ผมคิดไว้อยู่แล้วว่าผมต้องหลงทางเพราะการบอกทางชุ่ยๆของโอเทรอส
อันดับแรกคือผมสามารถเลี้ยวขวาได้แค่สองครั้งเท่านั้น เพราะในครั้งที่สามมันเป็ทางที่บังคับให้เลี้ยวซ้าย ปัญหาหลังจากนั้นก็คือผมจำไม่ได้ว่าผมจะต้องเลี้ยวซ้ายต่ออีกกี่ครั้ง แล้วไอ้รูปปั้นเทพแห่งการล้อเล่นมันมีหน้าตาเป็ยังไงผมก็ไม่รู้
ใช่ครับ ผมกำลังหงุดหงิด
ในระหว่างที่ผมกำลังหันซ้ายหันขวาเพื่อหาเทพที่ผ่านไปผ่านมาซักคนแล้วถามทาง สายตาผมก็ไปสะดุดอยู่ที่สวนดอกไม้ริมทาง ใครบางคนกำลังยืนรดน้ำดอกไม้ตามกระถางพร้อมฮำเพลงที่เพราะที่สุดเท่าที่ผมเคยฟังมา
วินาทีนั้นเองที่คำพูดของโอเทรอสวิ่งกลับเข้ามาในหัว ที่บอกว่าผมจะรู้ได้เองว่าใครคือเทพีแห่งดอกไม้ ผมว่าผมเริ่มที่จะเข้าใจเขาแล้ว
เทพีสาวที่อยู่ตรงหน้ามีเรือนผมยาวสลวย สีผมเป็การผสมผสานกันระหว่างสีชมพู เหลืองครีม ฟ้าอ่อน และสีเขียวแบบชาเขียวได้อย่างลงตัว ทุกครั้งที่เรือนผมนั่นสะบัดก็จะมีกลีบดอกไม้ปลิวออกมา ใบหน้าของนางงดงามยิ่งกว่าเทพีองค์ไหนๆที่ผมเคยเจอ ดวงตาสีดำขลับไม่มีตาขาว หูที่ยาวเหมือนกับเอลฟ์ในนิยายแฟนตาซี ผมของนางเป็สีขาวนวลอมเหลืองน้ำผึ้งนิดๆ นั่นยิ่งทำให้นางดูมีเสน่ห์แตกต่างจากใครๆ นางอยู่ในชุดที่ประดับประดาไปด้วยดอกไม้หลากสี ผสมผสานกันอย่างลงตัวราวกับได้ดีไซน์เนอร์ที่เก่งที่สุดบน์แห่งนี้ ถึงจะอยู่ห่างประมาณเกือบสิบห้าเมตร แต่ผมก็ยังได้กลิ่นหอมสดชื่นที่ผสมระหว่างกลิ่นดอกไม้กับกลิ่นบริสุทธิ์โชยออกมา ไม่รู้ว่าอะไรทำให้ผมมั่นใจนักว่านั่นคือกลิ่นตัวของนาง รอยยิ้มบางๆนั่นคลี่ออก นางกำลังหยอกล้ออยู่กับเหล่าดอกไม้ตรงหน้า และดูเหมือนพวกดอกไม้กำลังเต้นระบำในขณะที่นางรดน้ำให้พวกมัน
เธอรู้สึกตัวจนได้ว่าผมยืนตะลึงจ้องมองเธอมาซักพัก เทพีแห่งดอกไม้เงยหน้าก่อนจะฉีกยิ้มให้ผม ดอกไม้กี่ล้านดอกก็คงจะสวยสู้รอยยิ้มของเธอไม่ได้แน่ๆ ผมยิ่งนิ่งอึ้งหนักกว่าเดิม กลิ่นหอมๆที่ััได้เมื่อกี้เหมือนจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก
“กำลังตามหาใครอยู่หรือเปล่าคะ” เธอเอ่ยทัก ผมสะดุ้ง เทพีองค์นั้นกำลังคุยกับผมด้วยเสียงหวานๆแบบที่ทำให้ผมเคลิ้ม ผมไม่รู้ว่าทำไมผมต้องเสียอาการขนาดนี้ บางทีกลิ่นหอมๆนี่อาจจะมีผลต่อสติของผมโดยตรง
ผมทำใจกล้าเดินเข้าไปหาเธอ ขาผมมันอ่อนๆสั่นๆแปลกๆ ผมฝืนยิ้ม มันรู้สึกเกร็งอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน เหมือนว่าเทพีแห่งดอกไม้เองก็สังเกตเห็นอาการเก้ๆกังๆของผม
“มีอะไรให้ฉันช่วยไหม” นางเอ่ยถามอีกรอบ ตาสีดำขลับนั่นเสมือนหลุมดำที่ดูดกลืนผมเข้าไปในโลกของเธอ บวกกับการที่ผมสู้สายตาใครไม่เก่งอยู่แล้วด้วย ผมจึงพยายามหลบตาเธออย่างหนัก
