หลังจากวันนั้นเวลาก็ผ่านมาได้สองสัปดาห์แล้ว ใกล้ถึงเวลาที่สัญญาซื้อตัวของไฉต๋าตงจะหมดลงทุกทีภายในใจข้าตอนนี้ราวถูกปักด้วยเสี้ยมหนาม ทรมานเพียงใดก็มิอาจหลุดพ้นข้าเช็ดหยดน้ำตาพลางทอดถอนหายใจ เมื่อสายลมเย็นพาดผ่านมายังตัวข้าเสียงวิหคร้องเรียกเพียรหาคู่ของมัน เฉกเช่นกันกับข้าที่ได้แต่รำพึงรำพันหาไฉต๋าตง
“แม่นางเฟยระวังไม่สบายเอานะเ้าคะ” อาหลันเอ่ยเสียงเศร้า นางหยุดยืนอยู่ข้างหลังพลางหยิบถุงหอมสีชาดมาถือไว้ “ให้ข้านำไปมอบให้ท่านแม่ทัพไฉดีหรือไม่”
ข้าชำเลืองมองสิ่งของในมือนางก่อนหยิบถุงหอมที่อีกฝ่ายมอบให้มาแนบอก “ไม่เป็ไรหรอกเ้าไปยามนี้เดี๋ยวโดนจินเฟยหมายหัวเอาได้” ข้าเอ่ยเสียงแ่เบา
“แล้วจิตใจท่านเล่าจะให้นายท่านไฉเสวยสุขโดยลืมคำมั่นที่ให้ไว้แก่ท่านน่ะหรือ” อาหลันเอ่ยก่อนเดินมาหยุดยืนเคียงข้างข้า “ท่านใช้ตัวข้าในการออกจากหอนางโลมเถิดอย่าฝืนทนรอต่อไปเลย”
“ไม่ได้หรอกอาหลันน้อยข้าไม่ยอมให้เ้าถูกตราหน้าว่าเป็นางคณิกาเช่นข้า” ข้าส่ายหน้าช้า ๆแล้วหันออกไปมองตัวเมืองที่เริ่มส่องแสงสว่าง
เราทั้งสองเงียบลงอีกครั้งพวกเรารู้ดีว่าการเป็นางคณิกา หากรักผู้ใดแล้ว ย่อมเป็เื่ยากที่ได้ออกเรือนนอกจากจะต้องไถ่ตัวนางคณิกาผู้นั้น ยังต้องโดนตราหน้าหาได้มีชิ้นดีไม่
จนกระทั่งเสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมทั้งมีบ่าวรับใช้ก้าวเข้ามาเสียเต็มห้อง ข้ากวาดสายตามองพวกเขาจนกระทั่งจินเฟยเข้ามาพร้อมถือแส้หางกระเบนมาด้วยนางยกยิ้มร้ายแล้วจ้องมองมายังพวกเราทั้งสองข้ารับรู้ได้ถึงลางร้ายที่อาจมีผลต่อพวกเรา
“เหม่ยหลินหนอเหม่ยหลินพอหมดรักก็กลายเป็คนอื่น เ้าในยามนี้แลดูแล้วช่างน่าสมเพชยิ่ง” จินเฟยเอ่ยนางย่างกรายเข้ามาหาข้าเรื่อย ๆ
“มีอันใดจินเฟยถึงได้นำบ่าวรับใช้มามากมายเยี่ยงนี้” ข้าเอ่ยเสียงเรียบกดสายตามองนางแล้วดึงอาหลันให้หลบอยู่ข้างหลัง
“สองเดือนที่ท่านแม่ทัพไม่มาเยี่ยมเยือนเ้าดังนั้นแล้วเพื่อที่เ้ายังได้ทำงานต่อไปข้าถึงได้นำแขกกิตติมศักดิ์มาให้เ้าได้ดูแลให้สมกับเป็นางคณิกาอันดับหนึ่งอย่างไรเล่า”
