ตอนที่ 15
จัดสร้างอุปกรณ์
ชุดจารชนสีดำถูกคลี่กางออกบนโต๊ะหิน ด้านในปรากฏเหล็กเย็นเทาเข้มแวววาวส่องประกายสีฟ้าครามอ่อนจางสามก้อนต้าฮวนมิเคยพบโลหะงดงามเช่นนี้มาก่อน จึงหยิบขึ้นมาชมดูด้วยท่าทางสนอกสนใจแตกต่างจากหลงจิวเมิ่งที่ในชีวิตก่อน ล้วนพบเจอสมบัติวิเศษมากมายนับไม่ถ้วนเพียงแค่เหล็กเย็นสามชิ้น หาได้แตกต่างจากเศษอิฐหินทั่วไปในชีวิตที่แล้วเพียงแต่ตอนนี้ทรัพยากรและฝีมือมีจำกัด ตรงกันข้ามกับปัญหาที่กระชั้นใกล้ล้วนหนักหนาเกินกำลังมีสิ่งใดหยิบฉวยช่วยเพิ่มโอกาสในการแก้ปัญหาในอนาคตซึ่งรับรู้อยู่แล้วว่ายากเย็นเพียงใดหลงจิวเมิ่งก็ยินดีสุ่มเสี่ยงเพื่อให้ได้มา
“ตกลงเ้าพอจะหาช่างตีเหล็กที่หลอมสร้างสิ่งของตามแบบที่ข้าตั้งใจจะวาดออกมาได้หรือไม่”
“หากแบบที่เ้า้า มิได้ยากเย็นเกินไปข้าเชื่อว่าโรงเหล็กม่อฮัวในเมืองเมฆขาว จะต้องจัดการได้อย่างแน่นอน”
“ดีงั้นเ้าช่วยสั่งบ่าวให้ไปนำกระดาษกับพู่กันมาให้ข้าหน่อย” หลงจิวเมิ่งเอ่ยปากขอต้าฮวนก็ะโสั่งบ่าวของตนเองในทันที เพียงชั่วอึดใจอุปกรณ์ต่าง ๆก็ถูกจัดวางแทนที่ห่อผ้าสีดำบนโต๊ะหิน
หลงจิวเมิ่งมิได้้าสิ่งใดที่แปลกประหลาด เพียงก้มหน้าลงมือใช้เวลาไม่ถึงชั่วก้านธูปไหม้หมดดอกก็วาดรูปตะขอกรงเล็บสำหรับเกาะเกี่ยว ที่มีรูร้อยส่วนฐานสามจุดพร้อมข้อความกำกับรายละเอียดปลีกย่อย เมื่อรูปแรกเสร็จสิ้นจึงยื่นส่งให้ต้าฮวนชมดู
ทันทีที่ต้าฮวนรับไป หลงจิวเมิ่งก็ก้มหน้าลงไปขีดวาดอีกครั้งซึ่งรูปวาดใบที่สอง มีลักษณะเป็วัตถุคล้ายกับแท่งเข็มแหลมผสมผสาน พร้อมถ้อยคำระบุว่ายิ่งบางยิ่งดีโดยระบุวัตถุดิบเป็เหล็กเย็นเช่นเดียวกับในรูปแรก โดยวัตถุชิ้นที่สองนั้นระบุจำนวนที่้าคือ...สิบชิ้นไว้ที่ใต้ภาพ ซึ่งเข็มทั้งสิบล้วน้ารูสำหรับให้สอดร้อยยึดตรงส่วนปลาย ส่วนรูปใบสุดท้ายคล้ายกับภาพที่สอง แต่ไม่มีรูร้อยยึด ซึ่งแบบสุดท้ายระบุชัดว่าใช้เพียงแค่เหล็กทั่วไปมิใช่เหล็กเย็น ส่วนจำนวนก็ระบุมากกว่าสิ่งของก่อนหน้าถึงสิบเท่า
“นี่มันคือสิ่งใดกันรึ” ต้าฮวนที่ดูรูปวาดของกรงเล็บครู่ใหญ่พลันเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย
“มันคือกรงเล็บทั่วไปที่ใช้ปีนป่ายขึ้นที่สูง”
“ปีนป่ายขึ้นที่สูง เ้าก็ใช้วิชาตัวเบาได้อยู่แล้วนี่นาเหตุใดจึง้าอุปกรณ์เช่นนี้อีก”
“สถานที่ซึ่งข้าจะปีนขึ้นไปนั้นสูงยิ่ง แถมยังไม่มีจุดเกาะพักให้ปีนป่ายด้วยมือเท้าได้แต่อาศัยอุปกรณ์ชิ้นนี้หนุนเสริม ค่อยมีโอกาสทดสอบเสี่ยงดู”
