หลังจากคำพูดที่มีนัยยะของจางเหาจบลง บรรยากาศในห้องโถงเล็ก ๆ ของบ้านเขาก็เงียบกริบ มีเพียงเสียงใบไม้ไหวเบา ๆ นอกหน้าต่าง และเสียงลมหายใจที่เริ่มถี่ขึ้นของหลิวหว่าน นางนั่งนิ่ง มือทั้งสองประสานกันแน่นบนตัก นิ้วโป้งถูกันไปมาอย่างไม่รู้ตัว ดวงตาที่เคยสงบนิ่งเริ่มมีแววสับสน ราวกับมีบางสิ่งในใจกำลังพยายามปฏิเสธสิ่งที่เพิ่งได้ยิน
เื่ราวที่จางเหาเล่าให้ฟังเมื่อครู่นี้ยังคงก้องอยู่ในหัวของนาง คำพูดเกี่ยวกับครอบครัวที่ "บิดากับบุตรสาวสนิทกันเกินปกติ" ทำให้ใจนางรู้สึกไม่สบาย แต่ในขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกแปลก ๆ ที่นางไม่อยากจะยอมรับ ความรู้สึกที่ทำให้นางอยากรู้ว่าความจริงคืออะไร
จางเหามองนางด้วยสายตาอ่อนโยน แต่แฝงความตั้งใจ เขายกถ้วยชาขึ้นจิบช้า ๆ ก่อนวางลง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"เ้าดูไม่สบายใจเลย... ข้าพูดอะไรเกินเลยไปหรือเปล่า ข้าไม่ได้ตั้งใจทำให้เ้ากังวล ข้าเพียง... เป็ห่วงในฐานะเพื่อนบ้านเท่านั้น"
หลิวหว่านฝืนยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นดูฝืดเฝื่อน นางรู้สึกได้ว่าใจตนเองกำลังสั่นคลอน ความคิดต่าง ๆ วนเวียนอยู่ในหัว ภาพของสามีและลูกสาวที่สนิทสนมกันมากขึ้นใน่ที่นางไม่อยู่ เสียงหัวเราะที่ดังมาจากห้องนอนใหญ่เมื่อคืนก่อน และความรู้สึกแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นในใจเมื่อได้ยินเสียงนั้น
"ไม่เป็ไรค่ะ พี่จาง ข้า... ข้าแค่คิดมากไปเอง คงเพราะเหนื่อยจากการเดินทาง" นางพยายามควบคุมน้ำเสียงให้ฟังดูปกติ "เมื่อซักครู่ท่านชวนให้เดินชมสวนหลังบ้านใช่ไหมเ้าคะ ข้าคิดว่าอากาศข้างนอกน่าจะดีกว่านั่งในห้อง"
จางเหายิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อยราวกับรอคำนี้อยู่แล้ว เขาลุกขึ้น ยื่นมือเชื้อเชิญอย่างสุภาพ ในใจรู้สึกพอใจที่แผนของเขากำลังดำเนินไปตามที่คาดหวัง
"ดีเลย การได้สูดอากาศบริสุทธิ์จะช่วยให้ใจเย็นลงได้ ตามข้ามาเลย ข้าจะบอกว่าสวนหลังบ้านของข้ามีมุมสงบที่สวยงาม เ้าจะชอบมันแน่ๆ"
หลิวหว่านลังเลเพียงครู่เดียว ก่อนพยักหน้าแล้วลุกตามเขา ทั้งสองเดินผ่านระเบียงไม้ที่ทอดยาวไปยังส่วนหลังของบ้าน จางเหาเดินนำ มือไพล่หลัง พูดถึงต้นไม้ ดอกไม้ และการจัดสวนเป็ครั้งคราวเพื่อกลบเกลื่อนความเงียบที่น่าอึดอัด
