โรงเตาหลอมตั้งอยู่ไกลมาก เยี่ยนชิงหยางใช้เวลามากกว่าหนึ่งชั่วยามกว่าจะมาถึง
โรงเตาหลอมถูกแบ่งออกเป็สองส่วน เป็โรง้าและโรงด้านล่าง โรงด้านล่างสำหรับศิษย์สายนอก โรง้าสำหรับศิษย์สายในประตูและศิษย์สืบทอด
ผู้ดูแลโรงด้านล่างรับป้ายจากเยี่ยนชิงหยาง จ้องมองนางอีกครั้งก่อนยกนิ้วขึ้นสั่ง “เ้า ไปห้องเตาหลอมสอง”
ในขณะนั้น ศิษย์ชายหยาบคายที่อยู่ข้างๆ ก็พูดขึ้น “นี่ ผู้ดูแล ท่านไม่คิดว่านี่มันลำบากเกินไปสำหรับเด็กสาวเหรอ หากข้าเห็นนางไม่หายใจแล้วจะช่วยยังไง เดี๋ยวเดียวนางก็ตายแล้ว!”
อีกคนก็พูดขึ้นว่า “นั่นสิ อีกอย่าง ห้องเตาหลอมสองมีคนประหลาด ขนาดพวกเราไปยังได้รับการปฏิบัติที่ไม่ดี ไม่ต้องพูดถึงสาวน้อยคนนี้ คนประหลาดนั่นจะไม่ตบสาวน้อยจนกระเด็นหรอกหรือ”
“ใช่ ผู้ดูแล สาวน้อยรูปงามผู้นี้จะต้องถูกตบกระเด็น น่าสงสารยิ่งนัก”
เยี่ยนชิงหยางเกิดความสงสัย ทำไมทุกคนถึงคิดว่านางจะถูกตบกระเด็น ห้องเตาหลอมสองประหลาดขนาดนั้นเลยเหรอ
ผู้ดูแลมองไปยังศิษย์ชายเ่าั้ “สอดรู้สอดเห็น ไปไหนก็ไป ไม่ให้นางไป หรือพวกเ้าจะไปล่ะ”
ฝูงชนต่างแยกย้ายออกไป เยี่ยนชิงหยางถามคนในบริเวณนั้นเพื่อหาทางเดินไปยังห้องเตาหลอมสอง ระหว่างทางผู้คนเ่าั้ต่างมองนางด้วยความสงสาร
ศิษย์ชายคนหนึ่งจับนางไว้และพูดว่า “ห้องเตาหลอมสองมีคนประหลาดด้วย เขาอยู่ข้างในตลอดทั้งวันจึงมีอารมณ์ร้าย หากไม่ชอบใจใครก็จะทำร้ายคนนั้น ไม่มีใครกล้าลงโทษเขา เขาต้องมีประวัติที่ไม่ธรรมดาแน่ เ้าไปแล้วต้องระวังด้วย”
เยี่ยนชิงหยางเอ่ยขอบคุณศิษย์ชายผู้นั้น เขาจับนางไว้อีกครั้ง เอ่ยถามแ่เบา “สาวน้อย เ้าไปล่วงเกินผู้ดูแลใช่ไหม”
เยี่ยนชิงหยางกะพริบตาปริบ “ขัดใจศิษย์รับใช้ที่เขตห้าของผู้ดูแลหลิวน่ะ นับด้วยเหรอ”
ที่พักของศิษย์รับใช้มีหลายเขต แต่ละเขตจะมีผู้ดูแล นางอาศัยอยู่ที่เขตห้า
ศิษย์ชายผู้นั้นตบเข้าที่ต้นขาราวกับนึกขึ้นได้ “อ่า นั่นก็ใช่แล้ว ผู้ดูแลหลิวนั้นเป็...อนุภรรยาของผู้ดูแลของพวกเรา” พูดจบแล้วมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง
เยี่ยนชิงหยางคาดการณ์ไว้แล้ว ว่าผู้ดูแลหลิวกับผู้ดูแลโรงเตาหลอมต้องมีความสัมพันธ์กัน คาดไม่ถึงว่าไม่ได้ล่วงเกินแค่คนถ่อย ล่วงเกินทั้งทีก็ล่วงเกินรังโจร
หลังจากถอนหายใจ เยี่ยนชิงหยางมุ่งหน้าไปยังห้องเตาหลอมสอง
นางเดินไปเคาะประตู
มีเสียงคำรามดังมาจากข้างในทันที “เข้ามาสิ ทำไมช้านัก!”
