ยามดึกสงัด ลานกว้างหน้าหมู่บ้านธุลีแดงเงียบงัน ไร้สรรพเสียงใด มีเพียงเสียงกังหันวารีั์หมุนกวักสายน้ำอยู่ริมลำธารดังก้องเป็จังหวะสม่ำเสมอ ครืนนนน ภายใต้แสงจันทร์สาดส่อง ร่างลู่ชิงนอนหงายแผ่หลาสลบไสลอยู่บนพื้นดินเย็นเฉียบ เปลือกตาชายหนุ่มกระตุก 2 ถึง 3 ครั้งก่อนจะค่อยๆ ปรือเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า
ภาพแรกสะท้อนเข้าสู่โสตประสาทคือเงาดำทะมึนขนาดั์ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า... ูเาเอกสารราชการฎีกาและม้วนไม้ไผ่จำนวน 5000 ม้วน! มันยังคงกองสุมสูงตระหง่านบดบังแสงจันทร์ไปกว่าครึ่งท้องฟ้า
ลู่ชิงนอนเบิกตาค้างนิ่งงันอยู่เช่นนั้นครู่ใหญ่ จากนั้นเขาก็ค่อยๆ ยกมือขึ้นลูบใบหน้าตนเอง 'ฝันร้าย นี่มันต้องเป็ค่ายกลมายาแห่งฝันร้ายแน่ๆ'
ชายหนุ่มหลับตาลงอีกคราอย่างมีความหวัง หวังว่าลืมตาขึ้นมาอีกรอบสิ่งอัปมงคลเหล่านี้จะสลายกลายเป็อากาศธาตุ ผ่านไป 3 ลมหายใจ เขาลืมตาขึ้นใหม่ ูเาม้วนไม้ไผ่ก็ยังคงตั้งตระหง่านเย้ยหยันเขาอยู่ที่เดิม!
ลู่ชิงพลันรู้สึกว่าเรี่ยวแรงพังทลายลงไปจนหมดสิ้น 'ข้าอุตส่าห์กลั้นใจเผาทิ้งไปตั้ง 1000 ม้วน เหตุใด์ถึงตอบแทนข้าด้วยการงอกม้วนไม้ไผ่กลับมาให้ถึง 5000 ม้วน นี่คือผลตอบแทนของคนอยากจะนอนงีบพักผ่อนอย่างนั้นรึ'
ชายหนุ่มยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้เต็มไปด้วยความสิ้นหวังลึกสุดหยั่ง แต่ทว่าหลังจากนั่งนิ่งไว้อาลัยให้ตัวเองอยู่พักใหญ่ ดวงตาเคยอิดโรยและเหม่อลอยคู่นั้นก็ค่อยๆ เปล่งประกายความเยียบเย็นและคมกริบขึ้นมาทีละน้อย จิตใต้สำนึกเขาตระหนักรู้ถึงสัจธรรม 1 ข้ออย่างถ่องแท้ ต่อให้เขานั่งร้องไห้จนน้ำตาเป็สายเื ก็ไม่มีผู้ใดมาขนกองขยะพวกนี้ไปทิ้ง หากปรารถนาจะกลับไปเอนหลังนอนพักผ่อนอย่างสงบสุขและถาวร เขาต้องหาวิธีกวาดล้างูเาขยะพวกนี้ให้สูญสลายไปให้เร็วสุด!
