ปราบพิภพสยบสวรรค์

    ปราบพิภพสยบสวรรค์ ตอนที่ 12 : ของโบราณ

    “ สามหมื่นฟุต “ ปราบพึมพำ

     

    สองตาของเด็กหนุ่มกวาดมองทั่ว “ มาแล้ว “ ปราบพึมพำ

     

    “ เจ็ทแพ็คมีความเร็วมากกว่าวิหคอสูร แต่ก็มีเชื้อเพลิงจำกัดเพราะฉะนั้นจะต้องใช้ให้เหมาะสม “ เขาพึมพำ

     

    “ โฮกกกก “ วิหคอสูรร้องคำรามลั่น แลสะบัดปีกใหญ่พุ่งทะยานเข้าหาเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็ว

     

    “ ตายแน่ “ นักบินหนึ่งร้องลั่น

     

    พวกเขามองยังภาพวิหคอสูรนับสิบกระพือปีกใหญ่บินเข้าหาเด็กหนุ่ม ในขณะที่เด็กหนุ่มกำลังทิ้งดิ่งลงมาอย่างรวดเร็ว

     

    “ ฟิ้ว “ ร่างของเขาพุ่งผ่านกล้องโดรนไปอย่างรวดเร็ว

     

    “ คว๊า “ วิหคอสูรร้องลั่นแลดิ่งร่างลงไล่ตามเด็กหนุ่ม

     

    “ เวรแล้วพวกมันแยกกันแล้ว “ ปราบพึมพำ

     

    “ ติ้ด ติ้ด “ เสียงเตือนดังขึ้น

     

    “ หนึ่งหมื่นฟุต “ ปราบพึมพำ

     

    “ เห็นตึกแล้ว “ เขาพึมพำ

     

    “ นายท่าน ตึกที่ทำการของภารกิจไปทางทิศตะวันตกห้ากิโลเมตร “ อัลตอนส่งเสียงเตือน

     

    “ ไป “ ปราบกางแขนและขาออกเพื่อเปลี่ยนทิศทางของตนแลหนีบมันไว้เช่นเดิม

     

    “ ไอ้หนูนี่ทำอย่างกับว่าเป็๲มืออาชีพดิ่งพสุธา “ นักบินหนึ่งเอ่ย

     

    “ วิหคอสูรพวกนี้ทำไมมันบินช้ากว่าปกติ “ นักบินหนึ่งพึมพำ

     

    “ มันไม้ได้บินช้าแต่ไอ้หนูเร็วเกินไป มันจึงไล่ไม่ทัน “ ทหารดูแลท้ายเครื่องเอ่ย

     

    “ ห้าพัน “ ปราบร้องลั่น พร้อมกับกางสองขาแลสองแขนออก

     

    “ คว๊า “ วิหคอสูรตามทันเมื่อเด็กหนุ่มชะลอช้าลงมันกางสองกรงเล็บออกหมายขยุ้มร่างของเด็กหนุ่ม

     

    “ ไม่ได้กินกูหรอกเฟ้ย “ ปราบร้องลั่น

     

    เขาพลิกร่างกลางอากาศแลชักปืนเอ็มหนึ่งเก้าหนึ่งหนึ่งออกมา แล้วกระหน่ำยิงวิหคอสูรจนหมดแม็ก

     

    เด็กหนุ่มพลิกตัวกลับแลเปิดเจ็ทแพ็คพุ่งเข้าไปในตึกสูงอย่างรวดเร็ว

     

    “ หยุด “ เขาร้องออก

     

    “ ครืดด “ สองเท้าของเขาแตะลงยังพื้นแต่ด้วยความเร็วที่มากเกินเขาจึงหยุดไม้ได้

     

    “ ครืดด “ เสียงพื้นรองเท้าเสียดสีกับพื้นกระเบื้องยาง

     

    “ ฟิ้ง “ มีดสั้นของเขาพลันปรากฏในมือ

     

    เขาแทงมีดลงยังพื้น “ ตึง “ เสียงมีดทะลวงเจาะลงยังพื้นปูนอย่างแรง

     

    “ ครืดด “ มีดสั้นอันแข็งแกร่งกรีดผ่าพื้นปูนเป็๲รอยยาวกว่าจะหยุด

     

    “ ฟู่ว “ ปราบเป่าปากอย่างแรง

     

    เขาลุกยืนแลสำรวจร่างกายแลอุปกรณ์ต่างๆ เขาพยักหน้าช้าๆเมื่อทุกอย่างสมบูรณ์

     

    แม็กกาซีนของปืนพกถูกเปลี่ยนเป็๲แม็กกาซีนยาวสิบนัด เด็กหนุ่มใส่ปืนไว้ที่ซองปืนข้างเอว

     

    เด็กหนุ่มนำปืนเล็กยาวจู่โจมออกมาแล้วคล้องสายสะพาย “ นาแรค 556 ไทยทำ “ เขาพึมพำ

     

