ประตูลิฟต์ผู้บริหารปิดสนิทลงตัดขาดความวุ่นวายภายนอก ความเงียบที่แฝงไปด้วยแรงดึงดูดมหาศาลก็แผ่กระจายไปทั่วพื้นที่สี่เหลี่ยมแคบๆ อคินยืนพิงผนังลิฟต์ด้วยท่าทางผ่อนคลาย
สายตาคมของเขาจ้องมองเธอ... มันไม่ใช่การมอง พาร์ทเนอร์ แต่เหมือนกำลังอ่านแผนการตลาดที่เธอซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีสงบนิ่ง
"คุณใจคอเด็ดเดี่ยวกว่าที่ผมคิดนะริน" อคินโน้มตัวลงมาจนระยะห่างลดน้อยลง ปลายจมูกของเขาเฉียดผ่านไรผมของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนขิงเขาััผิวแก้มเนียน
"การเดินออกมาโดยไม่เห็นหัวเขาแบบนั้น... มันเ็ปยิ่งกว่าถูกตบหน้ากลางสี่แยกเสียอีก"
พรีมรู้สึกได้ถึงก้อนเนื้อในอกที่เต้นรัว ทว่าเธอยังคงรักษาระดับลมหายใจให้คงที่ เธอกระตุกยิ้มบาง เชิดหน้าขึ้นสบตาเขาในระยะประชิด
"ในโลกธุรกิจ ความเงียบ คือการปฏิเสธที่ทรงพลังที่สุดค่ะคุณอคิน" พรีมตอบ
เธอขยับกายเข้าไปใกล้เขาอีกนิดอย่างไม่เกรงกลัว ปลายนิ้วเรียวแกล้งลากผ่านหน้าอกแกร่งของเขาไปที่เนคไทอย่างช้าๆ
"ฉันไม่อยากเสียคุณค่าของฉันไปกับสินค้าที่ตกรุ่นไปแล้ว... เพราะตอนนี้พอร์ตโฟลิโอของฉันมี สิ่งใหม่ที่น่าลงทุนกว่าเยอะ"
อคินขยับยิ้มร้าย มือหนาวางลงบนเอวบาง เขาบีบเค้นเบาๆ ผ่านผ้าเนื้อดี
"แล้วสิ่งใหม่ที่คุณว่า... คือพาร์ทเนอร์อย่างผมหรือเปล่า?" อคินกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม
กลิ่นน้ำหอมที่เป็เอกลักษณ์ของเขาทำให้สติสัมปชัญญะของพรีมพร่าเลือน พรีมรู้สึกเหมือนออกซิเจนในลิฟต์กำลังจะหมดไป เธอรับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งของร่างกายเขาที่เบียดเสียดเข้ามา ััที่จงใจหยั่งเชิงนั้นทำให้เืในกายเธอสูบฉีดรุนแรง
"ฉันไม่ใช่แค่นักการตลาดที่เก่งเื่การลงทุนนะคะคุณอคิน..." พรีมกระซิบตอบกลับพลางเขย่งเท้าขึ้นจนริมฝีปากเกือบจะแตะกัน
"แต่ฉันยังเก่งเื่การ เจรจาต่อรอง กับการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงด้วย... คุณพร้อมจะแบกรับความเสี่ยงที่ชื่อว่า รินลดา หรือยังคะ?"
เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้นเบาๆ ประตูเลื่อนเปิดออกพร้อมกับกระแสลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ปะทะเข้ามา พรีมปรับสีหน้าและท่าทางให้เป็ปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอสาวเท้าเดินนำอคินเข้าสู่ห้องทำงานส่วนตัวของเธอ
อคินไม่ได้มุ่งตรงไปยังโซฟารับแขกอย่างที่ควรจะเป็ แต่เขากลับก้าวไปหยุดยืนอยู่ที่บอร์ดวางแผนงานขนาดใหญ่ของพรีม สายตาคมกวาดมองผังกลยุทธ์เพียงครู่เดียว ก่อนจะหยิบปากกาเคมีขึ้นมาขีดฆ่าชื่อซัพพลายเออร์เ้าใหญ่ทิ้งด้วยเส้นหมึกสีดำสนิท
"คุณขีดฆ่าชื่อนั้นทำไมคะ? นั่นคือซัพพลายเออร์ที่ให้ส่วนต่างกำไรดีที่สุดในบรรดาตัวเลือกทั้งหมดนะ!" พรีมขมวดคิ้วเดินเข้าไปประชิดตัวเขา
อคินไม่ถอยหนี เขาหมุนตัวกลับมาในระยะใกล้จนพรีมต้องเงยหน้ามอง
"ส่วนต่างกำไรที่ดีที่สุดมักจะมาพร้อมกับความเสี่ยงที่มองไม่เห็นเสมอ" เขาเคาะปากกาลงบนรอยขีดฆ่านั้นซ้ำๆ
"เ้าที่คุณเลือก... แอบกินสินบนกับคนของธันวามานานกว่าสามปี คุณอยากจะสร้างอาณาจักรใหม่บนรากฐานที่เน่าเฟะ หรืออยากจะควักเนื้อตัวเองจ่ายค่าโง่ให้ศัตรูในคราบพันธมิตรล่ะ?"
