“ สามหมื่นฟุต “ ปราบพึมพำ
สองตาของเด็กหนุ่มกวาดมองทั่ว “ มาแล้ว “ ปราบพึมพำ
“ เจ็ทแพ็คมีความเร็วมากกว่าวิหคอสูร แต่ก็มีเชื้อเพลิงจำกัดเพราะฉะนั้นจะต้องใช้ให้เหมาะสม “ เขาพึมพำ
“ โฮกกกก “ วิหคอสูรร้องคำรามลั่น แลสะบัดปีกใหญ่พุ่งทะยานเข้าหาเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็ว
“ ตายแน่ “ นักบินหนึ่งร้องลั่น
พวกเขามองยังภาพวิหคอสูรนับสิบกระพือปีกใหญ่บินเข้าหาเด็กหนุ่ม ในขณะที่เด็กหนุ่มกำลังทิ้งดิ่งลงมาอย่างรวดเร็ว
“ ฟิ้ว “ ร่างของเขาพุ่งผ่านกล้องโดรนไปอย่างรวดเร็ว
“ คว๊า “ วิหคอสูรร้องลั่นแลดิ่งร่างลงไล่ตามเด็กหนุ่ม
“ เวรแล้วพวกมันแยกกันแล้ว “ ปราบพึมพำ
“ ติ้ด ติ้ด “ เสียงเตือนดังขึ้น
“ หนึ่งหมื่นฟุต “ ปราบพึมพำ
“ เห็นตึกแล้ว “ เขาพึมพำ
“ นายท่าน ตึกที่ทำการของภารกิจไปทางทิศตะวันตกห้ากิโลเมตร “ อัลตอนส่งเสียงเตือน
“ ไป “ ปราบกางแขนและขาออกเพื่อเปลี่ยนทิศทางของตนแลหนีบมันไว้เช่นเดิม
“ ไอ้หนูนี่ทำอย่างกับว่าเป็มืออาชีพดิ่งพสุธา “ นักบินหนึ่งเอ่ย
“ วิหคอสูรพวกนี้ทำไมมันบินช้ากว่าปกติ “ นักบินหนึ่งพึมพำ
“ มันไม้ได้บินช้าแต่ไอ้หนูเร็วเกินไป มันจึงไล่ไม่ทัน “ ทหารดูแลท้ายเครื่องเอ่ย
“ ห้าพัน “ ปราบร้องลั่น พร้อมกับกางสองขาแลสองแขนออก
“ คว๊า “ วิหคอสูรตามทันเมื่อเด็กหนุ่มชะลอช้าลงมันกางสองกรงเล็บออกหมายขยุ้มร่างของเด็กหนุ่ม
“ ไม่ได้กินกูหรอกเฟ้ย “ ปราบร้องลั่น
เขาพลิกร่างกลางอากาศแลชักปืนเอ็มหนึ่งเก้าหนึ่งหนึ่งออกมา แล้วกระหน่ำยิงวิหคอสูรจนหมดแม็ก
เด็กหนุ่มพลิกตัวกลับแลเปิดเจ็ทแพ็คพุ่งเข้าไปในตึกสูงอย่างรวดเร็ว
“ หยุด “ เขาร้องออก
“ ครืดด “ สองเท้าของเขาแตะลงยังพื้นแต่ด้วยความเร็วที่มากเกินเขาจึงหยุดไม้ได้
“ ครืดด “ เสียงพื้นรองเท้าเสียดสีกับพื้นกระเบื้องยาง
“ ฟิ้ง “ มีดสั้นของเขาพลันปรากฏในมือ
เขาแทงมีดลงยังพื้น “ ตึง “ เสียงมีดทะลวงเจาะลงยังพื้นปูนอย่างแรง
“ ครืดด “ มีดสั้นอันแข็งแกร่งกรีดผ่าพื้นปูนเป็รอยยาวกว่าจะหยุด
“ ฟู่ว “ ปราบเป่าปากอย่างแรง
เขาลุกยืนแลสำรวจร่างกายแลอุปกรณ์ต่างๆ เขาพยักหน้าช้าๆเมื่อทุกอย่างสมบูรณ์
แม็กกาซีนของปืนพกถูกเปลี่ยนเป็แม็กกาซีนยาวสิบนัด เด็กหนุ่มใส่ปืนไว้ที่ซองปืนข้างเอว
เด็กหนุ่มนำปืนเล็กยาวจู่โจมออกมาแล้วคล้องสายสะพาย “ นาแรค 556 ไทยทำ “ เขาพึมพำ
มันเป็ปืนในฝันของเขามาเนิ่นนานเพราะสมัยที่เกิดากับอสูรใหม่ๆ มันถูกเข้าประจำการในกองทัพแล้วผลงานของมันออกมาดีมาก มันสร้างชื่อเสียงเลื่องลือไปหลายประเทศในความอึดถึกทนของมัน
