บทที่ 6
หลังจากที่คเชนทร์เดินออกไปแล้ว แม็กซ์เลือกเปลี่ยนปืนเล่มใหม่ให้เธอ มินตราเลือกหยิบปืนที่มีเสียงเงียบและเบากว่าเนื่องจากเป้นปืนในแบบี่เธอถนัด
“ฝึกซ้อมไปจนกว่าฉันจะกลับมานะ” เธอพูด
มินตรารับคำสั่งจากแม็กซ์ให้ยิบปืนไปซ้อมที่ช่องฝึก เธอกำลังหยิบปืนขึ้นมาฝึกซ้อม โดยไม่ปริปาก ร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการเดินทางแล้วยังบททดสอบเมื่อครู่อีห มินตรารู้สึกเหมือนนี่เป็การหยั่งเชิงเธอ เขาไม่ได้ตั้งใจจะยิงเธอตรงๆ คเชนทร์แค่อยากให้เธอกล้าเท่านั้น เทพทัศเดินตรงมาที่เธอก่อนจะหัวเราะเบาๆ หญิงสาวหันมามองเทพทัศแล้วหน้าบูดบึ้งทันที
“เป็อะไรไปคะน้องมิน”
“พี่ทัศอยู่ที่นี่ั้แ่เมื่อไหร่” เธอถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขาเกาหลังคอเบาๆ
“ก็สักพักแล้ว”
“พี่ทัศรู้เื่นี้ั้แ่แรกแล้ว ใช่หรือเปล่า”
“ก็นะ... มันเป็เื่ที่ไม่ควรปิดใช่มั้ยล่ะ” เขาพูดพลางเกาหลังคอ ตัวเขาดูประหม่า เขายอมรับว่ากลัวเธออยู่บ้างเพราะมินตราไม่ใช่คนใจดีอะไรนักหรอก เค้าเคยเห็นฤทธิ์เดชของมินตรามาบ้างแล้วสมัยยังเด็ก ตัวแค่นี้พิษร้ายยิ่งกว่างูเสียอีก
“แสดงว่ารู้”
เขาเม้มปากเป็เส้นตรง เงียบแล้วพยักหน้า เท่านั้นก็ทำให้เธอฉุนจัด มินตราเลือกเดินเข้าไปหาเขาแล้วจู่ๆ ก็ยกหมดอัดกรามของเขาอย่างเต็มแรง เทพทัศอึ้งค้าง ชายหนุ่มเซนิดหน่อย ริมฝีปากมีเพียงรอยช้ำ ไม่คิดว่ามินตราจะกล้าเดินเข้ามาชกเขาขนาดนี้
น้องสาวของเพื่อนโคตรโหดเลยว่ะ!!
“หมัดนี่ถือเป็ค่าไถ่โทษแล้วกันค่ะ” เธอพูด แล้วหันกลับไปหยิบปืน เล็งไปที่เป้าแล้วเหนี่ยวไก
ปัง!
ตรงกลางหัวเป๊ะ! เทพทัศมองแล้วสูดริมฝีปาก ตอนนี้เขาควรจะหลีกไปก่อนจะดีกว่า อธิบายอะไรไปก็ไม่สามารถทำให้เธอใจเย็นลงได้แน่นอน เทพทัศจึงตัดสินใจหมุนตัวและเดินออกไป เธอหันไปมองแต่ก็ไม่ได้สนใจ สิ่งที่สนใจคือเป้าที่อยู่ตรงหน้า
ปัง!