"จะให้อ่านเรียงตัวจนครบ 5000 ม้วน... ฝันไปเถอะ" ลู่ชิงพึมพำลอดไรฟัน "ขืนข้าต้องอ่านของพวกนี้ทั้งหมด ข้าคงกระอักเืตายก่อนวัย 25 แน่"
ชายหนุ่มหยัดกายลุกขึ้นเดินลากเท้าเข้าไปหาูเาเอกสาร สายตาคมกริบกวาดมองกองม้วนไม้ไผ่สูงท่วมหัว จากนั้นเขาก็ยื่นมือออกไปอย่างมักง่ายสุดขีด สุ่มหยิบดึงออกมาเพียงแค่ 10 ม้วน 3 ม้วนจากฝั่งซ้าย 3 ม้วนจากฝั่งขวา และ 4 ม้วนจากยอดกองตรงกลาง
"...แค่นี้แหละ พอแล้ว"
ลู่ชิงหอบม้วนไม้ไผ่ทั้ง 10 ม้วนเดินกลับมาทิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้างบนแคร่ไม้ใต้ต้นหลิว ก่อนจะคลี่ม้วนไม้ไผ่กางออกเรียงรายกันเป็แถวบนกระดาน หากมีขุนนางตรวจการคนใดมาเห็นภาพนี้คงต้องกระอักเืด่าทอว่าเขากำลังทำเื่เหลวไหล มีข้อพิพาทถึง 5000 คดีแต่กลับสุ่มหยิบมาตรวจสอบเพียง 10 คดี! ทว่าลู่ชิงหาได้ใส่ใจธรรมเนียมเ่าั้ไม่ เพราะปัญญาญาณแห่งความเกียจคร้านสอนไว้ว่า หากขยะกองโตถูกสร้างขึ้นโดยคนกลุ่มเดียวกัน เพียงแค่สุ่มหยิบขึ้นมาวิเคราะห์ความผิดปกติเพียงหยิบมือก็ย่อมมองทะลุถึงต้นตอปัญหาได้ทั้งหมด! คนชั่วลงมือปลอมเอกสาร 5000 ม้วนมันก็ต้องี้เีทำงานประณีตเหมือนกันนั่นแหละ
ชายหนุ่มหยิบม้วนแรกขึ้นมา สายตากวาดมองผ่านตัวอักษรอย่างรวดเร็ว 1 บรรทัด... 2 บรรทัด... 3 บรรทัด... ผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจดวงตาเคยเต็มไปด้วยความง่วงงุนก็ค่อยๆ หรี่แคบลง "หืม"
ลู่ชิงใช้ปลายนิ้วลูบคลำเนื้อไม้ไผ่ก่อนจะยกขึ้นมาจ่อใกล้จมูกแล้วสูดดม กลิ่นเหม็นฉุนคาวกาวหนังสัตว์ผสมเขม่าสนลอยปะทะโสตประสาท เขาใช้นิ้วชี้เคาะลงบนแผ่นไม้ไผ่เบาๆ
"ข้อความระบุว่าฎีกานี้ลงลายนามสลักเขตแดนไว้เมื่อ 10 ปีก่อน... ม้วนไม้ไผ่อายุ 10 ปีเนื้อไม้ต้องแห้งสนิทและมีสีเหลืองกรอบ ทว่าเนื้อไม้แผ่นนี้กลับยังมีความชื้นซ้ำยังมีร่องรอยสีเขียวเจือปน แถมกลิ่นหมึกเขม่าสนราคาถูกนี่เพิ่งจะฝนและเขียนเสร็จมาไม่ถึง 1 เดือนเต็มด้วยซ้ำ"
ชายหนุ่มโยนม้วนแรกลงข้างตัวอย่างไร้เยื่อใย หยิบม้วน 2 ขึ้นมา... ม้วน 3... ม้วน 4... สีหน้าเขาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็ความประหลาดใจแกมเย้ยหยัน ผ่านไปครึ่งก้านธูปม้วนไม้ไผ่ทั้ง 10 ถูกกางแผ่เรียงเต็มพื้นแคร่ ลู่ชิงนั่งประสานมือเคาะปลายนิ้วลงบนเข่าเป็จังหวะช้าๆ ตึก... ตึก... ตึก... สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวไล่พินิจมองตราประทับชาดสีแดงประทับรับรองอยู่ตรงท้ายม้วนแต่ละฉบับ
ฉบับนี้มาจากเมืองทิศอุดร ฉบับนี้มาจากเมืองทิศทักษิณ ฉบับนี้เมืองบูรพา ฉบับนี้เมืองประจิม มาจากคนละหัวเมืองประทับรับรองโดยขุนนางคนละคนและเขียนขึ้นคนละปี แต่ทว่าตราประทับชาดสีแดงบนม้วนไม้ไผ่ทั้ง 10 ม้วนนั้น...
"ชาดประทับตราอายุ 10 ปีควรจะแห้งกรอบและหลุดร่อน ทว่ารอยประทับพวกนี้กลับยังมีความเหนียวหนึบติดปลายนิ้ว"
ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเพ่งมองอย่างละเอียด รอยประทับทุกเมืองกลับมีรอยแหว่งบิ่นเล็กๆ ตรงมุมขวาล่างเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว! ราวกับว่ามันถูกประทับออกมาจากแท่นพิมพ์หินก้อนเดียวกัน!
