เจ็บจัง..ความรู้สึกเจ็บที่หัวจี๊ด ๆ เหมือนมีใครเอาอะไรมาดึง ทำให้รู้สึกตึง ๆ ตื้อ ๆ อย่างไรไม่รู้ น้ำรินค่อย ๆ ปรือตาขึ้นทีละน้อย หล่อนได้ยินเสียงใครบางคนคุยกันแว่วมากระทบในโสตประสาท
คนที่นอนหลับอยู่บนเตียงเล็กแคบ พยายามลืมตาขึ้น แสงสว่างจากดวงไฟบนเพดานห้องทำให้หล่อนต้องหลับตาลงไปอีกครั้ง ก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้นมาใหม่ จึงได้เห็นเงาราง ๆ ของบุรุษสวมชุด คุ้นตาที่หล่อนเคยเห็นจนชินแล้วในอดีตที่ผ่านมา เสื้อกาวน์สีขาวสะอาดรวมทั้งสตรีที่สวมชุดสีเดียวกัน กำลังเก็บอุปกรณ์กลับเข้าที่ก่อนจะหันมายังหล่อน
“ไม่เป็ไรแล้วนะครับ แผลเย็บที่ศีรษะแห้งสนิทดี หมอตัดไหมให้แล้ว ส่วนที่ข้อมือ ก็ไม่มีปัญหาเช่นกันอีกวันสองวันก็สามารถโดนน้ำได้ เอาละครับเรียบร้อยแล้ว งั้นผมขอตัวก่อน..หายไว ๆ นะครับ” คุณหมอหน้าตาท่าทางใจดี รูปร่างสูงโปร่งแต่งกายขาวสะอาด เดินลับหายไปกับมุมห้อง พร้อม ๆ กับพยาบาลสาวแสนสวย
“ตื่นดีแล้วใช่ไหมครับ เดี๋ยวผมจะพาคุณกลับไปที่ห้องพัก นะครับ” ใครอีกล่ะ น่าจะเป็เ้าหน้าที่เปลสินะ อ๊ะ! นี่เราอยู่ห้องฉุกเฉิน ไม่ใช่ห้องผ่าตัดหรอกหรือ จำได้ว่า ครั้งสุดท้ายก่อนที่สติจะดับวูบไป หล่อนขืนตัวไว้ไม่ยอมเดินตามชายฉกรรจ์ร่างั์ ที่ฉุดกระชากลากหล่อนมาจนถึงรถการต่อสู้ย่อม ๆ ก็เกิดขึ้นอีก ไม่รู้ว่าอีตาบอดี้การ์ดหน้าั์ ทำยังไงให้หล่อนสงบลงได้ โดยที่ไม่รู้สึกเจ็บส่วนไหนในร่างกายเลยสักนิด แต่ก็ช่างเถอะ โอกาสของเรามาอีกแล้ว นายฮิโรยูกิไม่ได้ให้บอดี้การ์ด มาคอยเฝ้าไว้อย่างที่คิด ถึงเฝ้า เขาก็ไม่ให้เข้ามา ดีล่ะ คราวนี้ฉันจะหนีไปจนสุดหล้าฟ้าเขียวเลยคอยดู!
“เอ่อ..คุณคะ ฉันอยากไปห้องน้ำก่อน แถวนี้มีห้องน้ำบ้างไหมคะ?”
