เสียงสวดมนต์บทสรรเสริญพระพุทธคุณดังกังวานไปทั่วบริเวณ พร้อมพระสงฆ์ที่ประพรมน้ำมนต์ให้แก่ผู้ร่วมงานและสถานที่เพื่อความเป็สิริมงคล
ชายชราผมขาวทั้งศีรษะยกมือพนมเมื่อพระสงฆ์สวดบทแผ่เมตตาจบ เขายกบงกชแก้วด้วยมืออันสั่นเทาเพื่อกรวดน้ำอุทิศบุญกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ เสียงพระสงฆ์ดังขึ้นอีกครั้ง
"อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย"
ชายชรามองเหม่อไปยังภายในอาคารไม้เก่าโทรมหลังนี้ ณ ที่แห่งนี้มีร่องรอยแห่งความทรงจำมากมายเหลือเกิน ผ่านมากว่า 30 ปีแล้วที่เขาไม่ได้เหยียบย่างมาที่นี่ แต่มันยังดูเหมือนเดิม เหมือนวันสุดท้ายที่เขาจากมา
ลูกเลี้ยงทั้งสองนั่งอยู่ข้างกายด้วยอาการสงบนิ่ง เมื่อพระสงฆ์ทำพิธีเสร็จ กู๊ดและรพีก็อาสาไปส่งพระ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้พีระกับพ่ออยู่กันตามลำพัง
"นึกยังไงถึงมาทำบุญที่นี่ล่ะ" พ่อเป็ฝ่ายเอ่ยถาม ไม่มีความผิดปกติใดของลูกชายที่พ่อจะไม่รับรู้
"พ่อครับ" พีระเอ่ยขึ้น
"ผมรู้ความจริงหมดแล้ว"
ชายชราหันขวับไปทางลูกเลี้ยงคนโตทันที
"ความจริงอะไร"
พีระอึกอักก่อนพูดว่า "พ่อวีรกิจเป็คนฆ่าแม่สารภีครับ เขาทะเลาะกัน และพ่อวีรกิจก็เกิดบันดาลโทสะ จนกระทั่ง ... " เขาหยุดพูด เหมือนมีก้อนอะไรมาจุกในลำคอจนพูดต่อไม่ได้
"เพราะฉะนั้นต่อไปนี้พ่อไม่ต้องโทษตัวเองอีกนะครับ แม่ไม่ได้น้อยใจประชดรักพ่อกับเมียเก่าตามที่ข่าวลงหรอกนะครับ"
"ลูกรู้ได้ยังไง"
พีระนิ่งเงียบ มันยากเหลือเกินที่จะอธิบายเื่เร้นลับให้ผู้เป็พ่อเข้าใจ
ชายชรารอคำตอบจากลูกชาย เมื่อเห็นลูกชายเงียบ เขาจึงสูดลมหายใจลึกพูดว่า
"ข่าวลงเช่นนั้นจริงในตอนนั้น แต่พีระลูกลืมอะไรไปหรือเปล่า หากพ่อไม่เผลอตัวเผลอใจไปมีความสัมพันธ์กับแม่ มันก็คงไม่เป็ต้นเหตุให้แม่กับวีรกิจต้องมาทะเลาะกันหรอก"
เขาลืมประเด็นนี้ไปเสียสนิท
ชายชราถอนหายใจ "ความลับไม่มีในโลกจริงๆ นะ"
พีระขมวดคิ้วมุ่น ไม่เข้าใจในสิ่งที่จู่ๆ พ่อก็พูดออกมา "พ่อหมายความว่าอะไรครับ"
ชายชราหันไปมองลูกเลี้ยงอย่างเมตตา มีรอยยิ้มจางที่ริมฝีปาก
"พ่อพยายามปกปิดเื่นี้มาั้แ่รับหน้าที่เป็พ่อของลูกทั้งสอง แต่พีระลูกก็ยังดื้อรั้นจะค้นหาความจริงให้ได้ แต่พ่อก็เข้าใจลูกนะ เพราะตอนที่เกิดเหตุนั้น ลูกรับรู้เื่ราวมากมายเหลือเกิน ต่างจากน้องของลูก .... ใช่ ... ลูกเข้าใจได้ถูกแล้ว วีรกิจเป็คนทำร้ายสารภี จนกระทั่งเธอถึงแก่ชีวิต"
ดั่งสายฟ้าฟาด ... พ่อรู้ความจริงทั้งหมดอยู่แล้ว
"แล้วพ่อทำไมไม่บอกผม" เขาพยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้เจือด้วยโทสะ
ชายชราหันมองเข้าไปในตัวอาคาร ดวงตาเหม่อลอย
