บทที่ 25 ลูกสาวแสนดีหลั่งน้ำตา ค่าความประทับใจพุ่งทะยาน!
หลินม่อพึมพำไม่กี่คำ ก่อนจะปล่อยกระบี่บินออกไป
มันบินโฉบเฉี่ยวกลับไปยังเมืองชิงอวิ๋นอย่างช้า ๆ
ทว่า ทันทีที่ก้าวเข้าสู่ตระกูลซู เขาก็เห็นคนในตระกูลกำลังรุมล้อมกันอยู่ที่หน้าศาลบรรพชน
"เกิดอะไรขึ้น?! ผู้าุโใหญ่... ผู้าุโใหญ่สิ้นชีพได้อย่างไร!!
เขาเป็ถึงผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานขั้นที่เก้าเชียวนะ!"
เสียงตื่นตระหนกดังระงมไปทั่วตระกูลซู ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นอย่างยิ่ง และหลินม่อที่มองเห็นภาพนี้ย่อมรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น
ครั้งนี้เขาจะไม่ทำตัวโง่เขลาเข้าไปมุงดูเหมือนคราวก่อน
หลินม่อเก็บงำกลิ่นอายแล้วหลบเลี่ยงฝูงชน มุ่งหน้ากลับไปยังห้องนอนของตนโดยตรง ทว่า ยังไม่ทันก้าวพ้นประตู เสียงเ็าเสียงหนึ่งก็ดังมาจากเงามืดตรงหัวมุม
"ไปไหนมา?"
"หืม? ลั่ว... ลั่วเอ๋อร์ เหตุใดเ้าจึงมาอยู่ที่นี่?" หลินม่อใเล็กน้อย
เดิมทีด้วยระดับสร้างรากฐานของเขา ควรจะตรวจพบซูชิงลั่วได้ตั้งนานแล้ว แต่ทว่า ยามนี้อาการาเ็ยังไม่หายดี พลังปราณจึงปั่นป่วน แม้แต่ััศักดิ์สิทธิ์เขาก็ตั้งใจเก็บกักไว้ เพื่อกดข่มอาการาเ็ภายในร่างกาย ด้วยเหตุนี้จึงไม่ทันสังเกตเห็นคนที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด
"ตอบข้ามา เมื่อคืนท่านไปไหนมา? เหตุใดจึงเพิ่งกลับมาตอนนี้?
แล้วก็... บนตัวท่านนั่น..."
ซูชิงลั่วเดินเข้ามาเค้นถามใกล้ ๆ จึงสังเกตเห็นว่าหลินม่ออยู่ในสภาพสะบักสะบอม
ชุดคลุมสีดำสนิทบนร่างยับยู่ยี่ กลิ่นอายทั่วร่างดูอ่อนแรงไร้ชีวิตชีวา ด้านหลังยังเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนและฝุ่นผง สภาพของเขาในยามนี้ดูไม่ได้เลยสักนิด!
"ข้า... ข้าได้ยินว่าในเมืองมีการต่อสู้กัน! ข้าเลยแอบไปมุงดูความวุ่นวายมา..." หลินม่อตอบตะกุกตะกักไม่กี่คำ
ทันใดนั้นดวงตาก็เป็ประกายเล็กน้อย คล้ายกับนึกอะไรบางอย่างออก
"จริงด้วย! ข้าเก็บอาวุธวิเศษชิ้นหนึ่งได้ในเมือง เป็กระบี่บิน ไม่รู้ว่าระดับไหน เ้าลองดูว่าใช้ได้หรือไม่!"
หลินม่อแสร้งเอื้อมมือไปด้านหลังแล้วหยิบกระบี่บินสีเงินวาววับเล่มหนึ่งออกมา
"ให้เ้า!"
"นี่มัน..."
ซูชิงลั่วใกับการกระทำที่กะทันหันของหลินม่อ
อาวุธวิเศษนั้นล้ำค่า โดยเฉพาะกระบี่บิน
กระบี่บินที่นางพกติดตัวอยู่ตลอดเวลาก็เป็เพียงระดับหนึ่งขั้นต่ำเท่านั้น ซึ่งนั่นเป็เพราะนางมีพร์เฉลียวฉลาด ส่วนคนรุ่นหลังคนอื่น ๆ ในตระกูลซู แม้แต่เศษเสี้ยวของอาวุธวิเศษก็ยังไม่มี
แต่ยามนี้หลินม่อกลับบอกว่าจะมอบกระบี่บินให้แก่นางดื้อ ๆ เื่นี้จะให้นางไม่ใได้อย่างไร
"นี่... กระบี่บินเล่มนี้ท่านได้มาจากที่ใดกัน?!"
"ก็บอกแล้วไงว่า... เก็บได้..."
"เก็บได้? หรือว่า..."