“อ๋อ..มีสิครับ เป็ห้องน้ำของเ้าหน้าที่ คุณเดินออกไป แล้วเลี้ยวซ้ายก็จะเจอพอดีครับ”
“ขอบคุณมากนะคะ เอ่อ..คุณคะ แล้วมีทางที่จะออกไปลานจอดรถได้เลยไหม”
“ได้ครับ แค่เดินตรงไปแล้วเลี้ยวขวาก็ทะลุลานจอดรถได้แล้วครับ แต่เอ..แล้วคุณจะไม่กลับไปที่ห้องพัก หรือครับ..อ้าว! หายไปซะแล้ว เฮ้อ.. อะไรของเขาวะ”
ฮ้า! ถึงแล้วเจอถนนจนได้ พวกการ์ดล่ำบึกนั่นคงคิดไม่ถึงแน่ ๆ ว่าเราจะหนีออกทางนี้ ทีนี้จะทำยังไงดี จะเดินไปทางไหนล่ะ รู้แล้ว! เดินไปตามข้างทางนี่ล่ะ ก่อนอื่นเราต้องไปหาร้าน อินเทอร์เน็ต เพื่อส่งเมลไปหาสมรเพื่อนรัก อ๊ะ! ลืมไป! เราไม่มีเงินติดตัวมาเลยสักบาทนี่นา เงินญี่ปุ่นก็ใช้ไม่เป็ ถึงแม้จะมีก็เถอะ
ณ ภัตตาคาร ยิ่งใหญ่อีกแห่งหนึ่ง ที่เป็ของฮิโรยูกิ ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ปลูกสร้างในสไตน์ตะวันตกผสมกับตะวันออกได้อย่างลงตัวเสาสูงสีขาวเสียดเพดานทางด้านหน้าก่อนจะถึงประตูทางเข้า ฮิโรยูกิเดินผ่านห้องโถง ที่มีลูกค้านั่งรับประทานอาหารกัน แน่นขนัด ซึ่งก็เป็ปกติใน่เที่ยงวัน และแม้กระทั่งในทุกค่ำคืนก็จะมีลูกค้า โทรมาสั่งจองโต๊ะรับประทานอาหารในโอกาสต่าง ๆ เต็มเกือบทุกคืน ผู้จัดการหนุ่มรีบวิ่งมาต้อนรับชายหนุ่มและเดินนำเขาไปยังห้องที่จัดพิเศษ และถูกจัดแยกเป็ส่วนตัว ซึ่งเป็ห้องวีไอพี เพื่อรับรองแขกของเขา วันนี้เช่นกัน ฮิโรยูกินัดลูกค้าเพื่อเจรจาการร่วมหุ้นลงทุนขยายกิจการ ออกไปยังแถบเอเชียนั่นก็คือ ประเทศไทย
ชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่า วันนี้เขาสวมสูทสีดำทับเสื้อเชิ้ตสีน้ำตาลเข้ม กับกางเกงสแล็คส์ สีเดียวกับเสื้อสูทราคาแพง ทรงผมที่ตัดแต่งซอยยาวระต้นคอ คิ้วเข้มตวัดพาดเฉียงคู่กับดวงตาสีดำคมกริบ จมูกที่โด่งเป็สัน ปากได้รูปล้วนแล้วแต่ส่งให้ใบหน้าของเขาดูคมคายหล่อเหลาอย่างไม่มีที่ติ ่บ่าไหล่กว้างที่แสดงถึงความ แข็งแรงแห่งบุรุษเพศ และเป็การแสดงออกถึงคนที่ดูแลเอาใจใส่สุขภาพตัวเอง โดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
หนุ่มโสดฐานะร่ำรวยมหาศาล ที่บรรดาสาวโตเกียวทั้งเมือง ้าไขว่คว้าที่จะได้เป็เ้าของหัวใจเขา ไม่ว่าสาวไหนก็เต็มใจที่จะถลาสู่อ้อมกอดของชายหนุ่ม เพราะบุคลิก รูปร่างหน้าตาระดับพระเอกหนังยังอาย แล้วไหนจะบรรดาทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาล ที่สามารถบันดาลให้ผู้หญิงของเขา มีกินมีใช้ได้ไม่ขาดมือ ดูเหมือนว่าสาว ๆ เ่าั้มักจะพร้อมใจเป็ผู้หญิงของเ้าพ่ออัญมณีเพชรพลอย แม้เพียงชั่วข้ามคืนก็ตาม
