“นักเรียนหานซูฉี เธอไปเอาข้อสอบพวกนี้มาจากไหน เธอไม่รู้หรือว่าการทุจริตในครั้งนี้จะทำให้โรงเรียนของเราถูกตัดสิทธิ์ในการเข้าร่วมแข่งขันทางวิชาการทั้งหมดเป็เวลาห้าปี” อาจารย์หม่าถามอย่างโมโห “อาจารย์มองว่าเธอเป็นักเรียนที่อยู่ในกลุ่ม Top3 ของระดับชั้น แต่ไม่คิดว่าเธอจะกล้าทำเื่น่าอายแบบนี้ หรือที่ผ่านมาคะแนนสอบของเธอเป็ของปลอม เธอทุจริตการสอบมาตลอดเลยใช่ไหม”
“อาจารย์หม่าครับ อาจารย์จะปรักปรำน้องสาวผมอย่างนี้ไม่ได้นะครับ ฉีฉีไม่มีทางโกงข้อสอบแน่นอน” หานซ่งเฉวียนปกป้องน้องสาว
“หลักฐานที่มีอยู่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าหานซูฉีเป็คนเอาของพวกนี้มาซ่อนไว้ใต้หมอนของเถาเถา ถ้านายยืนยันว่าน้องสาวนายไม่ได้โกงข้อสอบ ก็แสดงว่าเธอกำลังสร้างหลักฐานเท็จเพื่อมาใส่ร้ายเถาเถาน่ะสิ” เย่จื่อหานยกยิ้มที่มุมปากแล้วชี้ไปที่ซองเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะ “แต่ประเด็นสำคัญคือข้อสอบพร้อมเฉลยชุดนี้ หานซูฉีไปเอามาจากไหน นายต้องให้เธอชี้แจงให้อาจารย์ฟัง ไม่ใช่จะมาปฏิเสธอยู่ท่าเดียว”
“ไม่นะคะพี่ใหญ่ ฉันไม่ได้โกงข้อสอบ แล้วฉันก็ไม่รู้ด้วยว่าข้อสอบพวกนี้มันมาอยู่ในห้องพักของฉันได้ยังไง” หานซูฉีชี้หน้าหลิงผูเถา “เป็ฝีมือของเธอใช่ไหม เธออิจฉาที่เห็นฉันได้เป็ตัวแทนมาสอบแข่งขัน และเธอก็กลัวว่าเย่จื่อหานจะหันมาสนใจฉันใช่ไหม”
“หานซูฉี เธอลืมไปหรือเปล่าว่าฉันก็เป็ตัวแทนในการมาสอบวิชาการเหมือนกัน แล้วฉันจะไปอิจฉาเธอทำไม” หลิงผูเถาหันไปพูดกับคณะกรรมการจัดการแข่งขัน “บางทีกล้องวงจรปิดที่หนูบันทึกไว้อาจทำให้หลายคนสงสัยและคิดว่าเป็หนูที่วางแผนเพื่อทำลายชื่อเสียงของหานซูฉี แล้วถ้าหากเป็ภาพจากกล้องวงจรปิดของส่วนกลางล่ะคะ มันจะเชื่อถือได้มากกว่าหรือเปล่า”
“เธอหมายความว่ายังไงนักเรียนหลิง” อาจารย์เสิ่นถาม
“หนูไม่มั่นใจหรอกนะคะว่าสิ่งที่หนูเห็นจะเป็เื่จริงหรือเปล่า แต่ตอนที่หนูกับหานซูฉีเข้าไปในห้องพัก หลังจากนั้นประมาณห้านาทีก็มีคนมาเคาะประตู และหานซูฉีก็เป็คนไปเปิดประตูห้องค่ะ”
“ใคร? เธอหมายถึงใครมาหาฉัน ไม่มีนะ หลังจากที่เราเข้าห้องพัก ฉันก็ไม่ได้ออกมาพบใครเลย” หานซูฉีปฏิเสธ
“อาจารย์ขอดูภาพจากห้องควบคุมได้นะคะ” หลิงผูเถาเสนอ
อาจารย์เสิ่นโทรศัพท์ไปที่ห้องควบคุมทันที เขาระบุเวลาสำหรับตรวจสอบข้อมูลให้หัวหน้าแผนกทราบอย่างชัดเจน
หลิงผูเถามองดูหานซูฉีแล้วยิ้มอย่างพอใจเพราะเห็นว่าแผนของเธอใกล้สำเร็จแล้ว หานซูฉีเข้าใจถูกต้องว่าตนเองไม่ได้ออกไปพบใคร เพราะในระหว่างที่หานซูฉีเข้าไปทำธุระในห้องน้ำ หลิงผูเถาก็คว้าเอาเสื้อวอร์มของหานซูฉีขึ้นมาสวมเพื่อออกไปรับซองเอกสารจากชายปริศนาที่หน้าประตู และตอนที่หลิงผูเถาเดินออกมารับซองเอกสาร เธอก็ไม่ลืมที่จะยกฮู้ดขึ้นมาสวมเพื่อปิดบังใบหน้าเพื่อทำให้คนเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็หานซูฉี
