หยางเทียนนั่งรถตู้คันใหญ่หรูหรา ด้านในรถมีทั้งทีวี เครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน ซ่งเหม่ยหลิง นั่งตรงกันข้าม กับ หยางเทียน ความงดงามแบบผู้หญิงทำงาน ทำให้หยางเทียน ถึงกับ แอบมอง รูปร่างของ ซ่งเหม่ยหลิง ไปบ้าง
“ คุณปู่กับคุณย่า ท่านเชื่อมั่นในตัวซินแสกู่มาก ฉันเองไม่อยากขัดใจ แต่ฉันไม่เชื่อสิ่งที่เหนือธรรมชาติ ไม่มีใครที่จะรู้อนาคตของใครได้ ดังนั้น เวลาอยู่ที่บริษัท คุณไม่ต้องเข้ามายุ่งกับฉัน ไปนั่งรอที่ห้องรับรอง เวลากลับบ้านค่อยกลับพร้อมกัน เข้าใจไหม”
“ เข้าใจ แต่ผมทำเช่นนั้นไม่ได้”
“ ฉันจะให้ค่าจ้างเพิ่มอีกสามเท่า”
“ ผมไม่เดือนร้อนเื่เงิน”
“ หยางเทียน นี่คุณจะเป็ศัตรูกับฉันั้แ่วันแรกเลยหรือไง”
“ ผมมีหน้าที่ปกป้องคุ้มครองคุณให้ปลอดภัย ภายในเจ็ดวันนี้เท่านั้น คุณควรจะทำตามที่ผมบอกดีกว่า”
“ นี่คุณ..” ซ่งเหม่ยหลิงหายใจลึกๆ ไม่อยากพูดอะไรมาก เลยหลับตาไม่พูดกับหยางเทียนอีก
พอถึงที่สำนักงานใหญ่ของ ตระกูลซ่ง หยางเทียนก้าวเท้าลงไปก่อน แล้วมองไปรอบๆ แล้วพยักหน้าให้ ซ่งเหม่ยหลิง ลงมาได้
ซ่งเหม่ยหลิงคิดในใจว่า แค่เจ็ดวัน แค่เจ็ดวัน เดี๋ยวมันก็จะผ่านไปเอง
ซ่งเหม่ยหลิงเข้าไปในตึกสำนักงาน โดยที่หยางเทียนเข้าไปในลิฟต์ก่อนใคร
“ ชั้นไหนครับ”
“ 88” ซ่งเหม่ยหลิงเอ่ยเสียงแข็ง มีคนอีกหลายคนจะเข้ามา แต่เจอ หยางเทียนยกมือกันเอาไว้ไม่ให้คนอื่นเข้ามา
“ เฮ้ย แกเป็ใครวะ มันยังมีที่ให้คนเข้าไปอีกหลายคนเลยนะเว้ย” ชายคนหนึ่งเอ่ยเสียงดังที่เห็นหยางเทียน ห้ามไม่ให้ใครเข้า
“ รอรอบต่อไป ดีกว่า” หยางเทียนปิดลิฟต์ มีคนคิดจะไม่ให้ลิฟต์ไป จึงใช้มือมากั้นเอาไว้ จึงโดนหยางเทียนดีดมืออย่างแรง จนต้องหดมือกลับไป ลิฟต์ขึ้นไปโดยตรง ไม่มีใครขึ้นมาแม้แต่คนเดียว ซ่งเหม่ยหลิงส่ายหัวแต่ไม่พูดอะไรออกมา
“ บอสคะ ตอนนี้ บอร์ดบริหารมากันครบแล้วค่ะ”
“ ไปห้องประชุมกันเลย” ซ่งเหม่ยหลิงกับเลขาพากันเดินเข้าไปที่ห้องประชุม ที่มีบอร์ดบริหาร ของบริษัทในเครือซ่งกรุ๊ป มานั่งรออยู่ก่อนแล้ว ซ่งเหม่ยหลิงนั่งเก้าอี้ตรงหัวโต๊ะ แล้วเอ่ยว่า
“ เริ่มกันเลยค่ะ”
หยางเทียนเดินเข้ามา ยืนเป็วอลเปเปอร์ด้านหลังของซ่งเหม่ยหลิง สร้างความสงสัยว่า คนนี้เป็ใคร เข้ามาในห้องประชุมได้อย่างไร
“ นี่เป็หุ้นส่วนผู้บริหารทั้งนั้น ไม่มีอะไรหรอก คุณไปรอข้างนอกก็ได้”
“ ผมยืนอยู่ตรงนี้สบายใจกว่าครับ”
“ คุณหนูซ่ง คนผู้นี้ไม่ใช้บอร์ดบริหาร หากเอาเื่ที่พวกเราคุยกันไปเปิดเผยมันจะไม่ดี ควรให้เขาออกไปด้านนอกจะดีกว่า”
บอร์ดบริหารคนหนึ่ง เอ่ยเตือน ทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย
“ พวกคุณมั่นใจได้เลย ผมเป็บอดี้การ์ดของคุณซ่งเหม่ยหลิง ไม่มีวันเปิดเผยความลับของบริษัทฯ ออกไปแน่ครับ” หยางเทียนเอ่ยไปตามตรง
“ นี่เ้านายคุณเขาไล่ให้ออกไป ยังหน้าด้านอยู่อีกรึ?”