“เ้าไม่มีสิทธิ์จินเฟยข้ายังอยู่ในสัญญาซื้อขายของต๋าตง เ้าไม่สามารถมอบข้าให้กับผู้ใดได้”ข้าเอ่ยเสียงแข็ง พลางมองเหล่าบ่าวที่เดินเข้ามาใกล้
“เหตุใดข้าต้องฟังเ้าด้วยยามนี้คือยามดี ยามอิ๋นช่างเหมาะแก่การเริ่มต้นใหม่เสียจริง เ้าว่าดีหรือไม่”
จินเฟยเอ่ยก่อนส่งเสียงหัวเราะ
“เหลวไหล!ฮูหยินอนุมัติให้ข้าออกจากหอนางโลมแล้ว!เ้ายิ่งไม่มีสิทธิ์สั่งให้ข้าปรนเปรอผู้ใด!” ข้าตวาดก้องภายในใจยิ่งรู้สึกรวดร้าว หากตนเองต้องไปปรนนิบัติชายอื่นที่หาใช่ไฉต๋าตงไม่
“เด็ก ๆ”จินเฟยออกคำสั่งโดยไม่ฟังคำทักท้วงของข้านั่นจึงส่งผลให้บ่าวสองสามคนเข้ามาประชิดตัว
โชคยังดีที่อาหลันน้อยออกแรงถีบบ่าวผู้หนึ่งจนกระเด็นไปนางยืนขวางข้าจากคนพวกนั้น แม้ข้าเห็นว่าตัวนางสั่นเทาแต่จินใจอันห้าวหาญสร้างความรู้สึกตื้นตันภายในใจ
“พวกเ้าอย่าได้เข้ามาใกล้แม่นางเฟย!!”
อาหลันะโก้อง นางรีบหยิบเชิงเทียนมาถือไว้
“หึ ๆแรงดีเยี่ยงนี้แสดงว่าโรคร้ายคงถูกรักษาหายแล้วถ้าเช่นนั้นย่อมดีที่จะมอบนางให้แก่แขกกิตติมศักดิ์เช่นกัน”จินเฟยระบายยิ้มอ่อนหวาน พลางส่งสัญญาณให้บ่าวชายเข้าจัดการแทน
แม้อาหลันป้องกันได้หนึ่งคนแต่อีกสองคนที่เหลือเข้าจับกุมนางได้ทันควัน นางออกแรงดิ้นพยายามมาหาข้าให้ได้ไม่ทันที่ข้าจะช่วยนาง จินเฟยจัดการฟาดแส้ใส่หลังข้า ข้ากรีดร้องพร้อมล้มลงกับพื้นความรวดร้าวจากแส้หางกระเบนไม่น่ากลัวเท่าสภาพจิตใจข้าในยามนี้
“ยอมเสียเถอะเหม่ยหลินท่านแม่ทัพเลิกใคร่ในตัวเ้าแล้ว! เขามีผู้หญิงข้างกายที่เพียบพร้อมมากกว่าเ้า!ตื่นจากความฝันเสียที!” จินเฟยตวาดพร้อมส่งเสียงหัวเราะแสนน่ารังเกียจนางระบายยิ้มแสนชั่วร้าย ที่ต่อให้นางงดงามเพียงใด ก็ไม่อาจแลได้เลย
จริงอยู่ที่ต่อให้ข้ากำลังฝันหวานหรือต่อให้ไฉต๋าตงเลิกรักในตัวข้า แต่ในเมื่อข้าปฏิญาณไว้เช่นไรต่อให้ข้าต้องตกนรกมอดไหม้ ทั้งร่างกายและจิตใจนี้หาได้เป็ของผู้ใดอีก
ข้าออกแรงที่มีทั้งหมดผลักนางแล้วดึงปิ่นปักผมมาจ่อไว้ตรงลำคอเรียวระหงแสนน่าภาคภูมิใจ ข้ามอง
อาหลันพลันน้ำตารินไหล ยิ่งเมื่อนึกถึงท่าทางแสนไร้เดียงสาของนางหรือความกล้าหาญจากตัวนาง สิ่งที่ข้ากำลังจะทำยิ่งสร้างความรู้สึกผิด
