ตอนที่ 5 สถาบันเวทมนตร์
วิ้ง วิ้ง วิ้ง
สิ่งรอบตัวแปรเปลี่ยนกาติรัสกลับคืนสู่โลกต้นกำเนิดอีกครั้ง ชายหนุ่มพลันกวาดตามองอย่างละเอียดยิบเขาสามารถยืนยันเื่ที่สงสัยมานานได้แล้ว 'ดูเหมือนหากเข้าไปในดินแดนอนันตกาลเวลาโลกภายนอกจะหยุดเดิน...เอิ่ม..น่าเสียดายนักที่ข้าไม่สามารถเพิ่มเลเวลได้ด้วยตัวเอง..มีแต่ลูกสมุนที่สามารถเลเวลอัพได้เท่านั้น' ครุ่นคิดอยู่สักพักชายหนุ่มจึงเปิดหน้าสเตตัสขึ้น
ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์ เลเวล:108 พลังกาย:102 พลังเวทย์:6079
'เอิ่ม...ที่เลเวลอัพคงเป็ผลมาจากการแชร์ประสบการณ์ภายในปาร์ตี้สินะ..กลไกการทำงานของโลกนี้ไม่ต่างกับชาติที่แล้วสักนิด...นึกว่าพอสมดุลโลกเปลี่ยนวัฏจักรจะเปลี่ยนตามเสียอีก..แต่ช่างเถอะ'
กาติรัสเผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยล้าถึงกระนั้นชายหนุ่มก็ไม่อาจไว้ใจชายวัยกลางคนตรงหน้าของเขาได้ ด้วยการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงในชาติที่แล้วเขาจึงสามารถเปิดใช้ประสาทััทั้งห้าได้อย่างสมบูรณ์ แม้ร่างกายจะเปลี่ยนไปความทรงจำเกี่ยวกับทักษะนี้ยังคงไม่ลืมเลือน
กาติรัสพลันเปิดใช้ 'ััจักรพรรดิ' ทักษะนี้เขาเป็คนคิดค้นด้วยตัวเองและทุกคนสามารถฝึกมันได้ เนื่องจากััจักรพรรดิเป็การกดดันััทั้งห้าให้ถึงขีดสุดจนมันสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดขอบเขตมนุษย์ ทำให้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาแม้จะหลับอยู่ก็ตาม
เฮนโรวเบิกตาเพราะเขามั่นใจอย่างที่สุดว่ากาติรัสนั้นหลับไปแล้วจริงๆ 'เขาหลับแล้วงั้นรึ?...ไม่คิดจะทำร้ายข้า?..เอิ่ม..ยังมิอาจชัวร์ได้บางทีเขาแค่อยากให้ข้าตายใจ'
ตลอดการเดินทางอันเหน็ดเหนื่อยในที่สุดบุรุษทั้งสองก็ได้เดินทางมาถึงจุดหมาย 'เมืองหลวงบารอนเวิร์ด' เฮนโรวไม่ได้หลับอีกเลยั้แ่เปิดตาขึ้นมา เขารีบปลุกกาติรัสทันทีที่รถม้าได้เดินทางมาถึง
"เ้าหนู...นี่..พวกเรามาถึงเมืองหลวงแล้วนะ"
"หือ? ถึงแล้วรึ..."
