บทที่ 14 เ้าเป็คนของข้า
หลวนจื่อไปที่โรงครัวแจ้งต่อท่านพ่อครัวให้ทำอาหารบำรุงร่างกายและอาหารเผื่อสำหรับสามคนและขนมหวานห่อไปให้จิ้นหยางไม่ลืมที่จะแจ้งขอยาสมุนไพรอีด้วย เมื่อได้ของหลวนเหลาได้ควบม้าประจำกายของตนเองไปที่หลังหมู่บ้านทันที
ยามนี้ท้องฟ้าเริ่มมืดสลัวดวงอาทิตย์ลับลาขอบฟ้า เหนี่ยงฟางมารดาของจิ้นหยางต้มข้าวต้มเสร็จตักมาให้เขาที่เตียงแต่กลับพบว่ายามนี้บุตรชายได้นอนหลับไปแล้ว จึงไม่อยากปลุกหากเขาลุกมาเมื่อไหร่ค่อยหาให้เขากินนางจึงออกมานั่งอยู่ด้านนอกเรือน จ้องมองดูดวงอาทิตย์ตกด้วยหัวใจที่ทุกข์ระทม สายตาว่างเปล่าไปหมดหูพลันได้ยินเสียงฝีเท้าม้ากำลังดิ่งตรงมาทางตนหัวใจของนางเริ่มสั่นไหว กลัวว่าจะเป็คนของใต้เท้ามู่กลับมาทำร้ายจิ้นหยางอีก นางรีบมองหาไม้มาคว้าไว้เพื่อปกป้องจิ้นหยาง
เมื่อม้าถุกทำให้หยุดเดินหลวนเหยาะโลงมาจากม้ากวาดตามองดูเห็นหญิงชราท่าทางหวาดกลัวเขารีบเข้าไปหาเพื่อแจ้งให้รู้ว่าเขามาดี
“ท่านป้า ข้ามาดีขอรับข้ามิได้มีเจตนาอันใดพอดีเ้านายของข้าให้ข้านำอาหารมาให้ท่านกับจิ้นหยางขอรับ ”
“เ้าเป็คนของใต้เท้ามู่อย่างนั้นรหรืออาหารของเ้าคงใส่ยามาสินะ”
“ข้ารู้ว่ายากที่ท่านป้าจะเชื่อใจ แต่ข้ามิใช่คนของใต้เท้ามู่แน่นอกอีกอย่างหากเป็ใต้เท้ามู่เขาคงไม่ใส่ยาในอาหารหรอกขอรับ เพราะกลัวไม่ได้เงินที่ท่านติดค้างไว้ อาหารพวกนี้ทำมาร้อนย ๆและมียาให้จิ้นหยางดื่มเป็ยาสมุนไพรอย่างดีให้เขาดื่มให้หมดนะขอรับ “ เหนียงฟางวางไว้ลงหรือว่าคนผู้นี้จะเป็คนของใต้เท้าผู้ใจดีที่จิ้นหยางไปทำงานให้ในวันนั้น
“ข้าขอบใจเ้ามาก ฝากบอกเ้านายเ้าด้วยว่าข้ากับจิ้นหยางทราบซึ้งนำนัก”
“ท่านป้าไม่ต้องเป็กังวลนะขอรับต่อจากนี้ไปชีวิตของท่านกับจิ้นหยางจะอยู่อย่างสุขสบายไม่มีผู้ใดมารังแกได้อีก แล้วพบกันใหม่พรุ่งนี้นะขอรับ ข้าจะมาอีกครั้งเพื่อพบจิ้นหยาง” หลวนเหยายื่นห่อข้าวให้แก่เหนี่ยงฟางก่อนจะกระโดขึ้นม้าควบออกไป เหนี่ยงฟางมองดูอาหารมากมายที่อยู่ในมือก่อนจะเดินเข้าเรือนจุดฟืนเพิ่มความสวง่างและเดินมาดูว่ายามนี้จิ้นหยางฟื้นหรือยัง
จิ้นหยางลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นมารดาของตนจ้องมองดูอยู่จึงได้เอ่ยถาม