พรีมชะงัก แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความไม่พอใจเปลี่ยนเป็ความตระหนกเพียงเสี้ยววิก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความสงบนิ่ง
"คุณกำลังจะโดน ตัดราคา ในสัปดาห์หน้า ถ้าคุณยังดื้อรั้นไม่เปลี่ยนไปใช้ซัพพลายเออร์ที่ผมเตรียมไว้ให้" คำพูดของอคินดั่งสายฟ้าฟาด
พรีมนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ เธอคิดว่าเธอวางแผนตรวจสอบมาดีที่สุดแล้ว แต่ผู้ชายตรงหน้ากลับรู้ลึกและไวราวกับเขาเป็เ้าของบริษัทนี้เสียเอง หรือไม่เขาก็ศึกษาข้อมูลภายในของสิริทรัพย์อนันต์มาจนทะลุปรุโปร่ง
"คุณ... รู้ได้ยังไง?" พรีมถามเสียงแ่ ความมั่นใจในฐานะนักการตลาดมือทองเริ่มสั่นคลอนเมื่อเจอกับกำแพงข้อมูลที่หนากว่า
อคินขยับยิ้มร้าย แววตาของเขาไม่ได้มีความเ็าเหลืออยู่ แต่มันเต็มไปด้วยความลุ่มหลงใน หมาก ตัวสำคัญตรงหน้า เขาโน้มตัวลงมาหาจนััได้ถึงลมหายใจที่สอดประสานกันในระยะประชิด
"เพราะผมไม่ได้มองคุณแค่ในฐานะคู่ค้านะครับริน..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเปล่งออกมาชิดผิวแก้มเนียน
"แต่ผมมองคุณในฐานะ การลงทุนระยะยาว ที่ผมยอมไม่ได้ถ้าจะมีใครหน้าไหนมาแตะต้องสิ่งล้ำค่าของผม"
สัญชาตญาณนักการตลาดในตัวพรีมกำลังส่งสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดง ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่แค่นักลงทุนทั่วไป แต่เขาคือ ผู้อยู่เื้ั ที่อ่านเกมขาดจนน่ากลัว
รอยยิ้มของอคินในวินาทีนั้นทำให้พรีมตระหนักว่า พันธมิตรคนนี้ไม่ได้แค่รวยและเก่ง แต่เขาสามารถคาดการณ์ทุกฝีก้าวของเธอได้ราวกับนั่งอยู่ในหัวเธอมาั้แ่ต้น
"คุณศึกษาข้อมูลภายในบริษัทของฉันทั้งหมดเลยงั้นเหรอคะ?" พรีมพยายามเอ่ยเสียงเรียบเพื่อรักษาอาการเอาไว้อย่างเต็มที่ ทั้งที่ในอกมวนวูบด้วยแรงกดดัน
"หรือว่าคุณแอบติดตั้งสปายแวร์ไว้ในระบบของสิริทรัพย์อนันต์... เพื่อดูว่าฉันกำลังหายใจเข้าออกเป็แผนงานไหนกันแน่?"
อคินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาเอื้อมมือไปลูบไล้ปอยผมของเธออย่างช้าๆ
"ผมไม่จำเป็ต้องใช้ซอฟต์แวร์กระจอกๆ แบบนั้นหรอกริน... เพราะสำหรับผม คุณคือข้อมูลชุดที่น่าสนใจที่สุด และผมก็ชอบที่จะวิเคราะห์มันด้วยััของผมเองมากกว่า"
อคินเอ่ยต่อด้วยท่าทีสบายๆ "การที่ผมรู้ทันคุณ ไม่ได้แปลว่าผมเป็ศัตรูนะครับริน... แต่มันแปลว่าเราคือจิ๊กซอว์ที่ขาดกันไม่ได้ในเชิงธุรกิจ และอาจจะในเชิงอื่นที่ลึกซึ้งกว่านั้น"
พรีมกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงาน "คุณกำลังจะบอกว่า... คุณคือคำตอบของทุกโจทย์ที่ฉันยังไม่ทันได้ลงมือแก้ อย่างนั้นเหรอคะ?"