ยามฟ้าสว่างแปรเปลี่ยนเป็ความมืดมิดไร้สิ้นแสงของดวงตะวัน เหลือเพียงดวงดาวอันเจิดจรัสอยู่บนฟากฟ้ายามราตรีก่อนกาติรัสจะพลันมองออกไปข้างนอกประดุจความฝัน เมืองหลวงช่างแตกต่างจากชนบทอย่างสิ้นเชิงกระทั่งชาติที่แล้วความเจริญก็สามารถส่งไปถึงทั่วทุกที่แม้จะห่างไกลเพียงใดก็ตาม
'ที่แห่งนี้...เจริญรุ่งเรืองนัก..ต่างจากชนบทมากเกินไปแล้ว'
ปรากฏอาคารบ้านเรือนที่ดูหรูหราจำนวนมากพร้อมกับผู้คนที่เดินอยู่ทั่วท้องถนนราวกับฝูงมด พวกเขาเ่าั้ล้วนมีเสื้อผ้าอันสวยสดงดงามกระทั่งผู้ที่ดูยากจนที่สุดยังสวมผ้าอาภรณ์ที่ดีกว่าผู้คนในแถบชนบทมากนัก
ความเจริญรุ่งเรืองสามารถมองได้ด้วยวัตถุที่ถูกสร้างขึ้น สิ่งที่ดึงดูดกาติรัสมากที่สุดคงจะเป็ปราสาทขนาดั์ชายหนุ่มจ้องมองปราสาทอันนั้นตาไม่กระพริบราวกับเป็สิ่งมหัศจรรย์ กระทั่งชาติที่แล้วเขาก็ไม่เคยคิดจะสร้างวัตถุที่มีขนาดใหญ่ขนาดนี้มันสูงราวสามร้อยเมตรจากผืนดิน เป็สิ่งที่เกินความจำเป็มากเกินไป
"ใหญ่...ปราสาทนั้นใหญ่มาก" กาติรัสกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็าราวกับน้ำแข็งพันปี ชายหนุ่มประหลาดใจมากก็จริงที่มนุษย์สามารถสร้างสิ่งแบบนี้ขึ้นมาได้ด้วยตัวพวกมันเอง ทว่า มันยังไม่น่าประหลาดใจมากพอให้เขาต้องใ
"ถูกต้อง..เพราะนั้นคือปราสาทขององค์จักรพรรดิ...พวกข้าอยากให้ท่านมีความเป็อยู่ที่ดี" เฮนโรวกล่าวพร้อมกับใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มอย่างสุขใจ
"ทำไม? มิใช่จักรพรรดิหรอกรึที่ต้องโหยหาความสุขให้ตัวเอง?"
... นัยตาทั้งสองแข็งค้างราวกับถูกสาป เฮนโรวจ้องมองชายหนุ่มตาเขม็งราวกับมีความแค้นต่อกันมาเนิ่นนานสองมือกำหมัดแน่นอย่างโกรธเคืองก่อนเขาจะคลายฝ่ามือออก
"ดูเหมือนเ้าจะไม่ใช่คนของราชอาณาจักรวินเทอร์เฟีย..จำไว้นะเ้าหนู...เ้าไม่ควรพูดเกี่ยวกับองค์จักรพรรดิแบบนั้น...มิเช่นนั้นผู้คนจะทำการสังหารเ้าทิ้งอย่างแน่นอน!!" เฮนโรวกล่าวด้วยน้ำเสียงเข้มขรึม
กาติรัสพลันรู้สึกเย็นเยียบไปถึงกระดูกทั้งตัวต้องขนลุกซู่! 'แรงกดดันนี้มัน...' ชายหนุ่มตกตะลึงอยู่ชั่วขณะก่อนจะเปิดปากถาม "ที่ท่านพูดมันหมายความว่ายังไง!? แล้วราชอาณาจักรวินเทอร์เฟียกับราชอาณาจักรบารอน? สรุปที่แห่งนี้มิใช่วินเทอร์เฟียหรอกรึ!!"
เปรี๊ยะ
ความคิดของเฮนโรวพลันว่างเปล่าราวกับสายฟ้าผ่าข้างหู ทั่วร่างแข็งค้างในฉับพลันโลหิตภายในร่างกำลังเดือดพลุ่งพล่าน จังหวะการเต้นของหัวใจกลายเป็ถี่รัวอย่างผิดปกติ ตาเฒ่าผู้นี้กำลังตื่นเต้น!!
"เ้าไม่ใช่คนของวินเทอร์เฟีย!!! เ้าไม่รู้การเรียกชื่อของสองราชอาณาจักรนี้!"