มุมปากลู่ชิงค่อยๆ ยกโค้งขึ้น "น่าสนใจ" เขาหยิบม้วนอีก 2 ถึง 3 ฉบับมาเทียบรอยแหว่งให้แน่ใจก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "มักง่าย มักง่ายยิ่งกว่าข้าเสียอีก ใช้ตราประทับปลอมก้อนเดียวไล่ปั๊มเอกสารสวมรอยครอบคลุมมันทั้งแคว้นเลยรึ"
จากนั้นเขาจึงเริ่มย้ายสายตาไปตรวจสอบรายชื่อโจทก์ผู้ยื่นคำร้องแต่ละคดี เพียงแค่ปรายตามองคิ้วเขาก็กระตุกขึ้นอีกครา "เอาอีกแล้ว"
ม้วนแรกผู้ยื่นฟ้องคือ 'เศรษฐีจ้าว' ม้วน 2 ก็ยังเป็ 'เศรษฐีจ้าว' ม้วน 3 'คหบดีซุน' ม้วน 4 'นายทุนเงินกู้หลี่' ม้วน 5 ก็ยังวนเวียนอยู่แค่ 3 ชื่อนี้! ม้วน 6... 7... 8... 9... 10! ก็ยังคงเป็ชื่อคนจาก 3 ตระกูลนี้สลับกันไปมา! ราวกับว่าประชากรทั้งแคว้นเคยมีปัญหาเื่ผืนนาล้มหายตายจากกันไปหมด เหลืออยู่เพียงแค่คนจาก 3 ตระกูลนี้เท่านั้น!
ลู่ชิงเงียบงันไปครู่ 1 เขาค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ ข้อมูลกระจัดกระจายทั้งหมดเริ่มร้อยเรียงปะติดปะต่อกันอยู่ภายในสมองประดุจเส้นด้ายในค่ายกลถูกถักทอเชื่อมโยงเข้าสู่จุดศูนย์กลาง เอกสารอ้างอายุ 10 ปีแต่เนื้อไม้ชื้นและกลิ่นหมึกเพิ่งแห้ง... ตราประทับขุนนางหลายเมืองแต่มีความเหนียวและมีรอยบิ่นตำหนิจุดเดียวกัน... และรายชื่อผู้ร้องทุกข์ทวงคืนผืนนานับ 1000 แปลงซ้ำซากจำเจอยู่เพียง 3 ตระกูล...
ภาพความจริงทั้งหมดสว่างวาบขึ้นมาในห้วงมโนสำนึก และท้ายสุดคำตอบแสนเรียบง่ายก็ปรากฏ! ชายหนุ่มลืมตาขึ้นอีกคราประกายเยือกเย็นและเหี้ยมเกรียมวาบผ่านั์ตาสีดำขลับ "เข้าใจแล้ว" เขาหยิบม้วนไม้ไผ่ทั้ง 10 ม้วนขึ้นมาแล้วโยนปาทิ้งกลับไปรวมกับูเาเอกสารอย่างไม่ไยดี ปึก!
"คดีพิพาทสะสม 5000 คดีงั้นรึ เหลวไหลสิ้นดี" ลู่ชิงหัวเราะเสียงเย็นก้องกังวานในความเงียบ "นี่มันไม่ใช่คดีความ 5000 คดี แต่มันคือคดีปล้นแผ่นดินคดีเดียวต่างหากเล่า! ตระกูลจ้าว ตระกูลหลี่ ตระกูลซุน ไอ้เศษสวะ 3 ตระกูลนี้แอบสมคบคิดกับขุนนางกังฉินปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์สร้างโฉนดผีขึ้นมา เพื่อกว้านยึดผืนนาชาวนาตาดำๆ พวกมันสร้างเื่ราวเท็จแตกแขนงคดีความออกมาเป็ 5000 ม้วนเพื่อทำให้ราชสำนักสับสนและี้เีตรวจสอบ!"
ลู่ชิงหยัดกายลุกขึ้นยืนบิดี้เียืดเส้นยืดสายกระดูกสันหลังลั่นเสียงดังกรอบแกรบ ก่อนจะแหงนหน้าทอดสายตามองูเาเอกสาร 5000 ม้วนอีกครา ทว่าคราวนี้ในสายตาเขามันไม่ใชู่เาแห่งภาระงานน่าสะพรึงกลัวอีกต่อไปแล้ว แต่มันเป็เพียงกองฟืนไม้แห้งขนาดมหึมารอเวลาให้เขาไปลากคอเ้าของตัวจริงมารับผิดชอบแล้วจุดไฟเผาทิ้งให้สิ้นซาก!
