Persephone Order : ไปทำฟาร์มตามบัญชาเทพีฤดูใบไม้ผลิที่ต่างโลก ภาคฤดูใบไม้ผลิ

    ฤดูใบไม้ผลิ เดือนที่ 1 สัปดาห์ที่ 1 บทที่ 4 : แอปริคอตข้างแปลงผัก

    ฤดูใบไม้ผลิ เดือนที่ 1 สัปดาห์ที่ 1 บทที่ 4 : แอปริคอตข้างแปลงผัก นาฬิกาข้อมือสีเขียวสดใสบอกเวลาบ่ายโมงตรง ข้าเดินก้าวออกจากเงาระเบียงบ้านไปรับแดดจ้าที่อบอุ่น และคาดหวังว่าผิวกายของร่างอวตารนี้จะไม่คล้ำดำจากแดด จนโดนเจ้าของว่าเอานะ จากนั้นข้าก็เดินหาทำเลดี ๆ ที่เลือกได้ไม่ยาก เอาตรงพื้นที่ห่างจากบันไดเตี้ยสามขั้นหน้าบ้านสัก 5 เมตรนี่แหละ และจากนั้นข้าก็หยิบท่อนไม้ยาวๆออกมาใช้ต่างดินสอ ขีดเขียน ร่างเส้น ตีกรอบแปลงผักไว้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน สิ้นสุดที่ตรงไหน “ ไม่มีอะไรวัดซะด้วยว่ากี่ตารางเมตรแล้ว งั้นเอากว้างๆไว้ก่อน เพราะภารกิจไม่ได้บอกว่าต้องเป๊ะ5 ตารางเมตร จะกว้าง จะยาวกว่าก็ไม่เป็นไร ” ข้าเลยลากซะยาว และกว้างประมาณ 6 ตารางเมตรเห็นจะได้และต่อไปก็คือการจัดการเอาท่อนไม้ หินที่มีทั้งขนาดเล็ก ไปจนถึงขนาดใหญ่ รวมทั้งตอไม้ที่กว้าง 50 ตารางเซนติเมตรออกจากที่นี่ “ เอ่อ รบกวนคุณไม้ คุณก้อนหิน ในพื้นที่รอบ ๆ สี่เหลี่ยมจุตรัส 6 คูณ 6 เมตรของข้า ช่วยเขยิบออกไปกันได้ไหมคะ ถ้าจะให้ดี รบกวนคุณหญ้าช่วยถอนรากไปตั้งรกรากใหม่รอบนอกพื้นที่นี้ด้วยจะดีมาก ” ข้าพูดขอร้องสิ่งกีดขวางเหล่านี้ดู ด้วยความขี้เกียจจะสรรหาวิธีมาเคลื่อนย้ายเอง เลยทดลองใช้ความสามารถใหม่ดู และผลที่ได้ก็ทำให้ข้าเบิกตาโตอย่างตกใจ ประหลาดใจ และดีใจ “ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ ” ข้าพูดขึ้นพร้อมยิ้มขณะดูก้อนหินค่อยๆพากันกลิ้งตัวจากพื้นที่ในกรอบ ไปนอนแหมะรอบ ๆ เศษไม้ทั้งแบบกิ่ง ก้าน ใบ หรือท่อนยาวก็พากันกลิ้งๆตามหินไป  หญ้าต้นเล็กต้นน้อยก็พากันถอนราก ถอนโคนตัวเองมาวิ่งๆออกจากกรอบ แล้วกระโดดพุ่งหลาวไปปักรากใหม่ที่พื้นดินรอบ ๆ เหลือแต่ตอไม้ตอใหญ่ที่นิ่งไม่ขยับ “ ตอไม้ที่ตายแล้ว คงไม่สามารถขยับตามคำขอของเราได้สินะ. . . จะให้ถอนด้วยแรงตัวเองก็คงไม่ดี. . . อ๊ะ ! ” ขณะที่ข้าเดินไปลูบหน้าตัดตอไม้เบาๆ พลางใช้ความคิดว่าจะกำจัดตอไม้นี้ออกจากแปลงผักของข้ายังไง ก็มีภาพความทรงจำของตอไม้แวบเข้ามาในหัว
    ภาพเมล็ดพันธ์เล็ก ๆในดิน ค่อยๆงอกเงยเป็นต้นอ่อน และได้รับความรัก ความดูแลจากเทพีเพอร์ซีโฟเน่เหมือนต้นไม้อื่น ๆ มันได้เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ขณะเฝ้าดูเทพี ไม่สิ ต้องเรียกว่า ร่างอวตารของเทพีหรือก็คือร่างที่ข้ากำลังสิงสถิตอยู่นี้ใช้ชีวิตในฟาร์มสปริงฟิลด์  มีหลายครั้งที่พายุเข้า เทพีก็จะออกมาสร้างม่านพลังคุ้มครองพืชพันธ์ต่าง ๆ และมีหลายครั้งที่ฝนพรำลงมา เทพีก็. . . เอ่อ ร่างอวตารของเทพีก็เปลือยกายมาร่ายรำเล่นกับสายฝน และทุก ๆรอยเท้าที่เทพีเหยียบย่ำดินไปขณะกระโดดโลดเต้นอย่างร่าเริงนั้น ก็มีต้นอ่อนพืชค่อยๆเติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็ว  และภาพเหล่านั้นก็เปลี่ยนไป เป็นเทพีบอกลาพวกเขาเพื่อกลับไปประจำการที่ยมโลก ทิ้งร้างให้สวนค่อยๆสูญสลายไปหลังขาดพลังแห่งเทพี โดยรอบนอกบ้านของเทพีนั้นพืชพรรณล้มหายตายจากกันไปหมด เหลือแต่รอบนอกที่เป็นป่าใหญ่ที่เทพีปลูกไว้ และกำหนดให้เป็นป่าไม้ที่เป็นระบบนิเวศดูแลกันเองไปได้แม้จะขาดพลังแห่งเทพี ต่างกับตอไม้นี้ที่เป็นหนึ่งในพืชพรรณที่กำหนดให้เป็นพืชสวนยืนต้น พอขาดพลังแห่งผู้ดูแลสวน ก็ยืนแห้งตายซาก ก่อนจะหักโค่นไป แต่ยังเหลือตอไว้อยู่ด้วยความยึดถือมั่นว่าสักวันเทพีจะกลับมา
    “ อ่า . . . ไม่อยากขยับไปจากตรงนี้ เพราะอยู่ใกล้ข้ามากที่สุดสินะ ” ข้าถามมันพร้อมยิ้มให้น้อย ๆก่อนคิดหาวิธีฟื้นฟูตอไม้ที่ตายซากต้นนี้ให้ฟื้นคืน “ ข้าสามารถช่วยให้เจ้าเติบโตใหม่ได้ยังไง ช่วยบอกข้ามาเถิด ข้าเป็นวิญญาณไร้ความรู้ใด ๆในพลังแห่งร่างอวตารนี้ ” ตอไม้นี้ได้ส่งภาพความทรงจำมาให้ข้าอีกระลอก และข้าก็ยิ้มกว้างขึ้นขณะรับชมวิธีใช้พลังที่ทำได้ง่ายกว่าที่ข้าคิดมาก หลังดูจบข้าก็ลืมตาขึ้นมา พร้อมวางมือขวาลงบนตอไม้ “ ข้า คอร่า อวตารแห่งเทพีเพอร์ซีโฟเน่ ขอประกาศให้สรรพสิ่ง ณ สปริงฟิลด์แห่งนี้รับรู้ไว้ ข้าได้กลับมาแล้ว 1 ปีต่อจากนี้ข้าจะเป็นผู้ดูแลสวนสปริงฟิลด์แห่งนี้เอง ” พูดจบข้าก็หยิบเมล็ดแอปริคอตออกมาอมในปาก แล้วคายออกมาวางกลางตอไม้ที่ตายซาก “ และเจ้า แอปริคอตต้นเดียวที่หลงเหลือตอในพื้นที่ 500 ตารางเมตรรอบบ้านของข้า จงฟื้นคืนสู่ความสมบูรณ์ หลังยืนตายเหลือแต่ตอมานานนับศตวรรษ ด้วยอำนาจอันน้อยนิดที่เทพีเพอร์ซีโฟเน่แบ่งปันมา ข้าขอหยิบยืมพลังนั้นมาชุบชีพเจ้า ”            พูดจบ เมล็ดพันธ์ที่ชุ่มโชกด้วยน้ำลายของข้าก็เรืองแสงสีเขียวอ่อนออกมา พร้อมมีรากไม้เล็ก ๆ สีขาวหลายเส้นจนเหมือนใยแมงมุมแทงออกมาจากเมล็ด ก่อนจะค่อยๆขยายใหญ่ขึ้น สีเข้มขึ้น และเชื่อมต่อกับตอไม้ พร้อมผลักดันเมล็ดให้ยกสูงขึ้นเหนือตอไม้ 3 เมตร แล้วรากสีน้ำตาลก็ค่อยๆเกี่ยวพันกันแน่นหนาจนกลายเป็นต้นแอปริคอตที่มีแต่เสาสีน้ำตาลอ่อน ต่างจากตอของมันที่เป็นสีน้ำตาลเข้ม  “ กิ่ง ก้าน ใบ คือสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับพฤกษา เจ้าจงงอกเงยขึ้นมาใหม่เถิด เพื่อประโยชน์สุขของข้าในการมีอาหารกิน เพื่อเติมเต็มความปรารถนาของเจ้าที่ต้องการอยู่เคียงข้างข้าอีกครั้ง ” ข้าหยิบแอปริคอตหนึ่งลูกออกมาจุมพิตเบาๆ ก่อนปล่อยให้มันลอยไปตั้งบนเสาไม้  รากสีน้ำตาลก็พวยพุ่งขึ้นมาจากเสาไม้ไปแทงทะลุ ชอนไชลูกแอปริคอต ก่อนจะกลืนกินจนหมด และต้นไม้ก็เรืองแสงสีเขียวอ่อนออกมา ก่อนจะงอกกิ่ง