เยี่ยนชิงหยางผลักประตูเข้าไป มีบางอย่างที่ถูกลมพัดเข้ามาปะทะผ่านใบหน้า นางกะพริบตาอย่างรวดเร็ว เห็นได้ว่ามันเป็หินก้อนเล็กๆ
หินกระแทกประตูแตกเป็เสี่ยงๆ เกิดเสียงดังปัง
“มันเป็หินเคลือบ เ้าชดใช้มา!” เขาตวาดเสียงดังด้วยความไม่พอใจ
เยี่ยนชิงหยางเห็นชายหนุ่มคนหนึ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ
ชายหนุ่มหน้าซีดเซียว คงเป็ผลมาจากการอยู่ในห้องนี้มาตลอดทั้งปี
คิ้วเรียวยาว ดวงตาเล็กเรียว แววตาประกายสีทองเล็กน้อย ริมฝีปากแดงก่ำบางเฉียบเม้มแน่น เป็ความงดงามที่ร้ายกาจ
โดยรวมแล้วงดงามชวนหลงใหล รูปงามไร้ที่ติ!
เยี่ยนชิงหยางพลันรู้สึกแสบจมูกขึ้น นางจำได้ว่าคนคนนี้เป็ใคร
มู่หรงเหยี่ยน บุตรชายคนเล็กของตระกูลมู่หรง ยอดฝีมือเตาหลอม
ชีวิตที่แล้ว ทั้งมู่หรงเหยี่ยนและเยี่ยนชิงหยางต่างชื่นชอบการหลอม
ทั้งสองต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงแร่หิน ในตอนนั้นเป็การฝึกฝนหรือเล่นกันก็ยากที่จะแยกแยะ ไม่นานจากการต่อสู้ระหว่างคนแปลกหน้าได้กลายเป็เพื่อนสนิท
ทั้งสองมักจะทะเลาะกันเื่ความคิดเห็นที่ต่างกันในเื่เตาหลอม แล้วก็จะยิ้มให้กันเพราะความเข้าใจบางอย่าง
ทว่าหลังจากนั้นมู่หรงเหยี่ยนตายั้แ่อายุยังน้อย น่าสงสารที่ยอดฝีมือคนหนึ่งต้องจากไป
สาเหตุการตายของมู่หรงเหยี่ยนนั้น นางจำได้ว่าหลังจากลั่วซิงได้รับรากิญญาไฟ ชื่อตานเจินเหรินก็ให้นางเป็ศิษย์สืบทอด ยิ่งนานวันยิ่งพบเจอกันบ่อยขึ้น
ผู้คนมากมายล้วนชื่นชอบลั่วซิง แต่มู่หรงเหยี่ยนไม่ใช่หนึ่งในนั้น เขามักจะมองนางด้วยความไม่พอใจ ทั้งยังเตือนเยี่ยนชิงหยางบ่อยครั้งว่าลั่วซิงมีเจตนาร้าย
คิดมาถึงตรงนี้ การตายของมู่หรงเหยี่ยนต้องเกี่ยวข้องกับลั่วซิงอย่างแน่นอน
ทว่าทำไมมู่หรงเหยี่ยนถึงมาอยู่ในโรงเตาหลอมด้านล่าง เยี่ยนชิงหยางครุ่นคิดครู่หนึ่งก็เข้าใจ นางเคยได้ยินมู่หรงเหยี่ยนเล่าว่า ครั้งแรกที่มาสำนักอวิ๋นหวานั้นเขาแอบทางบ้านมา ปิดบังคุณสมบัติอยู่ที่ประตูด้านนอก ภายหลังจึงถูกเปิดเผย ได้คารวะเ้าหุบเขาไป่เลี่ยนเป็อาจารย์
“เกิดโง่ขึ้นมาหรือไง หรือหายใจเอาอากาศเข้าไปไม่ได้ เ้ามาทำอะไรที่นี่” ตอนนี้มู่หรงเหยี่ยนมองจ้องเยี่ยนชิงหยางเขม็ง ยิ่งทำให้เขาไม่พอใจมากขึ้น จึงตวาดเสียงดัง
เยี่ยนชิงหยางกะพริบตา กลั้นน้ำตาและเดินเข้าไปพูดด้วยน้ำเสียงแ่เบา “ข้าเป็ศิษย์รับใช้ที่ผู้ดูแลส่งมา ให้ทำอะไรก็สั่งข้าได้เลย!”
“สั่งเ้าน่ะเหรอ เ้าสามารถทำอะไรได้บ้าง” มู่หรงเหยี่ยนดูแคลน
เยี่ยนชิงหยางคลี่ยิ้ม “ข้าจะพยายามทำให้ดีที่สุด”
“พยายามงั้นเหรอ เ้าตัวเล็กอ่อนแอแบบนี้ พยายามแล้วมีประโยชน์อะไร” มู่หรงเหยี่ยนพูดอย่างเ็า ชายตามองเยี่ยนชิงหยางอีกครั้ง ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงโหดร้าย “เอาล่ะ เ้าเอากองแร่หินพวกนั้นออกไปทิ้งให้ข้า!”