    มันเป็๲ปืนในฝันของเขามาเนิ่นนานเพราะสมัยที่เกิด๼๹๦๱า๬กับอสูรใหม่ๆ มันถูกเข้าประจำการในกองทัพแล้วผลงานของมันออกมาดีมาก มันสร้างชื่อเสียงเลื่องลือไปหลายประเทศในความอึดถึกทนของมัน

     

    แต่หลังจากที่อสูรแข็งแก่รงขึ้นปืนเหล่านี้ก็หมดความหมายเพราะอานุภาพทำลายล้างน้อยเกินไป ไม่สามารถเจาะทะลวงเกราะกายของอสูรพวกนั้นได้ มันจึงถูกแทนที่ด้วยปืนที่ทรงพลังกว่าและแล้วมันก็ถูกเก็บเข้ากรุ

     

    เขาพบเจอมันในคลังเก็บอาวุธเก่าแก่ที่ไม่มีใครเข้าไปนานแล้ว เขาที่ชื่นชอบมันเป็๲ทุนเดิมเขาจึงไม่รีรอที่จะหยิบมันออกมา ปืนพกเอ็มหนึ่งเก้าหนึ่งหนึ่งที่ไว้ใจในประสิทธิภาพได้เป็๲อีกหนึ่งกระบอกที่เขาหยิบมา พร้อมกับปืนลูกซองปั้มอัตโนมัติบรรจุ๠๱ะ๼ุ๲สิบนัด

     

    “ ลูกซองระยะประชิด นาแรคหยอดไกลๆ แลสิบเอ็ดใช้ระยะกลาง “ เขาพึมพำ

     

    เหล่าผู้ชมต่างก็ส่ายหน้ากับสิ่งที่เด็กหนุ่มทำ เพราะมันเป็๲เ๱ื่๵๹ที่น่าขันและไม่มีใครเขาทำกัน

     

    “ บ้าอะไรทั้งยังใช่ชุดทหารอีก ไอ้หนูนี่สงสัยดูหนังทหารโบราณมากไป “ ผอ.ยิ่งเอ่ย

     

    “ หากมันพลาดก็ถือว่ามันมาได้แค่นี้ “ สงเอ่ย

     

    “ แต่ชั้นเสียดายโอกาสของมัน มันเป็๲คนเก่ง มันน่าที่จะไปได้ไกลกว่านี้ “ ผอ.ยิ่งเอ่ย

     

    “ ดูต่อไป “ สงเอ่ย

     

    ปราบเมื่อพร้อมเข้ากระชับนาแรคแน่นแลเดินไปยังหน้าต่างที่เข้ามา แล้วชะโงกหน้ามองต่ำ

     

    “ บ้าแล้ว “ ผอ.ยิ่งร้องลั่น

     

    “ มันยิงวิหคอสูรตายได้ยังไง “ เขาเอ่ยออกมา

     

    ผอ.ยิ่ง นั่งไม่ติดเขาเร่งสั่งการให้กล้องโครนเข้าสำรวจยังซากของวิหคอสูรตัวนั้น

     

    “ ไป “ ปราบออกเดินไปในทันใด

     

    “ อัลตอน ตรวจสอบอสูรโดยรอบ “ ปราบเอ่ย

     

    “ รอสักครู่ “ อัลตอนตอบกลับ

     

    “ ในระยะรัศมีหนึ่งกิโลเมตรมีอสูรอยู่ที่ภาคพื้นสามสิบห้าตัว พวกมันคงได้ยินเสียงปืนจึงได้เข้ามา “ อัลตอนตอบ

     

    “ อยู่ห่างจากเป้าหมายไกลขนาดไหน “ ปราบเอ่ยถาม

     

    “ ประมาณหนึ่งกิโลเมตร “ อัลตอนตอบ

     

    “ อืม “ ปราบพยักหน้าช้า

     

    “ หากเวลานี้สามารถสร้างดารากำเนิดพลังดวงที่สี่ได้ทันก็ดีสิ “ เขาพึมพำ

     

    “ ใช่แล้วกูนี่ โง่ “ เขาพึมพำ

     

    “ กายาทองแดงขั้นสามสามารถเพิ่มดาราได้หนึ่งดวง “ ปราบเอ่ย

     

    “ อัลตอน ตึกนี่มีทางขึ้นจากด้านล่างหรือไม่ “ ปราบเอ่ย

     

    “ ไม่มีทางขึ้นจากด้านล่าง แต่หากอสูรระดับสองอาจขึ้นมาได้ “ อัลตอนเอ่ย

     

    “ ดี “ ปราบพยักหน้า

     

    ปราบวางกล้องอำพรางไว้แล้วเร่งทำการฝึกฝนกายาทองแดงขั้นที่สามอย่างรวดเร็ว

     

    “ รายงานผลวิเคราะห์วิหคอสูรได้แล้วครับ “ ชายหนุ่มคนหนึ่งเข้ามาในห้อง

     

    “ ว่ามา “ ผอ.ยิ่งเอ่ย

     