"ดีมาก เดิมทีข้าหลงนึกไปว่าจะต้องเสียเวลานั่งหลังขดหลังแข็งตรวจสอบเอกสารพวกนี้นานเป็ปี แต่ตอนนี้ดูท่าทางแล้วข้าแค่ใช้เวลาไปเด็ดหัวคน 3 คนก็สิ้นเื่แล้วสินะ" การแก้ปัญหาถึงรากเหง้าย่อมประหยัดพลังงานกว่าการชำระความตามกระบวนการ!
ลู่ชิงอ้าปากหาวหวอดน้ำตาไหลซึมตรงหางตา "อาฝู ไปลากตัวไอ้พวกสวะ 46 คนนั้นมาพบข้าเดี๋ยวนี้"
อาฝูรับคำสั่งวิ่งหน้าตั้งไปริมลำธาร ไม่ถึง 1 เค่อกลุ่มเงาดำทะมึน 46 ร่างก็ถูกต้อนมาคุกเข่าหน้าแคร่ไม้ใต้ต้นหลิว อดีตยอดนักฆ่าระดับพระกาฬบัดนี้สภาพน่าเวทนาขีดสุด เสื้อผ้าขาดวิ่นเต็มไปด้วยโคลนตม ดวงตาหอยหลอดแดงก่ำจากการร้องไห้
เงาทมิฬโลหิต หัวหน้ากลุ่มนักฆ่าโขกศีรษะลงพื้นเสียงดังปัง "นายท่าน! โปรดเมตตา! พวกข้าลากคราดเหล็กไถนามา 3 วัน 3 คืนปราศจากการหยุดพักกระดูกสันหลังจะหักแล้วขอรับ!"
ลู่ชิงแคะหูมองดูสภาพเครื่องจักรสังหารหมดสภาพ "ข้ามีงานเบาๆ ให้พวกเ้าทำแลกกับการได้นอนหลับสนิท 1 คืนเต็ม ปราศจากการผูกติดกังหันวารี"
คำบอกเล่าเื่นอนหลับ 1 คืนส่งผลราวกับเวทมนตร์ชุบชีวิต! นักฆ่า 46 ชีวิตเบิกตากว้างรังสีอำมหิตพุ่งทะลุจุดเดือด! พวกเขาลืมความเหน็ดเหนื่อยจนหมดสิ้น "นายท่านโปรดสั่งมา! ต่อให้ต้องบุกฝ่าค่ายทหาร 10000 นายพวกข้าก็จะทำให้สำเร็จภายใน 1 ก้านธูป!"
ลู่ชิงส่ายหน้า "ค่ายทหารมันไกลไป ข้าแค่้าของ 2 สิ่งจากจวน 3 มหาเศรษฐีตระกูลจ้าว ตระกูลหลี่ และตระกูลซุนในเมืองรอบข้าง" ชายหนุ่มหักกิ่งไม้ขีดเขียนวาดแผนผังลงบนพื้นดินเปียกชื้น สติปัญญาระดับมหาปราชญ์คำนวณหลักฮวงจุ้ยและตรรกะมนุษย์โลภมากเสร็จสิ้นภายในชั่วพริบตา "เศรษฐีโลภมากมักสร้างจวนหันหน้าทิศทักษิณรับแสงตะวันตามตำรารับทรัพย์ ห้องทำงานประมุขตระกูลต้องอยู่ปีกตะวันออกเสมอ" ปลายกิ่งไม้ชี้เคาะลงบนแผนผังจำลอง "ใต้โต๊ะทำงานไม้จันทน์แดงแผ่นกระดานลำดับ 3 นับจากซ้ายมือ จะมีกลไกช่องลับซ่อนอยู่ พวกเ้าจงบุกเข้าไปขโมยสมุดบัญชีปกดำและกล่องไม้บรรจุตราประทับขุนนางกลับมาให้ข้า ห้ามฆ่าคน ห้ามทิ้งร่องรอย และต้องกลับมาก่อนไก่ขัน"
นักฆ่าทั้ง 46 คนจ้องมองแผนผังบนพื้นดินด้วยความตื่นตะลึง 'นายท่านไม่เคยก้าวเท้าออกจากหมู่บ้าน แต่กลับล่วงรู้แผนผังจวนมหาเศรษฐีทะลุปรุโปร่ง! แถมยังรู้ตำแหน่งช่องลับซ่อนสมบัติประดุจมีตาทิพย์! นี่คือพลังมหาปราชญ์มาร! น่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว!'