ห้องนอนเต็มไปด้วยอาวุธแปลกๆ ที่มินตราไม่เคยเห็น แม็กซ์หยิบมีดสั้นขึ้นมาก่อนจะใส่มันในปลอกใส่มีดหนัง แล้วยัดลงไปข้างเอว หล่อนยืนเลือกอาวุธอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาที่เธอเธอแล้วทำสายตาไม่พอใจ
“ทำอะไร” แม็กซ์พูด มินตรายืนนิ่ง
“อะไร” เธอถาม
“เลือกอาวุธสิ” แม็กซ์บอก หญิงสาวเม้มริมฝีปาก เอาอีกแล้ว เลือกอาวุธ
“ทำไมฉันต้องเลือกด้วย”
“เลิกเป็ คนขี้สงสัย แล้วหยิบมันคือมาเถอะน่า” หล่อนสั่งเธอด้วยสีหน้าเยือกเย็นที่สุดเท่าที่มินตราจะเคยเห็นมา มินตราถอนหายใจแล้วเลือกอาวุธมั่วๆ มีดสั้น ปืนพก สเปรย์พริกไทย เธอหยิบมันขึ้นมาและสุดท้าย...ธนู
เธอไม่เคยยิงธนู แต่ไม่รู้ทำไมเธอถึงหยิบมันขึ้นมา รู้แค่ว่า มันคือาวุธที่เอาไว้ทำร้ายคนอื่นได้ก็เท่านั้น หลังจากเลือกอาวุธเสร็ต แม็กซ์ให้เธอเดินออกมาก่อน หล่อนบอกว่าคเชนทร์กำลังรอเธออยู่ข้างนอก มินตราพยักหน้าและเดินออกไป ทันทีที่เห็นคเชนทร์ยืนอยุ่ก้ก็ชะงักครู่หนึ่ง คเชนทร์ไม่ได้มีอาวุธติดตัว เขาสวมเพียงเสื้อเกราะและในมือมีกระต่ายสีขาวอยู่ด้วย เขากำลังจับมันที่หูของมัน กระต่ายตัวน้อยห้อยต่องแต่งและทำจมูกขยับฟุดฟิด
“ไปเอามันมาทำไม”
คเชนทร์ไม่ตอบ ชายหนุ่มเดินหิ้วกระต่ายตัวนั้นออกไปหน้าตาเฉย ปล่อยให้เธอเดินตามเขาไปตามทางเดิน หญิงสาวพึ่งสังเกตอย่างแท้จริงว่าบ้านหลังนี้ได้เปลี่ยนไปแล้วหมดแล้ว รอบกายไม่เหมือนเดิม มันเหมือนค่ายของทหารอะไรอย่างนั้น มินตราพยายามมองไปรอบๆ กาย มีที่ปีนเขาจำลอง ผู้คนเดินขวับไขว่ไปมา พวกเขาใส่ชุดลำลองคล้ายๆกัน สีดำ สีเทา สีน้ำตาลเข้ม มีผู้หญิงอยู่กลุ่มหนึ่งกำลังซ้อมยิงธนู นั้นทำให้เธอกระชับมันเข้าหาตัวแน่น ไม่กล้ามองไปทางนั้น คเชนทร์เดินไปถึงโกดัง เขาเปิดประตูออกด้วยการใส่รหัสข้างประตู นั่นเธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเคยมีโกดังขนาดใหญ่อยู่หลังบ้านของเธอ
ประตูเปิดออก เสียงดังอึกกระทึก จนเธอแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะมีคนจำนวนมากขนาดนี้ พวกเขาฝึกกันอยู่ที่นี่มานานเท่าไหร่แล้ว มินตราเห็นว่าพวกเขากำลังฝึกยิงปืน ขว้างมีด เตะกระสอบทราย ต่อสู้ด้วยธนู และชกมวย
เหลือเชื่อจริงๆ หญิงสาวเอ่ยกับตนเอง ทันใดนั้นเอง สายตาทุกสายตาจับจ้องมาที่คเชนทร์ พวกเขาหยุด แล้วยืนตรงราวกับทำความเคารพ
