“ไอ้เด็กสามหาว! สมแล้วที่ใครๆ ต่างก็พูดว่าแกคือตัวล้างผลาญ เป็เพราะไม่มีพ่อแม่สั่งสอนนี่เอง พ่อแกคงตายหนีความอับอายที่มีลูกชายอย่างแกน่ะสิ” ท่านลุงรองเซี่ยะโขึ้น
“ข้าเข้าใจแล้ว” เซี่ยลี่หยางพูดยิ้ม
“คนอย่างแกจะไปเข้าใจอะไร”
“ข้าเข้าใจสิ ที่ลูกสาวของท่านตายไปก็เพราะทนความอับอายที่มีพ่ออย่างท่านไม่ได้เหมือนกันใช่ไหมเล่า” เซี่ยลี่หยางไม่คิดที่จะเกรงใจอีกต่อไปแล้ว จะด่าจะว่าเขาอย่างไรเขาก็ไม่สะทกสะท้าน แต่เวลานี้ลุงรองคนนี้กลับกล้ามาด่าพ่อแม่ของเขาต่อหน้าอย่างไม่มีเหตุผล ผู้าุโเช่นนี้เขาไม่คิดที่จะนับถือ
การเสียชีวิตของลูกสาวคนโตของท่านลุงรองเซี่ยเป็ตราบาปที่ติดอยู่ในใจของลุงรองมาตลอด ตอนนั้นเขาอยากมีเส้นสายเพื่อที่จะไปทำการค้าที่ต่างเมือง จึงตัดสินใจยกลูกสาวคนโตให้ไปเป็อนุของคุณชายเกเรซึ่งเป็บุตรชายของท่านที่ปรึกษานายอำเภอ แต่เพราะลูกสาวคนโตมีคนรักอยู่แล้ว อีกทั้งชื่อเสียงของคุณชายท่านนั้นก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ บุตรสาวจึงไม่ยินยอมและต่อต้านคำสั่งของเขาเป็อย่างมาก แต่ท่านลุงรองกลับไม่อ่อนข้อ ซ้ำยังคิดจะจับลูกสาวยัดใส่เกี้ยวแล้วให้คนแบกเกี้ยวไปส่งนางที่ประตูจวนบ้านเ้าบ่าวโดยที่ไม่คิดจะจัดงานแต่งให้ด้วยซ้ำ
นับจากที่รู้ว่าตนเองคงเลี่ยงงานแต่งครั้งนี้ไม่ได้แล้ว ลูกสาวคนโตของท่านลุงรองเซี่ยก็ไม่พูดกับบิดาแม้แต่ครึ่งคำ ท่านลุงรองจึงคิดว่านางยินยอมและไม่ขัดขืนอีกต่อไป แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อเกี้ยวหลังนั้นไปหยุดที่หน้าจวนของท่านที่ปรึกษานายอำเภอ เด็กสาวอ่อนเยาว์ที่แต่งกายด้วยอาภรณ์สีชมพูสวย จะกลายเป็ศพที่ไม่แม้แต่จะหลับตา ทั้งอาภรณ์หรูหราชุดนั้นกลับย้อมด้วยสีแดงไปทั่วร่าง
“ท่านลุงรอง แม่ข้ายังไม่ตาย และท่านพ่อของข้าก็ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิต หากไม่นึกถึงความเป็ญาติและสายสัมพันธ์ในครอบครัว ท่านก็ควรมีสำนึกว่าสิ่งใดควรพูดสิ่งใดไม่ควรพูด ให้สมกับร้อนหนาวที่ผ่านมาในชีวิตของท่านบ้างเถิด” เซี่ยลี่หยางยังพูดต่อ
“นี่เ้า...เ้าด่าว่าข้าอายุมากแล้วแต่ยังไม่รู้จักคิดอย่างนั้นหรือ” ท่านลุงรองชี้หน้าเซี่ยลี่หยางอย่างโกรธจัด
“ก็แล้วแต่จะคิด” เซี่ยลี่หยางยังคงไม่สนใจ เขาหันไปถามลุงใหญ่เซี่ย “ตกลงที่พวกท่านบุกมาบ้านข้าวันนี้ด้วยสาเหตุใด”
“ข้าจะไม่พูดกับคนไร้การอบรมอย่างเ้า” ท่านลุงใหญ่เซี่ยหันไปมองน้องสะใภ้ “น้องสะใภ้สาม ที่เรามาพบเ้าในวันนี้เพราะเป็คำสั่งของท่านแม่ ในเมื่อบ้านสามแยกตัวออกมาแล้ว เพื่อลดคำครหา ท่านแม่จะทำหนังสือแยกบ้านให้พวกเ้าอย่างชัดเจน ต่อไปนี้บ้านสายสามของเ้ากับครอบครัวใหญ่จะไม่เกี่ยวข้องกันอีก”