การเจรจาต่อรอง เพื่อร่วมลงทุนเปิดสาขาโรงแรมที่เมืองไทยเป็ไปอย่างราบรื่น ชายหนุ่มเปิดแฟ้มขึ้นมาอ่านรายละเอียดสักพัก ก็หยิบปากกามาเซ็นตัวอักษร ระบุชื่อของเขาลงไป ซึ่งมีทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาไทยควบคู่กัน ก่อนจะยื่นให้เลขาที่เป็ทั้งบอดี้การ์ดไปในตัวด้วย
“ทางเรามีความยินดีอย่างมากเลยนะครับ ที่ท่านให้เกียรติมาร่วมลงทุนที่ประเทศเล็ก ๆ ของเรา ขอบคุณมากนะครับ”
“ยินดีครับ เพราะถึงยังไงผมก็มักจะเดินทางไปที่ประเทศไทยบ่อย ๆ อยู่แล้ว และอีกหน่อยก็คงจะบ่อยมากกว่านี้” ลับหลังจากที่บรรดาตัวแทนนักลงทุนจากเมืองไทยเดินออกไปจากห้องวีไอพีสุดหรูแล้ว ชายหนุ่มจึงทิ้งน้ำหนัก เอนตัวพิงพนักโซฟากำมะหยี่สีครีม กอดอก หลับตานิ่งอยู่อย่างนั้นสักพัก เพื่อทบทวนอะไรบางอย่างในใจ จะว่าไปแล้ว ทางประเทศไทยได้ส่งตัวแทนมาเจรจา เพื่อขอให้เขาไปร่วมลงทุนที่นั่นไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ แต่ชายหนุ่มไม่เคยสนใจแต่แล้วทำไมคราวนี้ เขาถึงได้ตัดสินใจได้อย่างง่ายดายอย่างนี้นะ..ไม่เข้าใจตัวเองเลยจริง ๆ
กริ๊ง..กริ๊ง.. เสียงโทรศัพท์มือถือ ดังรบกวนความคิด จนต้องลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะสอดมือเข้าไปหยิบมันในเสื้อสูท มือถือรุ่นล่าสุดกรีดร้องเรียกให้เ้าของรับมัน ชั่ววินาทีเสียงร้องนั้นก็หายเงียบไปเมื่อมือใหญ่กดเพื่อรับสายปลายทางโดยอัตโนมัติ
“ฮัลโหล”
“ยังจำกันได้หรือเปล่าคะ? ไม่น่าเชื่อเลยว่า แม้วันเวลาจะผ่านไป กี่ต่อกี่ปี คุณก็ยังใช้เบอร์เดิมอยู่” น้ำเสียงคุ้นหูที่ทำเอาชายหนุ่มถึงกับ กัดกรามกรอด เผลอกำโทรศัพท์ในมือแน่น โดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงจากปลายสาย ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง มันยังคงพลิ้วหวานราวกับว่า มันจะสามารถบาดลงบนหัวใจได้ก็ไม่ปาน
“ฉันจะกลับมาแล้วนะคะ ความฝันของฉันเป็จริงแล้วล่ะ ฉันได้เป็หมออย่างที่ตั้งใจ อีกสักสองวันจะบินกลับไปหานะ คุณยังรอฉันอยู่ใช่ไหมคะ? เพราะว่า..ยังไง คุณก็เป็..ฮีโร่ในใจของฉันเสมอ” เสียงจากปลายสายยังคงพูดต่อไป แต่ทางฝ่ายชายหนุ่มกลับรู้สึกเฉยชา เื่ราวในอดีตมันกำลังผุดขึ้นมาให้เขากลับมานึกถึง เมื่อครั้งที่ยังเป็วัยรุ่นหนุ่มสาว เขาพบรักกับหญิงสาว ที่เป็เพื่อนร่วมชั้นเรียน หล่อนเป็ผู้หญิงที่เพียบพร้อมทุกอย่าง ตระกูลร่ำรวย พอ ๆ กับเขา หล่อนเคยสอนการบ้านให้เขา ในบางครั้งเขาก็สอนการบ้านให้หล่อน ความใกล้ชิดสนิทสนม ทำให้เขาหลงรักเพื่อนสนิทตัวเองโดยไม่รู้ตัว ในวันหนึ่งเขาจึงตัดสินใจสารภาพรักกับหล่อน ไม่น่าเชื่อว่าบุคคลที่มีทุกอย่างเพียบพร้อมสมบูรณ์แบบอย่างเขา จะถูกผู้หญิงที่ตัวเองหลงรักและทะนุถนอมมาตลอดสี่ปีที่อยู่ในมหาวิทยาลัย