แต่หลังจากที่อสูรแข็งแก่รงขึ้นปืนเหล่านี้ก็หมดความหมายเพราะอานุภาพทำลายล้างน้อยเกินไป ไม่สามารถเจาะทะลวงเกราะกายของอสูรพวกนั้นได้ มันจึงถูกแทนที่ด้วยปืนที่ทรงพลังกว่าและแล้วมันก็ถูกเก็บเข้ากรุ
เขาพบเจอมันในคลังเก็บอาวุธเก่าแก่ที่ไม่มีใครเข้าไปนานแล้ว เขาที่ชื่นชอบมันเป็ทุนเดิมเขาจึงไม่รีรอที่จะหยิบมันออกมา ปืนพกเอ็มหนึ่งเก้าหนึ่งหนึ่งที่ไว้ใจในประสิทธิภาพได้เป็อีกหนึ่งกระบอกที่เขาหยิบมา พร้อมกับปืนลูกซองปั้มอัตโนมัติบรรจุะุสิบนัด
“ ลูกซองระยะประชิด นาแรคหยอดไกลๆ แลสิบเอ็ดใช้ระยะกลาง “ เขาพึมพำ
เหล่าผู้ชมต่างก็ส่ายหน้ากับสิ่งที่เด็กหนุ่มทำ เพราะมันเป็เื่ที่น่าขันและไม่มีใครเขาทำกัน
“ บ้าอะไรทั้งยังใช่ชุดทหารอีก ไอ้หนูนี่สงสัยดูหนังทหารโบราณมากไป “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ หากมันพลาดก็ถือว่ามันมาได้แค่นี้ “ สงเอ่ย
“ แต่ชั้นเสียดายโอกาสของมัน มันเป็คนเก่ง มันน่าที่จะไปได้ไกลกว่านี้ “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ ดูต่อไป “ สงเอ่ย
ปราบเมื่อพร้อมเข้ากระชับนาแรคแน่นแลเดินไปยังหน้าต่างที่เข้ามา แล้วชะโงกหน้ามองต่ำ
“ บ้าแล้ว “ ผอ.ยิ่งร้องลั่น
“ มันยิงวิหคอสูรตายได้ยังไง “ เขาเอ่ยออกมา
ผอ.ยิ่ง นั่งไม่ติดเขาเร่งสั่งการให้กล้องโครนเข้าสำรวจยังซากของวิหคอสูรตัวนั้น
“ ไป “ ปราบออกเดินไปในทันใด
“ อัลตอน ตรวจสอบอสูรโดยรอบ “ ปราบเอ่ย
“ รอสักครู่ “ อัลตอนตอบกลับ
“ ในระยะรัศมีหนึ่งกิโลเมตรมีอสูรอยู่ที่ภาคพื้นสามสิบห้าตัว พวกมันคงได้ยินเสียงปืนจึงได้เข้ามา “ อัลตอนตอบ
“ อยู่ห่างจากเป้าหมายไกลขนาดไหน “ ปราบเอ่ยถาม
“ ประมาณหนึ่งกิโลเมตร “ อัลตอนตอบ
“ อืม “ ปราบพยักหน้าช้า
“ หากเวลานี้สามารถสร้างดารากำเนิดพลังดวงที่สี่ได้ทันก็ดีสิ “ เขาพึมพำ
“ ใช่แล้วกูนี่ โง่ “ เขาพึมพำ
“ กายาทองแดงขั้นสามสามารถเพิ่มดาราได้หนึ่งดวง “ ปราบเอ่ย
“ อัลตอน ตึกนี่มีทางขึ้นจากด้านล่างหรือไม่ “ ปราบเอ่ย
“ ไม่มีทางขึ้นจากด้านล่าง แต่หากอสูรระดับสองอาจขึ้นมาได้ “ อัลตอนเอ่ย
“ ดี “ ปราบพยักหน้า
ปราบวางกล้องอำพรางไว้แล้วเร่งทำการฝึกฝนกายาทองแดงขั้นที่สามอย่างรวดเร็ว
“ รายงานผลวิเคราะห์วิหคอสูรได้แล้วครับ “ ชายหนุ่มคนหนึ่งเข้ามาในห้อง