    “ ๠๱ะ๼ุ๲เข้าจุดเดียวแปดนัดครับ “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ แปดนัด “ ผอ.ยิ่งเอ่ย

     

    “ ไอ้หนูยิงแม่นขนาดนั้น “ ผอ.ยิ่งเอ่ย

     

    “ ใช่ครับ ๠๱ะ๼ุ๲นัดแรกเข้าที่บริเวณหัวใจ แต่ไม่ระคายเกราะกายแต่ทิ้งความร้อนของการเผาไหม้ไว้ นัดที่สองเข้าที่เดิมแต่ไม่ระคายผิวแต่ความร้อนสะสมเพิ่มขึ้น “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ นัดที่สามเข้าที่เดิมเกราะกายเริ่มอ่อนตัวเพราะความร้อนสะสมมากขึ้น เกิดรอยจุดไหม้ที่เกราะกาย นัดที่สี่เกราะกายอ่อนตัวเพราะความร้อนเพิ่มมหาศาล และเกิดรูที่เกราะกาย “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ นัดที่ห้า๠๱ะ๼ุ๲ทะลวงเกราะกายได้สำเร็จแต่ไม่สามารถเจาะเข้าไปถึงหัวใจได้ นั้นที่หกถึงแปด๠๱ะ๼ุ๲ทะลวงหัวใจตายสนิทครับ “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ สิบเอ็ดม.ม.บรรจุได้เจ็ดนัดนี่ แล้วไอ้หนูเอานัดที่แปดมาจากไหน “ ผอ.ยิ่งพึมพำ

     

    “ ใส่แมกกาซีนขึ้นลำแล้วนำแมกกาซีนออกมาใส่๠๱ะ๼ุ๲เข้าไปอีกหนึ่งนัด แค่นี้ก็ได้แปดนัดแล้ว “ ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาให้ห้อง

     

    “ รองมาพอดี “ ผอ.ยิ่งเอ่ย

     

    “ ครับ “ รองผอ.วิรุฬเอ่ย

     

    “ งานนี้เป็๲ไง “ ผอ.ยิ่งเอ่ยถาม

     

    “ การใส่ชุดโบราณที่ไม่มีระบบป้องกันก็เท่ากับคนตาย และคนตายก็ไม่มีค่าให้พูดถึง “ รองผอ.วิรุฬเอ่ย

     

    “ มันยังไม่ตายเลย “ ผอ.ยิ่งเอ่ย

     

    “ ผมไม่เห็นควรที่จะไว้ใจคนแบบนี้มาทำงานใหญ่ เพราะรู้อยู่แล้วว่ามันเสี่ยง “ เขาเอ่ย

     

    “ แล้วจะทำยังไงในเมื่อเหล่านักล่ามืออาชีพต่างก็ปฏิเสธงานนี้ “ ผอ.ยิ่งเอ่ย

     

    “ ฮื่อห์ “ รองผอ.ถอนหายใจออกมาอย่างแรง

     

    “ ผมว่าดูไปก่อนเวลานี้ไอ้หนูกำลังฝึกฝนวิชากายาทองแดง หากฝึกสำเร็จไอ้หนูก็จะมีดาราเพิ่มอีกหนึ่งดวง “ สงเอ่ย

     

    “ มันก็ไม่ได้มากพอที่จะทำให้มันรอดตายได้ “ รองผอ.เอ่ย

     

    “ ข้าลืมไป ไอ้หนูยังมีทีเด็ดอีกอย่าง “ สงเอ่ย

     

    “ ที่เด็ดที่ว่าคืออะไร “ ผอ.ยิ่งเอ่ยถาม

     

    “ ท่าร่างเงา๼๥๱๱๦์ “ สงเอ่ย

     

    “ รู้สึกว่าจะฝึกขั้นที่สองสำเร็จแล้ว “ สงเอ่ย

     

    “ มันเลยรอดพ้นจากวิหคอสูร “ ผอ.ยิ่งเอ่ย

     

    “ ช่าย “ สงเอ่ย

     

    เวลาผ่านไปสามชั่วโมง

     

    “ ครืนนน “ มวลอากาศรายรอบเด็กหนุ่มพลันไหวกระเพื่อม

     

    ที่ตันเถียนของเขาปรากฏมีดารากำเนิดพลังสีทองสว่างไสวสี่ดวง แลที่ศูนย์กลางเนบิวล่ากำลังก่อตัวสร้างดารากำเนิดพลังดวงที่ห้า

     

    “ ฟู่วว “ ปราบเป่าปากออกอย่างแรง เขากวาดตามองทั่ว

     

    “ มืดแล้ว “ เขาพึมพำ

     

    “ เวลากลางคืนเหมาะสมเคลื่อนที่ “ เด็กหนุ่มพึมพำ

     

    “ มิใช่ ไม่ว่าเวลาไหนก็ไม่สมควรเพราะอสูรมันมองเห็นหมด “ เขาพึมพำ