“พี่สะใภ้สาม ถึงแม้ต่อไปครอบครัวท่านจะแยกออกจากบ้านใหญ่แล้ว แต่ถ้าหากท่านมีสิ่งใดให้ข้าช่วยเหลือ ท่านสามารถไปหาข้าได้ทุกเมื่อ” ท่านอาห้าเซี่ยพูดพร้อมกับเดินไปหาพี่สะใภ้
เซี่ยเหวินซูเห็นสายตาหยาบคายนั้นก็รีบไปยืนบังท่านแม่ไว้
“เหวินซู ผู้ใหญ่จะคุยกัน เหตุใดเ้าต้องเข้ามาขวาง” ท่านอาสามเซี่ยดุหลานชายอย่างไม่พอใจ
“แล้วท่านอาห้าจะเข้ามาใกล้ท่านแม่ของข้าด้วยเหตุใด ชายหญิงควรมีระยะห่าง ท่านไม่เข้าใจคำนี้หรือขอรับ” เซี่ยเหวินซูนึกถึงตอนที่พวกเขายังอาศัยอยู่ในบ้านตระกูลเซี่ย ท่านอาห้ามักจะส่งคนมาแอบดูท่านแม่ที่เรือน เขาไม่ชอบใจกับพฤติกรรมนี้เท่าไหร่ แต่จะให้เขาโวยวายและพูดมากไป มันจะกลายเป็การทำลายชื่อเสียงของท่านแม่ แต่เวลานี้มีคนยืนอยู่มากมาย เขาสามารถพูดให้ทุกคนรู้ถึงเจตนาของท่านอาห้าได้
ท่านลุงใหญ่เซี่ยมองน้องชายห้าหน้าเครียด เมื่อก่อนเขาเคยนึกสงสัยว่าเ้าห้าคงคิดไม่ซื่อกับสะใภ้สาม เวลานี้เขามั่นใจแล้ว แต่เขาจะปล่อยให้เ้าห้าทำเื่นี้สำเร็จไม่ได้ เพราะตัวเขาเองก็พอใจในตัวน้องสะใภ้สามเช่นกัน หากเมื่อก่อนเขามีความกล้ามากพอ เขาคงไม่ปล่อยให้น้องชายคนที่สามชิงตัดหน้าไปสู่ขอนางมาเป็ภรรยาได้หรอก ในเมื่อน้องสามไม่อยู่แล้ว เขาจะต้องเอานางมาเป็ผู้หญิงของเขาให้ได้
“เ้าห้า! เหวินซูพูดถูก อย่างไรนางก็เป็พี่สะใภ้สามของเ้า เ้าต้องรู้จักวางตัวและรักษาระยะห่างจากนางบ้าง” ท่านลุงใหญ่พูด
“เช่นนั้นข้าต้องขออภัยพี่สะใภ้สามด้วยขอรับ ข้าแค่เห็นว่าเราเป็ญาติกัน ข้าจึงลืมนึกถึงเื่นี้ไป” ท่านอาห้าเซี่ยก้มศีรษะขอโทษพี่สะใภ้ แต่ในใจเขากลับเกลียดเซี่ยเหวินซูที่กล้าพูดประจานเขาต่อหน้าผู้อื่น ‘รอให้ข้าได้ตัวแม่ของเ้ามาก่อนเถอะ ถึงตอนนั้นไอ้เด็กไม่มีพ่ออย่างเ้าก็จะไม่รอดพ้นมือข้า’
เซี่ยลี่หยางเห็นว่าเวลานี้สายมากแล้ว เขายังต้องเดินทางไปตรวจกิจการที่โรงสุรา เขาไม่อยากจะเสียเวลากับคนเหล่านี้อีก
“ท่านลุงใหญ่ขอรับ ท่านบอกว่าท่านย่า้าแยกบ้านสายสามของเราออกจากบ้านใหญ่ และต่อไปบ้านสายสามก็จะไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลเซี่ยอีกใช่หรือไม่ขอรับ” เซี่ยลี่หยางถาม
“ท่านย่าประสงค์เช่นนั้น หรือเ้าคิดจะต่อต้าน”
“ข้าไม่ต่อต้านอยู่แล้ว” เซี่ยลี่หยางยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ “แต่ที่ข้าบอกว่าวิธีการมันไม่ถูกต้องก็เพราะหากครอบครัวใหญ่ไม่อยากเกี่ยวข้องกับครอบครัวของข้าจริง เช่นนั้นการตัดสัมพันธ์และการแยกตัวออกจากผังของตระกูลถึงจะเป็วิธีที่ถูกต้อง”