“สูงถึงเพียงนั้น”
หลงจิวเมิ่งพยักหน้ารับคำของต้าฮวนบ้าง“นอกจากเ้าอุปกรณ์ชิ้นนี้แล้วข้ายัง้าเส้นไหมของหม่อนหิมะที่ความยาวต่อเนื่องไม่น้อยกว่าหนึ่งลี้”
“หนึ่งลี้ อย่าบอกนะว่า”ต้าฮวนฟังคำของหลงจิวเมิ่งพลันจินตนาการตาม จึงชี้ไปที่จุดรูด้ายฐานของกรงเล็บ
“ใช่ ข้าจะร้อยมันติดเข้ากับกรงเล็บ”
“ความยาวครึ่งลี้ นี่เ้าจะปีนป่ายขึ้นไปที่ใดกันแน่ถ้าต้องใช้วิธีเช่นนี้เพื่อขึ้นไป ใยไม่ใช่ว่ามันเป็สถานที่พิสดารอันตรายสุดกู่”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า สถานที่นั้นแม้แต่ข้าก็ไม่เคยไปมาก่อนข้าจึงมิอาจบอกเ้าได้ ข้ารู้เพียงว่าด้านในสถานที่แห่งนั้น มีสมบัติวิเศษชิ้นหนึ่งที่ข้าจำเป็ต้องให้จงได้”
“สมบัติวิเศษสำคัญถึงเพียงนั้น”
หลงจิวเมิ่งไม่ตอบคำ เพียงฉีกยิ้มกว้างและพยักหน้ารับด้วยแววตาแน่วแน่ก่อนจะยื่นกระดาษอีกแผ่นที่อยู่ในมือ ส่งให้ต้าฮวน “สิ่งนี้คืออาวุธลับ”ครานี้หลงจิวเมิ่งชิงอธิบายก่อน เพื่อป้องกันคำถามที่จะตามมาทีหลัง“ส่วนค่าจ่ายทั้งหมด ข้าขอติดเอาไว้ก่อน” หลงจิวเมิ่งเอ่ยพลางฉีกยิ้มกว้างอีกครา
“เื่นั้นไม่ต้องเป็ห่วง เพียงค่าเคล็ดวิชาที่เ้าถ่ายทอดให้ข้าก็เกินพอแล้ว” ต้าฮวนทำท่าชกหมัดขึงขังออกไป “นี่เ้ารู้ไหมพอท่านพ่อของข้า พอรู้ข่าวว่าข้ามีฝีมือรุดหน้าท่านก็ดีใจยกใหญ่ จนแทบจะปิดร้านฉลองเลยทีเดียว ดีนะข้าเอ่ยปรามเอาไว้ก่อน น่าเสียดายที่เ้ากำชับให้ข้าเก็บเื่ราวไว้เป็ความลับมิเช่นนั้น หากท่านพ่อรู้เข้า ต้องอยากจะพบหน้าเ้าอย่างแน่นอน”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่ต้องกังวลไปแม้เื่ราวความลับไม่อาจเปิดเผย แต่สักวันหนึ่งข้าก็ต้องไปเยี่ยมคารวะท่านลุงต้าไห่เพราะว่าท่านเป็บิดาของสหายรักของข้าอยู่แล้ว”
คำ สหายรัก...ยิ่งกระชับความสัมพันธ์ของเด็กหนุ่มทั้งสองให้แแ่มิแตกต่างจากจากชีวิตที่แล้วของหลงจิวเมิ่ง เพียงแต่ตอนนั้นทั้งสองหาได้เป็เด็กไร้เดียงสาเช่นเดียวกับเวลานี้แต่ทั้งคู่กลับถูกเื่ราวบีบคั้น จนต้องหันหน้าเข้าสู่เส้นทางมิจฉาชีพเพื่อเอาตัวรอด ซึ่งเวลาชีวิตกึ่งหนึ่งในครั้งนั้น ล้วนหมดไปกับการหลบหนีร่อนเร่จึงกล่าวว่าทั้งสอง นั้นเป็สหายสนิทในยามยากก็มิผิดนัก
“ดี กล่าวได้เยี่ยม งั้นไหน ๆ วันนี้เ้าก็มาแล้วอยู่ทานอาหารค่ำที่บ้านข้าไปเลยเป็เช่นไร”
