“น่าสนใจ” โจวจื่อหยวน
“ท่านมหาบัณฑิตท่านลองชิมนี่สิ” อาเข่อส่งเนื้อแห้ง
“นี่มัน” โจวจื่อหยวน
เขากินจนหมดแล้วดูเหมือนจะไม่พอ
“อร่อยใช่มั้ยล่ะเนื้อนี่ทำอาหารได้หลากหลายเก็บได้นานแล้วหากท่านต้มบะหมี่กินก็ใส่เนื้อนี้ลงไปในน้ำมันจะทำให้อร่อยยิ่งขึ้น อ่ะนี่มาลองชิมนี่” อาเข่อ
พูดไปก็เอาผักดองใส่จานแล้วคลุกกับเนื้อแห้งแล้วยื่นให้โจวจื่อหยวน
“อร่อยมาก” โจวจื่อหยวน
ท่าทีของเขาทำให้ทุกคนสนใจว่าอาการที่ทำให้ท่านบัณฑิตที่ขึ้นชื่อว่ากินยากกลับดื่มด่ำจนเกือบเสียกิริยาคืออะไร
“ผักดองของข้ากรุบกรอบมีออกหวานปะแล่มครบรสหรือจะเป็รสเปรี้ยวนำแต่กลมกล่อมท่านสามารถนำมาคลุกกับเนื้อหรือเห็ดย่างได้” อาเข่อ
“เ้ามีเห็ดด้วยหรือ” โจวจื่อหยวน
“อาชางเอาเตามา” อาเข่อเรียกแล้วน้ำเห็ดออกมาย่างและใช้น้ำซอสราดตอนย่างแล้วใส่จานเสิร์ฟและมีน้ำจิ้มรสเผ็ดร้อนกับรสหวานให้เลือก
“ข้าขอบ้าง” ลูกค้าที่ทนไม่ไหว
“ได้เลยท่านป้าตอนนี้ที่ร้านมีเห็ดโคดและเห็ดเป๋าฮื้อขายหากพวกท่านหาเนื้อกินไม่ได้เห็ดนี่ถ้าเอามาย่างรสชาติคล้ายกันเรามีน้ำจิ้มน้ำราดหลากรสท่านสามารถลองชิมได้เราขายไม่แพง” อาเข่อ
จากนั้นก็ให้พนักงานร้านเริ่มขายและตอบคำถามแทนส่วนตัวเองเดินเข้าร้าน
“แล้วเ้าจะขายข้าหรือไม่” โจวจื่อหยวนที่ยืนงง
“รอสักครู่ข้าจะไปเอาของให้ท่าน” อาเข่อ
“แต่ข้ายังไม่ได้สั่งเลย” โจวจื่อหยวน
“ท่านไม่ต้องสั่งข้าเอาของดีที่สุดมาให้เป็การขอบคุณ” อาเข่อหยิบถึงใหญ่ให้โจวจื่อหยวน
“ขอบคุณข้าหรือ” โจวจื่อหยวน
“ท่านเป็แรงจูงใจให้คนสนใจสินค้าของร้านข้าคนหน้าตาดีที่มีชัยจริงๆ หวังว่าฮูหยินของท่านจะพอใจ” อาเข่อ
“นายท่าน” อาชางสะกิด
“อะไรหรือ” อาเข่อ
“ท่านมหาบัณฑิตยังไม่แต่งงานขอรับ” อาชาง
“เสียมารยาทแล้ว” อาเข่อเกาหัว
“ไม่แปลกหรอกที่เ้าจะเข้าใจอย่างนั้นแต่ข้าเองก็เป็คนที่ไม่เชื่อในความรักเช่นกัน” โจวจื่อหยวน
“มันเกี่ยวหรือท่าน” อาเข่อ
“ก็ไม่เกี่ยวหรอกเพียงแต่ข้าโชคดีที่เลือกได้ว่าจะไม่ดึงใครมาทรมานกับข้า” โจวจื่อหยวน
“ท่านโชคดีจริงๆ” อาเข่อรู้สึกอิจฉาคนที่สามารถกำหนดชีวิตตัวเองได้จริง
“ส่วนเ้า” โจวจื่อหยวน
“โชคไม่ดีเหมือนท่าน” อาเข่อ
คำตอบนั้นแสดงว่านางแต่งงานแล้วคนที่ไม่เชื่อในความรักรู้สึกแปลกๆ อย่างหนึ่งจากนั้นก็ถอนหายใจ
