วิถีปราชญ์เหนือหล้า : คัมภีร์หยกหมื่นอักษรสยบฟ้า

    บทที่ 8 แอบเรียน

    บทที่ 8 แอบเรียน



    หลี่ฉางอันนั่งอยู่อีกสักพัก ก่อนจะจากไป เหล้าของหวังเอ้อร์โก่วยังขายไม่ออก ทำให้เขาโมโหจนต้องลดราคาลง



    เมื่อหลี่ฉางอันเดินมาถึงบ้าน ฟ้าก็มืดแล้ว



    พี่สะใภ้นั่งอยู่ที่ประตูเรือนเหนือตลอด ภายใต้แสงตะเกียงที่วูบไหว นางดูเหมือนดอกบัวสายที่บานอยู่อย่างเงียบ ๆ



    หลี่ฉางอันรู้สึกสงบลงในทันที



    ราวกับว่าการได้เห็นคนตรงหน้า จึงจะรู้สึกว่าได้กลับบ้านอย่างแท้จริง



    หลิ่วจืออินเห็นหลี่ฉางอันเดินเข้าประตูมา รอยยิ้มบนใบหน้าก็บังเกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ นางรีบเดินเข้าไปต้อนรับ 



    "เสี่ยวหลาน เสี่ยวฟาง พวกนางบอกว่าขายถังหูลู่ได้ไม่เลว ถังหูลู่ห้าไม้ของเสี่ยวหลานถูกบัณฑิตคนหนึ่งซื้อไปทั้งหมด เสี่ยวฟางก็ถูกเด็ก ๆ กลุ่มหนึ่งห้อมล้อมเอาไว้ ขายหมดอย่างรวดเร็ว…”



    ขณะที่หลิ่วจืออินกำลังพูด น้ำเสียงของนางก็ดูผ่อนคลาย แม้แต่ความเคลื่อนไหวก็ยังดูร่าเริงขึ้นหลายส่วน แถมนางยังดึงถุงเงินออกมาด้วย



    "...รวมทั้งหมดยี่สิบพวง พวกนางแต่ละคนได้สิบอีแปะ ข้าได้หกสิบอีแปะ หักต้นทุนแล้ว ยังเหลืออีกสี่สิบอีแปะ แต่น้ำตาลผงยังเหลืออยู่ พรุ่งนี้ก็ยังใช้ต่อได้ นี่คือต้นทุนหลัก คิดดูแล้ว น่าจะทำกำไรได้ห้าสิบอีแปะ หากว่าพวกเราขายเองทั้งหมด ก็จะได้กำไรตั้งเก้าสิบอีแปะเชียวนะ..."



    หลิ่วจืออินที่เดินนำอยู่ข้างหน้าหันกลับมามอง บนใบหน้าเผยรอยยิ้มใสซื่อ



    เสียงอ่อนโยนละมุนละไม ราวกับสายน้ำค่อย ๆ ไหลริน สงบนิ่งแฝงด้วยความร่าเริงเล็ก ๆ



    หลี่ฉางอันยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกเต็มไปด้วยความพึงพอใจและความสงบเงียบ



    "สุราสถานจางจี้วันนี้สั่งสุราจากที่ของพวกเรามาห้าสิบชั่ง และยังมีโรงเหล้าตระกูลหลินที่สั่งมาอีกสิบห้าชั่ง หวังเอ้อร์โก่วโกรธจนปากเบี้ยว"



    หลิ่วจืออินดวงตากลมโตโค้งเป็๲รูปพระจันทร์เสี้ยว



    "ข้ารู้อยู่แล้วว่าสุราของพวกเราจะต้องขายออกได้แน่นอน พี่สะใภ้ คืนนี้ข้าจะสอนวิธีเคี่ยวน้ำตาลก่อน พรุ่งนี้หลังจากส่งสุราแล้ว ข้าจะออกไปนอกเมือง" หลี่ฉางอันกล่าว



    "ออกไปนอกเมืองทำไม ร่างกายของเ๽้ายังไม่ฟื้นตัวดี ไม่ควรออกไปวิ่งวุ่นเลยจะดีกว่า" 



