4.
พลังปะทะ
เคเซนพาฉันนั่งรถลีมูซีนโดยมีคนขับให้ ฉันไม่พูดกับเขาเสหันหน้ามองออกไปมองวิวทิวทัศน์ แทน
ภูมิประเทศของที่นี่ผิดกับเมืองไทยอย่างเห็นได้ชัด ในเมืองหลวงที่ว่าเจริญแล้วเจริญได้แค่จังหวัดหนึ่งของเราเท่านั้น สองข้างทางค่อนข้างแห้งแล้งต้นไม้หาใบแทบไม่เห็น สีที่มองเห็นรอบๆตัว มีเพียงสีน้ำตาล ดำ เหลือง และสีขาว นอกจากบนท้องฟ้าจึงจะเห็นสีฟ้าบ้างเท่านั้น ูเาที่เห็นสุดลูกหูลูกตาส่วนใหญ่เป็ูเาหินไม่มีต้นไม้ มีเพียงบ้านเรือนของประชาชน ปลูกตั้งอยู่แถบหุบเขาที่ล้อมรอบด้วยูเาหินเพื่อเป็ที่หลบลมพายุ ที่พัดผ่าน ลักษณะบ้าน ส่วนมากเป็ทรงสี่เหลี่ยม บนหลังคาจะมีจำพวกฟางหรือกิ่งไม้ไว้สำหรับเป็อาหารของสัตว์เลี้ยง
สัตว์เลี้ยงของที่นี่มีลักษณะเหมือนวัว แต่ขนยาวกว่า เรียกว่า ตัว ยัค (yak)ไม่ว่าจะไปไหน ก็จะเจอแต่ตัวยัคแม้แต่อาหารก็ทำมาจากเนื้อยัค นมยัค แถมมันยังเดินเร็วกว่าเราอีกด้วย เห็นเคเซนบอกว่าตัวยัคมันมีปอดใหญ่ เหมาะสมกับการแบกคน และขนสิ่งของ
ฉันตื่นตากับภาพที่ได้เห็นมาตลอดทางยิ่งเห็นบ้านดิน ที่ปลูกบนูเา ลดหลั่นกันลงมา ยิ่งทึ่งในการดำรงชีวิตของคนที่นี่ เพราะเขาสามารถปรับตัวเองให้เข้ากับภูมิประเทศได้เป็อย่างดี
เมืองที่ฉันกำลังผ่านอีกเมืองหนึ่งฉันมองเห็นควันที่กำลังพวยพุ่ง เป็หย่อมๆจึงหันมาเพื่อจะเอ่ยปากถามคนที่นั่งคอเข็งหลังตรงอยู่ข้างๆแต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากเขาก็พูดออกมาก่อน
“พวกที่ชอบก่อความไม่สงบ เผา ทำลายบ้านเรือนของคนบริสุทธิ์เพื่อเรียกร้องสิ่งที่ตัวเองบอกว่าคือความถูกต้อง ”
“แล้วอะไรที่เรียกว่าความถูกต้อง ” ฉันเลิกคิ้วสงสัย
“ พวกที่ขอแยกตัวอยากปกครองตัวเอง ไม่ขึ้นอยู่กับการปกครองขององค์ยัสฟา ”
“แล้วทำไมจึงไม่ให้เขาล่ะ ”
“ส่วนใหญ่บางคนที่อยู่เมืองนี้ ไม่เห็นด้วย แต่คนที่ทำน่ะ มีเงิน และอำนาจและอาจได้รับความช่วยเหลือลับๆ จากคนที่้าให้เปรมาลุกเป็ไฟ ”
“แล้วการกำจัดคนพวกนี้ยากมากหรือ ”
ฉันถามเขาอีกเพราะ้าข้อมูล จริงจัง และพยายามตั้งใจฟังในสิ่งที่เขากำลังบอกถ้าเป็เื่งานน่ะฉันก็เต็มที่ อีกอย่างฉันเพิ่งเรียนจบมา ผลงานอะไร จับใครฉันก็ยังไม่เคยทำ มาอยู่ที่นี่ ฉันอาจต้องฆ่าคนด้วยหรือเปล่าแต่จากที่มองดูสถานการณ์รอบๆ ตัว น่าจะหนีไม่พ้น เอาล่ะวะ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดความปราณี มักไม่มี ในา
“ จะว่ายากก็ยากจะว่าง่ายก็ง่าย แต่ตอนนี้ พวกมันมีท่านมาเรีย ท่านแม่ขององค์ ยัสฟาอยู่ในมือเราจึงทำอะไรรุนแรงมากไม่ได้ พวกข้าราชการบางคนก็อาจมีพวกของมันแฝงอยู่โดยเราไม่รู้...ทำอะไรทุกอย่างต้องระมัดระวังอันตรายอยู่รอบตัวเรา ”
เอี๊ยดดด!!...ปึ้ก!!
