ประเทศแทนซามาเนียกลับคืนสู่ปกติ ประชาชนได้ลงมติเลือกพระาาที่เป็มนุษย์ และพวกเขาก็ได้ทำสนธิสัญญากับแวมไพร์ฝั่งวินเชสตันว่าจะไม่ทำร้ายซึ่งกันและกัน
หกปีต่อมา นักโบราณคดีขุดพบรูปปั้นหินรูปผู้ชายสองคนขนาดเท่าคนจริง พอพวกเขาทำการล้างทำความสะอาด ก็พบว่าเป็รูปปั้นของอดีตพระาาเอริคและเกรกสัน
ประชาชนจึงลงมติว่าให้นำรูปปั้นของเอริคไปตั้งอยู่กลางวงเวียน จัดสร้างเป็อนุสาวรีย์ระลึกถึงเอริค ผู้นำที่พิทักษ์ประชาชน แห่ง ประเทศแทนซามาเนีย ส่วนรูปปั้นของเกรกสันถูกนำไปทิ้งอยู่กลางมหาสมุทรน้ำลึก
นักท่องเที่ยวพากันแห่ไปถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์นั้นกันยกใหญ่
**********************************
รอบนี้แอนนาผ่านกระจกทะลุมิติไปยังโลกอนาคต เธอมาปรากฏที่หน้าคฤหาสน์หลังหนึ่ง แอนนามองสำรวจบ้านอย่างงงๆ เพราะเธอไม่รู้ว่าตัวเองกำลังอยู่ที่ไหน และตอนนี้อยู่สมัยไหนแล้ว
“น้าคนสวยมาหาใครฮะ” เด็กชายวัยหกขวบบุคลิกดีรีบสอบถาม
“รึว่าเป็คนในสถานวิจัย” เด็กหญิงวัยเดียวกันแต่หัวเปิงสวมแว่นหนาเตอะให้ความเห็น
“ไม่ใช่ ลูกน้องแม่ต่างหาก” เด็กชายเถียง
“เอ่อ อย่าเพิ่งเถียงกันจ้า” แอนนารีบห้ามเด็ก
“ใครมาล่ะลูก” เจนนี่มองออกไป แล้วเห็นเป็แอนนา เธอก็เลยรีบเปิดประตูรั้วแล้วรีบเข้าไปกอดเพื่อนที่จากกันมานานเป็เวลาหกปี
“ใช่เธอจริงๆ หรอแอนนา ฉันนึกว่าเธอตายไปแล้ว” เจนนี่ดีใจ น้ำตาไหลด้วยความปีติที่เจอเพื่อน
“ฉันเข้าไปในกระจกทะลุมิติมาที่นี่” แอนนาเล่า
“ห๊า แสดงว่าในวันนั้นเธอมาสู่โลกอนาคตงั้นหรอ” เจนนี่เพิ่งเข้าใจ
“ใช่และที่นี่ที่ไหน และสมัยไหนแล้ว” แอนนารีบถาม
“ที่นี่บ้านฉันเอง เธอน่าจะข้ามเวลามาตอน 6 ปีข้างหน้า” เจนนี่กะเวลาให้
“เด็กสองคนนี้ก็เป็ลูกเธอน่ะสิ” แอนนาถามยิ้มๆ
“ใช่ ฉันคลอดได้ลูกแฝดน่ะ” เจนนี่อวดลูก
“คนนึงถอดแบบมาจากเธอ ส่วนอีกคนเหมือนโทนี่อย่างมาก” แอนนาวิจารณ์เด็ก
“ก็อย่างว่านะ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น” เจนนี่กล่าว
“แล้ว เอ่อ เอริคล่ะ” แอนนาอยากรู้
“แซมสันบอกว่า เขากับเกรกสันลงไปในบ่อน้ำลึกนั่น หลังจากนั้นถ้ำก็ถล่ม ฉันเสียใจด้วยนะแอนนา” เจนนี่พูดเสียงเศร้า
“โถ่ เอริค คุณไม่น่าทิ้งฉันไปเลย” แอนนาร้องไห้เข้าไปกอดเพื่อน
ส่วนเด็กสองคนทำได้แต่ยืนงงเท่านั้น
“อ้าว ใครมาล่ะคุณ ทำไมไม่เข้าไปในบ้าน” โทนี่ออกมาถามด้วยความสงสัย
เจนนี่และแอนนาผละออกจากกัน แล้วพากันมองไปที่โทนี่
“แอนนา คุณยังไม่ตายงั้นหรอ” โทนี่ใที่เห็นแอนนา