"ต้นมะลิที่นั่นข้าปลูกเอง มันจะมีกลิ่นหอมมากในตอนเย็น ส่วนต้นไผ่ป่าโน้นก็ให้ความร่มเย็นดี ข้าชอบมานั่งอ่านหนังสือใต้ต้นไผ่ในยามบ่าย"
หลิวหว่านพยายามฟังและตอบคำ แต่ใจของนางยังคงวนเวียนอยู่กับคำว่า "บิดากับบุตรสาวสนิทกันเกินปกติ" ที่เขาเล่าเมื่อครู่ นางพยายามไล่ความคิดนั้นออกไป แต่มันกลับติดอยู่ในหัวไม่ยอมหาย ทำให้นางรู้สึกกระวนกระวายและไม่สบายใจ
เมื่อมาถึงสวนหลังบ้าน ซึ่งเป็สวนขนาดกะทัดรัดแต่จัดอย่างประณีต มีศาลาไม้หลังเล็กตั้งอยู่กลางสวน ต้นสนแคระสองสามต้นเรียงรายตามรั้วไม้สูงประมาณอกผู้ใหญ่ กลิ่นหญ้าและดอกมะลิลอยอบอวล สร้างบรรยากาศที่สงบและร่มรื่น แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านใบไม้ทำให้เกิดแสงเงาที่สวยงาม
จางเหาหยุดเดินตรงจุดที่รั้วไม้ติดกับกำแพงด้านหลังบ้านตระกูลหลิว เขาชี้ไปยังศาลาไม้ด้วยท่าทางที่ดูธรรมชาติ แต่ในใจกำลังคำนวณทุกขั้นตอน
"ที่นี่คือมุมโปรดของข้าเลย" เขาชี้ไปยังศาลาไม้ "การที่ได้นั่งชมพระอาทิตย์ตกในตอนเย็นตรงนี้ มุมจะสวยมาก โดยเฉพาะมุมนี้... มองเห็นหลังคาบ้านเ้าได้ชัดเจนเลย เ้าดูสิ แสงแดดตกกระทบกระเบื้องสีน้ำเงินเข้มสวยนัก"
หลิวหว่านหันไปมองตามที่เขาชี้ ความคุ้นเคยของหลังคาบ้านตนเองทำให้ใจนางอุ่นขึ้นชั่วขณะ นางยิ้มบาง ๆ รู้สึกผ่อนคลายเล็กน้อยจากความตึงเครียดที่สะสมมาั้แ่การสนทนาในห้อง
"จริงด้วยเ้าค่ะ หลังคาบ้านของข้าดูสวยจากมุมนี้ ข้าไม่เคยสังเกตมาก่อนเลย" นางกำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่างต่อ แต่แล้ว...
เสียงแปลก ๆ ดังขึ้นเบา ๆ จากทิศทางกำแพงอิฐเก่า เสียงที่ฟังไม่ชัดในตอนแรก แต่ทำให้หูของนางตั้งชัน
"อืมมม์... เสียงอะไรนะเ้าคะ"
นางเอ่ยขึ้นเองโดยไม่รู้ตัว หูของนางตั้งชัน พยายามฟังให้ชัดเจนขึ้น
จางเหาหยุดนิ่ง สายตาเหลือบมองไปยังกำแพงอิฐเก่าที่ติดกับบ้านของนาง ซึ่งเป็ผนังด้านข้างของห้องนอนใหญ่พอดี เขาทำท่าตั้งใจฟังเหมือนกัน แต่ในใจรู้ดีว่าเสียงนั้นคืออะไร
และแล้วเสียงนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ทั้งสองคนได้ยินอย่างแจ่มแจ้ง
"อ๊าาา... ท่านพ่อเ้าคะ...แรง.. แรงกว่านี้..ซี้ดดส์… กระแทกรูหนูแรง ๆ เลยเ้าค่ะ..อูยยย... ลึกเข้าไปอีก... อ๊าาาาาา!!!"