ตู้ม!!
ปัง!ๆๆๆ
“ ก้มหัวไว้ซิน!!”
เสียงเบรกของรถและหัวฉันก็ชนกับเบาะด้านหน้า มาพร้อมกับสียงะเิ เสียงปืนดังสนั่น เคเซนหัวฉันกดให้ต่ำลง นี่คอฉันจะหักแล้วนะ
ฉันไม่เคยเจอเหตุการณ์อะไรแบบนี้เงยหน้าขึ้นมองไปเบื้องหน้า เห็นคนในชุดดำหลายคนปิดหน้ายืนจังก้าเล็งปืนยาวมาที่รถของเรา คนขับรถนั่งคอพับ เืหยดไหลออกมาไม่หยุดใเหมือนกัน นี่ถ้าไม่ผ่านการฝึก หรือเคยได้ยินเสียงะเิกับปืนมาบ้างคงช๊อคกับเหตุการณ์ตรงหน้าไปแล้ว
เคเซน เปิดกระเป๋าหยิบปืนที่อยู่ในนั้นออกมาส่งให้ฉันหนึ่งกระบอก เขาขึ้นลำของเขาทันที ฉันไม่รอช้าเมื่อเขาส่งให้ก็รีบขึ้นลำทันทีเช่นกัน หัวใจฉันเต้นแรง คิดถึงแม่ คิดถึงเพื่อนคิดถึงในหลวง นี่ฉันจะมีโอกาสได้กลับไปไหว้แผ่นดินเกิดของฉันหรือเปล่า
“ พร้อมไหม ”เคเซนหันมาถาม เมื่อเสียงปืนสงบลง พวกนั้นคงคิดว่า เราตายไปแล้ว เราสองคนกับปืนสองกระบอก จะสู้พวกมันได้อย่างไร จ่อมาขนาดนั้น
“ พร้อมั้แ่...ตกลงแล้ว แต่ ” ฉันยังพูดไม่จบเคเซนทำท่าจะเปิดประตูรถลงไป
หมับ!!
ฉันรีบจับแขนของเขาไว้ก่อน จะลงไปตายหรือไงวะ...
“ ทำไม ” คิ้วของเขาขมวดมุ่น บนใบหน้าที่ดูเคร่งเครียด กังวล
“ ขอมีดมาตัดชายกระโปรงหน่อย ไม่ถนัด ” เคเชนห์ส่งมีดให้ฉันรีบกรีดชายกระโปรงออก ให้สั้นเหนือเข่าขึ้นมาหน่อย
“ ทีนี้นายก็นับสามสองหนึ่ง แล้วเราค่อยเปิดประตูออกคนละด้าน โอเคไหม ”
เมื่อเคเซนพยักหน้าตอบรับฉันตั้งสติสามวิ นี่คือการใช้พลังของฉันครั้งแรก กับคน เพราะที่ผ่านมาฉันมักจะใช้กับสิ่งของในห้อง หรือในบ้านที่ไม่มีใครเห็นนอกจากแม่ ฉันคุมพลังนี้ได้เพราะฝึกนั่งสมาธิบ่อยๆั้แ่เด็ก
“สาม...สอง..หนึ่ง..ไป ”
ปัง!!ๆๆๆๆ
เสียงปืนที่ได้ยินออกมาจากปากกระบอกปืน พวกมันและของเรา ะุของเราเข้าสู่ร่างของคนชุดดำที่ละนัดจนพวกมันทรุดลงไปทีละคน แต่ะุที่ออกมาจากปากกระบอกปืนของพวกมันลอยคว้างอยู่ตรงกลางอากาศระหว่างพวกมันกับเรา ก่อนล่วงสู่พื้นทีละนัด
แกร๊ง!!ๆๆ
“ เธอ!!...”