“ คุณซ่งเจียง เป็ผู้ว่าจ้างผม ไม่ใช่คุณซ่งเหม่ยหลิง หากว่าใครไม่พอใจ โทรไปหา คุณซ่งเจียงได้เลย” หยางเทียนเอ่ยอย่างใจเย็น
“ เอาล่ะ ประชุมกันเถอะ เขาไม่รู้เื่ธุรกิจของเรากันหรอก” ซ่งเหม่ยหลิงเอ่ยอย่างเหนื่อยใจ
ทั้งหมดเลยได้แต่มองหน้าหยางเทียนไม่ใคร่พอใจเท่าไรนัก ส่วนหยางเทียน ก็จ้องมองทุกคนที่เข้ามาประชุม เพื่อค้นหาความผิดปกติ เหมือนตรวจสอบคนร้าย สร้างความกระอักกระอ่วนใจให้บอร์ดบริหารยิ่งนัก
“ ตอนนี้ยอดขายรถของบริษัทผลิตรถยนต์ของเรา ลดหายไปกว่าครึ่ง เพราะว่ายอดขายรถไฟฟ้าเวลานี้กินมาร์เกตแชร์ไปถึง 80 % แล้ว เหตุใดพวกเราไม่ผลิตรถไฟฟ้า เพื่อออกจำหน่ายเหมือนบริษัทอื่นๆบ้าง ขืนเป็แบบนี้ อีกไม่เกินห้าปีโรงงานของเราได้กลายเป็โรงงานร้างแน่”
“ เื่นี้เราเคยพูดกันแล้ว ฝ่ายวิจัยยานยนต์ ได้ตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุการตายบนถนน พบว่า มากกว่าครึ่งเป็รถไฟฟ้า และที่เป็สาเหตุทำให้คนตายมากถึง 30 % ไม่ว่าจะเกิดจาก แบตะเิไฟลุกไหม้ ระบบไฟฟ้าที่ลัดวงจร และความบอบบางของตัวรถ หากฝ่ายพัฒนารถไฟฟ้าของเรายังแก้ไขข้อบกพร่องเื่พวกนี้ไม่ได้ บริษัท ก็จะไม่ผลิตรถไฟฟ้า ออกจำหน่ายอย่างแน่นอน”
“ แต่ทั้งรัฐบาล และ บริษัทอื่นๆ เขาก็ทำขายกัน ฟันกำไรมากมายมหาศาล หากเราเริ่มต้นช้า ผลกำไรก็จะได้ช้าไปด้วยนะ”
“ ตอนนี้เราคำนึงถึงชีวิตของคนมากกว่าที่ จะมาสนใจเื่ผลกำไร มติเื่นี้ตัดทิ้งไป”
บอร์ดคนที่เสนอให้เปิดไลน์ รถยนต์ไฟฟ้า ได้แต่ทำท่าไม่พอใจ
“ ตอนนี้โรงงานยาที่ผลิตยาต้านไวรัส โควิด 51 ของเราได้พัฒนาสร้างเสร็จแล้ว ใช้ชื่อว่า โอดิน 51 คุณสมบัติเหมือนกันกับ ยาซุปเปอร์เอ๊กซ์ของอเมริกา แล้วทาง กระทรวงสาธารณสุข ก็อนุมัติแล้วด้วย เราสามารถวางจำหน่ายได้เลยแต่ตอนนี้มีปัญหาการตั้งราคา ว่าจะตั้งเท่าไรดี เพราะยาซุปเปอร์เอ๊กซ์ ขายโด๊สละ 1,000 เหรียญ ของเราควรจะตั้งราคาเท่าไรดีครับ”
“ ขายส่งแปดร้อยเหรียญจะดีกว่า หากขายถูกไป คงโดน พวกมาเฟียอมริกาไม่ยอมแน่”
“ ใช่แล้ว ไม่ควรขายถูกกว่าของซุปเปอร์เอ๊กซ์”