“น่าเสียดาย ข้ายังมีธุระต้องสะสางอีกหลายสิ่งแถมเวลาล้วนมีกำหนดเส้นตาย”
“อืม ถ้าเช่นนั้น ข้าก็ไม่รั้งเ้าไว้ ส่วนนี่...สิ่งของที่เ้าให้ข้าจัดหาให้เมื่อคราวก่อน”
“รวดเร็วยิ่งนัก” หลงจิวเมิ่งรับเศษไม้แห้งขวดบรรจุโลหิตสีแดงเข้ม และหยกเชื่อมิญญาสองชิ้น ที่ต้าฮวนดึงออกมาจากถุงหนังวิเศษ“เห็นทีกว่าภารกิจที่ข้าตั้งใจไว้กว่าจะเสร็จสิ้นข้าคงเป็หนี้เ้าหลายพันเหรียญทองเป็แน่”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้านี่ย้ำเื่เงินทองหลายครายิ่งนักหากว่ากันตามราคาค่างวด เ้าติดค่าหนึ่งพันเหรียญทอง ใยเคล็ดวิชาที่เ้ามอบให้ข้าข้ามิต้องขายทรัพย์สินทั้งหมดชดใช้หรอกรึ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เอาเถอะ ในเมื่อข้ารับของมาหลายชิ้นแล้วแม้ข้าจะไม่เชี่ยวชาญการปรุงโอสถเท่ากับผู้ปรุงโอสถชั้นสูงแต่ก็พอจะมีความรู้อยู่บ้าง” หลงจิวเมิ่งหยิบแผ่นกระดาษที่จดเขียนรายละเอียด และขั้นตอนการปรุงโอสถนับสิบชนิดส่งให้กับต้าฮวน“ตำรับโอสถเหล่านี้ ล้วนเกิดจากมันสมองของสหายอีกผู้หนึ่ง หากเ้าจดจำมันหมดสิ้นก็จงเผาทำลายมันทิ้งไปซะ”
ต้าฮวนรับมาอ่านผ่านตา ทุกตำรับล้วนแปลกใหม่ไม่เคยพบเจอในตำราใด ๆ มาก่อน แม้จะมีสรรพคุณและข้อความเปรียบเทียบกำกับแต่ให้ทำใจเชื่อว่ามีสูตรโอสถวิเศษเช่นนี้ โดยที่ไม่มีผู้ค้นพบมาก่อนก็ทำใจยอมรับได้ยาก“นี่มันใช้วัตถุดิบที่ง่ายกว่าตำรับโอสถมาตรฐานหลายส่วน บางอย่างถึงกับสามัญธรรมดาบางอย่างก็เป็วัตถุดิบมีพิษผสมผสาน ข้าว่าหลายสิ่งมันดูไม่ค่อยสมเหตุผลเท่าใดนัก”
“ข้าทำหน้าที่เพียงส่งมอบให้เ้า ส่วนเ้าจะนำไปทดลอง ศึกษาหรือจะเพิกเฉยต่อมัน ก็สุดแล้วแต่เ้า” หลงจิวเมิ่งเอ่ยจบก็ขอตัวอำลา
“ขอบใจเ้ามากนะจิวเมิ่ง รับรองว่าข้าจะไม่เพิกเฉยต่อตำรับเหล่านี้อย่างแน่นอนอย่างน้อยสูตรโอสถพิษอันแรก ที่เ้าเคยปรุงมัน ข้าก็เคยใช้มาแล้ว”
หลงจิวเมิ่งมิได้ตอบคำ เพียงพยักหน้ารับและเดินจากไป
...ต้าฮวนเอ๊ยคนที่คิดค้นตำรับวิเศษพวกนี้ขึ้นมาก็คือตัวของเ้าเองนั่นละข้าเป็เพียงคนที่ลักลอบจดจำเอามาใช้เท่านั้น ข้าหาได้ควรค่าแก่การขอบอกขอบใจหรอก
ภาพความทรงจำในชีวิตก่อนที่ตนเองจำต้องละทิ้งสหายหลบหนีพลันผุดขึ้นมาแวบหนึ่ง ก่อนที่ทุกสิ่งจะจางหายไปและกลายเป็เส้นขนานที่หลงจิวเมิ่งสาบานว่าจะไม่มีวันเดินซ้ำรอยอีกครั้งเป็อันขาด