เคเซนหันมามองหน้า ก่อนเบิกตากว้าง คิดไม่ถึงว่าฉันจะทำอะไรแบบนี้ได้ ฉันได้แต่พ่นลมหายใจออกมาด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูกเขาและฉันไม่เคยมีความแค้น และไม่เคยรู้จักกันด้วยซ้ำ....
( แล้วที่พ่อต้องเสียชีวิตเพราะใครก็ไม่รู้ล่ะซิน...พ่อยังไม่เคยรู้จักหรือเคยทำอะไรเขาเลย ).เสียงที่สะท้อนกลับมาในโสตประสาท ทำให้สมองฉันสับสน
แต่ยังไงฉันก็เป็ตำรวจนะ...มีหน้าที่ปกป้องและรักษากฎหมายไม่ใช่หรือไง
“ฉันฆ่าคน...เหมือน...ผักปลา ”
“ที่นี่กฎหมายใช้กับคนพวกนี้ไม่ได้ ถ้าเราไม่ฆ่า คนที่นอนอยู่ตรงนั้น ก็คือเรา ” เคเซนตบไหล่ฉัน เตือนสติ ฉันยิ้มให้เขาบางๆ ที่มุมปากอย่างฝืนเต็มทีก่อนพยักหน้าให้
“ทำไมพวกนี้ถึงจะฆ่าเรา ”
“ มันฆ่าทุกคนที่มัน้าจะฆ่า เพื่อก่อความไม่สงบ และเพื่อความสะใจ โดยไม่มีเหตุผล ”
“ งั้น...ก็สมควรตายแล้ว...”
“ เรารีบไปกันเถอะเดี๋ยวก็แห่กันมาทั้งกองทัพหรอก ”
เคเซนกลับไปหยิบของสำคัญหลังรถฉันยืนมองต้นทางให้รอบๆ เพราะเกรงว่า จะมีใครมาซุ่มอยู่อีก
“เราคงไปด้วยรถยนต์ไม่ได้แล้ว แถวนี้ มีพวกของมันอยู่มาก เธอต้องเปลี่ยนชุด ”เคเซนพูด พลางเหลือบตาไปมองที่ศพของพวกชุดดำ
“ ได้เราจะเปลี่ยนใส่ชุดของพวกนั้น ”
“ ไม่ใช่...ฉันเตรียมไว้ให้เธอแล้วเธอจะได้ไม่ทนกลิ่นของพวกมัน รีบใส่สิ ”
เคเซนเทของในกระเป๋าใส่เสื้อผ้าออกเขาแอบไปตัดชุดไว้ให้ฉันั้แ่เมื่อไหร่นี่ ตอนนี้ไม่มีเวลาถาม ดีเหมือนกันฉันใส่มันได้พอดี ถ้าใส่ของพวกนั้น คงดูรุ่มร่ามน่าสงสัย ที่สำคัญ เื่กลิ่นคงไม่โสภาเท่าไร
ฉันและเคเซนไม่รอช้า รีบเปลี่ยนชุดทันทีเขาหันหน้าไปอีกทาง ให้ฉันสวมชุดดำได้สะดวกขึ้น มีผ้าปิดหน้าและหมวกเขาบอกว่าไม่อยากให้ใครสงสัยว่าฉันเป็ผู้หญิง
เราออกเดินทางไปอีกด้านที่ดูน่าจะปลอดภัย และให้ห่างจากบริเวณนี้มากที่สุดเพื่อติดต่อให้คนของเขามารับเราอีกที สัญญาณโทรศัพท์ใช้กับที่นี่ไม่ได้ นอกจากวิทยุสื่อสารที่ต้องล็อคช่องการสื่อสารเอาไว้ และเกรงว่าจะถูกแฮ็ค ถ้าพวกนั้นจับคลื่นวิทยุของเราได้
แดดเริ่มร้อนมากขึ้นแถมไม่มีต้นไม่ให้หลบสักต้น ยังกับอยู่ทะเลทราย