“ เื่นี้ฉันคิดว่า พวกเราเปิดให้ทดลองใช้ฟรี ไปก่อนเป็ปีแรก เอาไว้ถ้าพวกเขารู้จักแบรนด์ของเราแล้ว ค่อยตั้งราคาจะดีกว่า”
ในห้องประชุมล้วนไม่มีใครเห็นด้วย เพราะว่า แจกยาต้านโควิด 51 ฟรีเช่นนี้ จะสูญเสียรายได้ไปปีแรก ก็ตกหลายหมื่นล้านเหรียญ
“ บริษัทของเราไม่ใช่มูลนิธินะ”
“ ใช่ แล้ว คุณหนูซ่ง เื่นี้พวกเราคงยอมไม่ได้”
“ เื่นี้คุณปู่ เป็คนที่กำชับมา หวังว่าทุกคนจะเห็นแก่ส่วนรวม อย่าให้คนต่างชาติเข้ามากอบโกย ไปมากกว่านี้เลย
ส่วนเื่มาเฟียอเมริกา คุณปู่มีคนที่รู้จัก เคลียร์เื่นี้แล้ว”
ทุกคนต่างไม่พอใจ แต่พออ้างซ่งเจียง ทุกคนก็กลัวกันหัวหด
“ เอาล่ะวันนี้ พอแค่เท่านี้ก็แล้วกัน”
ซ่งเหม่ยหลิง เดินออกจากห้องประชุม แล้วเดินเข้าไปพักผ่อนที่ห้องทำงานหยางเทียนก็เดินตามเข้าไปด้วย และยังชื่นชม แนวความคิดของซ่งเหม่ยหลิงไม่น้อย แต่ว่า หากไม่มีคุณซ่งเจียง จะออกคำสั่งบอร์ดที่เขี้ยวลากดินอย่างนี้ได้อย่างไร
“ คุณหนูซ่ง ไม่ทราบว่าคุณมีศัตรูบ้างหรือไม่” จู่ๆ หยางเทียนก็ถามขึ้นมา
“ ไม่มี ฉันจะไปมีศัตรูที่ไหน เรียนจบจากอังกฤษกลับมาก็ทำงาน ทำงาน และก็ทำงาน จะมีปัญหาถกเถียงกันก็มีกับ พวกคุณอาและพี่ชายที่เป็บอร์ดบริหารพวกนั้น”
“ แล้วเื่แย่งทรัพย์สมบัติ ญาติพี่ น้อง คนในครอบครัว”
“ ไม่มี คุณปู่มีลูกสี่คน แต่ละคนล้วนได้รับหุ้นส่วนแต่ละกิจการกันไป แค่กินใช้ก็สบายไปชั่วชีวิต ไม่น่ามีปัญหา พ่อกับแม่ของฉันก็เสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุนานแล้ว เหลือแต่เพียงน้องชายกำลังเรียนหนังสือที่อังกฤษสองคน หากเขาเรียนจบกลับมา ฉันก็จะวางมือเสียที”
“ เพื่อน คนรัก มีความขัดแย้งกันหรือไม่”
“ ฉันมีเพื่อนที่นี่ แต่ไม่ค่อยสนิทกันมาก ไม่เหมือนเพื่อนที่อังกฤษ ส่วนแฟนฉัน เขาเป็ถึง คุณชายรองตระกูลจง ฐานะการเงินของเราเท่าเทียมกัน พวกเราก็รักกันดี ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร” เสียงที่เอ่ยมาในตอนท้ายคล้ายกับไม่มั่นใจในเื่นี้ทันทีที่พูดจบ ก็มีชายหนุ่มรูปหล่อ เปิดประตูเข้ามา แล้วเดินเข้าไปกอด ซ่งเหม่ยหลิง หอมแก้มทักทายแบบฝรั่งต่อหน้า หยางเทียน แล้วชายหนุ่มก็หันหน้ามาทางหยางเทียนแล้วเอ่ยว่า