"ผมคือ ตัวเร่งปฏิกิริยา ครับ" อคินโน้มตัวลงมาจนระยะห่างหายไป แววตาของเขาเข้มจัด
"ผมจะทำให้แผนการกว้านซื้อที่ดินของคุณสำเร็จเร็วขึ้นเป็สิบเท่า... ถ้าคุณยินยอมเปิดประตูให้ผมก้าวเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของคุณ มากกว่าแค่เื่ในกระดาษพวกนี้"
พรีมยกยิ้มร้าย แววตาสวยฉายแววท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว เธอขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากเกือบจะัักัน
"ข้อเสนอของคุณมี ราคา ที่ต้องจ่ายหรือเปล่าคะคุณอคิน? เพราะนักการตลาดอย่างฉัน... ไม่ชอบปิดดีลที่ทำให้ตัวเองต้องเป็ฝ่ายเสียเปรียบ"
อคินหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาใช้นิ้วเรียวไล้ตามกรอบหน้าของพรีมอย่างแ่เบาทว่าหนักแน่นในทุกัั
"สำหรับคุณ... ผมยินดีมอบสิทธิพิเศษที่ไม่มีใครเคยได้" อคินเอ่ยพลางใช้นิ้วโป้งคลึงริมฝีปากอิ่มของเธอเบาๆ
"ผมรับประกันว่าดีลนี้เราทั้งคู่จะได้รับประโยชน์สูงสุด ผมสามารถให้เงินทุน ข้อมูลวงในที่เงินซื้อไม่ได้ และอำนาจที่จะบดขยี้อะไรก็ตามที่เคยดูถูกคุณให้จมดิน... แลกกับข้อเสนอเดียว คือการที่คุณต้องเป็ การลงทุนเพียงหนึ่งเดียว ที่ผมจะทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อแสวงหาผลกำไรจากคุณเท่านั้น”
พรีมขยับยิ้มกริ่ม แววตาสวยฉายแววสะใจลึกๆ เธอไม่ได้ตระหนก แต่กลับหลงใหลในอำนาจที่ตัวเองถือครองอยู่... อำนาจที่ทำให้ผู้ชายที่กุมบังเหียน Akina Group ต้องยอมก้มหัวลงมาเจรจาเพื่อขอเธอ
"งั้นเรามาทำการทดสอบกันหน่อยดีไหมคะคุณอคิน?" พรีมเปรยขึ้น เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมของเขาอย่างท้าทาย
"ถ้าคุณสามารถกวาดล้างเครือข่ายซัพพลายเออร์ที่ทรยศได้ราบคาบภายในสามวัน... ฉันอาจจะพิจารณาอัปเกรดสถานะของคุณ จากพันธมิตรทั่วไปขึ้นมาเป็ พันธมิตรส่วนตัวอันดับหนึ่งของฉัน"
เธอวางมือเรียวลงบนหน้าอกแกร่งของเขาเบาๆ ก่อนจะลากไล้ผ่านกระดุมเสื้อสูทเนื้อดีราวกับกำลังหยั่งเชิง
"คุณเก่งเื่การคำนวณผลตอบแทนอยู่แล้วนี่คะ... ลองพิสูจน์ให้ฉันเห็นหน่อยสิว่าความสามารถของคุณมันสูงพอที่จะบริหารจัดการสินทรัพย์ที่บริหารยากอย่างฉันหรือเปล่า?"
ั์ตาของอคินวาววับด้วยประกายแห่งความท้าทาย "สามวันเหรอครับริน? สำหรับคนอื่นมันอาจจะสั้นจนทำอะไรไม่ได้... แต่สำหรับผม มันเหลือเฟือเลยหล่ะ"
อคินยิ้มอย่างผู้ชนะ สายตาที่จ้องมองพรีมเต็มไปด้วยความคลั่งรัก เขาขยับกายออกห่างจากเธอเพียงนิด ก่อนหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นมากดต่อสายหาเลขาฯ ส่วนตัวทันที
"สั่งระงับการขนส่งของซัพพลายเออร์กลุ่มสีน้ำเงินทั้งหมด... แล้วส่งทีมบัญชีมือหนึ่งของเราเข้าไปจัดการบัญชีดำของสิริทรัพย์อนันต์ ผม้าให้ทุกอย่างจบลงภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมง" อคินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังอย่างประหลาด
พรีมกอดอกมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความทึ่ง แม้ในโลกความเป็จริงที่เธอจากมา การบริหารงานที่ดุดันและก้าวร้าวขนาดนี้ก็ยังหาได้ยาก ยิ่งการตัดสินใจของอคินนั้นรวดเร็ว เด็ดขาด และไร้ความปรานี จนแทบไม่มีช่องว่างให้ศัตรูได้หายใจ
""คุณลงทุนกับเื่นี้สูงเกินไปหรือเปล่าคะคุณอคิน?" พรีมเปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
เธอเดินไปรินไวน์แดงสีเข้มส่งให้เขา "แค่เพื่อกำจัดเศษขยะพวกนั้น... คุณถึงกับต้องใช้ทรัพยากรมหาศาลขนาดนี้เชียวเหรอ?"