"ลูกทั้งสองไม่ควรมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อพ่อของตนเอง พ่อรักสารภีอย่างไร พ่อก็จะรักลูกของเธอเช่นนั้นด้วย พ่อไม่อาจให้ลูกเติบโตมาพร้อมกับความเกลียดชังพ่อแท้ ๆ ของตัวเองได้"
พีระหลับตาแน่น เขาอยากจะล้มตัวและซบหน้าร้องไห้กับพื้นตรงหน้า นี่มันห่าเหวอะไรวะ
เขาควรโกรธหรือซาบซึ้งดี คำตอบที่เขาเพียรหามาทั้งชีวิตกลับอยู่ใต้จมูกของเขาเอง แต่ด้วยความรักที่พ่อมีให้ลูกของหญิงคนรัก ทำให้พ่อต้องเก็บเื่ราวนี้ไว้กับตัว
"แล้วพ่อรู้ได้ไงครับ ว่าพ่อวีรกิจเป็คน ... "
"วีรกิจเป็คนสารภาพกับพ่อเอง พ่อจึงจำเป็ต้องให้การกับตำรวจอีกอย่าง"
ห๊ะ!!! ... ตอนนี้สมองของพีระตื้อตันไปหมดแล้ว
"พ่อบอกตำรวจว่าสารภีน้อยใจพ่อเื่เมียเก่า"
"โธ่ ... พ่อ" พีระเสียงแ่
สองพ่อลูกเงียบงันกันเป็ครู่ใหญ่ ก่อนที่รพีกับกู๊ดจะเดินกลับมา
"ส่งพระเสร็จแล้ว เราก็กลับกันเถอะ"
พีระพยักหน้าและประครองชายชราเดินจากไป คงเหลือไว้แต่สถานที่รกร้าง ที่เมื่อครั้งอดีตเคยเป็สถานศึกษา มีความทรงจำมากมายทั้งดีร้ายเกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ มันยังตั้งเด่นเป็สง่า ผ่านฤดูกาล ร้อน ฝน หนาว และรอวันผุผังตามกาลเวลา
กู๊ดเซ็นชื่อในเอกสาร มีเอกสารมากมายเหลือเกินที่เขาต้องลงลายมือชื่อ ลุงนั่งตัวลีบอยู่บนโซฟาเบาะกำมะหยี่นุ่ม ลุงมองซ้ายมองขวาและสายตาไปหยุดที่โคมไฟระย้าขนาดใหญ่กลางห้องโถง มันดูใหญ่อลังการ หรูหรา ซะจนลุงอุทานเบา ๆ
"แม่เ้าโว้ย"
"เรียบร้อยแล้วครับ" กู๊ดยื่นเอกสารให้พนักงานขาย เธอส่งยิ้มให้เขา พร้อมกับแก้มที่เปลี่ยนเป็สีแดง
"ถ้าสะดวกก็สามารถย้ายเข้ามาอยู่ได้เลยนะคะ" พนักงานสาวยิ้มหวาน กระพือขนตาใส่กู๊ด ซึ่งเขาแน่ใจว่าไม่ใช่ขนตาจากธรรมชาติแน่นอน
"คงอีกสักพักครับ ผมยังไม่ได้เก็บของจากบ้านเดิมเลย วันนี้ผมอยากจะพาแม่กับลุงไปดูบ้านด้วยครับ"
"ได้เลยค่ะ มีรถกอล์ฟบริการด้านหน้าค่ะ" พนักงานพูดพร้อมกับผายมือ
"ไม่เป็ไรครับ ผมขับรถเข้าไปเองดีกว่า" พูดจบเขาก็ออกจากอาคารสำนักงานขาย เดินตรงไปยังรถยนต์ไฟฟ้า EV ราคาหลักล้านที่จอดอยู่ เพียงเดินเข้าใกล้ประตูก็ปลดล็อคอัตโนมัติจากสัญญาณบลูทูธในโทรศัพท์ เขาซื้อมันแทน 'เ้าเส็งเคร็ง' คันเก่า ตั้งชื่อใหม่ว่า 'พี่ล่ำบึ้ก'
ลุงชัยอ้าปากค้าง "นี่ถ้ากูอยู่ถึงร้อยปี รถสมัยนั้นมันต้องเหาะได้แน่เลย"
กู๊ด ลุง และแม่เข้าไปในตัวรถ แม่ฮัมเพลงตลอดเวลา ซึ่งทั้งกู๊ดและลุงชัยก็ฟังไม่ออกว่าแม่ร้องเพลงอะไร ั้แ่เกิดเหตุการณ์ประหลาดนั้น แม่อารมณ์ดีขึ้นมาก ฮัมเพลง และยิ้มตลอดเวลา ถึงอาการทางระบบประสาทจะไม่ได้ดีขึ้น แต่อย่างน้อยอาการโวยวายอาละวาดก็น้อยลงมาก ทำให้ลุงที่เป็ผู้ดูแลหลักเบาใจขึ้นเป็กอง
และทันทีที่รถจอดหน้าบ้าน
