บทที่16 เป้าหมาย
“โห!!”
เสียงโห่ร้องด้วยความยินดีของเด็กๆ หลายสิบคนที่กำลังมาล้อมวงดูแปลงมันที่ตอนนี้เจริญเติบโตเขียวขจีเต็มหูเต็มตาไปหมดกอมันฝรั่งก็เริ่มแตกกอออกมาส่วนต้นมันเองก็สูงเกือบจะสองฉื่อแล้วส่วนกอมันหวานเองตอนนี้เถาของมันเริ่มยาวเฟื้อยเลื้อยไปมาเกินสามฉื่อเข้าไปแล้ว
“เหลือจะเชื่อเพิ่งจะปลูกไปเมื่อวันก่อนเอง ผ่านไปแค่สองคืนก็เติบโตขนาดนี้แล้ว...”
“ใช่ๆ ”
“ที่สำคัญพวกเ้าดูที่ผืนดินตรงแปลงที่เถามันเลื้อยผ่านดูสิมันทั้งชื้นราวกับว่าฝนเพิ่งจะตกใหม่ๆ เลย แต่กลับไม่ได้เปียกชุ่มขาดนั้นนี่มันอะไรกัน”
“พวกเ้าอย่าเอาแต่พูดจากันไปช่วยกันทำงานส่วนที่คุณหนูเคยบอกเอาไว้เสีย เมื่อวานคุณหนูเหนื่อยเพื่อพวกเรามามากรีบไปทำให้เสร็จก่อนที่คุณหนูจะตื่นเสีย” จางหลัวที่เริ่มไม่ค่อยคุ้นชินกับเด็กจำนวนมากขนาดนี้เริ่มเอ็ดเด็กๆที่กำลังรายล้อมรอบแปลงผักอยู่ เนื่องจากในตอนนี้เ้าหมาั์นั่นเริ่มจะแยกเขี้ยวใส่แล้วเพราะตอนนี้เย่หัวยังลงหลับปุ๋ยอยู่จากความเหนื่อยล้า แต่เด็กๆที่มาตั้งสักพักแล้วต่างก็เริ่มส่งเสียงโหวกเหวกโวยวายจนไปรบกวนการนอนของนางจนนางเริ่มพลิกตัวไปมาแล้วในตอนนี้
“ก็ได้ๆ”
“ไปเร็วเข้านางมารดุแล้ว!”
“พวกเราหนีเร็ว!!”
แต่สุดท้ายอย่างไรเด็กก็ยังคงเป็เด็กอยู่วันยังค่ำเด็กเล็กๆบางส่วนก็เที่ยววิ่งเล่นไปมายังส่วนที่ถูกผู้ใหญ่ช่วยกันกวาดช่วยกันถางไปเมื่อหลายวันก่อน
เด็กบางส่วนที่รู้งานอยู่แล้วก็พากันไปจัดแจงเถามันหวานไม่ให้ออกไปจากร่องเพราะเย่หัวได้บอกเอาไว้ก่อนแล้วว่ามันหวานจะเป็ไม้เลื้อยที่สามารถให้หัวผ่านข้อไปตามเถาของมัน
บางส่วนก็ไปเก็บกวาดเศษไม่เศษใบไม้ที่ถูกลมพัดปลิวมาบางส่วนก็แยกย้ายกันไปช่วยกันตักน้ำขึ้นมารดแปลงมัน โดยที่เด็กๆ ไม่ทันได้สังเกตเลยว่าตอนนี้ลำธารที่เคยแห้งขอดจนเหลือเพียงแค่สายน้ำเล็กๆที่ขังอยู่เป็่ๆ ตามบ่อเล็กๆ ที่ถูกขุดไว้ ได้เริ่มที่จะมีสายน้ำเล็กๆที่ไหลเชื่อมต่อกันบ้างแล้ว
หลังจากนั้นเพียงไม่นานเท่าไรนักหลังจากที่เด็กๆ แยกย้ายกันไปเล่นและทำหน้าที่ของตนเอง เย่หัวก็ได้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาแต่นางก็ยังคงไม่แสดงท่าที่ว่านางตื่นแล้วแต่อย่างได้เพียงแค่ทำตัวี้เีไปทั้งอย่างนั้นนอนกอดเ้าสังหมาตันตันตัวโตที่ทั้งนุ่มทั้งอบอุ่น พลางฟังเสียงของเด็กๆที่เล่นกันอย่างสนุกสนาน...