เสียงครางหวานหยาดเยิ้มของหญิงสาวดังแว่วมา แม้จะเบา แต่ในความเงียบของสวนหลังบ้าน มันชัดเจนจนน่าขนลุก เสียงนั้นเต็มไปด้วยความเสียวซ่าน ความปรารถนา และความเร่าร้อนที่ไม่อาจปกปิด ตามมาด้วยเสียงเนื้อนุ่มกระทบเนื้อดังตั่บ ๆ เป็จังหวะหนักแน่น
"ปั้บ! ปั้บ! ปั้บ!"
เสียงเนื้อกระทบกันเร็วและแรง ดังก้องในความเงียบ สลับกับเสียงครางของผู้ชายที่แหบพร่า หายใจหอบ เสียงที่เต็มไปด้วยความ้าและความหลงใหล
"อูยยย…ลูกพ่อเอ๋ย... ร่องรักของลูกฟิตดีจริง ๆ ... อูยยย…พ่อจะกระแทกให้รูบวม... กระแทกให้ลูกน้ำแตก... รับน้ำพ่อให้หมดนะเหมยเอ๋อร์... อ๊ากกก!!"
หลิวหว่านตัวแข็งทื่อ ใบหน้าซีดเผือดในพริบตา เืที่เคยไหลเวียนปกติดูเหมือนจะหยุดนิ่ง มือยกขึ้นปิดปากโดยสัญชาตญาณ ดวงตาเบิกกว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุอก เสียงเต้นของหัวใจดังก้องในหูจนแทบจะไม่ได้ยินเสียงอื่น
"นั่น... นั่นมัน..." นางกระซิบเสียงสั่น "เสียงของ... เหมยเอ๋อร์?"
ความตระหนักที่ว่าเสียงครางหวานเสียวนั้นคือเสียงของลูกสาวตัวเอง ทำให้ร่างกายของนางสั่นเทิ้ม ความรู้สึกผสมปนเปกันระหว่างความใ ความเศร้าโศก ความโกรธ และความรู้สึกแปลก ๆ ที่นางไม่เข้าใจ ทำให้นางรู้สึกเหมือนโลกของนางกำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตา
จางเหาทำท่าใเกินจริง ยกมือปิดปากตัวเอง แล้วหันไปมองกำแพงอย่างรวดเร็ว ในใจรู้สึกพอใจที่แผนของเขาเริ่มเป็ผล
"เสียงนี้…น้องสะใภ้หลิว... ข้า... ข้าได้ยินเหมือนกัน นี่มัน..."
เขาก้าวเข้าไปใกล้กำแพงอิฐเก่า ทำท่ามองหาอะไรบางอย่าง สายตาเลื่อนไปตามรอยแตกธรรมชาติของกำแพงที่มีอายุหลายสิบปี ก่อนหยุดที่จุดหนึ่งและหันกลับมาด้วยสีหน้าจริงจังปนใ
"ที่นี่... มีรอยแตกตามธรรมชาติของกำแพงเก่า ข้าเคยเห็นตอนซ่อมบ้าน แต่... ดูเหมือนมันถูกเจาะขยายออกเล็กน้อย... มองทะลุไปได้พอดีตาเดียว"
เขาชี้ไปที่จุดหนึ่งบนกำแพง ซึ่งมีรูเล็ก ๆ ขนาดประมาณปลายนิ้วก้อย แต่ถูกขยายให้กว้างพอที่จะมองเห็นด้านในได้ชัดเจนหากเอียงตา รูนั้นอยู่ในระดับที่พอดีกับความสูงของคนยืน และจากตำแหน่งนี้สามารถมองเข้าไปในห้องนอนใหญ่ของบ้านตระกูลหลิวได้โดยตรง
เสียงจากอีกฝั่งยังคงดังต่อเนื่อง ชัดเจนและเร่าร้อนยิ่งขึ้น
"อ๊าาา... ท่านพ่อเ้าคะ... อ๊าาา…ข้าเสียว... เสียวมากเลยเ้าค่ะ... อย่าหยุดเลย... กระแทกข้าต่อไป... อ๊าาาาาา!!!"