“ตัดสัมพันธ์และแยกตัวออกจากตระกูลเซี่ย” ท่านลุงใหญ่เซี่ยอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ เขากำลังคิดอยู่เชียวว่าจะใช้ข้ออ้างไหนยึดทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของบ้านสายสาม แต่เ้าโง่เซี่ยลี่หยางกลับมอบโอกาสงามๆ มาให้ “เ้ารู้หรือไม่ว่ากฎของตระกูลเรา หากครอบครัวใดขอตัดสัมพันธ์ ทรัพย์สินทั้งหมดก็จะถูกริบคืน”
“ข้าจำกฎของตระกูลเราได้ ถึงแม้ทรัพย์สินทั้งหมดจะเป็ทรัพย์สินที่ท่านพ่อของข้าลงแรงหามาด้วยตัวคนเดียว แต่ข้าก็จะไม่เอามันติดมือมาสักอีแปะ”
“ดี! ในเมื่อเ้า้าเช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ” ท่านลุงใหญ่เซี่ยกำลังจะหันไปสั่งน้องชาย แต่ที่ห้องโถงกลับมีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา เขารีบไปคารวะ “ท่านแม่ ท่านมาที่นี่ได้อย่างไรขอรับ”
“คารวะท่านแม่เ้าค่ะ” เซี่ยฮูหยินย่อกายให้แม่สามี
ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยมองลูกสะใภ้สามตาขวาง ลูกชายคนที่สามของนางเป็คนที่โดดเด่นที่สุดในบรรดาลูกชายทั้งสี่คน แต่เพราะเขาอยากแต่งกับสตรีผู้นี้ ทำให้ลูกชายกล้าขัดคำสั่งและไม่ไปสอบเป็ขุนนาง ตระกูลเซี่ยเป็ตระกูลพ่อค้าที่ร่ำรวย หากในตระกูลมีขุนนางเพิ่มมาสักคน ตระกูลเซี่ยก็จะยิ่งใหญ่และมั่นคงยิ่งขึ้น
แต่เพราะสตรีนางนี้ที่ทำให้ลูกชายกล้าขัดคำสั่งของนาง ทั้งยังมีเ้าใหญ่และเ้าห้าที่แอบมีใจให้น้องสะใภ้และพี่สะใภ้ของตัวเอง นางที่เกิดมาจนอายุปูนนี้แล้วจะดูลูกชายตัวเองไม่ออกหรืออย่างไร มีลูกสะใภ้ที่เป็นังจิ้งจอกเช่นนี้นางก็ไม่อยากจะเก็บไว้
แต่ลูกชายคนที่สามของนางก็โชคร้ายนัก เดินทางออกไปทำการค้ามาเกือบทั่วแคว้นก็ไม่เคยประสบเคราะห์ภัย แต่เมื่อตัดสินใจที่จะไปเยี่ยมครอบครัวของนังสะใภ้จิ้งจอกนั่น กลับมีข่าวว่าลูกชายสุดที่รักถูกคนลอบสังหารจนเสียชีวิตไปแล้ว
“เก็บท่าทางเสแสร้งของเ้ากลับไปเถอะ และข้าก็ไม่ใช่ท่านแม่ของเ้า เรียกข้าว่าฮูหยินผู้เฒ่าก็พอ”
“เ้าค่ะฮูหยินผู้เฒ่า” เซี่ยฮูหยินไม่แปลกใจกับท่าทางของแม่สามี เพราะนางรู้สาเหตุนั้นอยู่แล้ว
ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยกวาดตามองหลานชายกับหลานสาวของบ้านสายสาม เซี่ยลี่หยางเป็เพียงคุณชายเกเรไม่เอาไหน เซี่ยเหวินซูต้องออกจากสำนักศึกษากลางคันเพราะเข้ากับเพื่อนในสำนักศึกษาไม่ได้ ส่วนเซี่ยหรงซิ่ง หลานสาวที่หน้าตาเหมือนกับสะใภ้จิ้งจอกอย่างกับแกะก็ไม่มีความสามารถใด เทียบกับหลานสาวที่อาศัยอยู่ในครอบครัวใหญ่ไม่ได้ ครอบครัวสายสามที่ไร้ประโยชน์เช่นนี้ นางต้องรีบกำจัดทิ้ง
“ทีแรกข้าตั้งใจจะมาดูว่าความเป็อยู่ของบ้านสายสามของพวกเ้าเป็อย่างไรั้แ่ที่ย้ายออกมาจากครอบครัวใหญ่ แต่ไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดที่เด็ดเดี่ยวของหลานชาย” ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยหันไปมองเซี่ยลี่หยาง “ในเมื่อเ้าเป็ตัวแทนในการตัดสินใจของบ้านสายสาม และเป็เ้าที่อยากตัดสัมพันธ์และแยกตัวออกจากผังของตระกูล เช่นนั้นข้าจะออกหน้าและพูดกับผู้าุโในตระกูลให้ตามความตั้งใจของเ้า”