ก้าน ใบจนกลายเป็นต้นแอปริคอตที่สมบูรณ์ในเวลาไม่ถึง 30 นาที นับตั้งแต่ข้าเริ่มร่วมระลึกดูความหลังของตอไม้ตอนี้ “ คิกๆ ดูเหมือนข้าต้องแบ่งที่ดินแปลงปลูกผักกับเจ้าแล้วสินะ แบบนี้เจ้าต้องแย่งอาหารผักน้อย ๆของข้าแน่ ดังนั้นข้าจะเขยิบแปลงออกไปห่างจากเจ้าหน่อย เอ้า ๆ เด็ก ๆ ช่วยเขยิบที่ให้ข้าอีกสัก 2 เมตรได้ไหม ” ข้าหัวเราะน้อย ๆ ขณะยืนดูก้อนหิน ไม้ หญ้า เถาวัลย์ข้างๆแปลงผักข้างพากันกลิ้งๆ วิ่งๆเขยิบพื้นที่ให้ และอดคิดไม่ได้ว่าความสามารถนี้นี่มันสนุกดีจริง ๆ จากนั้นข้าก็หัวเราะออกมา เมื่อคิดว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ข้าคิดจะสร้างจากการเก็บรวบรวมวัตถุดิบนี่คงไม่จำเป็นแล้วล่ะมั้ง แค่เอ่ยปากก็สั่งสิ่งต่าง ๆ ในที่นี้ได้แล้ว จะลงมือ ลงแรงเหนื่อยเองทำไม แต่คิดอีกที การได้ทำอะไรด้วยตัวเอง ก็เป็นเรื่องที่สนุกดีไม่น้อย จึงคิดๆว่าอันไหนดูเหนื่อยไป ก็จะสั่งด้วยปากเอา อันไหนพอทำได้ ก็จะลงมือทำด้วยมือ และการเกลี่ยหน้าดิน เตรียมทำช่องหย่อนเมล็ดปลูกผัก ก็เป็นสิ่งที่ข้าอยากทำด้วยมือดู ข้าจึงหยิบท่อนไม้ขนาดเหมาะๆมือ ยาวประมาณ 60 เซนติเมตร หนา 5 เซนติเมตรออกมาถือ ก่อนจะลองเหวี่ยง ๆ หวดลมดู พบว่ามันไม่หนักไปเท่าไหร่ เลยปักมันกับดินตรงหน้าตัว ก่อนจะหยิบเถาวัลย์ยาว 30 เซนติเมตรออกมา พร้อมหินสี่เหลี่ยม แบน ๆ ออกมา
    “ จอบขุดๆ เกลี่ยดินก็ต้องแบน ๆ สินะ แล้ว . . . จะทำไงต่อล่ะเนี่ย ” ข้ามองหินแบนๆขนาดประมาณฝ่ามือดู และลองเคาะเบาๆ ก็รู้สึกว่ามันออกจะบางไปนิด  ใช้ไม่กี่ครั้งหินต้องหักแน่ แต่ยังไงก็ต้องลองทำกันดู ข้าวางหินกับพื้น แล้วเอาด้ามไม้ทุบลงไปตรงกลางมุมบน  หมายจะแทงทะลุหินให้เป็นรู แต่ไม่รู้หินเปราะไปหรือข้าแรงเยอะไป หินเลยแตกหักกระจายหมด “ อ้าว ทำไมไม่ทะลุเป็นช่องพอให้ด้ามไม้เสียบเข้าไปได้ล่ะเนี่ย แตกหมดเลยแบบนี้นี่ หินที่นี่ก็ไม่ต่างจากหินทั่วไปเลยเนอะ ” ข้ากระพริบตาปริบๆเมื่อสิ่งที่ข้าคิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นมันต่างกัน และข้าก็ปิ๊งไอเดียดี ๆ ขึ้นมา จึงหยิบหินก้อนใหม่ที่มีลักษณะคล้ายก้อนเดิมออกมา และพูดกับมันอย่างขอร้องว่า “ คุณหิน ช่วยสร้างรูให้พอใช้ไม้เสียบหน่อยได้ไหม ข้าอยากได้จอบหินไว้ทำแปลงผักน่ะ ” พูดจบข้าก็หัวเราะเบาๆ เพราะคิดว่าหินที่มีชีวิตจิตใจ คงไม่มีก้อนไหนอยากตัวเป็นรู และถูกข้าใช้งานหรอก แต่ผิดคาด หินในมือข้าได้เกิดรูกลมเล็ก ๆ  ก่อนขยายขึ้นและลอยเข้าไปเสียบกับด้าม พร้อมเถาวัลย์ในมือข้าก็เลื่อนตัวออกไปเหมือนงูเลื้อยขึ้นตามด้ามไปมัดพันระหว่างหินกับด้ามไม้ให้อย่างแน่นหนา และนาฬิกาข้อมือข้าก็ส่งเสียงสัญญาณแจ้งเตือนที่ข้าเปิดเข้าไปอ่าน ก็อดยิ้ม และหัวเราะออกมาไม่ได้ “ คิกๆ ได้รับจอบหินมาแล้วล่ะ ดีจังเลยนะ ”