ส่วนภาพจากกล้องวงจรปิดของเธอจะเริ่มบันทึกตอนที่หานซูฉีออกมาจากห้องน้ำแล้ว ถึงแม้หลักฐานจะดูคลุมเครือไปบ้าง แต่ความสงสัยทั้งหมดก็พุ่งไปที่หานซูฉีอย่างช่วยไม่ได้
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เ้าหน้าที่ห้องควบคุมก็เอาบันทึกจากกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่บริเวณทางเดินหน้าห้องพักชั้นสองตาม่เวลาที่อาจารย์เสิ่นระบุมาเปิดให้ทุกคนดู และทุกคนก็เห็นว่าเป็หานซูฉีที่สวมเสื้อวอร์มมีฮู้ดออกมารับซองเอกสารจากชายแปลกหน้าที่หน้าห้องพักตามที่หลิงผูเถาบอกไว้จริงๆ และในภาพยังเห็นหานซูฉียื่นเงินสดปึกหนาให้ผู้ชายคนนั้นอีกด้วย
“หลักฐานชัดเจนขนาดนี้ เธอยังมีอะไรจะแก้ตัวอีกหรือเปล่านักเรียนหาน” อาจารย์หม่าถามอย่างโมโห เขาเป็อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการแข่งขันทางวิชาการของโรงเรียนมาแล้วสิบปี นี่เป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกถึงความอับอายและความล้มเหลวในการจัดการของตัวเอง เวลานี้นอกจากความโกรธแล้ว เขายังอยากจะกลับไปลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบจริงๆ
“อาจารย์หม่าใจเย็นก่อนครับ” อาจารย์เสิ่นเข้าใจสหายคนนี้ของเขาเป็อย่างดี อาจารย์หม่าเป็อาจารย์ที่ปฏิบัติตัวอยู่ในกฎระเบียบมาตลอด แต่นักเรียนของตัวเองกลับทำเื่น่าอายอย่างการโกงข้อสอบ เขาคิดว่าสหายของเขาคงกำลังคิดถึงเื่ลาออกอยู่แน่ แต่เขาไม่อยากให้สหายของเขาตัดอนาคตตัวเองอย่างนั้น
“เมื่อพิสูจน์ได้แล้วว่านักเรียนของผมทำผิด คณะกรรมการทุกท่านสามารถตัดสิทธิ์โรงเรียนของเราได้เลยครับ” อาจารย์หม่าพูดอย่างเสียใจ “ผมคงต้องพานักเรียนของผมเดินทางกลับวันนี้เลย ผมต้องขอโทษคณะกรรมการทุกท่านอีกครั้งนะครับ”
“อาจารย์หม่าครับ เรารอให้ผู้ปกครองของนักเรียนหานมาถึงก่อนไหมครับ บางทีนักเรียนของคุณอาจจะยังเข้าร่วมการแข่งขันได้” อาจารย์เสิ่นบอก
จากนั้นหลิงผูเถา เย่จื่อหาน หานซ่งเฉวียน และหานซูฉี ก็ถูกคณะกรรมการจัดการแข่งขันสั่งให้ขึ้นไปนั่งรอฟังผลที่ห้องพัก ตลอดระยะเวลาสองชั่วโมง หลิงผูเถานั่งอ่านหนังสืออยู่อย่างไม่สนใจว่าหานซูฉีจะมองเธออย่างเกลียดชัง แต่ถึงอย่างนั้นหานซูฉีก็ไม่กล้าก่อเื่อะไรอีก เธอยังเชื่อมั่นว่าคุณพ่อคุณแม่จะจัดการเื่นี้ให้เธอได้ และเธอจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นเองว่าเธอไม่ได้โกงข้อสอบ ผลการเรียนของเธอเป็ผลมาจากความขยันและมันสมองที่ดีของเธออย่างแท้จริง
เพียงแต่ผลการตัดสินกลับไม่เป็อย่างที่หานซูฉีหวัง ถึงแม้โรงเรียนของเธอจะไม่ถูกตัดสิทธิ์ให้ออกจากการแข่งขัน แต่เธอกับหานซ่งเฉวียนกลับต้องออกจากการแข่งขันเพราะเหตุผลเื่สุขภาพ เป็เพราะหานทรานสปอร์ตเป็หนึ่งในผู้สนับสนุนโครงการ ประธานหานยอมเสียเงินบริจาคเพิ่มอีกหลายล้านเพื่อให้คณะกรรมการช่วยปิดข่าวเื่การโกงข้อสอบของลูกสาว ด้วยกลัวว่าลูกชายจะเจอเหตุการณ์ที่ถูกคนใส่ร้ายแบบเดียวกัน ประธานหานจึงตัดสินใจถอนตัวหานซ่งเฉวียนออกจากการแข่งขันครั้งนี้ด้วย
เพราะการแข่งขันทางวิชาการรายการนี้เป็การแข่งขันระดับประเทศ หากมีข่าวว่าลูกชายกับลูกสาวของหานทรานสปอร์ตมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโกงข้อสอบ แผนการที่ประธานหานจะเอาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ก็จะได้รับผลกระทบตามไปด้วย ซึ่งเขายอมไม่ได้
“คุณคะ ฉันไม่เชื่อว่าลูกสาวของเราจะทำเื่น่าอายแบบนี้ ทำไมคุณไม่ตรวจสอบต่ออีกสักหน่อยล่ะคะ” หลี่ซูหว่านถามสามี
“คุณมั่นใจได้ยังไงว่าไม่ใช่ฝีมือฉีฉี” หานเฟิงถามกลับ
“ฉีฉีมีนิสัยยังไงทำไมฉันจะไม่รู้ หรือว่าคุณไม่เชื่อใจลูกคะ”
“คุณพ่อคะ หนูไม่ได้ทำจริงๆ นะคะ” หานซูฉียังร้องไห้ไม่หยุด “ต้องเป็หลิงผูเถาแน่ๆ เลยค่ะ นังนั่นหวังจะทำลายชื่อเสียงของหนู”
“ไม่ว่าจะเป็ฝีมือใคร แต่พ่อไม่อนุญาตให้สืบเื่นี้ต่ออีกแล้ว อีกไม่นานหานทรานสปอร์ตของเราก็จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ ่หัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้ พ่อไม่อยากให้มีข่าวลือมากระทบกับชื่อเสียงของบริษัท” หานเฟิงมองลูกสาว “ถือว่าครั้งนี้เป็บทเรียนให้ลูกก็แล้วกัน ต่อไปจะทำอะไรก็ให้รอบคอบกว่านี้ หรือหากคิดว่าตัวเองจัดการไม่ได้ก็ให้มาบอกพ่อ เส้นสายของพ่อมีมากมาย จัดการกับผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งมันจะไปยากอะไร”
“คุณพ่อก็สงสัยว่าเื่นี้เป็ฝีมือของนังหลิงผูเถาใช่ไหมคะ”
หานเฟิงไม่ตอบคำถามลูกสาว แต่เขากลับหันไปถามลูกชาย “แล้วเื่ที่แกอยู่ดีๆ ก็ไปเปิดห้องพักของน้องสาวล่ะ อย่าบอกว่าแกจะเข้าไปเอาสมุดโน้ตให้น้อง พ่อไม่ได้โง่หรอกนะ”
หานซ่งเฉวียนก้มหน้าไม่ตอบคำถาม เป็หานซูฉีที่พูดขึ้นมาเอง “ถ้าหนูบอกความจริง คุณพ่อจะไม่โกรธเราใช่ไหมคะ”
“ลูกพูดมาก่อนเถอะ”
“ความจริงแล้วที่พี่ใหญ่อยากถอนหมั้นกับหวงเหมยลี่ ไม่ใช่เพราะตระกูลหวงไปสร้างความไม่พอใจให้ประธานหลิงอย่างที่คุณพ่อคุณแม่เข้าใจหรอกค่ะ แต่เป็เพราะพี่ใหญ่ชอบหลิงผูเถา เขาพยายามไปง้อเพื่อขอคืนดีกับเธอหลายครั้ง แต่หลิงผูเถาก็ไม่ใจอ่อน คงจะโกรธที่พี่ใหญ่ถอนหมั้นเธอน่ะค่ะ” หานซูฉีทำหน้าเศร้าและไม่กล้าสบตาคุณพ่อ “หนูไม่อยากเห็นพี่ใหญ่เอาแต่นั่งทำหน้าเศร้าทั้งวัน หนูก็เลยวางแผนให้พี่ใหญ่กับหลิงผูเถาได้อยู่กันตามลำพังเพื่อปรับความเข้าใจ แต่ไม่คิดว่าอาจารย์จะมาเห็นเสียก่อน”