“ใครน่ะ”
“ บอดี้การ์ดที่คุณปู่ส่งมา”
“ ออกไปข้างนอกก่อน ฉันกับเหม่ยหลิง จะคุยกันเป็การส่วนตัว”
“ เห็นทีจะไม่ได้ ” หยางเทียนเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แล้วนั่งลงที่โซฟา ไม่สนว่าทั้งสองจะคิดอย่างไร
“ หืม นี่มันเป็ใครกันแน่ เหม่ยหลิง”
“ คุณหยางเทียน นี่คือ คุณจงสือซาน แฟนฉันเอง คุณออกไปก่อนได้ไหม”
“ คงไม่ได้ ผมไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น” หยางเทียนมองหน้าจงสือซาน เห็นแล้วรู้สึกไอ้หมอนี่เจตนาร้ายมากกว่าดี
“ ช่างเขาเถอะ คุณมีอะไรหรือเปล่า”
“ มีเหมือนกัน เื่โครงการร่วมทุน สร้างเมืองใหม่ของ สองตระกูล คุณถามคุณปู่แล้วหรือยัง”
“ ถามแล้ว คุณปู่บอกว่า สเกลการก่อสร้างมันใหญ่เกินไป ซินแสบอกว่าไม่ควรทำ
เพราะที่ดิน เป็พื้นที่สุสานมากเกินไป แถวนั้น มีพลังงานหยินมาก ไม่ควรซื้อขึ้นมาทำธุรกิจ”
“ คุณเชื่อเื่โบราณนั้นด้วยหรือ เ้าของที่เป็ของรัฐบาล เขาอยากหาคนลงทุน ส่วนเื่คนที่จะมาซื้อต่อนั้น รัฐบาลเป็ผู้จ่ายเงินให้แทนอยู่แล้ว
โดยจะทำสัญญาเช่าบ้านทั้งหมด ห้าสิบปี แล้วพวกเขาก็จะหาคนยากจนมาอยู่ ผมตกลงกับเขาไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งเ้าของที่ และ เ้าหน้าที่รัฐบาล”
“ เื่นี้คุณปูไม่เห็นชอบด้วย แต่ว่าฉันจะใช้เงินส่วนตัวลงทุนกับคุณเอง ฉันมีติดตัวร้อยกว่าล้านพอไหม?”
“ มันต้องใช้ หมื่นล้าน แค่ร้อยล้านจะไปพออะไร คุณเป็กรรมการผู้จัดการ แค่เซ็นอนุมัติซื้อที่ดินแค่ หมื่นล้านไม่เห็นยากอะไรเลย แต่ว่าถ้าคุณลำบากใจ ผมปล่อยมันไปก็ได้ ไม่ทงไม่ทำมันแล้ว” จงสือซานไม่พอใจ ซุนเหม่ยหลิงก็ได้แต่เครียด เพราะหากเซ็นเช็ค หมื่นล้าน คุณปู่ต้องรู้แน่ๆ
“ ฮะแอ้ม” หยางเทียนส่งเสียงขึ้นมา แล้วเดินมาหา ซุนเหม่ยหลิง แล้วบอกว่า
“ คุณหนูซ่ง ได้เวลาทานข้าวแล้ว จะให้สั่งมาส่ง หรือลงไปกินที่โรงอาหารดีครับ”
“ เฮ้ย นี่เ้านายจะคุยกัน แกมาสอดอะไรด้วยวะ”
หยางเทียนมองหน้า จงสือซาน แล้วเอ่ยว่า
“ ฉันว่านายกลับไปก่อนดีกว่า วันนี้คุณหนูซุนเหนื่อยมากแล้ว”
“ นี่.. แก...กล้าพูดกับฉันอย่างนี้เชียวรึ?”