ซูชิงลั่วอดไม่ได้ที่จะนึกถึงแสงกระบี่อันเจิดจ้าเมื่อคืนนี้
'หรือว่ามีการต่อสู้กันจริง ๆ แล้วเขาบังเอิญไปเก็บของตกได้?
แต่ดูจากแสงกระบี่นั่น ผู้ที่มาต้องเป็ยอดฝีมือระดับสร้างรากฐานเป็อย่างน้อย
ในขณะที่เขาเป็เพียงระดับกลั่นลมปราณขั้นที่หนึ่ง...'
เห็นได้ชัดว่าซูชิงลั่วไม่ค่อยเชื่อนัก
ทว่า เมื่อมองดูสภาพยับเยินของหลินม่อที่มีคราบเืติดอยู่ที่ใต้เท้าประปราย แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะมอบกระบี่บินล้ำค่าเล่มนี้ให้นาง นางจึงไม่อยากจะซักไซ้หาความจริงอีกต่อไป เพียงแต่รู้สึกร้อนผ่าวที่ดวงตา คำพูดนับพันคำจุกอยู่ที่อก จนยากจะเอื้อนเอ่ยออกมาได้แม้แต่คำเดียว
"ท่าน... ท่าน... เหตุใดไม่เก็บไว้ใช้เอง ท่านมีกายากระบี่ไม่ใช่หรือ? คิดว่าท่านก็น่าจะใช้กระบี่เป็เช่นกัน"
ซูชิงลั่วเบือนหน้าหนี ไม่กล้ามองหลินม่ออีก เพราะเกรงว่าเขาจะเห็นน้ำตาของนาง
"ข้าน่ะหรือ? ข้าใช้เล่มที่เ้าเปลี่ยนออกมาก็พอแล้ว
ระดับของกระบี่เล่มนี้อย่างไรก็สูงกว่าเล่มของเ้า
ตบะของข้าต่ำเตี้ยนัก ไม่อาจใช้เครื่องมือวิเศษล้ำค่าเช่นนี้ได้หรอก"
หลินม่อหาข้ออ้างส่ง ๆ ไป แต่ในหูของซูชิงลั่วกลับยิ่งทำให้รู้สึกะเืใจ
'เขาเป็อะไรไป... หลายปีมานี้เขาไม่เคยนึกถึงข้าเลยสักครั้ง แต่สองวันมานี้กลับคอยปกป้องข้าทุกอย่าง
แม้แต่อาวุธวิเศษชิ้นนี้ เกรงว่าคงเสี่ยงตายเพื่อให้ได้มันมา แต่ยังฝืนบอกว่าตนเองใช้ไม่ได้...'
ซูชิงลั่วกัดริมฝีปากล่าง ดวงตางามมีหยาดน้ำใส ๆ คลอเบ้า
แน่นอนว่าหลินม่อไม่รู้เลยว่า คำพูดไม่กี่คำของตนทำให้ฝ่ายตรงข้ามซึ้งจนน้ำตาไหลพราก ยามนี้เขาเพียง้าให้ซูชิงลั่วรีบรับอาวุธวิเศษไปเสีย ตนเองจะได้เอาของรางวัลกลับไปรักษาตัว!
"ลั่ว... ลั่วเอ๋อร์ เ้ารีบรับกระบี่เล่มนี้ไปเถิด ข้าเหนื่อยเหลือเกิน อยากไปพักผ่อนแล้ว"
น้ำเสียงของหลินม่อเต็มไปด้วยความอ่อนล้า ซึ่งนี่ไม่ใช่การแสร้งทำ เพราะเมื่อคืนเขาต่อสู้อย่างดุเดือดตลอดทั้งคืน แถมยังต้องนอนกลางป่าเขาอีกหนึ่งคืน ทั้งลมหนาวและน้ำเย็นจัด อีกทั้งอาการาเ็ยังสาหัส หากไม่ใช่เพราะเขามีรากฐานวิถีระดับสุดยอด มีพลังวิเศษที่หนาแน่นและยาวนาน ป่านนี้คงสิ้นใจไปนานแล้ว!