“ไม่ครับ…ผมหมายถึง….ใช่ครับ” ผมตอบแบบเงอะๆงะๆ เทพีแห่งดอกไม้มองผมด้วยสายตางุนงง
“คะ?” นางเอียงคอ
ผมพยายามเรียบเรียงความคิดที่วิ่งวนกันมั่วในหัว ก่อนจะยื่นดอกไม้ออกไปให้แก่นาง “ผม…เอามาให้ครับ”
“ให้ฉันเหรอ” เทพีตรงหน้ายิ้มหวาน ผมใจเต้นแรงเข้าไปใหญ่
“ครับ…เอ่อ…พอดีว่า…” ผมกำลังนึกถึงคำที่โอเทรอสฝากให้มาบอกกับเธอด้วย
“ว้าว มันสวยจัง คงจะได้มันมาจากแถวๆป่าเวทมนตร์เดลิด้าที่แอเรียศูนย์หนึ่งสามแปดแน่ๆเลยสินะเนี่ย” นางดูดีใจกับของขวัญมากๆ
“คือ…อันที่จริง…” ผมพยายามจะหาจังหวะบอกกับเธอ แต่เสียงผมมันเบาและอู้อี้
“คุณมาหาฉันเพื่อเอาเ้านี่ให้ฉันงั้นเหรอคะ” เทพีแห่งดอกไม้เอ่ยถาม นางดูอารมณ์ดีเป็พิเศษ นั่นยิ่งทำให้กลิ่นหอมของนางมันส่งกลิ่นลอยฟุ้งออกมา ผมรู้สึกเหมือนสติกำลังจะหลุดออกจากร่าง
“ไม่ใช่ครับ ผม…ผมคิดว่าผมหลงทาง” ผมตอบ รู้สึกอายสุดๆ
“หลงทางงั้นเหรอ นั่นไม่น่าจะเป็ไปได้เลยนะคะ” เทพีแห่งดอกไม้ดูสงสัยมากๆ ผมไม่เข้าใจ ทำไมเราถึงไม่ควรเดินหลงบน์ทั้งๆที่มันสลับซับซ้อนซะขนาดนี้ “แล้วคุณกำลังจะไปไหนงั้นเหรอคะ”
ผมลังเลเล็กน้อยก่อนจะตอบว่า “ไปแผนกเกษตรกรรมครับ”
“โห้! งั้นคุณก็มาถามถูกคนแล้ว ฉันเป็เทพีอยู่แผนกเกษตรกรรมพอดีเลยค่ะ” เทพีแห่งดอกไม้ฉีกยิ้ม นางเอามือทาบอก “ถ้าไม่รังเกียจ ให้ฉันนำทางให้ดีไหมคะ”
“ดีเลยครับ รบกวนซะแล้วสิ” อันที่จริงผมรู้อยู่แล้วว่าเธอเป็เทพีแห่งดอกไม้ที่อยู่ในแผนกนั้นด้วย
“งั้นเดี๋ยวฉันขอดูแลเด็กๆพวกนี้ให้เสร็จก่อนนะคะ” เทพีแห่งดอกไม้อมยิ้ม รอยยิ้มของเธอเหมือนเป็นิยามความงดงามแห่ง์ ผมว่าสามารถนั่งมองเธอยิ้มได้ทั้งวันเลยล่ะ
“จริงสิ!” จู่ๆเทพีแสนสวยคนนั้นก็ร้องขึ้น เธอหันมายิ้มเขินๆให้ผม “เรายังไม่รู้จักชื่อกันเลยนี่เนอะ”
“จริงด้วยครับ” ผมยิ้มแห้งๆอย่างประหม่า นึกว่าอีกฝ่ายจะไม่ชวนคุยเื่นี้แล้วซะอีก
เทพีแห่งดอกไม้ยืดอกขึ้น เธอยืนด้วยท่วงท่าที่สง่างามสมกับเป็เทพธิดา ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาสะกดสายตาผม “ฉันมีชื่อว่าอันธีเซีย เทพีแห่งดอกไม้ กลิ่นหอม และการคืนดี แล้วก็เป็เทพีตัวเล็กๆแห่งแผนกเกษตรกรรมด้วยนะ” แววตาของนางทอประกายความภาคภูมิใจ ผมอึ้งเล็กน้อย ไม่คิดว่าเทพีที่อยู่ตรงหน้าจะมีถึงสามตำแหน่งด้วยกัน แล้วผมก็พอจะเข้าใจที่มาที่ไปของกลิ่นหอมที่ลอยฟุ้งไปทั่วนี่แล้วด้วย น่าแปลกที่ไม่ว่ากลิ่นหอมจะชัดมากแค่ไหน มันก็ไม่ได้แสบจมูกแบบที่ควรจะเป็ กลับกัน มันดูเป็กลิ่นหอมพอดีๆและมีกลิ่นสดชื่นแบบที่ผมชอบเป๊ะๆ