“ ว่ามา “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ ะุเข้าจุดเดียวแปดนัดครับ “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ แปดนัด “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ ไอ้หนูยิงแม่นขนาดนั้น “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ ใช่ครับ ะุนัดแรกเข้าที่บริเวณหัวใจ แต่ไม่ระคายเกราะกายแต่ทิ้งความร้อนของการเผาไหม้ไว้ นัดที่สองเข้าที่เดิมแต่ไม่ระคายผิวแต่ความร้อนสะสมเพิ่มขึ้น “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ นัดที่สามเข้าที่เดิมเกราะกายเริ่มอ่อนตัวเพราะความร้อนสะสมมากขึ้น เกิดรอยจุดไหม้ที่เกราะกาย นัดที่สี่เกราะกายอ่อนตัวเพราะความร้อนเพิ่มมหาศาล และเกิดรูที่เกราะกาย “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ นัดที่ห้าะุทะลวงเกราะกายได้สำเร็จแต่ไม่สามารถเจาะเข้าไปถึงหัวใจได้ นั้นที่หกถึงแปดะุทะลวงหัวใจตายสนิทครับ “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ สิบเอ็ดม.ม.บรรจุได้เจ็ดนัดนี่ แล้วไอ้หนูเอานัดที่แปดมาจากไหน “ ผอ.ยิ่งพึมพำ
“ ใส่แมกกาซีนขึ้นลำแล้วนำแมกกาซีนออกมาใส่ะุเข้าไปอีกหนึ่งนัด แค่นี้ก็ได้แปดนัดแล้ว “ ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาให้ห้อง
“ รองมาพอดี “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ ครับ “ รองผอ.วิรุฬเอ่ย
“ งานนี้เป็ไง “ ผอ.ยิ่งเอ่ยถาม
“ การใส่ชุดโบราณที่ไม่มีระบบป้องกันก็เท่ากับคนตาย และคนตายก็ไม่มีค่าให้พูดถึง “ รองผอ.วิรุฬเอ่ย
“ มันยังไม่ตายเลย “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ ผมไม่เห็นควรที่จะไว้ใจคนแบบนี้มาทำงานใหญ่ เพราะรู้อยู่แล้วว่ามันเสี่ยง “ เขาเอ่ย
“ แล้วจะทำยังไงในเมื่อเหล่านักล่ามืออาชีพต่างก็ปฏิเสธงานนี้ “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ ฮื่อห์ “ รองผอ.ถอนหายใจออกมาอย่างแรง
“ ผมว่าดูไปก่อนเวลานี้ไอ้หนูกำลังฝึกฝนวิชากายาทองแดง หากฝึกสำเร็จไอ้หนูก็จะมีดาราเพิ่มอีกหนึ่งดวง “ สงเอ่ย
“ มันก็ไม่ได้มากพอที่จะทำให้มันรอดตายได้ “ รองผอ.เอ่ย
“ ข้าลืมไป ไอ้หนูยังมีทีเด็ดอีกอย่าง “ สงเอ่ย
“ ที่เด็ดที่ว่าคืออะไร “ ผอ.ยิ่งเอ่ยถาม
“ ท่าร่างเงา์ “ สงเอ่ย
“ รู้สึกว่าจะฝึกขั้นที่สองสำเร็จแล้ว “ สงเอ่ย
“ มันเลยรอดพ้นจากวิหคอสูร “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ ช่าย “ สงเอ่ย
เวลาผ่านไปสามชั่วโมง
“ ครืนนน “ มวลอากาศรายรอบเด็กหนุ่มพลันไหวกระเพื่อม
ที่ตันเถียนของเขาปรากฏมีดารากำเนิดพลังสีทองสว่างไสวสี่ดวง แลที่ศูนย์กลางเนบิวล่ากำลังก่อตัวสร้างดารากำเนิดพลังดวงที่ห้า
“ ฟู่วว “ ปราบเป่าปากออกอย่างแรง เขากวาดตามองทั่ว
“ มืดแล้ว “ เขาพึมพำ
“ เวลากลางคืนเหมาะสมเคลื่อนที่ “ เด็กหนุ่มพึมพำ
“ มิใช่ ไม่ว่าเวลาไหนก็ไม่สมควรเพราะอสูรมันมองเห็นหมด “ เขาพึมพำ