เซี่ยลี่หยางมองหญิงชราอย่างรู้ทัน นางคิดจะโยนความผิดมาให้เขารับว่าเป็เพราะเขาที่อยากตัดสัมพันธ์และอยากแยกตัวออกจากตระกูล เื่มันจะง่ายอย่างนั้นได้อย่างไร
“เดิมทีเื่นี้ก็เป็ความ้าของท่านย่า และท่านลุงใหญ่ก็อยากยึดครองทรัพย์สินที่ท่านพ่อของข้าสร้างขึ้นมา แต่ทำไมพวกท่านถึงโยนความผิดมาให้ข้ารับผิดชอบกันเล่า เห็นทีเื่การตัดสัมพันธ์คราวนี้คงต้องให้ทางการเป็คนกลางช่วยตัดสินเสียแล้ว” เซี่ยลี่หยางพูดขึ้น
ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยหรี่ตามองหลานชาย หากเื่นี้มีคนของทางการเข้ามาเกี่ยวข้อง ชื่อเสียงของตระกูลเซี่ยย่อมเสียหาย หลานชายที่กำลังมีอนาคตไกลและหลานสาวที่เป็ที่หมายปองของตระกูลใหญ่ก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย นางสูดหายใจเข้าลึกๆ “เื่นี้เป็เื่ในครอบครัว เหตุใดถึงต้องทำให้เ้าหน้าที่ทางการลำบากใจ”
“หากไม่ทำให้เ้าหน้าที่ทางการลำบากใจ ต้องเป็ครอบครัวสายสามของข้าที่ต้องลำบากใจและก้มหน้ารับกับคำครหาในการขอแยกตระกูลออกมาหรือขอรับ”
“เซี่ยลี่หยาง!” ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยตระโกนขึ้น นางไม่คิดว่าหลานชายจะกล้าต่อปากต่อคำ
“ท่านย่าอย่าเสียเวลาเลยขอรับ ทำเื่ตัดสัมพันธ์และแยกตัวออกจากตระกูลให้เสร็จเร็วๆ เลยจะดีกว่า ทรัพย์สินทุกอย่างข้าจะยกให้ครอบครัวใหญ่ทั้งหมด แต่มีข้อแม้เดียวคือในเหตุผลของการตัดสัมพันธ์และขอแยกตัวออกจากผังของตระกูลต้องเขียนให้ชัดว่าเป็ความ้าของท่าน เพราะท่านเป็ผู้าุโที่สุดในครอบครัวเรา เราย่อมปฏิบัติตามคำสั่งของท่าน อ้อ...หากไม่ยินยอม บรรดาพี่น้องชายหญิงในครอบครัวใหญ่จะได้รับผลกระทบอย่างไรจากการกระทำของข้า ข้าก็จะไม่สน”
“นี่...นี่เ้าขู่ข้าหรือ” ฮูหยินผู้เศร้าเซี่ยกัดฟันถามหลานชาย ทุกวันนี้ชื่อเสียงของเซี่ยลี่หยางก็ส่งผลกระทบต่อครอบครัวมากพออยู่แล้ว หากเ้าหลานเลวคนนี้ไปก่อเื่ขึ้นอีก อนาคตของหลานชายและหลานสาวทั้งหลายคงรักษาไว้ไม่ได้แล้ว
“หลานชายจะกล้าไปขู่ท่านได้อย่างไร” เซี่ยลี่หยางยิ้ม
ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยไม่เคยโมโหมากเท่านี้มาก่อนเลยในชีวิต เมื่อนึกถึงสมาชิกในครอบครัวใหญ่ นางก็ได้แต่ต้องยอมรับเงื่อนไข แต่นางก็ไม่ลืมที่จะย้ำกับทุกคนว่าห้ามแพร่งพรายเื่นี้ออกไปเป็อันขาด หากให้คนนอกรับรู้เหตุผลในครั้งนี้แม้แต่คนเดียว ครอบครัวใดที่พูดออกไปก็จะถูกขับออกจากตระกูลเช่นกัน