“ค่ะ ส่วนคุณก็เหมือนเดิมเลยนะคะ” แอนนาทัก
“ปะ งั้นพวกเราเข้าไปในบ้านกัน ฉันมีน้ำมะเขือเทศให้เธอด้วย” เจนนี่ชวน
“ทำไมมีติดบ้านด้วยล่ะ ก็ไหนว่าเธอไม่ชอบ” แอนนาสงสัย
“ั้แ่คุณจากไป เจนนี่คิดถึงคุณมาโดยตลอด เธอก็เลยเริ่มหันมาดื่มน้ำมะเขือเทศระลึกถึงคุณครับ” โทนี่เล่า
“คุณน่ะ” เจนนี่อายเลยตีไปที่สามี
“ขอบใจนะเจนนี่ ที่เธอไม่ลืมฉัน” แอนนาซึ้งใจ
แอนนาดึงเด็กหญิงมานั่งตัก แล้วนั่งคุยกับสองสามีภรรยา ส่วนเด็กชายก็เข้าไปในครัวเพื่อเสิร์ฟน้ำมะเขือเทศ
“แล้วเธอจะทำอะไรต่อล่ะ” เจนนี่ถาม
“คงหาสมัครงานที่โรงพยาบาล วันพรุ่งนี้” แอนนากล่าว
“พักอยู่ด้วยกันสิ” เจนนี่ชวน
“ฉันว่าจะกลับไปดูแลซานอส ยังไงเขาก็เคยดูแลฉันมาก่อน” แอนนาอยากตอบแทนบุญคุณ
“อื้อ ฉันเข้าใจ ว่างๆ ก็มาเยี่ยมที่นี่ได้” เจนนี่กล่าว
แอนนาเดินออกจากคฤหาสน์ของเพื่อนสาว แล้วมุ่งหน้าไปหาซานอส
**********************************
ซานอสนั่งตอกตะปูเพื่อซ่อมเก้าอี้ สภาพบ้านในตอนนี้เหมือนเดิมอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
“พ่อคะ” แอนนายอมรับเขาเป็พ่อ
“ใครน่ะ” ซานอสเงยขึ้นมาถาม
“แอนนาเองค่ะ” แอนนารีบเดินเข้าไปใกล้
ซานอสดีใจเข้าไปกอดลูกสาวอย่างลืมตัว “นี่ลูกยังไม่ตาย เอ่อ ไม่ใช่สิคุณแอนนา”
“ฉันเคารพคุณเหมือนพ่อแท้ๆ ดังนั้นคุณเป็พ่อของฉันจะได้มั้ยคะ” แอนนากล่าว
“ได้สิลูก งั้นเข้าไปในบ้านก่อน” ซานอสดีใจที่แอนนายอมรับเขาเป็พ่อบุญธรรม
“สภาพบ้านเหมือนเดิมไม่มีผิดเลยนะคะ” แอนนาสำรวจบ้าน
“ว่าแต่ ลูกไม่ได้เป็อะไรงั้นหรอ” ซานอสสงสัย
“เกรกสันผลักลูกเข้าไปในกระจก ลูกเลยข้ามกาลเวลามาที่นี่ตอนนี้ค่ะ” แอนนากล่าว
“อย่างนี้นี่เอง กระจกนั่นเรียกว่ากระจกแห่งกาลเวลา บรรพบุรุษสั่งห้ามไม่ให้เข้าใกล้” ซานอสเล่า
“เป็ความผิดของลูกเอง ลูกรู้ตัวว่าสู้เกรกสันไม่ได้ เลยหลอกให้เขาเข้าไปในเขตหวงห้าม” แอนนารู้สึกผิด
“พ่อเข้าใจ ว่าแต่ลูกจะไปไหนต่อ” พ่อสงสัย
“ลูกขอพักอยู่ที่นี่นะคะ ลูกไม่มีที่ไปจริงๆ” แอนนาขอร้อง
“ได้สิลูก ที่นี่ต้อนรับลูกเสมอ” พ่อกล่าวด้วยความเต็มใจ
**********************************
วันถัดมา แอนนาไปสมัครงานเป็แพทย์ประจำโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หลังจากสมัครงาน เธอก็เดินเที่ยวชมสวนสาธารณะ จนกระทั่งเธอเดินไปที่วงเวียนที่มีคนไปถ่ายรูปกันเยอะๆ