"ไม่นะท่าน...เพราะผมไม่รู้เกี่ยวกับมันจริงๆ" กาติรัสเลือกที่จะแสดงความหวาดกลัว
"ฟังนะ..องค์จักรพรรดิท่านมีนามว่า 'บารอน' และราชอาณาจักรบารอนคือโลกขององค์จักรพรรดิคำนี้จะถูกเรียกกล่าวในหมู่อัศวินเท่านั้น ทว่า ไม่รู้ั้แ่กาลใดที่ชื่อราชอาณาจักรบารอนได้ถูกแพร่หลายไปในปวงชนเสียแล้ว ส่วนชื่อทางการของราชอาณาจักรแห่งนี้มีนามว่า วินเทอร์เฟีย!! เพราะเ้าไม่รู้ในความต่างนี้ข้าถึงได้มั่นใจว่าเ้าไม่ใช่คนของราชอาณาจักรนี้!"
"ไม่เสมอไปหรอกขอรับเพราะข้านั้นอยู่ในป่าในเขามานานก็เลยไม่ค่อยรู้เื่โลกภายนอกเท่าใดนัก"
เฮนโรวมองชายหนุ่มไม่เหมือนเดิมอีก แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัยและไม่ไว้วางใจดั่งลอยคว้างกลางมหาสมุทร ไม่เหลือความไว้วางใจให้ชายหนุ่มอีกก่อนเขาจะเดินหันหลังพลางกล่าว "ข้าส่งเ้าถึงจุดหมายแล้วและข้าก็มีธุระบางอย่างที่ต้องไปทำ" กล่าวจบเฮนโรวเปิดกางอักขระเวทมนตร์ขนาดั์ มันปรากฏใต้ฝ่าเท้าของเขาราวกับใยแมงมุม
วูบบบบ
โฮกกกกกกก
เสียงคำรามดังกึกก้องนภาก่อนปรากฏสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ เกล็ดสีแดงเข้มกำลังเปล่งประกายราวกับดวงดาว เรือนร่างของมันเริ่มสังเกตเห็นได้ชัดขึ้นเรื่อยๆ
ปีกสีแดงฉานกำลังกระพือราวกับปักษา เพียงสามลมหายใจมันก็มาปรากฏอยู่เหนือหัวของกาติรัสในทันตา
'ั...ข้ายิ่งมีประสบการณ์ที่ไม่ดีเกี่ยวกับมันซะด้วย...ไหนๆเ้าก็มาแล้วขอดูสเตตัสหน่อยก็แล้วกัน' ตัดสินใจดังนั้นกาติรัสพลันเปิดใช้หยั่งรู้เพ่งสมาธิไปยังัที่อยู่ตรงหน้า
ชื่อ:อากุล(เพศผู้) อายุ:203ปี เผ่าพันธุ์:ั(แดง) อายุขัยโดยธรรมชาติ:1500ปี เลเวล:1092 พลังกาย:32026 พลังเวทย์:32045
'ด้วยอายุแค่นี้ยังนับว่าแกร่งนัก'
ผู้คนเริ่มหลั่งไหลเข้ามาดั่งสายน้ำ ณ ที่ัปรากฏมันกลายเป็จุดสนใจในพริบตาก่อนเฮนโรวจะหันมองกาติรัสเป็ครั้งสุดท้ายพลางกล่าว "เ้าหนู..เ้าช่างลึกลับนัก ทว่า ถ้ากล้าด่าว่าองค์จักรพรรดิอีกละก็ ข้าจะไล่ล่าเ้าจนสุดขอบโลก" น้ำเสียงเ็าปานเสียดแทงกระดูกก่อนเฮนโรวจะะโขึ้นหลังของัแดงและจากไป
"ท่านคนนั้นคือท่านมหาปราชญ์หรอ!"