เสียงครางของหลิวเหมยดังหวานเสียว เต็มไปด้วยความปรารถนาและความเสียวซ่าน เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของเด็กสาวไร้เดียงสาอีกต่อไป แต่เป็เสียงของผู้หญิงที่กำลังได้รับความสุขทางกาม
"ปั้บ! ปั้บ! ปั้บ! ปั้บ!"
เสียงเนื้อกระทบกันดังตั่บ ๆ เร็วและดุดันขึ้น จังหวะที่สม่ำเสมอและแรงกล้า แสดงให้เห็นถึงความเร่าร้อนที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
"แฮ่กๆๆ..ลูกพ่อ... ร่องรักลูกคับแน่นดี...พ่อ.. พ่อชอบมาก... พ่อจะกระแทกลูกทุกวัน... ทำให้เ้าเป็ผู้หญิงของพ่อคนเดียว... อ๊ากกกก!!!"
เสียงครางต่ำของหลิวเหว่ยดังแทรกเข้ามา เสียงที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและความ้า เสียงของผู้ชายที่กำลังสิ่งที่เขาปรารถนามากที่สุด
หลิวหว่านยกมือปิดหูทั้งสองข้าง แต่เสียงนั้นยังคงดังก้องในหัว น้ำตาเริ่มไหลลงมาเต็มแก้ม ร่างกายสั่นเทิ้มราวกับจะล้มลง ใจรู้สึกเหมือนถูกมีดแทงซ้ำ ๆ ความเ็ปที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนแผ่ขยายไปทั่วร่างกาย
แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกแปลก ๆ ก็เริ่มก่อตัวขึ้นในส่วนลึกของร่างกาย ความรู้สึกที่นางไม่เข้าใจและไม่อยากจะยอมรับ ความอบอุ่นแปลก ๆ ที่แผ่ขยายจากท้องน้อยขึ้นมา ทำให้นางรู้สึกสับสนและอับอาย
"ไม่... ไม่จริง... ไม่ใช่ลูกของข้า... ไม่ใช่สามีของข้า..." นางก้มหน้า น้ำเสียงสั่นเครือ "ข้า... ข้าจะกลับบ้านเดี๋ยวนี้!"
นางหันหลังจะเดิน แต่ขาอ่อนแรงจนเซไปด้านข้าง ความใและความเ็ปทำให้ร่างกายของนางไม่สามารถทรงตัวได้ จางเหารีบก้าวเข้ามาประคองไหล่นางไว้เบา ๆ ท่าทางเห็นใจ แต่ในใจรู้สึกตื่นเต้นที่เห็นปฏิกิริยาของนาง
"ระวังตัวด้วย น้องสะใภ้หลิว... ใจเย็นๆ เ้าตัวสั่นหมดแล้ว"
เสียงจากอีกฝั่งยังคงดังก้อง ไม่มีทีท่าจะหยุด
"อ๊าาา…ท่านพ่อ... กระแทกข้าอีก..อูยยย.. อย่าหยุด... ข้าเป็ของท่านพ่อคนเดียว... อ๊าาาาาา!! กระแทกแรง ๆ ... ทำร่องข้าให้บวมถาวรเลยเ้าค่ะ!!!"
เสียงครางของหลิวเหมยดังหวานเสียว เต็มไปด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจปกปิด เสียงที่แสดงให้เห็นว่านางกำลังได้รับความสุขสูงสุด
"ปั้บ! ปั้บ! ปั้บ! ปั้บ!"
เสียงเนื้อกระทบกันดังแรงขึ้น จังหวะที่เร็วและหนักหน่วง แสดงให้เห็นถึงความเร่าร้อนที่เพิ่มขึ้นสู่จุดสูงสุด
"เหมยเอ๋อร์... พ่อ..พ่อจะแตกแล้ว... แตกในร่องรักเ้า...พ่อจะฉีดเข้าไปให้หมดทุกหยดนะ... เป็ผู้หญิงของพ่อไปตลอดชีวิต... อ๊ากกกกก!!!"