คเชนทร์โบกมือให้ทำตัวตามสบาย จากนั้น พวกเขาก็หันกลับไปฝึกร่างกายของตัวเองต่อ เสียงน้ำไหลอยู่ไม่ไกล เธอคาดว่าน่าจะเป็เสียงเครื่องกรองน้ำที่อยู่ด้านนอกโกดังแห่งนี้ ชายหนุ่มเดินเข้าไปอีกห้องหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกล ก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปข้างใน เสียงร้องโอดครวญดังขึ้นเธอหันกลับไปมอง พบผู้หญิงคนหนึ่งล้มลง มือทั้งสองข้างกุมท้อง เธอพึ่งถูกคู่ต่อสู้ชกเข้าที่ท้อง มินตรากำลังจะเดินเข้าไปช่วย ทว่าเสียงของคเชนทร์เรียกเธอ
“จะไปไหน” เขาถาม
“ ก็...” หญิงสาวกำลังจะตอบ แต่ผู้หญิงคนนั้นลุกขึ้นแล้ว เธอกำหมัดแน่นและชกคู่ต่อสู้ของตนเอง แล้วเหวี่ยงขาขัดให้เขาล้มลง คู่ต่อสู้เป็ผู้ชาย เขาล้มลงแล้วถึงกับจุก ผู้คนที่อยู่รอบๆ ต่างโห่ร้องและหัวเราะขำ มินตรามองพวกเขาก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าพวกเขาเป็บอดิการ์ด นี่คือโรงฝึก คนพวกนี้ไม่เป็อะไรง่ายๆ อยู่แล้ว
“เปล่า” เธอบอก
“งั้นก็ดี” เขายื่นกระต่ายมาให้เธอ
“อะไร”
“เอากระต่ายตัวนี้ไป เดินเข้าไปข้างใน”
เขาลากเธอเข้าไป มินตรางุนงงกับคำพูดของเขาแต่ก็ไม่ได้ขัดขืนใด ก่อนจะเดินไปยืนหยุดอยู่ตรงกลางห้อง เสียงปิดประตูเสียงดังทำให้เธอรู้สึกอึ้งๆ กับการกระทำของเขา อะไรกันนี่เขาพาเธอมาขังอย่างนั้นเหรอ
เสียงปิดประตูเมื่อครู่ทำให้อะไรบางอย่างตื่น ห้องมืดที่มีเพียงแสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามา ดวงตาของมันลุกวาวท่ามกลางความมืด เธอวางกระต่ายตัวนั้นลงแล้วได้ยินเสียงคำรามเริ่มดังขึ้น มินตราเริ่มมีเหงื่อผุดตามไรผมจนไปถึงลำคอและผ่ามือ เสียงหายใจของมันดังขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับอุ้งเท้าค่อยๆ เคลือบคลานออกมา มินตาดวงตาเบิกกว้าง มันคือเสื้อดาว แล้วตัวของมันก็ไม่ใช่เล็กๆ เลย หญิงสาวมองมันอย่างใ เธอหันไปรอบๆ มีเพียงกระต่ายที่ะโไปมา หญิงสาวกระชับปืนพกขึ้นมา ดวงตามันลุกวาวขึ้น ทันใดนั้นมันก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว มือเรียวเล็งไปที่เสือดาว เหนี่ยวไก แต่ดันยิงพลาด เมื่อเห็นดังนั้นเท้าก็รีบวิ่ง เธอวิ่ง ไปจนเกือบสุดขอบของห้องนั้น