“นั่นสินะข้าโชคดีจริงๆ เพราะยุคนี้ไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อในความรักก็ต้องถูกจับแต่งงานอยู่ดีนีบว่าข้าโชคดีมาก” โจวจื่อหยวน
เขาพูดไปก็เริ่มสงสัยว่าเขาโชคดีจริงหรือไม่
หรือว่าเขาเองก็อยากให้นางไม่ต้องแต่งงานก็เป็ได้
คุณชายโจวที่เพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติเพียงแต่เขาเกิดจากบิดามารดาที่แต่งงานกันเพื่อตระกูลไม่มีความรักให้กันแม้แต่น้อย
บิดาที่เอาแต่ทำงานและเฝ้าปรารถนาคนรักเก่าส่วนมารดาที่เกลียดทุกอย่างในตระกูลโจวรวมไปถึงบุตรชายที่คลอดออกมาเองเหตุเพราะคนรักถูกฆ่าเพื่อป้องกันไม่ให้นางหนีไปกับเขา
เพียงแต่ว่านางไม่เกลียดเขาเท่ากับที่ไทเฮาเกลียดฉินมู่หยางเพื่อรักของเขาเสียดายหากอาเข่อเป็ผู้ชายจริงพวกเขาคงจะมีน้องชายที่ความคิดแบบเดียวกัน
เขาโชคดีกว่าฉินมู่หยางในทุกทางจริงๆ อย่างน้อยแม่ก็ไม่ยัดเยียดเมียให้เขาจนเต็มอัตราขนาดนั้นทำเขาเหมือนเป็ของสาธารณะเพื่อเหยียดหยาม
เขาจึงเรียกฉินมู่หยางว่าของกลางส่วนเขาที่ไม่รับเอาหญิงคนไหนเข้ามาเลยจึงถูกฉินมู่หยางเรียกว่าเ้าของขาดแต่อาเข่อผู้นี้ล่ะเขาจะเรียกนางว่าอะไร
ตากลมโตแม้จะไม่แสดงอารมณ์อะไรแต่มีความจริงใจและเฉลียวฉลาดมักจะระวังตัวไม่ทำให้คู่สนทนารู้สึกไม่ดีแม้จะพูดอะไรกวนประสาทแต่เป็คนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ
แม้นางจะไม่มีความรักก็ไม่มีความเกลียดแต่นางใจดีและใจกว้างมากพอที่จะไม่รังเกียจใครที่คอยมาวุ่นวายกับนางอย่างเขา
ตอนนี้ใครๆ ก็เห็นโดยเฉพาะคนในสำนักศึกษาและหอสิ่งประดิษฐ์สังเกตเห็นว่าโจวจื่อหยวนที่ไม่ออกไปไหนกลับมักจะเดินไปที่ร้านของอาเข่อทุกครั้งที่เขามาที่ร้าน
ทุกคนจึงคิดว่าเขาอยากรับอาเข่อเป็ลูกศิษย์เพราะสิ่งประดิษฐ์ของเขานั้นเป็ที่ยอมรับและสามารถทำให้ความเป็อยู่ของชาวบ้านดีขึ้น
หนาวนี้เป็หนาวแรกที่คนมีผักสดกินและมีอาหารเพียงพอและไม่มีคนหนาวตายเพราะมีถ่านราคาถูกขายและเพราะมีการเตือนอย่างเคร่งครัดของคนขายว่าห้ามจุดเตาถ่านในที่ที่ไม่มีอากาศถ่ายเท
ดังนั้นฤดูหนาวนี้ยังไม่มีใครหนาวตายเป็เพราะบรรดาขอทานต่างๆ ได้รับการว่าจ้างไปเป็คนเผาถ่านและเป็คนขายถ่านตามจุดต่างๆ จนสามารถมีเงินซื้ออาหารและถ่านจนไม่มีใครต้องมาหนาวตายข้างถนนเหมือนปีก่อน
เพราะภาวะาทำให้ประเทศยากจนลงการเก็บภาษีเพิ่มมากขึ้นทุกปีแต่ก็เก็บไม่ได้มากเพราะแรงงานหลักอย่างผู้ชายที่เป็หัวเรี่ยวหัวแรงในการทำงานต้องถูกเกณฑ์ไปเป็ทหาร