    หลิ่วจืออินกล่าวด้วยความกังวล



    โดยไม่รู้ตัว ระยะห่างระหว่างนางกับหลี่ฉางอันก็ใกล้ชิดกันมากขึ้น



    ในอากาศมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ แผ่ซ่าน คล้ายดอกมะลิ หอมบางเบาสง่างาม



    แสงตะเกียงส่ายไหว หลี่ฉางอันชำเลืองมองดวงตาของหลิ่วจืออินแล้วโดยสัญชาตญาณเบือนสายตาไปอีกทาง



    "แค่ขายถังหูลู่ไม่อาจหาเงินได้มากนัก เว้นแต่จะชักชวนคนจำนวนมากมาช่วยเราขาย แต่อย่างนี้คงเป็๲ไปไม่ได้… ข้าจำต้องเตรียมการอื่น ๆ อีกเล็กน้อย"



    "น้องรอง..." หลิ่วจืออินอึกอักพูดไม่ออก



    หลี่ฉางอันยิ้มพลางเดินไปข้างหน้า 



    "ไปกันเถิดพี่สะใภ้ ข้าจะสอนท่านเคี่ยวน้ำตาล พรุ่งนี้พวกเราต้องขายถังหูลู่ให้มากกว่านี้"



    ...



    ค่ำคืนผ่านไปอย่างเงียบสงบ



    รุ่งเช้าวันถัดมา



    หลี่ฉางอันก็เข็นรถเข็นไม้ออกจากบ้านไปส่งสุรา



    หลิ่วจืออินอยู่บ้านต้มน้ำตาลและหมักเหล้า



    ควันจากเตาไฟลอยเอื่อย เต็มไปด้วยกลิ่นอายของบ้าน



    หลี่ฉางอันส่งเหล้าไปให้ร้านอาหารของตระกูลหลินสิบห้าชั่งก่อน



    ในขณะที่คนงานในร้านกำลังบรรจุเหล้า หลี่ฉางอันยิ้มพลางกล่าวกับเถ้าแก่หลิน



    "เถ้าแก่ ถ้าท่านดื่มเหล้านี้จนชิน ท่านก็ไม่จำเป็๲ต้องไปตลาดเหล้าทุกวัน ข้าจะมาส่งให้ทุกเช้าเป็๲ประจำ"



    "สุราของบ้านเ๽้าไม่เลวทีเดียว..." เถ้าแก่หลินพยักหน้า ไม่ได้ติดใจอะไรกับเ๱ื่๵๹นี้มาก



    อย่างไรเสียทุกวันก็ต้องใช้สุราอยู่แล้ว ซื้อของใครก็ไม่ต่างกัน



    สิ่งสำคัญที่สุดคือสุรานี้ก็ดีกว่าสุราในระดับราคาเดียวกันอยู่เล็กน้อย



    "เช่นนี้ ทุกวันส่งสุรามาให้ข้าสิบชั่ง หากมีการเปลี่ยนแปลงอะไร จะบอกเ๽้าอีกที"



    "ขอบคุณเถ้าแก่หลิน"



    หลี่ฉางอันเก็บเงินไว้ แล้วมุ่งหน้าไปยังสุราสถานจางจี้ต่อ



    ครั้งนี้เมื่อมาถึงสุราสถานจางจี้ คนที่ออกมารับสุราไม่ใช่ลูกจ้าง แต่เป็๲เถ้าแก่จางเอง



    "ข้าจำได้ว่าสุราของเ๽้าก่อนหน้านี้ไม่ได้มีรสชาติแบบนี้"



    เถ้าแก่จางเรียกหลี่ฉางอันเข้าไปในร้านสุรา หลี่ฉางอันเช็ดเหงื่อที่หน้าผาก 



    "ข้าเปลี่ยนวิธีการหมักสุรา ทำให้มันดีขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย"



    เถ้าแก่จางหยิบถั่วปากอ้าคั่วให้หลี่ฉางอันกำมือหนึ่ง 



    "ดี ลำบากพวกเ๽้าแล้ว ตราบใดที่สามารถรับประกันคุณภาพของสุราได้ ข้าจะซื้อจากที่นี่ทั้งหมด ทุกวันให้ส่งมาห้าสิบชั่ง"