หญิงสาวกำลังอยู่ในห้องที่ไม่มีอะไรเลยนอกจากกระต่ายน้อย ภายในใจเริ่มกรีดร้องอย่างใจหายก่อนที่จะวิ่งไปเมื่อเห็นทางตันเธอจึงะโกำแพง เสือดาวพุ่งเข้าใส่กำแพงอย่างจัง มันครางหงิงก่อนจะสะบัดหน้าและหันมาทางเธอ
“คเชนทร์...” เธอเรียกชื่อเขา หอบหายใจอย่างเหนื่อย เ้าเสือดาวตัวนั้นหันกลับมาจ้องตาเธอ มันแยกเขี้ยวหน้าเกลียด
“คุณคเชนทร์!!” เธอเรียกชื่อเขาเสียงดังลั่น ชายหนุ่มเดินมาถึงประตู เขายืนกอดอกมองดูเธอกำลังก้าวถอยหลัง ขณะที่เสือดาวตัวนั้นกำลังเยื้อย่างเข้ามาหาเธอ
“ตั้งสติสิ มิน”
“คุณกำลังทำให้ฉันสติแตก!” เธอพูด น้ำตาเริ่มไหลลงมา มือคว้ามีดสั้นเอาไว้ ก่อนที่มันจะะโเข้าหาเธอ หญิงสาวกรีดร้องก่อนจะเอี้ยวตัวหลบได้ทัน
“พาฉันออกไป!” เธอะโลั่น น้ำตาเริ่มไหล เธอกลืนก้องสะอื้นในลำคอ ตัวเธอสั่นเทิ้ม ตอนนี้เธอไม่สามารถหยิบอะไรขึ้นมาได้ ขาเธอสั่นเกินกว่าความจำเป็ กระต่ายตัวนั้น ะโออกมาใกล้ เธอเห็นมัน จมูกมันดมกลิ่นฟุดฟิด เขากำลังเล่นตลกอะไรอยู่ เขาให้เธอถือกระต่าย เพราะเธอมีกลิ่นของมันอยู่ มันจะได้พุ่งเข้ามาหาเธองั้นสินะ กลิ่นของกระต่ายรุนแรง เมื่อบวกกับกลิ่นเหงื่อของเธอแล้ว มันเป็กลิ่นเนื้อชั้นดีให้เสือดาวเลือกว่าจะขย่ำเธอหรือกระต่ายก่อนดี เห็นๆ อยู่ว่ามันเลือกเธอ
หญิงสาวมองเขากำลังยืนเกาะอก เขาไม่สนใจเลยว่าเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย หญิงสาวหันกลับมามองเสือดาวตัวโต มันแยกเขี้ยวขู่ มินตรากระชับมีดเอาไว้ ทันใดนั้นมันพุ่งเข้ามาเธอได้ยินเสียงมันคำรามลั่น ทว่า สิ่งที่เธอทำต่อไปไม่ใช่การขว้างมีด แต่เธอกลับหลับตาลง
มันใกล้เข้ามาแล้ว
ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้ทำแบบนั้น แต่เธอกับเลือกที่จะนั่งเฉยๆ มากกว่าการกระโจนเข้าไปหาเสือดาว เธอรู้ว่ามันได้กลิ่นเธอแรงขึ้นเพราะเธอขยับ ถ้าหากเธอนิ่งมันอาจจะดีก็ได้ แต่ถ้าไม่ เธอก็อาจจะตาย ต้องลองเสี่ยงดู
ทว่าเสียงกรีดร้องแสบแก้วหูบางอย่างดังขึ้น เธอลืมตาขึ้นมาพบว่ากระต่ายตัวนั้นถูกกัดที่ลำคอ เืไหลทะลักออกมาจากคอซีดของมัน ก่อนสีแดงสดทำให้ตัวมันแดงฉานไปด้วยเื กลิ่นคาวคลุ้ง พร้อมกับแรงสะบัดของเสือตัวนั้นทำให้เืกระเซ็นมันโดนหน้าเธอ หญิงสาวเบ้หน้า เสือดาวตัวนั้นหันมามองเธอสักครู่ แล้วก็ตะปบเท้าคาบเ้ากระต่ายตัวนั้นหนีไปในความมืด