"ไม่ผิดแน่!! คนผู้นั้นคือท่านเฮนโรว..โอ้ท่านมหาปราชญ์"
"เหลือเชื่อจริงๆที่ข้าได้เห็นท่านมหาปราชญ์กับัแดง"
'ท่านมหาปราชญ์? พวกมันกำลังละเมออะไรอยู่ทั้งที่มันเป็แค่นักปราชญ์กลับยกย่องให้เป็ถึงมหาปราชญ์เลยรึ? เอิ่ม...แท้จริงก็มีัั้แ่แรกที่ไม่ยอมเอามาขี่คงเพราะอยากสังเกตข้าสินะ'
'ดินแดนอนันตกาล' พาลูซิเฟอร์ออกมา
วิ้ง วิ้ง วิ้ง
วาปปปปปป
ห้วงอากาศปรากฏฝ่ามือออกมาจากความว่างเปล่า เพียงสามลมหายใจสิ่งประหลาดนั้นก็ปรากฏให้เห็นทั้งตัวั้แ่หัวจรดปลายเท้า มันสูงราวสามเมตรไม่แสดงใบหน้ากระทั่งร่างกายทุกสัดส่วนล้วนถูกปกปิดไว้ด้วยเกราะหนักคุณภาพดี ลูซิเฟอร์ไม่ลืมคำนายมันปิดปากเงียบสนิทไม่เอ่ยแม้เพียงทักทาย
ท่ามกลางฝูงชนนับร้อยที่กระจายอยู่ทั่วบริเวณ ทว่า ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นกาติรัสแม้แต่น้อยการปรากฏตัวของลูซิเฟอร์ก็ล้วนไม่มีใครพบเห็นราวกับเวลาถูกหยุด การปรากฏตัวของบุคคลสวมเกราะหนักสูงราวสามเมตรกลายเป็ปริศนาของผู้ที่พบเจอ
'เขาสูงขนาดนั้นแท้ๆ ทำไมไม่เห็นแต่แรกนะ?'
'ใครวะนั้น!! สูงมาก...อัศวินงั้นหรอ?'
ท่ามกลางฝูงชนที่ตกตะลึงชายชราคนหนึ่งก็เอ่ยขึ้นมาลอยๆ "โกเลมงั้นรึ" การแต่งตัวดูดีมีฐานะเพียงคำกล่าวของเขาล้วนมีน้ำหนักมากมายราวกับคนนับสิบ ผู้คนที่บังเอิญได้ยินชายชรากล่าวก็พลันตื่นตะลึง
"อะไรนะ! นักอัญเชิญ!"
"เขาเป็นักอัญเชิญ?"
"นักอัญเชิญ!? เขาดูอายุราวสิบห้าสิบหกเองนะ"
ท่ามกลางฝูงชนชายชราตัดสินใจเดินเข้าหากาติรัสด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลนเขาร่ายคำอย่างรวดเร็ว "หนุ่มน้อย..เ้ามองหาสถาบันเวทมนตร์ใช่หรือไม่" น้ำเสียงตื่นเต้นราวกับพบของล้ำค่า
ท่าเท้ากาติรัสพลันชะงักงันก่อนหันขวับ "ท่านสินะที่กล่าวว่าข้าเป็นักอัญเชิญ?" น้ำเสียงเ็าราวกับน้ำแข็งพันปี แววตาทั้งสองจ้องมองชายชราปานกลืนกิน เนื่องจาก ชายชราไม่สูงเท่าใดนักชายหนุ่มจึงต้องก้มเล็กน้อยเพื่อมองเขา
"ฮ่าฮ่าฮ่า หรือเ้าจะบอกว่าไม่ใช่? นั้นคือโกเลมแน่นอน! มนุษย์บ้าอะไรจะสูงราวสามเมตรั้แ่ข้าเกิดมาได้เห็นเผ่ามนุษย์ที่สูงที่สุดก็แค่ 2.7เมตรเท่านั้น จะบอกว่ามีคนที่สูงราวสามเมตรแต่ข้าไม่รู้จักงั้นรึ!"