หล่อนปฏิเสธเขาอย่างไร้เยื่อใย โดยอ้างเหตุผลว่า 'ฮีโร่ ฉันขอโทษจริง ๆนะ ตอนนี้ฉันยังไม่อยากที่จะคิดเื่อื่นเลย นอกจากเื่ที่ฉัน้าตามหาความฝันของตัวเอง นั่นก็คือ ฉันอยากเป็หมอ ฉะนั้นจึงจำเป็ต้องตั้งใจเรียนและจะต้องเข้าเรียนที่ มหาวิทยาลัย ฮาร์วาร์ด ให้ได้ เธอคงเข้าใจฉันนะ ไม่นานหรอกแค่.. ห้าปีเท่านั้น ถึงตอนนั้นฉันจะกลับมาหาเธอ เอาความฝันและความสำเร็จมาฝากเธอยังไงล่ะ'
ในตอนนั้นเขาไม่รู้ว่า เขาได้ตอบอะไรหล่อนไปหรือเปล่า รู้แต่ว่านับจากที่หล่อนจากไป เพื่อไปทำตามความฝันอันยิ่งใหญ่ของตัวเอง เขาก็แทบไม่เป็ผู้เป็คน หลังจากเรียนจบในระดับมหาวิทยาลัย ก็มีแต่เที่ยวเตร่ กินเหล้าเมาสุรา นารี กอปรกับตอนนั้นเขาต้องสูญเสียพ่อและแม่ไปในคราวเดียวกัน เด็กหนุ่มตัวคนเดียวต้องรับผิดชอบหลายอย่าง ทั้งที่ยังไม่ได้ตั้งตัว จนกระทั่งคุณปู่ของเขารู้ข่าวจึงเดินทางจากเกาหลี เพื่อมาดูแลเขาที่ตอนนั้นอ่อนแอเสียยิ่งกว่าอะไร คุณปู่สอนทุกอย่างที่เป็สิ่งที่ดี สอนให้เขารู้จักที่จะเติบโตเป็ผู้ใหญ่ ต้องมาดูแลกิจการที่ตระกูลของเขาได้สร้างมาให้ จนกระทั่งไปเรียนต่อที่ต่างประเทศในสาขาบริหาร ั้แ่บัดนั้นเป็ต้นมาเขาได้กลายเป็ชายหนุ่มมาดขรึม ที่มากด้วยความสามารถ รู้จักวางตัวในสังคม รู้จักเล่ห์เหลี่ยมต่าง ๆ ของบรรดาคู่แข่งทางธุรกิจ
“ฮีโร่คะ? ฟังอยู่หรือเปล่า? ฉันจะกลับไปหาคุณนะคะ แล้วเจอกันที่ญี่ปุ่นค่ะ บาย…” ฮีโร่..ใช่สินะ ไม่มีใครเคยเรียกชื่อนี้ของเขามานาน มากแล้ว นอกจากคุณปู่ของเขา และก็หล่อน ชายหนุ่มจำกัดคนที่เรียกชื่อนี้ได้เฉพาะ คนที่เป็ครอบครัวและคนรักเท่านั้น แล้วหล่อนล่ะ มิจิโกะ ฮานะ คุณสมควรที่จะเรียกชื่อนี้อยู่หรือ ในเมื่อความรักเมื่อครั้งก่อนมันได้เลือนหายตายจากเขาไปนานแสนนานแล้ว
เสียงจากปลายสายเงียบไปได้สักพักแล้ว แต่เขาก็ยังถือโทรศัพท์ค้างไว้อย่างนั้นเป็ครู่ ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะบางใสตรงหน้า อย่างกระแทกกระทั้น พลางเอนหลังพิงกับพนักโซฟาหนานุ่มอีกครั้ง กรามบดขยี้กันจนเป็สันนูนอย่างเห็นได้ชัด ปากได้รูปสวยของเขาเม้มเข้าหากันอย่างสกัดกั้นอารมณ์ หัวคิ้วดกหนาขมวดเข้าหากันอย่างครุ่นคิด ก่อนจะลุกขึ้นยืน มองโทรศัพท์มือถือที่โยนไว้ก่อนหน้าอย่างไม่ไยดีเมื่อครู่ ชายหนุ่มคว้าติดมือมาแล้วจัดการโยนมันทิ้งลงถังขยะใบเล็กข้างห้อง ก่อนจะเดินออกมาจากห้องรับรองระดับวีไอพีนั่นอย่างรวดเร็ว