มินตราสูดหายใจ เธอรอดแล้ว ก่อนจะยกมือกุมหน้าผาก เหงื่อที่ไหลอยู่หยดลงบนพื้น กลิ่นของเืทำให้เธอลุกขึ้น เธอลุกอย่างยากลำบาก ขาของเธอยังสั่นเทิ้มจนแทบเดินไม่ได้แต่สามารถทรงตัวอยู่ได้บ้าง มินตราแทบอยากจะทรุดลงไปกองกับพื้น แต่เธอกลับตัดสินใจลุกขึ้นยืนเพราะไม่อยากได้กลิ่นเืมากไปกว่านี้ มินตรายอมรับว่าบททดสอบนี้ทำให้เธอลำบากใจ มาก เธอเริ่มเข้าใจจุดประสงค์ของเขาแล้วว่าทำไมเขาถึงให้กระต่ายกับเธอมา
มินตราได้ยินเสียงปรบมือ นั่นคือแม็กซ์ เธอยืนอยู่ข้างคเชนทร์และเทพทัศ และบอดิการ์ดอีกสามสี่คน แม็กปล่อยผม เธอสวมชุดสีดำ ริมฝีปากแดงจัดจากการแต้มสีลิปสติก มุมปากยิ้มกริ่ม มินตราไม่ค่อยชอบใจเวลาที่พวกเขายิ้มเท่าไหร่ เพราะมันดูเหมือนการยิ้มที่สะใจ
“เธอทำได้ดีมาก การที่เธอหยุดนิ่งนั้นแสดงให้เห็นถึงการเอาชนะความกลัว”
ใครเอาชนะความกลัวกัน เธอไม่ได้หยุดเพราะว่าไม่กลัว เธอกลัวจนร้องไห้แล้วไม่เห็นหรือยังไง มินตรากดเสียงนั้นไม่ให้เผลอพ่นออกมาใส่แม็กซ์
“ว้าว นั่นเป็ภาพที่น่าทึ่งมาก นายเห็นรึเปล่าเคน เมื่อกี้เธอะโตีลังกาถีบกำแพง สุดยอดด” เทพทัศเอ่ยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เขาดูทึ่งกับสิ่งที่เธอทำเมื่อครู่จริงๆ เห็นได้ชัดว่ามินตราไม่ใช่แค่คนธรรมดาอย่างที่พวกเขาเข้าใจ แม้ตอนแรกพวกเขาตั้งใจว่าจะเข้าไปช่วย แต่คเชนทร์ห้ามเอาไว้ ชายหนุ่มรู้ดีกว่าใครว่ามินตราเป็คนที่แข็งแกร่งมากเพียงใด เพียงแต่เธอไม่เคยเอามันออกมาใช้เท่านั้นเอง เธอมีความกลัวซ่อนอยู่
“เอาล่ะ ครั้งนี้ถือว่าผ่านจริงๆ ล่ะนะ....ใช่มั้ยเคน” แม็กซ์หันไปหาคนข้างๆ เขาผู้มีสีหน้าบึ้งตึง และโเี้ เธออยากจะกระชากหน้ากากนั้นออก กรีดเืของเขา และะโด่าเขาให้เอาพี่ชายของเธอคืนมาเหลือเกิน คเชนทร์ยิ้มเล็กน้อย แต่เขาก็ดูเหมือนไม่ได้ยิ้มอยู่ดี
“ผ่าน”
“เยส!” เทพทัศดึงกำปั้นเข้าหาตัว เขาดีใจแทนเธอ แม็กซ์ยิ้มแล้วเดินตรงมาที่มินตรายืนอยู่ เธอสังเกตได้ว่ามินตรายังคงตัวสั่น
“ไปกันเถอะ ไปฉลองกัน”
แม็กซ์คว้าแขนของมินตราเอาไว้ ดึงเธอออกจากตรงนั้น เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีดังขึ้น บอดิการ์ดทุกคน ไม่ค่อยมีใครฝึกกับเสือเท่าไหร่นัก เพราะมันดุร้ายเกินไป แต่นั่นถือเป็ความโชคดีของมินตราที่มันให้ความสนใจกับกระต่ายมากกว่าเธอ คเชนทร์กระตุกยิ้มเมื่อเห็นแม็กซ์กอดคอมินตรายกปืนข้นแล้วร้องวู้อย่างโล่งอก ก่อนจะเดินไปสมทบงานปาร์ตี้ที่กำลังจะเกิดขึ้น