เมื่อภาษีแพงเงินที่หามาได้เท่าไหร่ก็ต้องจ่ายคนจึงไม่อยากลงแรงเพราะเหนื่อยเปล่าแต่เพราะอัตราภาษีที่คงที่หากหาเงินได้มากพอหลังจ่ายภาษีก็พอมีเงินเหลือแต่ก่อนที่จะหางานได้ต้องมีงานจ้างพอสำหรับให้คนมีค่าใช้จ่ายรายวัน
ในที่สุดก็ถึง่ปีใหม่และเป็่เวลาที่เลี่ยงไม่ได้ในการบวงสรวงขึ้นปีใหม่ฮ่องเต้นั้นใช้เหตุผลผู้แทนราชวงศ์อย่างไรเสียการที่ชายาเอกต้องเข้าร่วมพิธีดังนั้นการเปิดประตูเพื่อเชิญตัวแทนมู่อ๋องจึงเป็สิ่งเข้าใจได้
“คุณหนูเ้าคะ” ลู่จื่อวิ่งหน้าตื่นมาหาหยวนเข่อชิงที่กำลังทดลองกล่องข้าวมหัศจรรย์อยู่
“ว่า” หยวนเข่อชิง
“ฮ่องเต้มีพระราชโองการให้เปิดประตูและท่านต้องเข้าพิธีบวงสรวงเป็ตัวแทนท่านอ๋องด้วยเ้าค่ะ” ลู่จื่อ
“แต่ข้าเป็อนุนะ” หยวนเข่อชิง
“แต่ท่านเป็ผู้เดียวที่ได้สมรสพระราชทานดังนั้นในบรรดาชายาทั้งหลายในสายตาฮ่องเต้ท่านคือคนที่เหมาะสมที่สุดเ้าค่ะ” ลู่จื่อ
“คุณหนูหลีกงกงมายืนรอท่านที่หน้าประตูเ้าค่ะแต่หากท่านไม่รีบออกไปขบวนราชโองการคงเข้ามาด้านในแน่ๆ เ้าค่ะ” แม่นมสี
“งั้นไป” หยวนเข่อชิง
“แต่ว่าชุดของท่าน” ลู่จื่อ
“เอาแป้งมาทาหน้าข้าให้ซีดแม่นมเอาผ้าคลุมมาคลุมให้หนาสีอ่อนที่สุดเท่าที่จะทำได้” หยวนเข่อชิง
“เ้าค่ะ/เ้าค่ะ” ลู่จื่อและแม่นมสี
“หลีกงกง” หยวนเข่อชิงที่รีบออกมาในชุดผ้าคลุมใบหน้าซีดเซียว
“คุณหนูหยวนท่านสบายดีหรือไม่” หลีกงกง
“ขอบคุณหลีกงกงที่เป็ห่วงเ้าค่ะเพราะอากาศเย็นทำให้สุขภาพถดถอยเล็กน้อยเ้าค่ะ” หยวนเข่อชิงเสียงพูดเสียงเบา
“หวังว่าท่านจะหาให้ทันวันบวงสรวงหยวนเข่อชิงรับราชโองการ” หลีกงกงประกาศ
เมื่อผู้แทนพระองค์ประกาศทุกคนคุกเข่ารับราชโองการ
“คุณหนูหยวนเข่อชิงผู้ได้รับพระราชทานสมรสกับมู่อ๋องนามฉินมู่หยางบัดนี้ถึงวารดิถีขึ้นปีใหม่ตามประเพณีของราชวงศ์ฉินราชนิกุลทุกครอบครัวต้องเข้าร่วมพิธีอวยพรบัดนี้เมื่อมู่อ๋องยังติดภารกิจปกป้องแคว้นให้อยู่เย็นเป็สุขจึงอนุญาตให้คู่หมั้นอย่างคุณหนูหยวนเป็ตัวแทนพระองค์ในการเข้าร่วมงานครั้งนี้” หลีกงกง
“น้อมรับพระราชโองการ” หยวนเข่อชิง
_______
ใช้ท่านมาหาบัณฑิตเป็พรีเซนเตอร์ซะเลย
สอบถามหน่อยค่ะว่าสามารถคอมเมนต์กันได้หรือเปบ่าเพราะตอนสร้างนิยายไรต์ไปติ๊กช่องคอมเมนท์ได้เฉพาะสมาชิกตอนนี้แก้แล้วแต่ยังไม่เห็นคอมเมนท์เลยไม่แน่ใจว่าต้องไปแก้ตรงไหนหรือเปล่าค่ะ