หานเฟิงได้ยินแผนของลูกสาวก็ขมวดคิ้ว มันช่างเป็แผนที่ตื้นเขินและไร้ความรอบคอบ เขาถอนหายใจแล้วพูดกับลูกชาย “แกนะแก แผนหลอกเด็กแค่นี้ก็เชื่อว่ามันจะสำเร็จเหรอ แล้วถ้าวันนี้แกกับหนูเถาเถาได้อยู่ในห้องกันตามลำพังจริงๆ แกจะทำยังไงต่อ แกจะแสดงความรับผิดชอบด้วยการหมั้นกับหนูเถาเถาเพื่อให้เขาเห็นความจริงใจของแกอย่างนั้นเหรอ แล้วแกคิดจริงๆ เหรอว่าประธานหลิงจะยอมยกลูกสาวให้มาหมั้นกับแกเพราะเหตุผลแค่นี้”
“แล้วพ่อจะให้ผมทำยังไงล่ะครับ ผมคิดแผนอื่นไม่ออกแล้วจริงๆ” หานซ่งเฉวียนยอมรับออกมาตามตรง
“ทำไมแกไม่เอาชนะใจเธอด้วยความสามารถของแกเอง แกทั้งเก่ง ทั้งฉลาด หน้าตาก็ดี แถมยังเล่นกีฬาเก่งอีกด้วย เด็กสาวในวัยนี้ก็ชอบแบบนี้กันทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ” หานเฟิงหรี่ตามองลูกชาย “หรือคู่แข่งคนอื่นมีคุณสมบัติดีกว่าแก หนูเถาเถามีคนที่ชอบแล้วเหรอ”
“เถาเถาดูจะสนิทสนมกับเย่จื่อหานเป็พิเศษครับ”
“ลูกชายของประธานเย่น่ะเหรอ” หานเฟิงถอนหายใจ “คู่แข่งของแกก็แข็งแกร่งจริงๆ นั่นล่ะ แต่ก็อย่าเพิ่งยอมแพ้ ตอนนี้แกเพิ่งเรียนอยู่ชั้นมัธยม ยังต้องเรียนมหาวิทยาลัยต่ออีกหลายปี ถึงตอนนั้นแกก็พยายามสร้างความมั่นคงและแสดงความสามารถให้เธอเห็น ตราบใดที่พวกเขายังไม่เข้าพิธีแต่งงาน แกก็มีสิทธิ์ที่จะแย่งเธอมาได้”
“ก็นี่ล่ะค่ะ เหตุผลที่ว่าทำไมหนูถึงต้องช่วยให้พี่ใหญ่สมหวังในความรักกับหลิงผูเถา” หานซูฉีพูดแทรกขึ้นมา
“แล้วทำไมลูกถึงอยากให้พี่ชายคนหวังขนาดนั้นกัน”
“ก็เพราะหนูชอบเย่จื่อหานยังไงล่ะคะ เพราะถ้าพี่ใหญ่สมหวังกับหลิงผูเถา เย่จื่อหานก็จะต้องหันมามองหนู”
หานซูฉีสารภาพกับคุณพ่อคุณแม่ว่าเธอรู้สึกยังไงกับเย่จื่อหานจนลืมไปเลยว่าวันนี้เธอถูกตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขันเพราะโกงการสอบ อีกอย่างเธอมั่นใจมากว่าด้วยเงินบริจาคจำนวนมากที่คุณพ่อเสนอให้กับคณะกรรมการจัดการแข่งขันเพื่อให้ช่วยปิดข่าว เื่ที่เธอโกงข้อสอบก็จะถูกเก็บเป็ความลับตลอดไป แต่เธอไม่คิดว่าฟอรัมของโรงเรียนได้มีการตั้งกระทู้เื่นี้ไว้แล้ว ไม่นานกระทู้ดังกล่าวก็กลายเป็กระทู้เด็ด และพฤติกรรมในการโพสต์ใส่ร้ายหรือแม้แต่ไปเขียนคอมเมนต์ต่อว่าเพื่อนร่วมโรงเรียนของหานซูฉีก็ถูกยกขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง
และครั้งนี้สภานักเรียนก็ไม่ยอมอยู่เฉย พวกเขาได้มีการตั้งโต๊ะเพื่อเชิญชวนให้นักเรียนทุกระดับชั้นมาร่วมลงชื่อเพื่อขอให้ทางโรงเรียนไล่หานซูฉีออก โดยมีนักเรียนหลายคนยื่นความจำนงที่จะย้ายโรงเรียนหากโรงเรียนไม่มีมาตรการจัดการกับหานซูฉี
เดือดร้อนไปถึงผู้อำนวยการโรงเรียน คณะกรรมการบริหารโรงเรียน รวมถึงสมาคมผู้ปกครองต้องเชิญให้หานเฟิงและหลี่ซูหว่านมาร่วมประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาก่อนที่เื่จะบานปลาย การประชุมกินเวลาไปอีกหลายชั่วโมง แม้หานเฟิงกับหลี่ซูหว่านจะเสนอเงินบริจาคให้โรงเรียนไปอีกมากมาย แต่สุดท้ายหานซูฉีก็ต้องลาออกจากโรงเรียนอยู่ดี