“มีอนุสาวรีย์ของเอริคด้วย ดีจัง” แอนนายิ้มเมื่อเห็นรูปปั้นของเขา เธอเดินเข้าไปใกล้ แล้วจับที่ข้อเท้าของเขาอย่างอาลัยอาวรณ์ พร้อมกับพูดพึมพำว่า “คุณสัญญาแล้วนะคะ ไม่ว่าฉันอยู่ที่ไหน ิญญาคุณจะอยู่กับฉันทุกที่” แล้วแอนนาก็เดินจากไป และขึ้นรถแท็กซี่กลับบ้าน
ในคืนพระจันทร์เต็มดวง เวลาเที่ยงคืน ที่โซ่ข้อมือของเอริคเกิดแสงสีเขียวเรืองรอง สักพักเอริคก็เริ่มรู้สึกตัวลืมตาตื่น สภาพร่างกายที่เคยเป็หินก็ค่อยๆ กลับคืนมามีชีวิตดังเดิม
เอริคเดินลงมาจากแท่นอย่างงงๆ และพึมพำว่า “ที่นี่ที่ไหน โอ๊ยหิวแล้ว ไปหาดูดเืมนุษย์ดีกว่า”
**********************************
แอนนารู้สึกได้ว่าเอริคกลับมาแล้ว ด้วยอำนาจของโซ่พันธะ ทำให้เธอรู้ที่อยู่ของเขา จึงรีบหายตัวไปหาเขาทันที
แต่ทว่าแอนนามาถึง เธอก็ใที่เห็นเอริคกำลังจะกัดคุ์เพื่อดูดเื
“หยุดเดี๋ยวนี้นะเอริค คุณทำแบบนั้นไม่ได้นะ” แอนนาร้องห้าม
“เธอเป็ใคร ทำไมถึงกล้ามาสั่งฉัน” เอริคพูดเสียงแข็ง
เมื่อเอริคปล่อยมือจากมนุษย์ ชายคนนั้นก็รีบวิ่งหนีทันที เอริคกำลังจะตามไปจับ แต่ถูกแอนนาขวางเอาไว้
“หลีกไป อย่ายุ่งกับฉัน” เอริคกล่าวด้วยความโกรธ
“นี่คุณจำฉันไม่ได้หรอคะ ฉันเป็ภรรยาคุณไง” แอนนากล่าว
“ฉันไม่มีทางเอาเธอมาเป็ภรรยาหรอก” เอริคกล่าว
“ว่าไงนะ” แอนนาอึ้ง
“บอกให้หลีกไป ถ้าไม่อยากเจ็บตัว” เอริคตะคอก
แอนนาไม่หลีก เอริคจึงเข้ามาจู่โจมเธอ ทั้งสองต่อสู้กัน แต่แรงผู้หญิงยังไงก็สู้แรงผู้ชายไม่ได้ เธอจึงถูกผลักไปกระแทกกับผนังของตึกจนาเ็ แล้วเอริคก็หายตัวไป
แอนนารู้สึกเสียใจที่เขาจำเธอไม่ได้แถมยังทำร้ายเธออีก ตอนนี้เธอเลยแว๊บหายตัวไปที่บ้านตัวเองเพื่อตั้งหลัก มาถึงเธอก็เห็นพ่อกำลังคุยปรึกษากับแซมสันเื่รูปปั้นอนุสาวรีย์ที่หายไป
“เกิดอะไรขึ้นลูก ทำไมาเ็แบบนี้” ซานอสเดินไปหาแอนนาด้วยความเป็ห่วง
“เอริคจำลูกไม่ได้ แถมทำร้ายลูกค่ะ” แอนนาเล่า
“คุณเจอเอริคแล้วหรอครับ” แซมสันตื่นเต้น
“ใช่ค่ะ แต่เขาคิดที่จะกัดคอดูดเืมนุษย์ด้วยนะคะ ทำไมเขาถึงกลายเป็แบบนี้ไปได้” แอนนาเล่า
“พ่อฟังเื่ราวจากแซมสันแล้ว ว่าเอริคได้ลงไปบ่อน้ำในเขตหวงห้ามนั่น” ซานอสกล่าว
“ลงไปแล้วจะเป็อะไรงั้นหรอคะ” แอนนาสงสัย
“บรรพบุรุษบอกว่า ใครก็ตามที่ลงไปในนั้น จะกลายเป็หิน ดังนั้นนักโบราณคดีจึงเข้าใจว่านั่นเป็รูปปั้นของเอริคแล้วนำไปตั้งที่กลางวงเวียน” ซานอสกล่าว
“อย่างนี้นี่เอง เมื่อวานลูกก็ได้ไปที่วงเวียนแห่งนั้นเหมือนกัน แต่ทำไมเอริคถึงจำลูกไม่ได้” แอนนาสงสัย