ฮิโรยูกิ กลับเข้ามาอยู่ในห้องทำงานที่เปิดเครื่องปรับอากาศจนเย็นฉ่ำ มันทำงานเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยินเสียง ห้องทำงานกว้างใหญ่ช่างเย็นเฉียบ ผิดกับเ้าของห้องที่ร้อนรุ่มราวกับไฟมาสุมที่อก หล่อนจะกลับมา กลับมาทำไมอีก ไม่อยากเห็นหน้า ผู้หญิงใจร้ายที่ทิ้งเขาไปเพื่อไปทำตามความฝันบ้าบออะไรของหล่อนหากว่าติดต่อมาบ้างก็ยังดี แต่นี่อะไรหล่อนกลับหายต๋อมไปั้แ่เมื่อห้าปีก่อน ราวกับว่าได้ตายจากกันไปแล้ว แต่แล้ว จู่ ๆ วันหนึ่งหล่อนก็กลับมา มาบอกว่าจะกลับมาหาเขาอย่างนั้นหรือ คิดว่าเขาเป็ของตายอย่างนั้นสิ ชายหนุ่มพยายามจะสลัดภาพเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นระหว่างเขากับหล่อนออกไปจากใจ
“ประทานโทษครับท่าน มีเื่จะรายงานครับ” เลขาและบอดี้การ์ดในคนเดียวกันเคาะประตู ก่อนจะถือวิสาสะก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของเ้านายหนุ่ม เนื่องจากมีเื่ด่วนที่ต้องแจ้ง
“มีเื่อะไรสำคัญหรือ? ทานากะ ถ้าไม่มีอะไรมาก ก็เอาไว้คราวหลังแล้วกัน วันนี้ฉันเหนื่อยแล้ว”
“คิดว่า..น่าจะเป็เื่สำคัญอยู่นะครับ” คิ้วดกดำ ขมวดเข้าหากัน มองหน้าบอดี้การ์ดคู่ใจ นึดหนึ่ง อย่างไม่ถือสากับวาจาเล่นลิ้นของทานากะ
“ผู้หญิงไทยคนนั้น..หนีออกจากโรงพยาบาลไปได้ แต่ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวเราคงตามหาตัวหล่อนเจอจนได้นั่นล่ะครับ ผมได้ให้ลูกน้องออกตามหาแล้วครับ”
เอาอีกแล้วหรือ หล่อนยังคิดจะหนีไปอีกอย่างนั้นหรือ ช่างไม่เข็ดเลยสักนิดว่า การหนีไปของหล่อนไม่เคยสำเร็จเลยสักครั้ง น่าจะรู้ว่าหนีเท่าไหร่ก็หนีไม่พ้นอยู่แล้ว ทำไมยังดื้อด้านอยู่อีก ก็ได้..ถ้าหล่อนอยากไปเดินเล่นก็ปล่อยไปเขาไม่มีเวลาไปสนใจผู้หญิงธรรมดา ๆ อย่างหล่อนอยู่แล้ว ถ้ารอดเงื้อมมือไอ้พวกเศษสวะที่อยู่ข้างนอกนั่นมาได้ ก็ถือว่าเป็โชคดีของหล่อน
“ทานากะ..ไม่ต้องให้ลูกน้องของนายออกตามหาหล่อนหรอก เสียเวลาเปล่า แค่คอยดูว่าหล่อนจะไปได้ซักกี่น้ำเท่านั้นก็พอ เพราะถึงยังไงหล่อนก็ต้องซมซานกลับมาหาฉันอยู่ดี หึ ๆ” พูดออกไปแล้วร่างสูงก็กลับมายืนชิดกำแพงกระจกใส มือใหญ่ถูกซุกไว้ในกระเป๋ากางเกง แววตาที่เฉยชา แต่แฝงไว้ด้วยความครุ่นคิด รู้สึกเป็ห่วงหล่อนอยู่ลึก ๆ สุดใจเท่านั้น ผู้หญิงที่ถูกจับตัวมาจากเมืองไทยโดยอำนาจที่มีมากอย่างล้นเหลือ พาตัวหล่อนมาอย่างง่ายดาย เพียงเพื่อ้าแหวนเพชรวงเล็ก ๆ ที่อยู่กับหล่อนและเพื่อสืบสาวเื่ราว ว่าหล่อนอาจจะรู้จักกับคนที่ให้ของล้ำค่านั้นกับหล่อน ดูเหมือนว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนั้นจะไม่ได้รับรู้อะไรเกี่ยวกับเหตุการณ์โกลาหล ในห้องจัดแสดงที่เมืองไทย จากการสอบสวนจนพบสาเหตุที่แท้จริงแล้ว แต่..เื่ที่หล่อนมีแหวนเพชรอยู่ในมือ ซึ่งตอนนี้มันกลับหายไปโดยที่ตัวหล่อนเองก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>ฝากติดตามด้วยนะคะ