    "ขอบคุณเถ้าแก่จางยิ่งนัก"



    ขณะที่หลี่ฉางอันกำลังจะผลักรถออกไป เถ้าแก่จางก็เอ่ยขึ้นอีกประโยค



    "เ๽้าเป็๲คนมีการศึกษา ควรจะเร่งสอบให้ได้ตำแหน่งขุนนาง การเดินขายสุราไปตามท้องถนนซอกซอยทุกวันนี้ ไม่ใช่แผนการระยะยาวนัก"



    หลี่ฉางอันอึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ประสานมือคำนับ กล่าวอย่างจริงจังว่า 



    "ขอบคุณเถ้าแก่จางสำหรับคำชี้แนะ"



    มองดูเงาร่างของหลี่ฉางอันแล้ว เถ้าแก่จางก็กลับไปนั่งที่โต๊ะเก็บเงิน กำลังเคี้ยวถั่วปากอ้าคั่วจิบสุราเล็ก ๆ และร้องเพลงเบา ๆ



    หลังจากนำรถเข็นและไหสุรากลับไปแล้ว หลี่ฉางอันพักสักครู่ก่อนจะรีบออกเดินทางไปนอกเมืองอีกโดยไม่หยุดพัก



    เมื่อกลับมาจากนอกเมือง ก็เป็๲เวลาบ่ายแล้ว



    สีหน้าของหลี่ฉางอันซีดเล็กน้อย ขาทั้งสองข้างก็เริ่มอ่อนแรง



    ความอ่อนแอของร่างกาย ไม่ใช่สิ่งที่จะฟื้นฟูได้ในเพียงวันสองวัน



    กลับถึงบ้าน ก็พบว่าสีหน้าของพี่สะใภ้ดูไม่ค่อยดีนัก



    ด้านข้าง เสี่ยวหลานและเสี่ยวฟางต่างก็มีสีหน้าอายและโกรธ



    บรรยากาศในลานเล็ก ๆ นั้นช่างกดดัน



    "พี่สะใภ้ เกิดอะไรขึ้นหรือ" หลี่ฉางอันเดินเข้าไปถาม



    หลิ่วจืออินสีหน้าดูหม่นลง เอ่ยเสียงเบา



    "วันนี้เสี่ยวหลานกับเสี่ยวฟางยังมาเอาถังหูลู่ไปขาย แต่..."



    หลี่ฉางอันพยักหน้า เข้าใจความหมายของหลิ่วจืออิน



    "พี่สาวอีกสองคนจะไม่มาแล้วใช่ไหม"



    หลิ่วจืออินไม่ได้พูดอะไรอีก เสี่ยวหลานและเสี่ยวฟางก็รู้สึกเกรงใจเช่นกัน



    หลี่ฉางอันไม่ได้พูดตรง ๆ แต่ทุกคนต่างรู้ดี



    การไม่มา ก็หมายความว่าพวกนาง๻้๵๹๠า๱ทำเอง ไม่อยากแบ่งเงินอีกต่อไป



    "เป็๲อะไรไป นี่เป็๲เ๱ื่๵๹ปกติ" ผิดคาดจากที่ทุกคนคิด หลี่ฉางอันกลับแสดงรอยยิ้มบนใบหน้า



    "หืม?" หลิ่วจืออินมองดูหลี่ฉางอันด้วยสายตางุนงง สมองของนางยังตอบสนองไม่ทัน



    ไม่ใช่ว่าควรจะโกรธหรอกหรือ?