“ผมสงสัยว่า ความทรงจำเขาจะหยุดอยู่ถึงตอนก่อนที่เอริคจะพบท่านซอเรสครับ แต่ก่อนเอริคมีนิสัยเหมือนเกรกสันไม่มีผิด เขาคอยทำร้ายมนุษย์เป็ว่าเล่น แต่พอท่านซอเรสมาปราบเขา ท่านซอเรสไม่ได้ฆ่าเอริคแต่คอยอบรมเลี้ยงดูเสียใหม่ ทำให้นิสัยของเขากลับมาดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตาครับ” แซมสันเล่า
“ถ้าเขาเป็เหมือนเกรกสัน แล้วใครจะไปปราบเขาได้คะ ก็ในเมื่อท่านซอเรสก็ไม่อยู่แล้ว” แอนนากังวล
“คงต้องใช้วิธีร่วมมือกันไปก่อนครับ คุณหาตำแหน่งของเอริค ส่วนผมกับจอนนี่จะร่วมมือกันจับเขา” แซมสันกล่าว
“คงต้องทำแบบนี้นั่นแหละลูก” ซานอสเห็นด้วย
แอนนาพยักหน้า
**********************************
ั้แ่นั้นมาแวมไพร์สามตนก็ร่วมมือกันตามจับเอริคไม่ปล่อย
ทางด้านเอริคก็เริ่มรำคาญเพราะไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน แวมไพร์สามตนนั่นก็ตามมาได้ทุกที่ ตอนนี้เขาก็ยังไม่มีเืตกถึงท้องเลยด้วย และวันนี้ก็เช่นกัน
เอริคเข้าต่อสู้กับแซมสันและจอนนี่เป็ครั้งที่สิบแล้ว เขาเริ่มสงสัยว่าพวกนี้ตามหาเขาเจอได้ยังไง สักพักเอริคก็จ้องไปที่ข้อมือของหญิงสาว คราวนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่ามันเป็เพราะโซ่พันธะนี่เอง พอเขาเริ่มจะเสียท่าแวมไพร์หนุ่มสองตน เขาก็รีบหายตัวหนีไปอีก
“เอริคร้ายกาจจริงๆ การจับเขา ไม่ใช่เื่ง่ายๆ” จอนนี่บ่น
“ความทรงจำของเขาจะไม่มีวันกลับมางั้นหรอคะ” แอนนาถาม
“นั่นสิครับ ถ้าเขาจำได้ก็ดี พวกเราจะได้ไม่ต้องเปลืองแรงแบบนี้” แซมสันเหนื่อยจากการจับกุม
**********************************
และแล้ววันนั้นก็มาถึง แอนนาได้เข้าไปทำงานเป็แพทย์ที่ห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน สักพักพยาบาลก็เข้ามาเรียกเธอ
“คุณหมอคะ สามีคุณขอพบค่ะ” พยาบาลรายงาน
“สามีฉัน งั้นหรอคะ” แอนนาแปลกใจ
“ใช่ค่ะ เขาบอกว่าเขาชื่อเอริค” พยาบาลพูดต่อ
“ขอบคุณมากค่ะ” แอนนาดีใจมากที่เอริคจำเธอได้แล้ว เลยรีบวิ่งไปหาเขาด้วยความดีใจ
เอริครอเธอที่ด้านหลังของโรงพยาบาล แอนนารีบวิ่งเข้าไปกอดเขาทันที
“ฉันดีใจมากเลยนะคะ ที่คุณจำฉันได้แล้ว” แอนนาพูดอย่างยินดี
เอริคกอดตอบและกล่าวว่า “ผมเองก็เช่นกัน”
แต่สักพักก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เอริครีบผลักหญิงสาวไปติดกับผนังตึกทันที
“คุณจะทำอะไรน่ะคะ” แอนนาใ
“555 ฉันก็จะทำลายพันธะบ้าๆ นี่สิ ฉันจะได้เป็อิสระเสียที เธอคอยติดตามฉันไปทุกที่ มันน่ารำคาญมากเลยรู้มั้ย” เอริคเผยธาตุแท้
“ก็ไหนว่า คุณจะอยู่เคียงข้างฉันตลอดไปไง” แอนนาเสียใจ
“ใครมันอยากจะไปอยู่เคียงข้างเธอ ห๊า” เอริคกล่าว