จริงเหมือนที่เขาบอกการฝึกรบของที่นี่จึงเหนือกว่าเรามาก เพราะด้วยภูมิประเทศ ที่แห้งแล้งรอบๆมีเพียงูเาหินน้อยใหญ่ แม้แต่ต้นไม่ ก็ยังไม่อยากมีชีวิต ฉันเคยฝึกดำรงชีพในป่าแต่นั่น มีต้นไม้เต็มไปหมด ทางเดินที่มีใบไม้แห้งและหญ้าเป็พรหมไม่ใช่หินล้วนๆแบบนี้
ฉันเดินตามหลังเคเซนไปเรื่อยๆอย่างไม่รู้จุดหมาย แต่เขาคงรู้ทาง เพราะเห็นเปิดเข็มทิศดูตลอดเวลา
เราไม่พูดคุยกันมากนัก เพราะกลัวจะหมดแรงมองเห็นเขาจากทางด้านหลัง เขาดูเข็งแรงในชุดดำคล้ายทหาร ่ขาที่ย่างก้าวมั่นคงเขามักจะหันมามองบ่อยๆ ด้วยสายตาห่วงใย ( แกห้ามหลงเสน่ห์เขานะซินเซียไม่งั้นแกจะถอนตัวลำบาก แกต้องเข้มแข็ง อย่าอ่อนไหวเด็ดขาด..จำไว้!! )
“ เกือบพ้นเขตนี้แล้ว แต่เราต้องเดินข้ามเขาลูกโน้น...ไหวไหม ”
สายตาคมอ่อนโยนที่ทอดมาให้ ทำให้ฉันก้มหน้าหลบมองลงพื้นดินลูกรังก่อนตอบออกไปด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนล้า เพราะเราเดินกลางแดดร้อนๆมาหลายชั่วโมงไม่ยอมพัก ข้าวยังไม่ได้กิน น้ำก็ไม่มีตกถึงท้องพระอาทิตย์ก็กำลังจะลับฟ้า
“ ไหว...ั้แ่ตอบตกลง แล้วก็คิดถึงเงินห้าสิบล้านที่ยังไงก็ต้องกลับไปใช้มันให้คุ้มค่ากับความลำบากลำบน ” ฉันยิ้มกว้างให้เขาถึงแม้ภายในใจจะอ่อนล้าก็ตาม ไม่้าให้ใครหน้าไหน มาดูถูกผู้หญิงไทยอย่างเรา
“ ข้ามเขาลูกนี้ ก็จะเจอลำธาร อีกเดือนก็จะกลายเป็ธารน้ำแข็ง ”
“งั้นก็รีบไปสิ...ขืนช้ากว่านี้นายต้องแบกฉันไปแล้วล่ะ ” ฉันพูดติดตลกทำให้เขายิ้มออกมาก่อนส่ายหน้าหมุนตัวเดินนำต่อไป
นาทีนี้ เราจะมีความเห็นไปในทางเดียวกันเหมือนฉันกำลังปฏิบัติหน้าที่ มีเขาเป็ผู้บังคับบัญชา เขาเป็เ้าของพื้นที่ย่อมรู้ดีกว่าฉันอย่างแน่นอน
ก่อนที่เราจะข้ามเขตหูฉันพลันได้ยินเสียงบางอย่าง เหมือนอยู่ใกล้ๆ เรา ฉันรีบดึงแขนเคเซนให้หยุดเขาหันมาหา สายตาบ่งบอกว่าสงสัย
“ หมอบลงก่อน ”
เราสองคนหมอบลงหลังก้อนหินก้อนใหญ่ ฉันจึงกระซิบถามเขาเบาๆ
“ ก่อนข้ามเขตมีการลาดตะเวนของพวกมันไหม ”
“ น่าจะมี ”
“พวกมันใช้ม้า...น่าจะไม่ต่ำกว่าสิบตัว ”
“ เธอรู้ได้ไง ”
“หูของฉันได้ยินเสียงที่ห้าเดซิเบล เหมือนสุนัข ในขณะที่คนปกติ เขาได้ยินที่ยี่สิบห้าเดซิเบล”
“ รู้ขนาดนี้ทำได้ขนาดนี้ หายตัวได้เลยไหมนี่ ”
“นั่นคงไม่ใช่คนแล้ว..นายอย่าเพิ่งกวนอารมณ์ฉันถ้าฉันโมโหฉันจะเหวี่ยงให้นายกระเด็นไปโน่นเลย ”
ไหนๆเขาก็รู้แล้วเอามาขู่ให้กลัวซะเลย