“ หยุด... สือซานคุณกลับไปก่อน ฉันกลับบ้านจะลองปรึกษากับคุณปู่อีกรอบ”
“ แก..ได้เจอกับฉันอีกแน่” สือจงซานเอ่ยจบก็เดินออกไปอย่างไม่พอใจ
หยางเทียนมองหน้า ซ่งเหม่ยหลิง ที่ยังคงมองหน้าหยางเทียนเขม็ง
“ นี่คุณมายุ่งอะไรด้วยกับชีวิตส่วนตัวของฉัน คุณไปพูดกับเขาเช่นนั้นได้อย่างไร”
“ ผมแค่อยากให้คุณสบายใจ รู้สึกว่า เขาเข้ามาแล้ว ทำให้คุณรู้สึกอึดอัด”
ซ่งเหม่ยหลิงถึงกับเงียบไป หยางเทียนพูดถูก จงสือซานมาทีไร ก็เร่งรัดแต่เื่โครงการหมื่นล้าน ซึ่งเป็โครงการที่น้ำเน่าสุดๆ คุณปู่ก็สั่งมาแล้ว ไม่มีทางทำได้แน่แน่ และเธอเองก็ไม่อยากให้เขาเสียน้ำใจ จึงไม่กล้าพูดให้เด็ดขาดไปเลย
หยางเทียนพูดออกมานี้ มันก็ทำให้เธอสบายใจจริงๆ
“ เราออกไปกินข้าวข้างนอกกันเถอะ”
“ คุณหนู่ซ่ง อยากไปไหนก็ไปเลยครับ”
ทั้งสองนั่งรถออกไปกินข้าวกันที่ชายทะเลแห่งหนึ่ง คุณหนูซ่ง กินอาหารทะเลอย่างเอร็ดอร่อย ลืมเื่ปวดหัวไปจนหมด จากนั้นก็ไปไหว้ เ้าแม่กวนอิมริมทะเล หยางเทียนเห็นคุณหนูซ่ง สบายใจ ก็รู้สึกดีตามไปด้วย
จงสือซาน พอออกมาจากตึก ก็ถูกคนกลุ่มหนึ่งลากขึ้นรถตู้ไป แล้วเริ่มตบหน้าเขาไปมาหลายที
“ ว่าไง หลอกให้คุณหนูหน้าโง่ ให้มาซื้อที่สุสานได้แล้วหรือยัง”
“ ยังไม่มีจังหวะเลย มันบอกว่าจะ กลับไปถามคุณปู่ของมัน พวกเราคงต้องรอไปก่อน”
“ รออย่างนั้นเรอะ เงินที่คุณชายรองติดหนี้ที่บ่อนกว่าสี่พันล้านไปแล้ว รวมดอกเบี้ยก็ ห้าพันล้าน หากไม่หลอกขายที่แปลงนี้ให้กับ คุณหนูซ่ง แล้วคุณชายรองจะเอาเงินที่ไหมมาคืนห๊า !!”
มันพูดจบก็ชักมีดออกมา ขู่ไปที่ใบหน้า ไปมา
“ ขอเวลาอีก สามวัน หากว่าฉันทำไม่ได้ ก็ค่อยจัดการฉันก็ได้”
“ ดี ให้เวลาสามวัน หากทำไม่ได้ ผมจะบุกเข้าไปที่บ้านตระกูลจง ทวงถามหนี้สินทั้งหมดกับคุณพ่อของคุณเอง”
“ อย่านะ ไม่เช่นนั้นฉันได้ถูกไล่ออกจากตระกูลแน่ รอให้ฉันจัดการกับ เหม่ยหลิงเสียก่อน แต่ว่า พวกแกต้องช่วยฉัน จัดการกับไอ้บอดี้การ์ดของเธอให้หายไปก่อน”
“ ได้ แค่คนเพียงคนเดียว พวกแกสี่คนตามคุณชายรองไป สามวันนี้หากเขาทำไม่ได้ ก็ตัดมือคุณชายรอง ส่งไปตระกูลจง ให้พวกเขาหาเงินมาคืน ภายในสามวันหากทำไม่ได้ ก็เชือดคอแล้วโยนศพไปไว้ที่ หน้าคฤหาสน์ตระกูลจงก็แล้วกัน”
ส่วนคุณหนูซ่งพอไหว้เ้าแม่เสร็จเรียบร้อย ก็กลับบ้านโดยไม่แวะที่สำนักงานอีก
“ ขอบใจนะ”
“ ไม่เห็นต้องขอบใจเลย”
“ ฉันทำแต่งาน ไม่เคยออกไปกับผู้ชายอื่นเลย ฉันคบกับ จงสือซานั้แ่อยู่ที่อังกฤษ เขาดีกับฉันมาก พาฉันไปเที่ยว กินข้าว ดูหนัง ในตอนนั้นฉันมีความสุขมากแต่พอกลับมาที่ ม่านกู่ เขาเปลี่ยนไปเยอะ ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็อะไร ทำไมถึงอยากให้ฉันซื้อที่ดินเน่าๆ แบบนั้นด้วยนะ”