‘แบบนี้แหละดีแล้ว...’ ในขนะที่ฟังเสียงของเด็กๆ หลายสิบคนที่กำลังสนุกสนานกันนางก็อดที่จะขอบคุณตัวเองไม่ได้ ‘อย่างน้อยที่สุดข้าก็ยังสามารถมอบชีวิตและความหวังให้กับหน่ออ่อนเหล่านี้ได้เติบโตถึงแม้ว่ามันจะเป็เพียงแค่การช่วยเหลือที่ปลายเหตุ แต่อย่างน้อยที่สุดคนของที่นี่ไม่มีเลยสักคนที่แสดงออกถึงความ้าและความโลภในสิ่งที่ข้ามีการที่ช่วยเหลือคนพวกนี้ก็เป็ส่วนหนึ่งที่ทำให้ชีวิตอันแสนสงบสุขของข้าดำเนินต่อไปได้....
เท่านั้นมันก็พอแล้ว’
นางคิดไปก็อมยิ้มไปแต่ก็ต้องหุบยิ้มเมื่อนึกถึงคนที่พยายามเข้ามาปล้นนางเมื่อหลายวันก่อนแต่ก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างโล่งใจเพราะถึงอย่างไรแล้วนางก็มีผู้คุ้มกันที่น่าไว้วางใจอยู่ด้วยอยู่แล้วนี่ไม่มีอะไรต้องกังวลเลย
“น่าจะได้เวลาแล้วมั้ง...” เสียงแหบๆแห้งๆ ที่ดังออกมาจากเรียวปากบางๆ ของเย่หัวเอ่ยขึ้นมา หลังจากที่นางปล่อยให้เด็กๆได้เล่นไปตามประสา จนกระทั่งเริ่มมีเด็กน้อยบางคนบ่นหิวเบาๆ บ้างแล้วนางจึงยันตัวลุกขึ้นบิดขี้เกียดเบาๆ “นี่น่าจะเป็วันแรกที่รวมเด็กๆในหมู่บ้านที่อายุสิบห้าปีลงมามารวมกันในครั้งเดียววันนี้ก็น่าจะยุ่งกันทั้งวันเลยแหละมั้ง”
นางบ่นกับตัวเองเบาๆ พลางยิ้มน้อยๆถึงในตอนนี้นางจะเป็เพียงแค่เด็กวัยแปดขวบปีแต่นางก็เคยเป็คุณแม่วัยห้าสิบขี้บ่นขี้จู้จี้มาก่อน การที่ได้มาอยู่กับเด็กๆจำนวนมากแบบนี้มันก็อาจจะไม่ใช่อะไรที่นางชื่นชอบ
แต่มันคือสิ่งที่นางอยากทำนับแต่นี้ไป...
ถึงนางจะไม่มีความสามารถมากพอที่จะเปลี่ยนปลงโลกได้แต่อย่างน้อยที่สุดในเมื่อนางพอจะมีความรู้ความสามารถทั้งยังมีทรัพยากรอย่างไม่จำกัด “แค่นี้คงจะเพียงพอในการหล่อเลี้ยงความฝันของข้าได้แล้วละนะ”
เย่หัวเริ่มที่จะชินกับคำกล่าวของโลกใบนี้โดยไม่รู้ตัวถึงจะยังไม่เต็มร้อยแต่ในตอนนี้ก็เกินมามากกว่ากึ่งหนึ่งแล้ว
และที่สำคัญที่สุดความฝันที่้าจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขของนางนั้นช่างอยู่ไกลแสนไกลเกินกว่าที่นางจะคาดคิดนัก!
.................................