"ก็จริงของท่าน...อย่างที่ท่านว่าข้ากำลังมองหาสถาบันเวทมนตร์"
"โฮ่โฮ่โฮ่ ดี!เ้าสนใจเข้าสถาบันเวทมตร์ของข้าไหม?"
"ของท่าน?" กาติรัสพลันคิ้วเลิกสูงขึ้นชายหนุ่มประหลาดใจเล็กน้อยก่อนเอ่ย "ทำไมข้าต้องเข้าร่วมสถาบันของท่าน?"
"สถาบันเวทมนตร์ของข้านั้นอยู่ในลำดับที่ 2 ของราชอาณาจักรวินเทอร์เฟีย!แค่นี้เพียงพอให้เ้าสนใจบ้างรึยัง!!"
"โอ้!?"..'อันดับ2เลยอย่างนั้นรึ'.."ถ้าเช่นนั้นข้าควรทำอย่างไร?"
"ง่ายมาก..สถาบันของข้ากำลังขาดแคลนอาชีพนักอัญเชิญอยู่พอดี...ข้าสามารถทำให้เ้าเข้าสถาบันของข้าได้ทันที!"
"มันง่ายมาก!! ข้าตกลง" กาติรัสตอบในทันที เขาไม่จำเป็ต้องคิดคำนึกถึงสิ่งใดอีกจุดประสงค์ของชายหนุ่มมีเพียงห้องสมุดเท่านั้น เขาจำเป็ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของโลกต้นกำเนิดหลังสามพันปีมานี้ให้หมด
'ข้าจำเป็ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์หลังสามพันปีมานี้ หากเคลื่อนไหวโดยไม่รู้เื่อะไรละก็..ถ้าได้เจอศัตรูเหมือนตาเฒ่าหน้าเด็กนั้นอีกมีหวังตกตายทั้งกองทัพแน่นอน! ต่อให้ข้ามีความรู้ของชาติที่แล้วก็ไม่อาจสู้พลังที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริงได้!! มีเพียงพลังเท่านั้นที่จะทำให้ข้าครองโลกนี้อย่างเบ็ดเสร็จ'
กาติรัสเผยรอยยิ้มดุจปีศาจร้ายก่อนจะคืนสติด้วยคำพูดของชายชรา "เราควรไปกันได้แล้ว!" กล่าวจบชายชราพลันเดินนำชายหนุ่มทันที ถึงตัวของเขาจะไม่สูงมาก ทว่า กลับคงความสง่างามสมบุรุษความชราไม่อาจทำให้ความสง่างามของเขาลดลงได้เลย ก่อนกาติรัสจะเดินตามชายชราไป
...
สถาบันเวทมนตร์ลำดับที่2
"ท่านอาจารย์ใหญ่!! มันเื่อะไรกันครับทำไมเด็กคนนี้ถึงได้เข้าเรียนสถาบันของเราโดยไม่ต้องสอบเข้าละ!" ชายวัยกลางคนคนหนึ่งกล่าวด้วยท่าทางโมโหจนควันออกหูพลางชี้นิ้วด่ากาติรัสอย่างถี่รัวราวกับพายุโหมกระหน่ำ
"เอาน่าๆ ใจเย็นก่อนแอนดีส..เขาเป็ถึงนักอัญเชิญเลยนา"
"แล้วมันยังไงกันละครับ!! ทางเราก็มีนักอัญเชิญอยู่แล้วตั้งสองคนมันเพียงพอสำหรับงานวินเทอร์เลสทอยู่แล้ว! แถมพวกเขาอัญเชิญโกเลมได้มากกว่าหนึ่งตัวเสียอีกแล้วเ้านี้มันอะไรกันครับ! อัญเชิญได้แค่ตัวเดียวเท่านั้นเอง" แอนดีสโวยวายด้วยความโมโห เขากำลังโกรธกริ้วราวกับราชสีห์ก่อนชายชราจะเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น
"โกเลมของกาติรัสนั้นมีคุณภาพมากเลยนา.."