เอาล่ะ ถึงเวลาที่ผมจะต้องแนะนำชื่อกับตำแหน่งเทพอันน่าอายให้เธอรู้แล้วสินะ “ผมมีชื่อว่าแอคกริโอครับ…” ผมลังเลเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ “เป็เทพแห่งวัชพืชครับ” ผมเอามือเกาคางตัวเองอย่างประหม่า
“ว้าว!” อันธีเซียปรบมือเสียงดัง ดวงตาเป็ประกาย “คุณนี่เอง รอมาตั้งนานแหนะ”
“รอผมเหรอครับ” ผมชี้ไปที่หน้าตัวเองอย่างงงๆ
“ใช่ค่ะ ั้แ่ที่ฉันเห็นว่ามีเทพแห่งวัชพืชคนใหม่เข้ามาในแผนก ฉันก็ตั้งตารอจะเจอมาตลอดเลย” อันธีเซียค่อยๆเขยิบเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ผมพยายามจะมองให้ออกว่าเธอคนนี้กำลังพูดเพื่อเอาใจคนแปลกหน้าเฉยๆหรือไม่ แต่ว่าผมสู้แววตาสวยๆนั่นไม่ได้ ผมอาจจะหัวใจวายตายถ้าเธอเข้ามาใกล้มากกว่านี้ กลิ่นหอมทำให้ผมรู้สึกอ่อนยวบอย่างบอกไม่ถูก
แล้วจู่ๆอันธีเซียก็คว้ามือผมไปจับไว้ “ฉันมีเื่อยากจะขอร้องคุณให้ช่วย คุณแอคกริโอช่วยฉันหน่อยได้ไหมคะ”
ผมกำลังใกับการที่เทพีแห่งกลิ่นหอมกำลังคว้ามือผมไปเขย่า มือของเธอนุ่มนิ่มและเป็สมัผัสที่ประหลาดมาก ทว่าผมที่ั้แ่ตอนมีชีวิตก็ไม่ได้ชอบให้ใครมาแตะตัวอยู่แล้วได้แต่ทำหน้าเหวอๆพลางมองไปยังมือของเราทั้งสองที่ประสานกันอยู่ แล้วในที่สุดอันธีเซียก็รู้สึกตัว เธอค่อยปล่อยมือผมด้วยสีหน้ารู้สึกผิด
“ขอโทษด้วยค่ะ ฉันลืมตัวไปเลยว่าคนจากบางเผ่าก็ไม่ชอบให้ใครััตัว” เธอดูรู้สึกผิด “คงจะรู้สึกแย่มากๆเลยสินะ ฉันนี่มันเสียมารยาทจริงๆ”
“ไม่ใช่นะครับ…ผมไม่ได้ว่าอะไรเลย แค่ไม่ค่อยชินน่ะครับ” อันที่จริงคือผมรู้สึกไม่ดีนั่นแหละ แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดรังเกียจ และพอยิ่งเห็นอันธีเซียทำสีหน้าอย่างนั้นผมยิ่งรู้สึกผิดกับการรีแอคชั่นของตัวเอง “ผมเองต่างหากที่เสียมารยาท”
อันธีเซียอมยิ้มน้อยๆ “ขอโทษกันไปขอโทษกันมาอยู่แบบนี้ก็แย่สิคะ โถ้”
อ๊ะ อารมณ์เปลี่ยนไวโคตร
“ขอโทษด้วยครับ” ผมไม่รู้จะตอบว่าอะไรดี
“กำลังกวนฉันอยู่สินะคะ” อันธีเซียทำสีหน้าโกรธ ผมใจหายวูบ ก่อนที่นางจะเฉลยว่าแกล้งผมเล่นๆด้วยการหัวเราะออกมา “ล้อเล่นน่ะค่ะ”
“แล้วจะให้ผมช่วยอะไรคุณเหรอครับ” ผมพยายามเปลี่ยนเื่
อันธีเซียยิ้มหวาน “เป็สิ่งที่มีแค่คุณคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยฉันได้ คงจะไม่รังเกียจซินะคะ” ผมแอบแปลกใจและรู้สึกดีในเวลาเดียวกัน แบบว่า…เทพต๊อกต๋อยแบบผมมันพิเศษขนาดนั้นเชียวเหรอ?
“ครับ ยินดีครับ” ผมรู้สึกได้เลยว่านี่คือโอกาสแก้ตัวกับเทพีสาวที่แสนวิเศษตรงหน้า และผมจะไม่ทำตัวเฉิ่มแบบก่อนหน้านี้อย่างเด็ดขาด
โปรดติดตามตอนต่อไป