เงาทมิฬโลหิตประสานมือคารวะ "รับบัญชา! ภารกิจบุกจวนเศรษฐีกระจอกแค่นี้ช่างง่ายดายราวกับปอกกล้วยเข้าปากเมื่อเทียบกับการลากคราดสู้แรงกังหันน้ำ! แลกกับการได้นอน 1 คืนพวกข้าขอเอาหัวเป็เดิมพัน!"
ลู่ชิงโบกมือไล่อย่างรำคาญ "ไปได้แล้ว ข้าจะนอน"
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! เพียงกระพริบตาร่างนักฆ่า 46 ชีวิตะเิพลังวิชาตัวเบาเร้นลับพุ่งทะยานแหวกอากาศหายไปในความมืดมิดยามวิกาล ความปรารถนาอยากนอนหลับพักผ่อนกระตุ้นสัญชาตญาณนักฆ่าให้กลับมาแหลมคมขีดสุด ลู่ชิงมองตามเงาดำเ่าั้ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนกอดอกบนแคร่ไม้ 'มีลูกน้องฝีมือดีมันช่างประเสริฐแท้ ข้าแทบไม่ต้องขยับตัวทำอะไรเลย พรุ่งนี้เช้าคดี 5000 ม้วนคงถูกกวาดล้างกลายเป็ขยะสมบูรณ์แบบ' ชายหนุ่มคลุมโปงปิดเปลือกตาลงเข้าสู่ห้วงนิทราแสนหวานปล่อยให้เครื่องจักรสังหาร 46 ชีวิตไปทำงานสืบสวนหาหลักฐานแทนตนเอง
ยามรุ่งสางใกล้สิ้นสุด ท้องฟ้ายังคงมืดสลัวแสงดาราระยิบระยับพร่ามัวเหนือหมู่บ้านธุลีแดง ลู่ชิงนอนขดตัวซุกอยู่ใต้ผ้าห่มบนแคร่ไม้ใต้ต้นหลิว สีหน้าผ่อนคลายเปี่ยมสุขราวกับกำลังล่องลอยอยู่ในห้วงฝันแสนสงบปราศจากกองเอกสารราชการ
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! เงาดำทะมึนสายแล้วสายเล่าปรากฏกายขึ้นกลางความมืดมิด! อดีตยอดนักฆ่าแห่งสมาคมใต้ดินทั้ง 46 ชีวิตเร้นกายกลับมาถึงลานกว้างพร้อมเพรียงกันปราศจากสุ้มเสียงฝีเท้าหรือแม้แต่เสียงแหวกอากาศ พวกเขาทิ้งตัวลงคุกเข่าอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย สีหน้าแต่ละคนเคร่งขรึมและยำเกรงยิ่งกว่าตอนรับบัญชาไปลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้เสียอีก!
เงาทมิฬโลหิตยกกล่องไม้จันทน์สีดำขลับขึ้นเหนือศีรษะด้วย 2 มือสั่นเทา "นายท่าน ภารกิจลุล่วงแล้วขอรับ"
ลู่ชิงปรือตาขึ้นมาเพียงข้างเดียวอ้าปากหาว "อืม"
เงาทมิฬโลหิตกลืนน้ำลายฝืดคอลังเลอยู่ชั่วอึดใจก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าแฝงความสยดสยองลึกสุดหยั่ง "นายท่าน พวกข้าน้อยค้นพบห้องลับและกลไกทั้งหมด แม้กระทั่งค่ายกลหน้าไม้ซ่อนใต้พรมและสลักศิลากลวงซ่อนกุญแจ ทุกอย่างตรงตามคำทำนายไร้ผิดเพี้ยนเลยขอรับ!"