“ท่านแม่เหตุใดต้องจ้องข้าขนาดนั้นขอรับ ”
“เพราะแม่เป็ห่วงเ้านะสิเ้าให้แม่ไปทำข้าวต้มให้แต่เ้ากลับหลับไป คงจะเจ็บหนักสินะในเมื่อตื่นมาแล้วกินอาหารกันเถิดจะได้ดื่มยาจะได้ลดความเ็ปบ้าง” จิ้นหยางยันกายลุกขึ้นเดินมานั่งที่โต๊ะกินข้าวเห็นอาหารดี ๆ มากมายแถมยังมีขนมอีกจึงรีบถามท่านแม่ทันที
“ท่านแม่ไปเอาอาหารพวกนี้มาจากที่ใดขอรับ ไหนข้าวต้มของข้า”
“อาหารพวกนี้มีคนใจดีเอามาให้ เพราะตอนนั้นแม่รู้สึกกลัวเลยลืมถามชื่อ เห็นว่าเ้านายของเขาให้นำมาให้และอีกอย่างเขามิใช่คนของใต้เท้ามู่ไม่ต้องกลัวว่าจะใส่ยา แต่น่าแปลกมียาสมุนไพรมาให้เ้าด้วย ช่างเป็คนที่เมตตาจริง ๆ “
“ท่านแม่ทำไมถึงได้รับของจากคนที่ไม่รู้จักเช่นนี้ขอรับ ข้าไม่กล้ากินหรอก”
“เ้าไม่ต้องกลัว อาหารทั้งหมดข้าได้ลิ้มลองก่อนจะให้เ้ากินแล้วอีกอย่างคนผู้นั้นบอกว่ารุ่งสางจะมาพบเ้าอีกและแม่คิดว่าน่าจะเป็ใต้เท้าผู้มีจิตใจดีที่เ้าไปทำงานให้คราก่อนแน่ ๆ “ เมื่อได้ยินคำพูดของท่านแม่มีเพียงผู้เดียวที่จิ้นหยางนึกถึง ก่อนจะหัวเราะออกมา
“ฮ่า ฮ่า คงไม่ใช่หรอกสงสัยสมองข้าจะกระทบกระเทือนถึงคิดอะไรเลอะเลือน “
“เ้าเป็อะไรหรือ กินเสียสิเดี๋ยวอาหารจะเย็นเสียก่อน” เอ่ยจบเหนียงฟางได้ยื่นตะเกียบให้แก่จิ้นหยางเพื่อให้เขากินอาหารที่อย฿ต่อหน้า
จิ้นหยางพยักหน้าจับตะเกียบคีบกิน มื้อนี้เป็อาหารที่ดีั้แ่เขาทะลุมิติมาที่นี้เลยก็ว่าได้ เมื่อกินไปแล้วไม่ได้รับพิษอะไรจิ้นหยางรีบคีบให้มารดาที่นั่งจ้องมองอยู่
“ท่านแม่ก็กินด้วยกันสิขอรับ อาหารมากมายขนาดนี้ข้ากินไม่หมดหรอก เฮ้อ ! ขอให้อิ่มท้องไว้ก่อนเป็ดีแม้ไม่รู้ว่าเป็ผู้ใดถือว่าวันนี้ข้าต้องขอบใจที่ทำให้ข้ากับท่านแม่อิ่มท้อง “
ทั้งสองกินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยและเข้านอนเพื่อพักผ่อน
รุ่งสางมาเยือน
จิ้นหยางตื่นมาร่างกายระบมมากกว่าเดิมอีกด้วยซ้ำไม่คิดเลยว่าจะเจ็บมากขนาดนี้แทบไม่ขยับเลย
“โอ้ย! ทำไมถึงเจ็บขนาดนี้นะ ต่อจากนี้คงต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกทุบตีไม่อย่างนั้นคงต้องหยุดทำงานหลายวัน” เขาขยับกายลุกขึ้นจากเตียงนอนไม่ทันได้ออกไปนอกเรือนได้ยินเสียงฝีเท้าของม้าจำนวนมากที่ดังเข้ามาใกล้คิ้วของจิ้นหยางขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย
“ผู้ใดกันมาที่นี่แต่เช้า ! “ แต่แล้วก็ต้องเบิกตาโพลงโตเมื่อนึกถึงคำพูดของมารดาที่บอกแก่เขาเมื่อคืน จึงรีบเดินออกจากประตูเห็นม้าหลายตัวกำลังตรงดิ่งมาที่เรือนของเขาจนฝุ่นคละคลุ้ง
“ผู้ใดมาหรือจิ้นหยาง” เหนียงฟางได้ออกมาจากครัวเอ่ยถามบุตรชาย
“ข้าคิดว่าน่าจะเป็คนที่นำอาหารมาให้ท่านแม่เมื่อวานขอารับ “
“หากเป็เช่นนั้นเ้าเองก็ออกไปต้อนรับเถิดและอย่าลืมขอบน้ำใจที่เขานำอาหารกับยามาให้เ้าด้วยแล้ว แม่จะเข้าไปทำอาหารต่อก่อน”
จิ้นหยางเดินออกมาอยู่หน้าเรือน ในที่สุดม้าก็หยุดการเคลื่นอนไหวใบหน้าหล่อเหลาที่เขาเคยพบเจอยิ้มระรื่นส่งมาให้แก่จิ้นหยาง
“ในที่สุดข้าก็หาเ้าจนพบ หนูน้อยตัวนี้ช่างดื้อนักเข้าไปขโมยของในเรือนและยังเอ่ยวาจาโกหกหลอกลวงช่างกล้าเสียจริง เช่นนั้นจะต้องทำอย่างไรดีนะ ! ”อวิ้นหลี่ว์เห็นใบหน้าของจิ้นหยางในใจของเขาดีใจและตื่นเต้นยิ่งนักเมื่อมาเห็นว่าเขาไม่ได้รับาเ็มากมายเท่าไหร่ รีบะโลงจากหลังม้า เดินตรงมายังร่างแกร่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าใบหน้าเริ่มซีดเซียวเมื่อถูกเขาจับได้
“ทะ...ท่านเ้าเมืองหลี่ว์ “
“ใช่! ข้าเองท่านเ้าเมืองหลี่ว์ความจำของเ้าก็ดีอยู่นี่น่า ข้าจะลงโทษเ้าอย่างไรดีนะที่ขโมยของกินในเรือนแต่งกายเป็บ่าวรับใช้แถมยังทำให้ข้าคิดถึงเ้าจนแทบบ้าเช่นนี้รู้หรือไม่ว่าข้าตามหาเ้าจนทั่วเรือน แต่เมื่อรู้ว่าเ้ามิใช่บ่าวรับใช้ ความรู้สึกของข้ายามนั้นอยากจะจับมาฉีกทั้งตัวที่กล้าโกหกข้า “
“เอ่อ...ท่านเ้าเมืองข้าขอโทษขอรับ ข้ามีเหตุจำเป็ต้องทำเช่นนั้นมิได้ตั้งใจที่จะเข้าไปขโมยของหรือหลอกลวงท่านเ้าเมืองเลย “
“เอาล่ะ ! ที่ข้ามาวันนี้มีเื่มากมายที่จะพูดกับเ้า แต่ข้ามาถึงเรือนของเ้าไม่คิดจะต้อนรับข้าเลยหรือไงกัน”
“เรือนของข้าหลังเล็กราวกระท่อมไม่มีห้องโถงหรือแม้แต่น้ำชาต้อนรับท่านหรอกขอรับ เชิญท่านเ้าเมืองนั่งที่แคร่ไม้ไผ่หน้าเรือนได้หรือไม่? “
“เอาเช่นั้นก็ได้ หลวนเหยาเ้านำม้าไปผูกให้ข้าที “
“ขอรับท่านเ้าเมือง”