แต่พอใบหน้าของไฉต๋าตงปรากฏขึ้นตรงหน้ารอยยิ้มแสนอ่อนหวาน น้ำเสียงแสนนุ่มนวล หรือจะเป็ใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระรื่นทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็ตัวไฉต๋าตง คือทุกอย่างที่ข้ารักจนหมดใจ
“ข้ารักท่านและข้าจะมีท่านเพียงผู้เดียว” ข้าเอ่ยพลางหลับตาพริ้ม นึกถึงใบหน้าของบิดามารดานึกถึงใบหน้าของฮูหยินสกุลจิน ผู้ที่คอยเลี้ยงดูข้าจนเติบใหญ่
“แม่นางเฟย!! /อย่าทำอะไรบ้า ๆนะ!!” เสียงทั้งสองดังประสานกัน แต่ข้าหาได้สนใจไม่
ในตอนที่ข้ากำลังเงื้อมมือขึ้นสูงเพื่อปลิดชีวิตตัวเองััจากฝ่ามือหยาบจับข้อมือข้าไว้ พอข้าลืมตาได้เห็นร่างอันคุ้นเคยน้ำตาข้าไหลอาบพวงแก้มทั้งสองข้าง เขาดึงข้าเข้าสู่อ้อมแขนพลางลูบแผ่นหลังอย่างแ่เบา
“ข้ามาช่วยเ้าแล้วเหม่ยหลิน”เสียงนุ่มนวลแสนคุ้นเคยดังกระซิบอย่างอ่อนโยน ข้าทิ้งปิ่นปักผมพลางกอดอีกฝ่ายแล้วร้องไห้โฮ
“ท่านกลับมาแล้วไฉต๋าตงของข้า” เป็อีกครั้งที่เขาได้ช่วยชีวิตข้าไว้เป็อีกครั้งที่ความอ่อนโยนของอีกฝ่าย ชะล้างความดำมืดภายในจิตใจ
ไฉต๋าตงหันไปมองจินเฟยใบหน้านางซีดเซียวจนเห็นได้ชัด ไม่ทันที่อีกฝ่ายได้คิดหนีนายทหารของไฉต๋าตงจับกุมทุกคนเอาไว้
“จินเฟยข้าเตือนเ้าแล้วว่าอย่างไร เมื่อใดที่เ้าทำลายสตรีของข้าเมื่อนั้นจะถึงเวลาที่เ้าได้รับโทษทัณฑ์!” ไฉต๋าตงตวาดก้อง แข้งขาของจินเฟยอ่อนแรง จนนางล้มลงนั่งกับพื้น
“นายท่านไฉท่านอย่าได้เข้าใจผิดเลย ข้าแค่หยอกเย้านางเล่นเพียงเท่านั้นท่านสอบถามเหม่ยหลินได้” จินเฟยเอ่ยเสียงสั่น พลันเงยหน้าสบตากับข้า“จริงใช่หรือไม่เหม่ยหลิน เ้ารีบช่วยข้าเร็วเถอะ”
ข้าไม่คิดตอบอันใดเพียงแค่ซบยังอกแกร่งที่เปรียบดั่งที่พักพิงของข้าจินเฟยพยายามคลานเข้ามาใกล้เพื่อเว้าวอน แต่นายทหารพาดดาบกั้นเอาไว้
“เหม่ยหลินเ้ารีบพูดสิเหม่ยหลิน เหม่ยหลิน!”
จินเฟยตัวสั่นจนแม้แต่ข้ายังเห็นได้ชัด นางหวาดกลัวโทษความตายจนน้ำตาเริ่มแตกพราก
“หึ!”ไฉต๋าตงส่งเสียงในลำคอ ก่อนสั่งให้นายทหารนำหีบสมบัติกล่องใหญ่มาวางตรงหน้านาง“นี่คือค่าไถ่ตัวเฟยเหม่ยหลิน หลังจากนี้เ้าหาได้มีอำนาจในตัวฮูหยินข้าไม่!”