แอนนาน้ำตาไหลไม่คิดว่าเขาจะพูดกับเธอแบบนี้ เธอโกรธจนถึงขีดสุด “ก็ได้ค่ะ ทำลายก็ทำลาย พวกเราจะได้ไม่ต้องเจอะเจอกันอีก คุณไม่ต้องเปลืองแรงหรอก เดี๋ยวฉันจัดการเอง” แอนนาเป็คนตั้งจิตกล่าวมนตร์ทำลายโซ่พันธะอย่างไม่มีชิ้นดี
ตอนแรกเอริคก็หัวเราะอย่างสะใจ แต่ทว่า่เสี้ยววินาทีที่โซ่ขาดสะบั้น อยู่ดีๆ ความทรงจำของเขาก็กลับคืนมาทั้งหมด เสียงของเขาที่เคยสัญญาเอาไว้ยังคงดังก้องในหูของเขา “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ิญญาผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอนะ แอนนา”
และหลังจากที่ทั้งสองหลุดเป็อิสระต่อกัน แอนนาก็รีบหายตัวไปทันที
เอริคเพิ่งได้สติ “เดี๋ยว แอนนา เดี๋ยวก่อน ผม….”
ไม่น่าเชื่อว่าโซ่พันธะได้ถูกทำลายไปแล้ว เขาทำให้เธอโกรธจัดแล้วทีนี้เขาจะนำเธอกลับคืนมาได้ยังไง
ั้แ่นั้นเป็ต้นมาเอริคก็พยายามออกตามหาแอนนา เขาจับพลังหรือสูดกลิ่นของเธอไม่ได้เลย เมื่อเขาจนปัญญา ก็เลยไปหาแซมสันกับจอนนี่
พอเอริคปรากฏตัวเท่านั้นแหละ แวมไพร์สองตนนั้นไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบเข้าจู่โจมเอริคทันที
“หยุดได้แล้ว พวกนายน่ะ ฉันจำอดีตได้แล้ว” เอริครีบพูด
“คุณไม่ได้หลอกใช่มั้ย” จอนนี่ถาม
“จำได้แล้วจริงๆ และฉันก็สูญเสียแอนนาไปแล้วจริงๆ ด้วย” เอริคกล่าวเสียงเศร้า
“ก็เ้านายไปหลอกเธอนี่” แซมสันกล่าว
“ฉันไม่ได้ตั้งใจ แต่ตอนนี้ฉันอยากพบแอนนา พวกนายรู้ที่อยู่มั้ย” เอริครีบถาม
“ไม่มีใครรู้เลยครับ เธอไม่ยอมบอกแม้กระทั่งเจนนี่กับซานอส” แซมสันกล่าว
“แล้วฉันจะทำยังไงดี” เอริคหมดหนทาง
“การที่พวกเราจับสัญญาณของแอนนาไม่ได้เลย นั่นหมายความว่าเธอไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกครับ” แซมสันกล่าว
“ฉันคงต้องไปล้วงข้อมูลที่โรงพยาบาลนั่น” เอริคหายตัวไปทันที
และแล้วโชคก็เข้าข้างเขา พยาบาลที่เชื่อว่าเขาเป็สามีของแอนนาก็ยอมบอกว่าหมอแอนนาย้ายไปทำงานที่โรงพยาบาลทางตอนใต้ ดังนั้นเขาก็เลยรีบออกเดินทาง
เอริคไปปรากฏตัวอยู่ที่ฟุตบาท ครั้งนี้ไม่มีรถคันไหนมาชนเขาก็จริง แต่เขาบังเอิญเห็นเด็กน้อยวิ่งข้ามถนนไม่ดูรถ รถบรรทุกวิ่งมาด้วยความเร็วสูง เอริครีบวิ่งไปผลักเด็กล้มไปนอนที่สนามหญ้าอีกฝั่งของถนน ส่วนตนเองนั้นก็ถูกรถบรรทุกชนเข้าอย่างจัง จนเอริคสลบไป