เสียงครางสุดท้ายของหลิวเหว่ยดังยาว แสดงให้เห็นว่าเขากำลังถึงจุดสุดยอด ตามมาด้วยเสียงครางหวานของหลิวเหมยที่ดังก้อง
"อ๊าาาาาาาาา!!! ร้อนมาก!!! ท่านพ่อเ้าคะ!!! ข้ารับหมดแล้วเ้าค่ะ!!! ข้ารักท่านพ่อมากที่สุดในโลก!!!"
หลิวหว่านยกมือปิดหูแน่น น้ำตาไหลไม่หยุด เสียงในหัวของนางดังก้องทับซ้อนกับเสียงจริง ความเ็ปที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนแผ่ขยายไปทั่วร่างกาย แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกแปลก ๆ ที่ก่อตัวขึ้นในท้องน้อยก็ทำให้นางรู้สึกสับสนและอับอาย
"ไม่... ไม่... ข้าไม่ยอมเชื่อ... นี่ต้องเป็ความฝัน... ต้องเป็ความฝันร้าย..."
นางกระซิบกับตัวเอง พยายามปฏิเสธความจริงที่โหดร้ายที่กำลังเผชิญหน้า แต่เสียงครางที่ยังคงดังอยู่ทำให้นางไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
จางเหากระซิบข้างหูนางเบา ๆ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงความหนักแน่น ดวงตาเปล่งประกายด้วยความพอใจที่เห็นนางเ็ป
"น้องสะใภ้หลิว... ข้าเข้าใจว่าเ้าเ็ป แต่ถ้าเ้าไม่ดูด้วยตาตัวเอง เ้าจะสงสัยไปตลอดชีวิต ข้า... ข้าจะอยู่ตรงนี้ เป็พยานให้เ้า ถ้ามันไม่ใช่คนที่เ้าคิด... เราก็กลับไปได้เลย แต่ถ้า..."
เขาหยุดพูด ปล่อยให้นางเข้าใจเองว่าเขาหมายถึงอะไร
หลิวหว่านไม่ตอบ นางเพียงก้มหน้า น้ำตาหยดลงพื้นดินทีละหยด ขาแทบก้าวไม่ไหว ในใจของนางมีเพียงภาพครอบครัวที่สมบูรณ์แบบที่กำลังแตกสลายลงต่อหน้าต่อตา ความรักที่นางมีต่อสามีและลูกสาว ความภาคภูมิใจในครอบครัวที่อบอุ่น ทุกอย่างกำลังพังทลายลงในพริบตาเดียว
เสียงจากอีกฝั่งเริ่มเบาลง แต่ยังคงได้ยินเสียงกระซิบหวานใสของทั้งสองคน
"ท่านพ่อเ้าคะ... ข้ารักท่านพ่อมากที่สุด... ข้าจะเป็ผู้หญิงของท่านพ่อไปตลอดชีวิต..."
"เหมยเอ๋อร์... พ่อก็รักเ้าเหมือนกัน... รักในแบบที่ไม่ควรจะรัก... แต่พ่อไม่สามารถหยุดได้แล้ว..."
เสียงกระซิบนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความรักใคร่ เสียงของคนสองคนที่กำลังแบ่งปันความลับที่ลึกที่สุด ความลับที่ไม่ควรจะมีอยู่ระหว่างบิดากับบุตรสาว
หลิวหว่านรู้สึกว่าหัวใจของนางกำลังแตกสลาย แต่ในขณะเดียวกัน ร่างกายของนางก็เริ่มมีปฏิกิริยาแปลก ๆ ที่นางไม่เข้าใจ ความอบอุ่นที่แผ่ขยายจากท้องน้อย ความรู้สึกเสียวซ่านที่วิ่งผ่านกระดูกสันหลัง และความชื้นแปลก ๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้นระหว่างขา
"ไม่... ไม่ใช่... ข้าไม่ควรรู้สึกแบบนี้..." นางกระซิบกับตัวเอง รู้สึกอับอายกับปฏิกิริยาของร่างกายตัวเอง
จางเหาสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในสีหน้าของนาง เขาเห็นความสับสนและความอับอายที่ปรากฏในดวงตาของนาง และนั่นทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นยิ่งขึ้น
"น้องสะใภ้หลิว... เ้าไม่ต้องอายกับความรู้สึกของตัวเอง" เขากระซิบเบา ๆ "มันเป็เื่ธรรมชาติของผู้หญิง เมื่อได้ยินเสียงอันเร่าร้อนแบบนั้น ร่างกายก็จะมีปฏิกิริยา ไม่ว่าจะเป็ใครก็ตาม"
"ไม่... ไม่ใช่..." หลิวหว่านส่ายหน้าแรง ๆ "ข้าไม่ควรรู้สึกแบบนี้... นั่นเป็สามีและลูกสาวของข้า... ข้าไม่ควร..."
แต่ร่างกายของนางไม่ได้โกหก ความรู้สึกเสียวซ่านยังคงแผ่ขยายไปทั่วร่างกาย ทำให้นางรู้สึกสับสนและไม่เข้าใจตัวเอง
เสียงจากอีกฝั่งเริ่มเงียบลง แต่ยังคงได้ยินเสียงจูบและเสียงกระซิบหวานใส
"เหมยเอ๋อร์... พ่อจะทำรักกับเ้าไปตลอดชีวิต... ไม่ว่าแม่ของเ้าจะกลับมาเมื่อไหร่ เ้าก็ยังเป็ผู้หญิงของพ่อ..."
"เ้าค่ะพ่อ... ข้าจะเป็ภรรยาของท่านพ่อแทนท่านแม่... ข้าจะดูแลท่านพ่อให้ดีไม่แพ้ท่านแม่เลย..."
คำพูดเ่าั้เหมือนมีดที่แทงเข้าไปในหัวใจของหลิวหว่าน นางรู้สึกเ็ปจนแทบหยุดหายใจ แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกแปลก ๆ ในร่างกายก็ยังคงอยู่ ทำให้นางรู้สึกผิดและอับอายกับตัวเอง
นางยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ร่างกายสั่นเทา น้ำตาไหลรินไม่หยุด ขณะที่เสียงจากอีกฝั่งของกำแพงยังคงดำเนินต่อไป ราวกับกำลังฉีกหัวใจของนางออกเป็เสี่ยง ๆ ความรักที่นางมีต่อครอบครัว ความไว้วางใจที่นางมีต่อสามีและลูกสาว ทุกอย่างกำลังพังทลายลงในพริบตาเดียว
และรูเล็ก ๆ บนกำแพงนั้น... กลายเป็ประตูสู่ความจริงที่โหดร้าย ซึ่งหลิวหว่านยังคงปฏิเสธที่จะเผชิญหน้าในตอนนี้ แต่ในส่วนลึกของใจ นางก็รู้ว่าไม่ช้าก็เร็ว นางจะต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับความจริงที่เ็ปนี้
จางเหายืนอยู่ข้าง ๆ นาง มองดูความเ็ปและความสับสนในสีหน้าของนางด้วยความพอใจ แผนของเขาเริ่มเป็ผลแล้ว และนี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เขารู้ว่าหลิวหว่านจะต้องกลับมาที่นี่อีก เพราะความอยากรู้และความรู้สึกแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นในร่างกายของนางจะทำให้นางไม่สามารถลืมสิ่งที่ได้ยินในวันนี้ได้
และเมื่อนั้นมาถึง เขาจะพร้อมที่จะเป็ผู้ปลอบใจและให้คำแนะนำแก่นาง ในแบบที่เขา้า...