ลู่ชิงขยี้ตา "ก็ต้องมีสิ จะแปลกอะไร"
เหล่านักฆ่าต่างลอบมองสบตากันในใจมีคลื่นพายุโหมกระหน่ำไม่อาจสงบ! ตอนพวกมันลอบเร้นเข้าจวนตระกูลจ้าว พวกมันพบโต๊ะไม้จันทน์แดงตั้งอยู่ตรงตำแหน่งนั้นจริงๆ แผ่นกระดานแผ่นลำดับ 3 นับจากซ้ายมือเมื่อยกออกก็พบช่องลับซ่อนสมุดบัญชี ไม่มีสิ่งใดคลาดเคลื่อนเลยแม้แต่ 1 ชุ่น! ราวกับว่าบุรุษผู้นี้เคยเดินทะลุกำแพงเข้าไปสำรวจทุกซอกทุกมุมของจวนเศรษฐีเ่าั้ด้วยตนเอง! ความน่าสะพรึงกลัวระดับผู้หยั่งรู้ฟ้าดินเช่นนี้ทำให้แม้มือสังหารใจคอเหี้ยมโหดสุดยังต้องรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงไขกระดูก หากนายท่านสามารถมองทะลุจวนคหบดีคุ้มกันแ่าได้เพียงแค่นั่งนึก เช่นนั้นความลับใดในใต้หล้าจะหลุดรอดสายตาท่านไปได้อีกเล่า!
ขณะลูกน้องกำลังเทิดทูนบูชา ลู่ชิงหาได้ล่วงรู้ไม่ว่าตนเองเพิ่งจะถูกยกระดับกลายเป็เทพปีศาจผู้หยั่งรู้ไปอีกครา ชายหนุ่มเอื้อมมือเปิดกล่องไม้ออกอย่างเกียจคร้าน ภายในปรากฏตราประทับชาดราชการ 3 ก้อนวางเรียงกัน มุมขวาล่างของแท่นพิมพ์ทั้ง 3 มีรอยบิ่นแตกร้าวตรงจุดเดียวกันเป๊ะอย่างน่าสมเพช
ดวงตาลู่ชิงหรี่ลงเล็กน้อย 'มักง่ายตามคาด' เขาหยิบสมุดบัญชีปกดำเล่มหนาขึ้นมาพลิกเปิดหน้ากระดาษผ่านๆ อย่างรวดเร็ว หน้า 1... หน้า 2... หน้า 3... สีหน้าเคยเฉื่อยชาและง่วงงุนค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็ความเ็าและมืดครึ้มลงทีละน้อย บรรยากาศรอบตัวกดดันจนเงียบสนิทแม้แต่นักฆ่าทั้ง 46 คนก็ยังไม่กล้าผ่อนลมหายใจ สิ่งบันทึกอยู่ในสมุดเล่มนี้มิใช่เพียงแค่บัญชีรับส่วยสินบน แต่มันคือบัญชีเืและน้ำตาของราษฎรทั้งหัวเมือง!
"ชาวนาหวังเต๋อ กู้ยืมข้าวสารเพียง 3 ถังคิดดอกเบี้ยทบต้น 10 เท่า ผิดนัดชำระ 1 เดือนบังคับยึดผืนนา 8 หมู่" ลู่ชิงพลิกเปิดหน้าต่อไป "แม่ม่ายจาง กู้เงินไปรักษาบุตรเสียชีวิตทั้งแม่ทั้งลูก บังคับยึดเรือนพักอาศัย" หน้าถัดไป... "ผู้เฒ่าหลิน ตรอมใจเสียชีวิตก่อนสัญญาเช่าผืนนา 3 ปีจะสิ้นสุด ทว่ากลับมีลายนิ้วมือของผู้เฒ่าหลินประทับยินยอมขายผืนนาหย่อมสุดท้าย... หลังจากเขาตายไปแล้วถึง 7 วัน!"
มุมปากลู่ชิงกระตุกยิกๆ แค่นเสียงหัวเราะเย้ยหยันในลำคอ "วิเศษ คนตายไปแล้วถึง 7 วันยังอุตส่าห์ฟื้นขึ้นมาจากหลุมศพเพื่อมาปั๊มลายนิ้วมือขายผืนนาให้พวกมันได้ด้วย ์ช่างมีเมตตาพลิกแพลงกฎแห่งความตายเสียนี่กระไร"
ยอดนักฆ่าหลายคนเริ่มกำหมัดแน่นจนกระดูกลั่นกรอบ แม้ 2 มือพวกมันจะเปื้อนเืมานับไม่ถ้วนทว่าเมื่อต้องมาทนรับรู้ถึงความชั่วช้าสามานย์ขูดรีดคนไร้ทางสู้เยี่ยงนี้ เืนักสู้ในกายก็ยังอดเดือดดาลขึ้นมามิได้
ลู่ชิงสับสมุดบัญชีปิดลงเสียงดังปั๊ก! "เศษกระดาษเปื้อนโคลน" เขาโยนสมุดบัญชีทิ้งลงบนพื้นอย่างไม่ไยดี
"นายท่าน..." เงาทมิฬโลหิตเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม "เดรัจฉานพวกนี้... ให้พวกข้าน้อยไปเด็ดหัวมัน—"
ลู่ชิงยกมือขึ้นขัดจังหวะบัดดล "ข้าไม่สนว่าพวกมันจะรีดนาทาเร้นผู้ใด" ดวงตาจอมมารวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะแห่งคนี้เี! "ข้าสนใจเพียงว่า เป็เพราะความโลภมักง่ายของไอ้สวะพวกนี้ ทำให้ข้าต้องมานั่งมองูเาฎีกาบัดซบ 5000 ม้วนบังมิดแสงแดดหน้าบ้านข้า!!"