พูดจบก็ปิดเปลือกตาลงนั่งสมาธิ ไม่พูดอะไรอีก
วันนี้เขาหลอมเสียหลายต่อหลายครั้งจนเหนื่อยล้า
เพราะอารมณ์ร้ายเกินไป หลายครั้งที่เกือบจะฆ่าคนตาย จึงไม่มีศิษย์รับใช้คนใดกล้ามาที่นี่
เยี่ยนชิงหยางไปที่กองแร่หินก่อนจะหยิบมันขึ้นมามองอย่างพิจารณา แร่หินที่ถูกทิ้งเหล่านี้ทำให้นางรู้ถึงปัญหาที่มู่หรงเหยี่ยนกำลังพบ
นางสามารถแก้ปัญหาได้ แต่หากพูดออกไปตรงๆ นางอาจจะถูกสงสัยได้
“นี่ เ้ามัวแต่ชักช้างุ่นง่านอะไรอยู่ ทำได้ไหม ทำไม่ได้ก็ออกไป!”
มู่หรงเหยี่ยนลืมตาขึ้น เห็นเยี่ยนชิงหยางยังไม่ได้เริ่มทำอะไร เอาแต่เพ่งมองหิน จึงพูดด้วยเสียงที่ดุร้าย
เยี่ยนชิงหยางยิ้ม หยิบชิ้นส่วนของแร่หินที่ถูกทิ้งขึ้นมามองใกล้ๆ และพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ “โอ้ นี่ก็คือหินเคลือบเหรอ แล้วต้องเผาพวกมันยังไงกัน ต้องใช้ไฟมากหรือเปล่า”
มู่หรงเหยี่ยนลืมตาขึ้น เหลือบมองนาง “ปากมาก ออกไป!”
เยี่ยนชิงหยางกัดฟัน มู่หรงเหยี่ยนคนนี้ช่างน่ารังเกียจ หากไม่ใช่เพราะเป็เพื่อนเก่าในชีวิตที่แล้ว คงไม่มีทางทนอารมณ์ร้ายของเขาได้
“คงใช้ไฟแรงมาก น่าแปลกที่มันไม่ไหม้ น่าเสียดายที่เป็หินเคลือบชั้นดี มันเลยไหม้ช้างั้นหรือ” เยี่ยนชิงหยางพูดอย่างหงุดหงิดพลางนำหินเคลือบใส่ถุง เตรียมเอาออกไปทิ้ง
มู่หรงเหยี่ยนลืมตาขึ้นอีกครั้งพึมพำกับตัวเองพลางครุ่นคิด “จริงสิ แต่ศิษย์พี่สอนเตาหลอมเคยพูดอย่างนั้นหรือเปล่า ไม่ว่ายังไงก็ต้องลองดู!”
เมื่อพูดจบ เขาก็ไม่สนใจเยี่ยนชิงหยางที่ยังอยู่ในห้องอีก หยิบหินเคลือบขึ้นมา สะบัดมือขวาหนึ่งครั้ง ปรากฏเปลวไฟขึ้นบนมือ
เขาควบคุมเปลวไฟอย่างระมัดระวังเพื่อหลอมหินเคลือบ
จากนั้นไม่นาน เขาดับเปลวไฟ ถือหินเคลือบในมือ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น “เปลี่ยนแล้ว เปลี่ยนแล้ว!”
หลังจากนั้นก็ััหินเคลือบ แล้วขมวดคิ้ว “อืม มันเกิดอะไรขึ้น หรือว่า...เพราะรากิญญาไฟของข้าบริสุทธิ์เกินไป ศิษย์พี่ไม่รู้ถึงคุณสมบัติที่แท้จริงของข้า...”
เขาเงยหน้าขึ้น เห็นเยี่ยนชิงหยางจ้องมองเขาอยู่ จึงคิดได้ว่าเื่ที่พูดกับตัวเองเมื่อครู่นี้นั้นไม่ควรพูดออกมา
“เ้า ห้ามพูดอะไรทั้งนั้น!” มู่หรงเหยี่ยนยืนขึ้น แล้วเดินไปหาเยี่ยนชิงหยาง ชี้ไปที่หัวของนางแล้วพูดเชิงข่มขู่ “มิฉะนั้น...ข้าจะฆ่าเ้า!”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/c054af1f144fd2b59ae896f52d0f6c37