แอนนากำลังจะกลับบ้าน แต่เพื่อนของเธอขอแลกเวร ทำให้แอนนาต้องทำงานต่อที่โรงพยาบาล เธอได้ยินพยาบาลบอกว่าคนขับรถบรรทุกขับชนชายคนหนึ่งาเ็สาหัส แอนนารีบวิ่งเข้าไปในห้องเพื่อตรวจดูอาการของคนไข้ แต่พอเดินเข้าไปถึง เธอก็จับกลิ่นของแวมไพร์ได้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็เป็ไปตามคาด เธอพบว่าพยาบาลนอนอยู่บนเตียง ส่วนแวมไพร์หนุ่มที่หันหลังให้เธอกำลังก้มทำอะไรบางอย่าง
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ อย่าทำร้ายมนุษย์” แอนนาไม่รีรอ เธอรีบจู่โจมทันที
ชายคนนั้นสวนกลับทันควัน เขาใช้มนตร์พันธนาการเธอไว้ แล้วให้เธอนั่งติดอยู่กับเก้าอี้
“ปล่อยนะเอริค คุณห้ามทำร้ายเธอนะ” แอนนาพยายามดิ้นให้หลุด แต่โซ่มนตร์นั่นรัดเธอไว้แ่ามาก
“ฉันบอกว่าอย่าทำร้ายเธอไง” แอนนาพยายามห้ามปราม
เอริคหันหลังกลับมา พร้อมกับดูดถุงเืบริจาคด้วยความหิวโหย ส่วนพยาบาลคนนั้นได้นอนสลบไปแล้วโดยไม่ได้รับาเ็ใดๆ
แอนนาแทบอึ้ง เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเขาจะฆ่าคน
พอเอริคดูดเืจนหมดถุง เขาก็รีบเดินไปหาเธอ “ผมตามหาคุณมาโดยตลอด รู้มั้ย ผมห่วงคุณมากนะ”
“เลิกหลอกลวงฉันได้แล้วเอริค ฉันไม่หลงกลคุณอีกแล้ว” แอนนากล่าว
“ความทรงจำผมกลับมาแล้วนะแอนนา คราวนี้ผมไม่ได้หลอกคุณ พวกเรากลับกันเถอะนะ” เอริคกล่าวแต่แอนนาเบือนหน้าไปทางอื่น
“พวกเราไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว โซ่พันธะขาดสะบั้นแล้ว คุณเองก็เห็น” แอนนายังน้อยใจไม่หาย
“แต่พวกเราสร้างมันขึ้นมาใหม่ก็ได้นี่” เอริคกล่าว
“ไม่! ต่างคนต่างอยู่เถอะ” แอนนารีบปฏิเสธ
เอริคเห็นว่าแอนนายังไม่ยอมหายโกรธ เขาก็เลยอุ้มเธอทั้งๆ ที่โดนมัดแขนมัดขาด้วยโซ่มนตร์
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ คุณจะพาฉันไปไหน” แอนนาพยายามดิ้น
“ไปสร้างพันธะใหม่ คราวนี้เอาให้เส้นใหญ่กว่าเดิม คุณจะได้ทำลายไม่ได้ไง” เอริคกล่าว
“จะบ้าหรอเอริค ปล่อยฉันนะ” แอนนายังคงดิ้น
เอริคเห็นแอนนาเอะอะโวยวาย เขาก็เลยรีบจูบเธอ เขารอจนกว่าเธอจะยอมหยุดดิ้น เขาถึงจะยอมปล่อย
“เลิกพยศได้แล้วคนดี กลับบ้านกันเถอะ” เอริคพาแอนนากลับบ้าน
และแล้วทั้งสองก็ได้สร้างพันธะกันทั้งคืน
มีเสียงเล็ดลอดออกจากห้องนอน “พอได้แล้วเอริค โซ่มันเส้นใหญ่มากแล้วนะ ฉันทำลายไม่ได้แล้วล่ะ พอเถอะ”
“อีกนิดนะที่รัก…”
**********************************
ณ มหาสมุทรน้ำลึก รูปปั้นของเกรกสันนอนอยู่ที่ก้นมหาสมุทร แต่ทว่ารูปปั้นนั้นค่อยๆ ขยับตัวทีละนิด สักพักก็ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความโกรธแค้น และพูดพึมพำว่า “แค้นนี้ต้องชำระ เอริค”
จบบริบูรณ์