"จะเชื่อได้ยังไงกันละครับ! มันก็แค่ตัวสูงเท่านั้นแหละพอสู้จริงไม่ได้ครึ่งหนึ่งของโกเลมแม่บ้านด้วยซ้ำ!"
'ไอ้เ้านี้...กล้าว่าลูซิเฟอร์ถึงขนาดนี้!!..เอาลูซิเฟอร์ไปเปรียบเทียบกับโกเลมแม่บ้านงั้นหรอ...@#$@#$@#$#' ถึงใบหน้าของกาติรัสจะปรากฏเพียงความนิ่งสงบดั่งสายน้ำนิ่งสนิท ทว่า แท้จริงแล้วความโกรธกริ้วได้พุ่งสูงสู่์หากชายหนุ่มไม่ติดว่าต้องเข้าสถาบันนี้ให้ได้ เขาคงสังหารไอ้ปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมไปแล้วอย่างแน่นอน
"งั้นเ้าลองให้พวกเขาต่อสู้กันไหมเล่า..พวกเขามีอายุเท่ากันพอดีนี้?" ชายชรานำเสนอพลางหันหน้ามองกาติรัสอย่างมีเลิศนัยราวกับชายหนุ่มเข้าใจในสิ่งที่ชายชราจะสื่อ เขาพลันพยักหน้าในทันที ก่อนชายชราจะหันมองแอนดีส
"ท่านแน่ใจหรอครับว่าจะให้เขาลองต่อสู้ดูน่ะ" แอนดีสถามอย่างลุกลี้ลุกลน เขามีศิษย์เอกอยู่สองคนซึ่งทั้งคู่ล้วนมีอาชีพเป็นักอัญเชิญ ศิษย์ทั้งสองคนนี้เขาเป็คนปั้นมากับมือ แอนดีสย่อมรู้ความสามารถของศิษย์ตัวเองดีที่สุด
"ไม่ลองก็ไม่รู้นะสิจริงไหม?" ชายชรากล่าว
"ครับ..." แอสดีสตอบสั้นๆก่อนจะเดินออกไปนอกห้อง
แกร๊ก
ประตูถูกเปิดออกในสิบลมหายใจต่อมา ปรากฏบุคคลสามคนเดินออกมาจากประตู ชายที่เดินนำหน้ามาคือแอนดีสเขาเป็ครูของสถาบันแห่งนี้ ในขณะที่ข้างหลังของเขา ปรากฏให้เห็นหญิงสาวรูปร่างสมส่วน หน้าอกขนาดไม่ใหญ่มากยังพอเห็นสมควรสำหรับวัยอายุสิบห้าสิบหกปี ผมยาวสีทองสลวยผิวพรรณที่ขาวดั่งหิมะและปากสีแดงราวกับลูกชมพู่ บุรุษที่เดินข้างกายของหญิงสาวรูปร่างของเขานั้นล้วนดูบอบบางและผอมแห้งราวกับโครงกระดูก แววตาทั้งสองดั่งปลาตายและถุงใต้ตาที่เห็นได้ชัด
"ชื่อแฟรอา...ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ" แฟรอาเอียงคอเล็กน้อยพลางยิ้มให้อย่างเป็มิตร เป็หญิงสาวที่งดงามชวนน่าหลงใหลหากผู้ใดได้พานพบต้องตกหลุมรักนางอย่างแน่นอน
"ชื่อบาสติน" บาสตินกล่าวน้ำเสียงราวกับอาลัยตายอยากไร้ชีวิตชีวาราวกับผีดิบ ชายหนุ่มมองคู่ศัตรูตรงหน้าอย่างมีเลิศนัย ทว่า ไร้สิ้นจิตสังหารมีเพียงแววตาราวกับปลาตายเท่านั้น