคนใช้เวลาอยู่ด้วยกันตลอดวันจนกระทั่งท้องฟ้าเริ่มมืดมิด เซียวจิ่งหลงจึงออกไปข้างนอกก่อนไปได้กำชับหนักหนาให้เสี่ยวมาวอยู่แต่ในห้องห้ามออกไปไหนโดยพลการซึ่งเด็กน้อยเชื่อฟังแต่โดยดีพออาบน้ำเสร็จก็รีบเข้านอนแต่หัวค่ำ
“คารวะท่านอ๋อง กระหม่อมซื้อบ้านหลังใหญ่เอาไว้เรียบร้อยแล้วตอนนี้เหยาเอ๋อร์กับพี่ฟั่งเฉินได้จัดเตรียมสิ่งของจำเป็รวมทั้งเตียงนอนขนาดใหญ่ที่ท่านอ๋องสั่งทำเป็พิเศษสามารถเข้าอยู่ได้ทันทีเลยพ่ะย่ะค่ะ” เยี่ยนเป่ารายงานผู้เป็นายอย่างนอบน้อม
“ดีมาก!ข้าจะย้ายเข้าไปอยู่ในวันพรุ่งนี้ กำชับเหยาเอ๋อร์และอาเฉินให้ปกปิดตัวตนของข้าด้วยตอนนี้ยังไม่้าให้เสี่ยวมาวรู้ว่าข้าเป็ใครอีกทั้งพวกเ้าไม่ต้องใช้คำาาศัพท์ ให้เรียกข้าว่า นายท่าน เรียก เสี่ยวมาว เป็คุณชาย เข้าใจหรือไม่ ?”
“เข้าใจขอรับนายท่าน”
พอวันรุ่งขึ้นเสี่ยวมาวก็พบว่าตนเองนั้นนอนอยู่ในอ้อมกอดของเซียวจิ่งหลงอีกแล้วเมื่อเห็นคนตัวโตขยับเปลือกตาตื่น ปากเล็ก ๆ สีชมพูจึงเอื้อนเอ่ย
“ต้าหลง ขอโทษด้วย…ข้าคงเดินละเมอมานอนบนเตียงของท่านอีกแล้ว”ดวงตาดอกท้อแสนงดงามจ้องมองชายหนุ่มอย่างรู้สึกผิด
“ไม่เป็ไร เ้าสามารถมานอนบนเตียงกับข้าได้ทุกเมื่อ...” เซียวจิ่งหลงยกยิ้มมุมปากด้วยแววตาเ้าเล่ห์
“จริงรึ ? ไม่เป็ไรจริงๆ รึ ?” เสี่ยวมาวพาซื่อสบสายตาคมอย่างดีใจที่เขาไม่ถือสา
“จริงสิ! ความจริงได้นอนกอดเ้าทุกคืนก็อุ่นดีเหมือนกัน”คนตัวโตฉีกยิ้มกว้างทำให้ใบหน้านั้นยิ่งดูหล่อเหลางดงามอย่างร้ายกาจ
“ดีที่ไหนกัน…ข้าควรนอนบนเตียงของตนเองมากกว่า ตัวของท่านออกจะใหญ่โต หากมีข้าไปนอนเบียดเสียดบนเตียงคงยิ่งคับแคบเกรงว่าท่านคงนอนหลับได้ไม่สบายนักเอาเป็ว่าข้าจะพยายามไม่นอนละเมออีกก็แล้วกันนะ…”เด็กน้อยขมวดคิ้วมุ่นบอกกับชายหนุ่มด้วยสีหน้าจริงจังความใสซื่อนั้นทำให้คนตัวโตอดยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูไม่ได้
“ในเมื่อข้าบอกว่าไม่เป็ไรก็ย่อมไม่เป็ไรเ้าอย่าได้คิดมาก วันนี้พวกเราจะย้ายไปอยู่บ้านใหม่ที่นั่นมีบ่าวรับใช้คนสนิทของข้าอาศัยอยู่ด้วย”เซียวจิ่งหลงรีบเปลี่ยนเื่เพื่อตัดบททันที
“จริงหรือ ? ดีใจจัง! ถ้าอย่างนั้นข้ารีบไปล้างหน้าและเก็บของก่อนนะ”เด็กหญิงรีบลุกจากเตียงไปล้างหน้าล้างตาอย่างรวดเร็ว ก่อนทยอยเก็บของใส่ห่อผ้าเพราะแทบไม่มีสมบัติติดตัวจึงใช้เวลาไม่นานนัก