เช้าวันต่อมาเว่ยมู่ลินก็บอกกับมารดามาจะขึ้นเขาอีกวัน ซึ่งมารดาเองก็ไม่ได้ห้ามอะไร หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จเว่ยมู่หลินก็มุ่งหน้าสูู่เาอีกครั้ง ระหว่างทางก็เก็บทั้งผักทั้งเห็ดไปด้วย จนเดินลึกเข้ามาเรื่อยๆป่าก็เริ่มเปลี่ยนเป็ป่าทึบมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นเรียงราย การเข้าป่าลึกไม่ใช่ว่าลิลดาในร่างเว่ยมู่ลินจะไม่กลัวแต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ จะอยู่กับความกลัวหรือจะยอมอดตาย ทั้งเว่ยมู่หลินยังสัญลักษณ์เพื่อที่เธอจะไม่หลงป่าอีกด้วย ป่าด้านในอุดมสมบูรณ์มากกว่าป่าด้านนอกแต่ก็อันตรายมากเช่นกัน ดังนั้นเธอต้องระวังตัวให้มาก
“ว้าวววววววว” บนต้นไม้ที่ยืนต้นตายอยู่นั้นไม่ใช่เห็ดหอมหรอกหรือ โชคดีดีจริงๆ ไม่รอช้าเว่ยมู่ลินรีบตรงเข้าไปเก็บเห็ดหอมจำนวนมากใส่ตะกร้าจนเต็ม แต่ก็ยังเหลืออีกมาก จึงคิดที่จะหาใบไม้ใบใหญ่เพื่อมาใส่เห็ดหอม ทันใดน้ันสายตาเธอก็ไปสะดุดกับอะไรบ้างอย่างเข้า
“นั่นมัน!!! ”เว่ยมู่หลินรีบยกมือปิดปากตัวเองกลัวจะเผลอกรี๊ดออกมา นี่มันเห็ดหลินจือจริงๆด้วย ชาติที่แล้วเคยเห็นแต่ในรูปไม่คิดว่าจะโชคดีได้เจอของจริงในป่า เว่ยมู่หลินทั้งดีใจทั้งตื่นเต้น รีบเก็บเห็ดหลินจือทั้งหมดห่อด้วยใบไม้อย่างดีแล้วจึงรีบเดินทางกลับบ้านหามารดาทันที
“ข้ากลับมาแล้วเ้าค่ะท่านแม่“
”เว่ยมู่หลินเอ่ยกับมาราดาที่นั่งปักผ้าอยู่ใต้ร่มไม้ที่ลานหน้าบ้านด้วยท่าทางตื่นเต้น
“กลับมาแล้วหรอหลินเอ๋อ ไหนได้อะไรมาบ้าง? ท่าทางตื่นเต้นเชียว”
“ท่านแม่เราเข้าบ้านกันก่อนเถอะเ้าค่ะ ข้ามีอะไรจะให้ท่านดู”
เว่ยยู่ซินเดินตามเว่ยมู่หลินเข้ามาด้านในก็บนกับเห็ดหอมกองโตและผักป่าอีกหลายอย่าง
“ท่านแม่เ้าคะ เห็ดหอมนี่สามารถขายได้หรือไม่เ้าคะ?”
“แม่ว่าน่าจะขายได้นะ แต่ต้องตากให้แห้งเสียก่อนจึงจะสามารถนำไปขายได้”
“แล้วสิ่งนี้ล่ะเ้าคะสามารถขายได้หรือไม่?” เว่ยมู่หลินนำเห็ดหลินจือดอกใหญ่ขนาดฝ่ามือ3ดอกออกมาให้มาราดาดู เว่ยยู่ซินใมากที่ลูกสาวได้เห็ดหลินจือกลับมา แถมยังได้กลับมาถึง3ดอกด้วยกัน
“นี่มันเห็ดหลินจือนิ เ้าได้มาได้อย่างไร? ไม่ใช่ว่าเ้าเข้าไปในป่าลึกหรอกนะ!!! แม่บอกแล้วว่ามันอันตราย ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเ้าแม่จะอยู่ได้อย่างไร!”เว่ยยู่ซินเริ่มดุลูกสาวทั้งดวงตายังครอไปด้วยน้ำตา
เว่ยมู่หลินเห็นดังนั้นจึงรีบเข้ามากอดมารดา การถูกรักมันดีอย่างนี้เองสินะ เพราะโลกที่ลิลดาจากมาก็ไม่แน่ว่าจะมีใครเสียใจกับการจากไปของเธอหรือไม่ เพราะเธอคือเด็กกำพร้าคนหนึ่งที่เติบโตจากการเลี้ยงดูของผู้เป็ป้าหลังจากที่พ่อแม่เธอเสียไป ถึงชีวิตจะไม่ได้ยากจนแร้นแค้นแต่ก็เรียกว่ามีความสุขได้ไม่เต็มปาก เพราะการเติบโตภายใต้การเบื้องงล่างของลูกพี่ลูกน้องอยู่เสมอมันก็ค่อนข้างอึดอัดเช่นกัน ชีวิตตอนนี้ถึงจะลำบากกายไปบ้างแต่กับค่อนข้างสบายใจและรับรู้ถึงความรักของผู้เป็แม่อย่างที่เธอโหยหามาตลอด
“ท่านแม่ดูสิเ้าคะ! ข้าไม่ได้เป็อะไร ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน ข้ารู้ว่าท่านแม่เป็ห่วง แต่ข้าก็ระวังตัวมากเลยนะเ้าคะ ข้าแค่อยากหาทางแบ่งเบาภาระของเท่าก็นั้นเอง อย่าโกรธไปเลยนะเ้าคะ“ เว่ยมู่หลินบรรจงเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของมารดา
“แม่ขอโทษที่ทำให้เ้าต้องมาลำบาก” หากตอนนั้นนางไม่ตัดสิ้นใจหนีออกมา ลูกสาวของนางก็คงไม่ต้องมาตกละกำลำบากอยู่แบบนี้ ได้แต่นึกโทษตัวเองอยู่ในใจที่เข้มแข็งไม่พอที่จะปกป้องบุตรสาว
“ลูกมีความสุขดี ไม่ลำบากเลยเ้าค่ะ เป็ท่านแม่ที่ลำบากเลี้ยงลูกมาจนถึงตอนนี้ ลูกจะพยายามทำทุกอย่างให้ชีวิตความเป็อยู่ของพวกเราดีขึ้นกว่านี้ให้ได้เ้าค่ะ พรุ่งนี้เราเข้าเมืองเอาเห็ดหลินจือนี้ไปขายกันนะเ้าคะ ข้าอยากเข้าไปดูในเมืองเผื่อจะคิดวิธีหาเงินได้มากขึ้น เพราะขึ้นเขาก็ใช่ว่าจะโชคดีทุกครั้งไป“ เว่ยมู่หลินพยายามเกลี่ยกล่อมมารดาให้คล้อยตาม
“แต่ตอนนี้เราต้องช่วยกันนำเห็ดหอมพวกนี้ไปตากก่อนนะเ้าคะ เผื่อจะได้เอาไปขายพร้อมกัน “ หลังจากตกลงกันเรียบร้อยสองแม่ลูกก็ช่วยกันทำงานจนเสร็จ วันนี้เว่ยมู่หลินใช้พลังงานไปมากจึงเข้านอนแต่หัวค่ำ เพื่อพรุ่งนี้เช้าจะได้เดินทางเข้าในตัวเมืองกับมาราดา