ซูชิงลั่วเองก็รับรู้ได้ถึงความเหนื่อยล้าอย่างยิ่งในน้ำเสียงของหลินม่อ
ทันใดนั้นนางก็รู้สึกปวดใจ นางไม่มองกระบี่บินสีเงินเล่มนั้นอีก เพียงแต่ก้มหน้าค้นหาบางอย่างในถุงเก็บของของตนเอง
ครู่หนึ่ง ขวดโอสถเจ็ดแปดขวดก็ปรากฏขึ้นในมือนาง
"สิ่งเหล่านี้ท่านเก็บไว้ให้ดี ่นี้... หากไม่มีธุระอย่าเพิ่งออกไปข้างนอก ผู้าุโใหญ่สิ้นชีพแล้ว ทั้งในบ้านและในเมืองต่างไม่สงบสุข
ท่าน... ระวังตัวด้วย" ซูชิงลั่วก้มหน้าพึมพำเบา ๆ ไม่กี่คำ พูดจบก็หันหลังเดินจากไป
อารมณ์ที่รุนแรงถาโถมเข้ามาในใจ น้ำตาไม่อาจกลั้นไว้ได้จนไหลรินออกมา
ซูชิงลั่วรีบเดินออกจากลานบ้านไปอย่างรวดเร็ว
หลินม่อมองตามแผ่นหลังที่หายลับไปของนาง
โดยไม่เสียเวลาคิดฟุ้งซ่าน เขาหันกลับมาปิดประตูห้องแล้วเข้าไปด้านใน ตั้งใจจดจ่อรอคอยเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่กำลังจะมาถึง! แววตาของเขาเต็มไปด้วยความคาดหวังจนปิดไม่มิด!
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่มอบของสำเร็จ!]
[สิ่งของที่มอบ : กระบี่บินชำรุดระดับสอง หนึ่งเล่ม]
[ได้รับสิ่งตอบแทนสิบเท่า : กระบี่บินระดับสามขั้นต่ำหนึ่งเล่ม]
[ติ๊ง! การตอบแทนครั้งนี้เกิดการคริติคอล!]
[ระดับคริติคอล : สามดาว]
[ได้รับสิ่งของ : กระบี่บินระดับสามขั้นสุดยอดหนึ่งเล่ม]
[้ารับหรือไม่?]
"คริติคอลสามดาว? กระบี่บินระดับสาม ทำไมแค่สามดาวกันนะ?"
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนของระบบที่ข้างหู หลินม่อก็อ้าปากค้าง เห็นได้ชัดว่ารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
แม้ว่ากระบี่บินระดับสามจะเป็ของที่ล้ำค่าและหายากยิ่งแม้แต่ในสำนักชิงอวิ๋น แต่หลินม่อก็ยังรู้สึกว่าน่าเสียดายอยู่ดี
"แต่ว่า... นี่ไม่ได้หมายความว่าค่าความประทับใจของลั่วเอ๋อร์เพิ่มขึ้นอีกแล้วหรือ!
จะสามารถปลดล็อกฟังก์ชันใหม่ของระบบได้แล้วใช่ไหม?!"
หลินม่อฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ทันที
เขาไม่ได้รีบร้อนรับกระบี่บิน แต่กลับท่องในใจเบา ๆ
'แผงข้อมูลของซูชิงลั่ว'
วูบ~
สิ้นคำนั้น หน้าจอโปร่งแสงก็ปรากฏขึ้นทันที
[ชื่อ : ซูชิงลั่ว]
[ความสัมพันธ์ : ลูกบุญธรรม]
[อายุ : สิบหกปี]
[ฐานะ : เด็กสาวอัจฉริยะแห่งตระกูลซู]
[ระดับบำเพ็ญ : กลั่นลมปราณขั้นที่เจ็ด]
[ค่าความประทับใจปัจจุบัน : 10 แต้ม]
[คำประเมิน : เด็กสาวอัจฉริยะน่าสงสารที่ดันได้พ่อเป็ขยะ ช่างอาภัพนัก!]
"10 แต้ม? ยังไม่อัปเดต!"
สายตาของหลินม่อจ้องเขม็งไปที่แผงข้อมูล
ชั่วพริบตาต่อมา ช่องค่าความประทับใจก็เปลี่ยนแปลงทันที
[ชื่อ : ซูชิงลั่ว]
[...]
[ค่าความประทับใจปัจจุบัน : 40 แต้ม]
"40! เหตุใดจึงสูงถึงเพียงนี้!"
เมื่อหลินม่อเห็นค่าความประทับใจที่อัปเดตแล้วของซูชิงลั่ว เขาก็เผลอร้องะโออกมาด้วยความใ
ต้องรู้ก่อนว่า เขาคิดมาตลอดว่าค่าความประทับใจของซูชิงลั่วเพิ่มขึ้นช้ามาก โดยเฉพาะหลังจากที่กลับมาเป็ค่าบวก แน่นอนว่าเื่นี้พอจะเข้าใจได้
เพราะการที่ค่าความประทับใจกลับมาเป็บวก หมายความว่าซูชิงลั่วไม่ได้เกลียดเขาแล้ว และเริ่มที่จะยอมรับและชอบเขาอย่างช้า ๆ
แต่มันไม่น่าจะพุ่งพรวดขึ้นมาถึง 40 แต้มในทีเดียวแบบนี้!
หลินม่อตกตะลึงถึงขีดสุด
และในขณะนั้นเอง ที่ข้างหูของเขา เสียงแจ้งเตือนของระบบชุดใหญ่ก็ดังระรัวขึ้นมาทันที!