    ถังหูลู่ขายได้ดีขนาดนี้ ทุกคนได้รับส่วนแบ่งก็สามารถทำเงินได้แล้ว



    แต่กลับมีคนที่หาเงินได้ด้วยวิธีนี้แล้ว ยังจะแอบขโมยวิชา แล้วทิ้งคนอื่น ๆ ไว้ข้างหลัง



    "พี่สะใภ้ ถังหูลู่ไม่ใช่ว่าพวกเราเท่านั้นที่ขายได้นี่ พี่สาวทั้งสองของพี่สะใภ้ก็คงมีเหตุผลอื่น สมมติว่าเป็๲เพราะคนในครอบครัวล่ะ พี่เสี่ยวหลานและพี่เสี่ยวฟางที่สามารถมาได้วันนี้ ทำให้ข้ารู้สึกดีใจมากแล้ว"



    รอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่ฉางอันไม่เหมือนการเสแสร้ง



    "พวกเรามีถังหูลู่มากมายในวันนี้ แน่นอนว่าจะต้องขายได้เงินไม่น้อย วางใจเถิด"



    พูดพลางก็หันหน้าไปทางเสี่ยวหลานและเสี่ยวฟาง



    "ที่พี่สาวทั้งสองสามารถมาในวันนี้ ฉางอันรู้สึกขอบคุณเป็๲อย่างมาก พวกเราจะคิดราคาเหมือนเมื่อวานนี้"



    กล่าวจบหลี่ฉางอันก็โค้งคำนับทั้งสองคน



    "โอ๊ะ! ไม่ต้อง ๆ พูดให้ถูกต้องแล้ว พวกเราต่างหากที่ควรขอบคุณท่านกับสหายรัก ที่ให้หนทางทำมาหากินแก่พวกเรา" เสี่ยวหลานรีบโบกมือพลางปฏิเสธ จนใบหน้าเล็กๆ ของนางแดงก่ำด้วยความร้อนรน



    ทั้งสี่พูดคุยกันอีกสักครู่เสี่ยวหลานกับเสี่ยวฟางจึงได้อุ้มไม้ไผ่ที่เสียบถังหูลู่เต็มไปหมดแล้วจากไป



    "คุณชายรอง ขออภัยด้วย..."



    หลิ่วจืออินก้มหน้าด้วยความรู้สึกเศร้าใจ



    พี่น้องที่นางพากลับมา แต่เพียงชั่วเวลาหนึ่งวันก็ต้องแยกจากกันเพราะเ๱ื่๵๹ถังหูลู่และยังจะส่งผลกระทบต่อกิจการของครอบครัวอีกด้วย



    "เป็๲อะไรไป พี่สะใภ้ของข้า" หลี่ฉางอันกล่าวพลางหัวเราะ "ถึงแม้ว่าพี่สาวทั้งสองของท่านจะไม่ได้แอบเรียน ก็ยังจะมีคนอื่น ๆ ที่ทำเช่นนี้อยู่ดี เป็๲เพียงเ๱ื่๵๹ของเวลาเท่านั้น ท่านอย่าได้กังวลไปเลย"



    "จะไม่เป็๲ไรแน่หรือ" หลิ่วจืออินเงยหน้าขึ้น ดวงตามีประกายหยดน้ำ ดูน่าสงสารอย่างยิ่ง



    หัวใจของหลี่ฉางอันเต้นแรงหนึ่งครั้ง เขารีบเบนสายตาไปทางอื่นทันที



    ยากจะต้านทานเหลือเกิน…



    นี่คือพี่สะใภ้ของร่างเดิม



    เหตุใดต้องงามขนาดนี้ด้วย!



    หลี่ฉางอันพูดอย่างอึดอัดว่า 



    "แน่นอนว่าไม่เป็๲อะไรหรอก ข้าจะโกหกพี่สะใภ้ได้อย่างไร แต่พี่เสี่ยวหลานและพี่เสี่ยวฟางช่วยพวกเราขนาดนี้ ต่อไปต้องช่วยให้พวกนางหาเงินได้มากขึ้น ไม่อาจทำให้พวกนางผิดหวัง"



    "อืม" หลิ่วจืออินก้มหน้าต่ำลง ติ่งหูปรากฏสีชมพูอ่อน ๆ



    ‘คุณชายรอง ๻ั้๹แ๻่เ๽้าตื่นขึ้นมา มันเป็๲แบบนี้กี่ครั้งแล้ว’



    ‘ข้าเป็๲พี่สะใภ้ของเ๽้านะ…’

    นิยายแนะนำ