จินเฟยพยักหน้ารัวเร็วนางรีบดึงหีบสมบัติมาไว้ใกล้ตัวนาง “ข้าเข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว”
ต๋าตงหันมาสบตากับข้าเขาเช็ดหยดน้ำตาที่เอ่อคลออย่างแ่เบา “เฟยเอ๋อร์ เ้าไม่ต้องกลัวนะหลังจากนี้เราจะได้อยู่ด้วยกันแล้ว”
“ต๋าตง…ท่านทำข้าเสียใจไปถึงสองสัปดาห์เชียวนะ” ข้าพึมพำตำหนิอีกฝ่ายแต่ยังคงระบายยิ้มอ่อนหวาน
“จะเป็ไปได้หรือไม่หากข้าให้น้องสาวมาอยู่ด้วยกันกับข้า” ข้าเอ่ยเสียงนิ่งเรียบแต่หนักแน่นเขาใช้เวลาคิดเพียงชั่วครู่เท่านั้น ก่อนพยักหน้าลงเบา ๆ
ข้าหันไปทางจินเฟยที่ฮูหยินจินฝากฝังให้นางเป็น้องสาวมองนางที่กอดเงินทองด้วยเนื้อตัวสั่นเทา ภายในใจข้านึกสังเวชนางนักถึงกระนั้นเมื่อข้าหันกลับมามองอาหลันที่ยกยิ้มอย่างยินดีภายในใจข้ากลับนึกสงสารนาง
หลังจากข้าหยิบกล่องสมบัติออกมาข้ายกแล้วไปวางไว้ตรงหน้าจินเฟย นางเงยหน้าสบตากับข้าแววตานางคลับคล้ายคลับคลาเป็คนสติไม่ดีเข้าไปทุกที
“จินเฟยเอ๋ยหลังจากนี้ระหว่างเราคงหาได้เกี่ยวข้องกันแล้วไม่ข้าหวังว่าต่อจากนี้เ้าจะบริหารหอนางโลมอย่างสุดความสามารถอย่าได้ทำให้มารดาเ้าต้องเป็กังวลอีก” ข้าเอ่ยก่อนพ่นลมหายใจเบา ๆ“เงินจำนวนนี้คงเพียงพอที่ไถ่ตัวอาหลันไปกับข้าได้ ดังนั้นแล้วเ้าเองก็ไม่มีสิทธิ์ในตัวอาหลันเช่นกัน”
“แม่นางเฟย…”อาหลันส่งเสียง ข้าหันไปยิ้มให้นางก่อนลุกขึ้น
“ตอนนี้เ้าเป็อิสระแล้วอาหลัน”ข้าเอ่ยกับนางอย่างอ่อนโยน ก่อนหันไปยังชายผู้เป็ที่รัก
“ไปกันเถอะเหม่ยหลิน”ไฉต๋าตงยื่นมือมาตรงหน้า ข้าวางฝ่ามืออย่างแ่เบา
ตอนที่พวกเรากำลังเดินออกมาข้าหันกลับไปยังห้องนอนอีกครั้ง แม้เต็มไปด้วยเื่ราวตั้งมากมายแต่มันก็เป็สถานที่แรก ที่ข้าและไฉต๋าตงได้พบกัน ข้าหยุดมองยังอาหลันนางคำนับให้ข้าด้วยตัวที่สั่นเพียงเล็กน้อย
“มาสิอาหลันมาเป็น้องสาวของข้า” สิ้นคำพูดข้านางเงยหน้าขึ้นมา แววตานางเปล่งประกายนางรีบพยักหน้าแล้ววิ่งมาหาข้าอย่างรวดเร็ว
พ้นออกจากหอนางโลมเพียงไม่กี่ก้าวเสียงร้องโหยหวนของจินเฟยดังขึ้นตามหลัง ข้าหันกลับไปคำนับยังหอนางโลมอีกหนึ่งคราก่อนเดินขึ้นรถม้าเพื่อมุ่งสู่ชีวิตใหม่
เพื่อที่ข้าจะได้ใช้ชีวิตกับไฉต๋าตงบุคคลอันเป็ที่รักของข้าตลอดไป