“ แน่จริงก็ทำเลยอย่ามาดีแต่ขู่! ”
“ นายนี่!! ”
“ ชู่ว์วว..”เคเซนยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากเป็สัญญาณบอกให้เงียบ....ใช่เสียงควบม้า กำลังจะมาถึงตัวเราแล้ว
เรานอนหมอบราบ หลบพวกนั้นอย่างสุดชีวิตตัวใกล้ชิดกันมาก เพราะก้อนหินที่บังเราสองคนมีที่จำกัด ฉันไม่ได้กลัวพวกมันหรอกแต่ถ้าไม่จำเป็ ฉันก็ไม่อยากฆ่าคนอีก
ความมืดเริ่มปกคลุมไปทั่วบริเวณมีเพียงแสงจันทร์ ที่โผล่ขึ้นมาทำหน้าที่แทนพระอาทิตย์ที่ลับขอบฟ้า
เราเดินไปด้วยกันเงียบๆ ใช้แสงจันทร์ส่องนำทาง คิดถึงเพลง แสงจันทร์ของมาลีฮวนน่าจัง
ป่านนี้พวกเพื่อนๆ จะเป็อย่างไรบ้างคงไม่คิดสินะ ว่าเวลานี้ ฉันกำลังเดิน..เดิน...เดิน...อยู่กับชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งท่ามกลางแสงจันทร์
“ คิดถึงบ้านใช่ไหม ” เคเซนหยุดเดินแล้วหันมาถาม ราวกับมานั่งอยู่กลางใจ
“ ฮื่อ ”
“ อยากกลับไหม ”
ฉันรู้สึกว่าที่นี่คือบ้าน ั้แ่ก้าวลงมาเหยียบลงบนแผ่นดิน ความรู้สึกตอนนั้นขนลุกซู่...เกิดภาพในหัวสลับซับซ้อนจนจับอะไรไม่ได้ ลำดับไม่ถูกดีใจเหมือนได้กลับบ้านจนน้ำตาร่วง ก่อนจะรู้สึกมึน จนแทบจะเป็ลม เกือบหงายหลังถ้าเคเซนไม่ประคองไว้ก่อน
“ ที่นี่ก็คือบ้านเหมือนกัน ฉันรู้สึกเหมือนเคยอยู่ที่นี่เคยหนีแบบนี้กับใครคนหนึ่ง แล้วเราก็หนีไม่พ้น คิดถึงเขาเหลือเกินเราต้องพรากจากกันนานแสนนาน ”
ฉันปวดแปล๊บบริเวณหัวใจเหมือนใครเอามีดแหลมๆแทง ฉันหายใจไม่ออก ทรุดตัวล้มลง เคเซนรีบเข้ามาประคองไว้ฉันกำลังคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ต้นไม้ที่เห็นเพียงเงาในความมืด เริ่มสั่นไหว เศษก้อนหินเริ่มรวมตัวลอยสูงขึ้นไปและหมุนตามแรงลม เพราะพลังในตัวฉัน
“ ซินเซียเธอเป็อะไร ” เคเซนนั่งคุกเข่าลงเบื้องหน้าใกับอาการงอตัวกุมหน้าอกตัวเองอย่างเ็ป ทำไมฉันจึงเป็แบบนี้ตอนอยู่เมืองไทย ฉันไม่เคยเ็ปขนาดนี้เมื่อคิดถึงมัน
“ เราจะไม่พรากจากกันอีกใช่ไหมราจีฟ”
“ เธอพูดอะไรซินชักไปกันใหญ่แล้ว เธอคงหิวข้าวเลยเพ้อหรือไง ”
“ฉันจะไม่ยอมให้ใครพรากเธอไปอีก ฉันจะฆ่ามันให้หมดใครทำเธอเจ็บมันต้องเจ็บกว่า...พระองค์อย่านำตัวเขาไป...ได้โปรดเมตตาแอลล่า...นำแอลล่าไปด้วย...แอลล่าอยู่ไม่ได้ถ้าปราศจากราจีฟ.. ”