ทั่วทั้งลานกว้างเงียบกริบดุจป่าช้า ยอดนักฆ่าทั้ง 46 ชีวิตมองหน้ากันเลิ่กลั่กไม่รู้ว่าสภาวะนี้ควรจะรู้สึกซาบซึ้งใจหรือควรร้องไห้ดี เื่คอขาดบาดตายระดับฉ้อโกงเขย่าแคว้นทำราษฎรล้มตาย... แต่นายท่านผู้ยิ่งใหญ่กลับโกรธเกรี้ยวเป็ฟืนเป็ไฟเพียงเพราะพวกมันรบกวนเวลานอนและส่งงานเอกสารมาให้ขวางตาเนี่ยนะ!? นี่มันตรรกะของปีศาจี้เีชัดๆ!
ลู่ชิงหยัดกายลุกขึ้นยืนใช้ปลายเท้าเตะสมุดบัญชีและตราประทับทั้งหมดไปกองรวมกัน "พอแล้ว หลักฐานมัดตัวครบถ้วนดิ้นไม่หลุด รุ่งเช้าวันนี้ม้วนคดี 5000 ม้วนนั่นจะต้องถูกกวาดล้างให้จบสิ้น" เขาหันไปทอดสายตามองนักฆ่าทั้ง 46 คนสภาพอิดโรยราวกับซากศพ "พวกเ้าทำงานได้ดีรวดเร็วทันใจข้า คืนนี้... ไปหาซอกมุมนอนพักผ่อนซะ"
ประโยคสั้นๆ แต่มันเปรียบเสมือนน้ำอมฤตหยดลงบนผืนทรายแห้งผาก! ยอดนักฆ่าระดับพระกาฬทั้ง 46 ชีวิตพลันน้ำตาแตกรินไหลอาบ 2 แก้ม บางคนถึงกับสะอื้นไห้ตัวโยนด้วยความตื้นตันใจสูงสุด! เงาทมิฬโลหิตทรุดหน้าผากแนบชิดติดผืนดิน "ขอบพระคุณความเมตตานายท่าน!!"
สิ้นคำขอบคุณ ทั่วทั้งลานก็เกิดปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ! นักฆ่าทั้ง 46 ชีวิตต่างแยกย้ายพุ่งตัวออกไปหาซอกมุมซุกหัวนอนด้วยความเร็วแสง! บางคนทิ้งตัวล้มแผ่หลาใต้กอหญ้า บางคนเข้าไปนอนกอดก้อนหิน บางคนยังไม่ทันศีรษะจะตกถึงพื้นดินก็สลบเหมือดกลางอากาศหลับลึกไปแล้ว! ภายในเวลาไม่ถึง 10 อึดใจ เสียงกรนครอกฟี้ ครืดคราด... ก็ดังประสานเสียงกันกระหึ่มไปทั่วทั้งลานกว้าง
ลู่ชิงส่ายหน้าอย่างเอือมระอา 'ไอ้พวกบ้านี่ ทำตัวเหมือนไม่เคยได้นอนมา 10 ชาติ' ชายหนุ่มหันไปสั่งการเด็กรับใช้ยืนตาค้างอยู่ "อาฝู รุ่งเช้าเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นจงไปตั้งโต๊ะชำระความบริเวณลานกว้างหน้าหมู่บ้าน ตีฆ้องร้องเปล่าเรียกชาวบ้านทุกคนมารวมตัวกัน รวมถึงส่งคนไปลากคอเ้าของ 3 ตระกูลนั่นมายืนรอรับโทษด้วย"
อาฝูรีบคุกเข่ารับบัญชาเสียงสั่น "ข้าน้อยรับบัญชาขอรับนายท่าน!"