"แม่เ้าโว้ย นี่บ้านของเอ็งเหรอวะกู๊ด" ลุงถามตาโต จ้องบ้านหลังใหญ่ตาไม่กระพริบ
"บ้านของเราลุง ... เข้าไปในบ้านกันเถอะ"
บ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ราคา 10 ล้านที่ได้จากน้ำพักน้ำแรงประกอบสัมมาอาชีพของเขา ภายในตกแต่งพร้อมเข้าอยู่ ลุงชัยดูตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด
"ไอ้กู๊ดเอ้ยยยย ห้องหับเยอะขนาดนี้ข้าจะกวาดถูยังไงไหววะ" ลุงะโมาจากชั้น 2 ที่ถูกแบ่งเป็ห้องนอน
กู๊ดหัวเราะไม่ตอบอะไร เขามองไปยังแม่ที่นั่งโซฟา ดวงตาเหม่อลอย อมยิ้มและฮัมเพลง
"ชอบไหมครับแม่"
แม่ไม่ตอบและไม่ได้ฟังคำถามจากลูกชาย ยังคงฮัมเพลง และยิ้มอยู่เช่นเดิม ถ้าแม่มีสติรับรู้มากกว่านี้ แม่คงจะมีความสุขที่ลูกชายคนเดียวประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน แต่เขาก็ดีใจที่อย่างน้อยเื่บ้า ๆ ที่ผ่านมามันก็ทำให้แม่มีรอยยิ้มมาได้จนกระทั่งตอนนี้
"ขอบคุณนะเดือนเต็ม" กู๊ดพูดกับตัวเองเบา ๆ
เขามาถึง office ในเวลาบ่าย วันนี้เป็วันที่เขาต้อง Live ตอน 3 ทุ่ม พร้อมลงคลิปใหม่ตอนตี 1 หลายวันที่ผ่านมาเขาอดหลับอดนอนไปกับการตัดต่อคลิปและให้สัมภาษณ์หลายรายการ กู๊ดวางกระเป๋าเป้ลงหน้าคอมพิวเตอร์ มีลูกน้องสองคนนอนตายซากอ้าปากหวออยู่บนโซฟาด้านหลัง กระป๋องเบียร์วางเกลื่อนตามพื้น
กู๊ดส่ายหน้า ไอ้พวกนี้อนาคตมันไม่พ้นมะเร็งปอด หรือไม่ก็มะเร็งตับ กู๊ดเปิดคอมพิวเตอร์ลงมือตัดต่อคลิปทันที
เวลาผ่านไปจนเกือบเย็น เขาเริ่มหิว ลูกน้องสองคนของเขาเพิ่งฟื้นจากความตาย นั่งคีบบะหมี่ถ้วยเข้าปาก กู๊ดลุกขึ้นยืนบิดกายด้วยความเมื่อย มองดูไอ้เ้าสองคนนี้พร้อมทั้งมีคำถามในใจ
"เจ เดย์ มึงอยากกลับไปเรียนไหม" คำพูดของเขาทำให้เจและเดย์สำลักน้ำซุป
"อะไรของมึง ไม่เอาหรอกกูี้เี" เดย์พูดส่วนเจพยักหน้าตาม
"มึงเรียนเถอะ เชื่อกู เรียน กศน. ก็ได้ อย่างน้อยกูก็ยังจบ ม.6 พวกมึงเรียนไม่จบ ม.3 ด้วยซ้ำ ไม่มีวุฒิห่าอะไรเลย อนาคตจะทำงานอะไรไม่ได้เลยนะเว้ย"
ทั้งเจและเดย์หันมามองหน้ากัน "มึงจะไม่ให้พวกกูทำงานกะมึงแล้วเหรอ"
"ไม่ใช่อย่างนั้น อนาคตอะไรมันก็ไม่แน่ วันนี้ช่องกำลังขาขึ้น สักวันมันก็ต้องมีขาลง ไม่มีอะไรแน่นอนตลอดไปหรอก เชื่อกูเถอะกลับไปเรียน วันไหนมีเรียนก็ไปเรียน หลังเลิกเรียนหรือไม่มีเรียนก็มาทำงาน ส่วนค่าใช้จ่ายเื่เรียนกูออกให้"
"เชี่ยยยย จริงดิ" เจพูดทั้งที่บะหมี่ยังอยู่ในปาก
"เออ ... กูพูดจริง ... อ้อ!!! อีกอย่าง ถ้ามึงกลับไปเรียน มึงอย่าลอกการบ้านใครนะ" กู๊ดยิ้ม ทิ้งปริศนาไว้แค่นั้นและเดินออกไปหาอะไรกินบ้าง ทิ้งให้เจและเดย์มองหน้ากันตาปริบๆ
*** ยังไม่จบนะคะ 'ความจริงใช่สิ่งที่เห็น' ปมทุกอย่างจะถูกเฉลยในอีก 2 ตอนหน้า ฝากติดตามกันจนจบนะคะ ???????? ***