“ เื่นี้ใครๆ ก็มองออก ว่าเขาทำไปเพื่ออะไร คุณหนูซุนถูกความรักบังตา เลยทำให้มองไม่เห็น” หยางเทียนเอ่ยไปตามตรง แต่ก็ทำให้ ซ่งเหม่ยหลิงเริ่มน้ำตาไหล
จริงๆ ด้วย เราทำไมอ่อนแอตลอดที่เจอกับเขา ทำไมไม่เคยปฏิเสธทุกครั้งที่เขา้าอะไร
ทันใดนั้นเอง ก็มีรถกระบะ พุ่งเข้ามาชนด้านหลัง โครม ! รถตู้เสียหลักตกลงไปข้างทาง พุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าอย่าจัง คนขับาเ็ ติดอยู่หน้ารถ หยางเทียนกับ คุณหนูซ่งอยู่ด้านหลังไม่เป็อะไร
หยางเทียนประคองซ่งเหม่ยหลิง ออกจากรถ พบว่ามีรถกระบะที่ชนไม่ไปไหน เดินลงมาหา หยางเทียนเห็นข้างเอวของมันมีปืนติดมาด้วย
“ เป็อย่างไรบ้างครับ” มันส่งเสียงคล้ายกับพลเมืองดี สอบถามด้วยน้ำเสียงเป็ห่วงเป็ใย แต่พอมาถึงระยะใกล้ มันทั้งคู่ก็ล้วงปืนพกออกมา หมายจะยิงหยางเทียนให้ตาย แต่ว่ามีดสั้นของหยางเทียนพุ่งออกไปพร้อมกันสองเล่ม ปักเข้าที่มือของมันทั้งสอง พร้อมกันปืนร่วงลงไปกับพื้น อ๊ากกกกก ! มันร้องเสียงหลง คุกเข่าไปกับพื้น
หยางเทียนดึงมีดออก แล้วพาดไปที่ลำคอของมันคนหนึ่ง
“ ใครเป็คนสั่งแกมา”
“ ไม่มี ไม่มีใคร” ฉัวะ !!! คอหอยคนร้ายถูกมีดปาดจนเืพุ่งกระฉูด
อีกคนเห็นแล้วตาเหลือกถลนออกมา ไม่ทันที่จะเอ่ยถาม ก็บอกออกมาหมด
“ คุณชายรอง ส่งให้เรามาจัดการกับบอดี้การ์ดของ คุณหนูซ่งครับ”
“ แกเป็ลูกน้องคุณชายรองหรือไง?” หยางเทียนมองหน้าแล้ว พวกมันเป็นักฆ่าไม่น่าใช่คนของคุณชายรอง
“ เปล่า ผมเป็คนของ คาสิโนลาสเวกัส ที่คุณชายรองเป็หนี้อยู่ครับ”
“ เขาเป็หนี้อยู่เท่าไร”
“ สี่พันล้านครับ”
“ หา สี่พันล้าน?” หยางเทียนใ ส่วน ซุนเหม่ยหลิงถึงกับหน้าซีด
ทันใดนั้นเอง ก็มีรถกระบะมาจอดด้านข้าง มีชายหนึ่งคนอยู่บนหลังกระบะ สาดะุปืนกลใส่ หยางเทียน และคุณหนูซ่ง เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ !! ะุพุ่งเข้ามาเป็ห่าฝน เข้าร่างของคนร้ายที่เพิ่งคุยกับหยางเทียนจนร่างพรุน ส่วนคุณหนูซ่ง ถูกหยางเทียนกอดเอวแล้วกลิ้งราบไปกับพื้น โดยที่หยางเทียนยังสามารถยิงสวนกลับไปได้ เปรี้ยง ! ะุเจาะเข้าหน้าผากมือปืน จนตายคาที่ คนขับในรถกระบะเห็นเช่นนั้น ก็รีบขับรถหนีไปในทันที
หยางเทียนแจ้งเื่ให้ผอ.เฉียนคง ช่วยส่งคนมาเคลียร์สถานที่ และช่วยคนขับรถ ที่าเ็
จากนั้น ก็รีบพา ซ่งเหม่ยหลิงที่ยังช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลับบ้านทันที ....