ลู่ชิงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ในที่สุดปัญหาขยะเอกสาร 5000 ม้วนก็กำลังจะถูกกำจัดทิ้งไปเสียที ชายหนุ่มตวัดดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมตัวล้มตัวลงนอนพิงแคร่ไม้อย่างมีความสุขล้นปรี่ 'เช้านี้จบเื่ จากนั้นข้าก็จะได้กลับไปนอนต่อทั้งวันทั้งคืน ไม่มีฎีกาูเาเลากา ไม่มีคดีความงี่เง่า ไม่มีผู้ใดมาร้องไห้โวยวายหนวกหู ชีวิตหลังเกษียณแสนสงบสุขรอข้าอยู่แค่เอื้อม!' เพียงไม่นานเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอก็ดังขึ้นเบาๆ จอมมารผู้ใช้สติปัญญาเพียงชั่วข้ามคืนทลายปมคดี 5000 ม้วนเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างสบายใจเฉิบ
ทว่า ห่างไกลออกไปหลาย 100 ลี้ ณ ใจกลางคฤหาสน์หรูหราเมืองหลินเหอ
เศรษฐีจ้าวกำลังนั่งขัดสมาธิบนตั่งบุนวม จิบชาหลงจิ่งชั้นดีอย่างเบิกบานใจ "พ่อบ้าน จัดเตรียมทองคำ 1000 ตำลึงใส่หีบให้พร้อม รุ่งเช้าพวกเราจะเดินทางไปผูกมิตรกับนายอำเภอคนใหม่แห่งธุลีแดง เพียงใช้เงินเบิกทาง คดี 5000 ม้วนย่อมตกเป็ของพวกเราอย่างชอบธรรม"
พ่อบ้านเฒ่าโค้งคำนับรับคำสั่งก่อนจะก้าวเดินไปหมุนแจกันลายครามเพื่อเปิดกลไกห้องลับใต้ดิน... แกร๊ก... เพล้ง!!
ถ้วยชาหยกสลักลายชั้นเลิศหลุดร่วงจากมือเศรษฐีจ้าว แตกกระจายละเอียดเต็มพื้นหินอ่อน! ใบหน้าชายชราผู้มั่งคั่งซีดเผือดไร้สีเืประดุจกระดาษ! เบื้องหน้าเขาคือห้องลับใต้ดินเปิดอ้าซ่า!
ปราศจากร่องรอยการทำลายแม่กุญแจ! ปราศจากสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น! ปราศจากทหารยามคนใดถูกสังหารหรือสลบไสล! แต่สมุดบัญชีปกดำหายวับไปแล้ว! ตราประทับชาดปลอมหายไปแล้ว! หลักฐานชิ้นสำคัญสามารถสั่งปะา 7 ชั่วโคตร มลายหายไปราวกับถูกภูตผีปีศาจขโมยไปในอากาศธาตุ!
ด้านข้างเขา 'เศรษฐีหลี่' และ 'คหบดีซุน' เพิ่งถูกเรียกตัวมารวมกันกลางดึก ต่างมีสภาพหน้าซีดเซียวไม่ต่างกัน หยาดเหงื่อเย็นเฉียบไหลอาบชุ่มแผ่นหลังเสื้อผ้าไหมเปียกโชก
"ผู้ใดกัน... ยอดฝีมือระดับไหนกัน ถึงสามารถผ่านค่ายกลมรณะของพวกเราเข้ามาได้ปราศจากร่องรอยเช่นนี้..."
ความเงียบสงัดแสนวิเวกเข้าปกคลุมห้องโถงกว้าง ก่อนเศรษฐีจ้าวจะกัดฟันกรอดจนเืซึม ดวงตาฝ้าฟางเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวาดหวั่นสั่นสะท้านไปถึงขั้วิญญา
"ไม่ดีแล้ว... พวกเราไปตอแยถูกพญายมราชเข้าให้แล้ว"
เสียงสายลมหนาวยามเช้าตรู่พัดลอดช่องหน้าต่างเข้ามาดังหวีดหวิว ราวกับเป็ลางบอกเหตุมฤตยูแห่งพายุลูกใหญ่โตมโหฬารกำลังจะพัดโหมกระหน่ำเข้าถล่มบดขยี้ 3 ตระกูลใหญ่ให้ย่อยยับดับสูญในรุ่งเช้าวันใหม่!
จบตอนที่ 12