อคินรับแก้วไวน์มาไว้ในมือ ทว่าสายตาคมกลับไม่ละไปจากใบหน้าสวยของเธอ
"สำหรับผม... การแผ้วถางทางและสร้างอาณาเขตที่ปลอดภัยให้พาร์ทเนอร์ที่ผมหมายตาไว้ คือการลงทุนที่ให้ ROI สูงที่สุดจนประเมินค่าไม่ได้ครับริน"
เขายกแก้วไวน์ขึ้นชนกับเธอเบาๆ เสียงแก้วกระทบกันดังกังวานใสท่ามกลางความเงียบ สื่อถึงการเริ่มแผนปฏิบัติการล้างบางครั้งใหญ่ที่จะไม่หลงเหลือที่ว่างให้ใครก็ตามที่บังอาจมาขวางทาง
"ภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมง... ผมจะทำให้ธันวารู้สึกว่าการมีลมหายใจอยู่โดยไร้อำนาจต่อรอง มันเ็ปและทรมานยิ่งกว่าการล้มละลายจนสิ้นเนื้อประดาตัวเสียอีก"
อคินยกไวน์ขึ้นจิบช้าๆ แววตาของเขาเต็มไปด้วยการที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด จนพรีมััได้ถึงความอันตรายที่แสนหอมหวาน... ความอันตรายที่นักการตลาดอย่างเธอมองออกว่ามันคุ้มค่าที่จะวางเดิมพันด้วยทั้งชีวิต
"ในโลกธุรกิจ... การฆ่าให้ตายนั้นง่ายและไร้ชั้นเชิงเกินไปครับริน" อคินเอ่ยเสียงเรียบ
"แต่การทำให้คนหนึ่งเป็ บุคคลที่ไร้ตัวตน และต้องอยู่อย่างคนที่อำนาจต่อรองเป็ศูนย์นั่นต่างหาก... คือความพินาศที่แท้จริง"
พรีมเปิดไอแพดเพื่อตรวจสอบกระดานหุ้นทันที แสงสีเขียวและแดงจากหน้าจอสะท้อนในดวงตาคู่สวย เธอเห็นกราฟราคาหุ้นของบริษัทธันวาค่อยๆ ดิ่งหัวลงเหว ทันทีที่ข่าวการระงับการขนส่งของซัพพลายเออร์กลุ่มสีน้ำเงินถูกแพร่ออกไปตามคำสั่งของอคิน
"คุณปฏิบัติการได้รวดเร็วและเืเย็นกว่าที่ฉันประเมินไว้เสียอีกนะคะ" พรีมยิ้มกริ่มพลางปัดหน้าจอเพื่อดูโวลุ่มการซื้อขาย
"ตอนนี้ธันวาคงกำลังตระหนกจนแทบเสียสติ เขาคงพยายามเทขายหุ้นเพื่อประคองตัว... แต่นั่นมันก็แค่การดิ้นรนของเหยื่อที่กำลังจะขาดใจ และทำให้บริษัทของเขากลายเป็ของหวานที่ล่าง่ายขึ้นสำหรับเรา" อคินวางแก้วไวน์ลงช้าๆ ก่อนจะก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอจากทางด้านหลัง
"ผมบอกคุณแล้วไงครับริน... ว่าผมคือตัวเร่งปฏิกิริยาในชีวิตคุณ ภายในเจ็ดสิบสองชั่วโมงนี้ ทุกสิ่งที่ธันวาเคยสำคัญตัวผิดว่าอยู่จะมลายหายไป และเขาจะได้เรียนรู้สัจธรรมที่ว่า... การเมินเฉยต่อคุณค่าในตัวคุณ คือการฆ่าตัวตายทางธุรกิจที่โง่เขลาที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งเคยทำ"
พรีมเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่มที่โน้มลงมามองเธอในระยะประชิด เธอไม่ได้รู้สึกถึงการถูกคุกคาม แต่กลับััได้ถึงการร่วมมือกันที่ทรงอานุภาพที่สุดเท่าที่เคยเจอมาในชีวิต... พันธมิตรที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างที่ขวางหน้าเพื่อก้าวไปสู่จุดสูงสุดร่วมกัน