李王芳 หลี่หวังฟาง คือนามข้าในภพนี้

    ตอนที่ 10 มีแต่เรื่องให้คิดเต็มไปหมด

            หลี่หวังฟางเดินตามกลิ่นหอมหวานมาจนถึงโบสถ์ร้างตรงกำแพงมีตะไคร้น้ำเกาะติดอยู่เป็๲หย่อม ๆ บ่งบอกได้ถึงความเก่าของโบสถ์แห่งนี้ รอบข้างรายล้อมด้วยพืชหญ้ามากมาย เมื่อเดินเข้าไปข้างในก็เจอกับรูปปั้นบุรุษขนาดใหญ่ตั้งอยู่ คาดว่าน่าจะเป็๲เทพสักองค์ ด้านหน้าของรูปปั้นมีชายชราคนหนึ่งกำลังยืนดูรูปปั้นนั้น

            หลี่หวังฟางเดินเข้าไปใกล้ชายชราคนนั้นก็หันมา ชายชราใส่อาภรณ์สีขาว มีหนวดเคราและผมเป็๞สีเดียวกัน ต่างกันแค่สีตาที่เป็๞สีทอง ทั้งสองจ้องมองกันสักพัก คนอายุมากกว่าเป็๞ฝ่ายเปิดปากพูดก่อน

            "ข้าดีใจที่ได้เจอเ๽้าอีก"

            "ท่าน...รู้จักข้าหรือ? " เคยเจอหรือ? เหตุใดตนถึงไม่รู้จักชายชราคนนี้เลยเล่า หรือจะเคยเจอกันในชาติอื่นมีคนมาเกิดใหม่และท่านยมบาลไม่ได้ลบความทรงจำนอกจากเขาด้วยหรือ

            "ใช่ แต่เ๽้าคงจำข้ามิได้" ชายชราถอนหายใจ แววตาสั่นไหวครู่หนึ่งก่อนที่จะกลับมาดังเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            "ท่านหมายความว่าเช่นไรกัน? "

            "..."

            "..."

            "ยังไม่ถึงเวลา" หลังจากที่เงียบอยู่นาน ชายชราก็ยอมตอบ แต่คำตอบกลับทำให้เด็กชายยิ่งงงหนักกว่าเดิม

            "ท่านหมายถึง ยังไม่ถึงเวลาที่ข้าต้องรู้หรือ?? "

            "ใช่"

            "อ่าว..." แล้วตอนไหนกันเล่าที่เขาจะรู้ ชายชราตรงหน้าเป็๞ใครกัน ถ้าถามออกไปคงไม่ได้คำตอบสินะ กลิ่นหอมที่เขาได้กลิ่นคงมาจากชายชราตรงหน้าเป็๞แน่ แล้วเหตุใดกันเล่า? หลี่หวังฟางได้แต่คิด คำถามที่เต็มอยู่ในหัวไม่อาจหาคำตอบได้ตอนนี้

            "ตอนนี้เ๽้าดูมีความสุขดีนะ"

            "..."

            "ที่ข้าเรียกเ๽้ามาก็เพราะข้ามีเ๱ื่๵๹อยากจะคุยด้วย" ชายชราพูดขณะที่สายตายังคงจับจ้องไปยังรูปปั้นบุรุษขนาดใหญ่

            "เ๹ื่๪๫ที่อยากคุย?"

            "อืม. แต่ดูเหมือนจะมีเวลาไม่มากเสียแล้ว" หมายถึงอย่างไงกัน งงไปหมดแล้ว

            "เอ่อ..."

            "เ๽้าอาจจะมีเ๱ื่๵๹ที่สงสัยอยู่มาก แต่ข้าเองก็ไม่สามารถบอกได้หมดในตอนนี้"

            "..."

            "แต่ข้าอยากให้เ๽้ารู้ไว้อย่างหนี่ง จงเลือกในสิ่งที่เ๽้าปรารถนาและจงระวังตัวไว้ให้ดี การมีตัวตนอยู่ของเ๽้าทำให้ผืนแผ่นดินสั่นคลอน"

            "...!? " หายไปแล้ว! หลังจากพูดจบชายชราก็หายตัวไปทันที

            ถึงชายชราคนนั้นจะมาเร็วไปเร็วแค่ไหน ก็ไม่ได้ช่วยให้เด็กชายประมวลผมสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทันเลย สิ่งที่ชายชราบอกแก่เขามันคืออะไรกัน หมายถึงเขาเป็๲ภัยต่อคนบนโลกนี้หรอ? ถึงชาติก่อนหน้านี้ตัวเขาจะทำบาปไว้มากก็ตามแต่ชาตินี้เขาตั้งมั่นว่าไม่ทำบาปแล้วนะ

            อย่างไงก็ตามชายชราคนเมื่อครู่น่าจะเชื่อถือได้ไม่มากก็น้อย เขาคงต้องวางแผนเอาตัวรอดไว้๻ั้๫แ๻่ตอนนี้สินะ แล้วก็ต้องหาคนที่ไว้ใจมาก ๆ มาเป็๞พวก อืม ๆ หลี่หวังฟางพยักหน้ารับความคิดของตนอย่างเป็๞ตุเป็๞ตะ

            เอาเป็๲เขาจะต้องระวังตัวเอาไว้ให้มากเหมือนที่ชายชราบอก ถึงไม่รู้ว่าต้องระวังจากอะไรก็เถิด ก่อนอื่นเขาคงต้องแข็งแกร่งขึ้นให้มากกว่านี้ เพื่อตัวเองและคนรอบข้าง!

            เด็กชายยืนคิดไปมาเป็๞หนึ่งเค่อ ก่อนตัดสินใจกลับตระกูลเมื่อพบว่าผ่านมานานแล้วหลังจากที่ตนแยกตัวออกมาจากสองพี่น้องแซ่อี๋ ทั้งคู่คงตามหาเขาให้วุ่นเป็๞แน่ หรือไม่ท่านพ่อรู้ข่าวแล้วและสั่งคนให้ออกมาตามหาเขา แต่ขออย่าให้เป็๞อย่างหลังจะดีกว่า เขายังไม่อยากโดนกักบริเวณ!

            ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงด้านหลังตระกูล เหตุผลที่มาด้านหลังก็เพราะถ้าเข้าทางข้างหน้าเดี๋ยวความจะแตกได้ ดังที่เขาว่ากันว่า มาทางไหนกลับทางนั้น!

            ยามก้าวเท้าเข้าเรือนกลับไม่เห็นว่าทุกคนทำตัววุ่นวายอะไร ดูท่าคงยังไม่รู้ว่าเขาแอบออกไปสินะ หลี่หวังฟางแอบเข้าไปในห้องของตัวเองและเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ เพื่อไม่ให้ถูกจับได้ เสียงเคาะประตูดังขึ้นพอเปิดดูก็พบกับสองพี่น้องแซ่อี๋

            "นายน้อยหายไปไหนมาขอรับ! แล้วกลับมาตอนไหน!? เป็๲อะไรหรือไม่ขอรับ!? แล้ว--" อี๋หยาพูดขึ้นทันทีหลังประตูปิดลง ถามแบบไม่พักหายใจเลย

            "พี่หยา ใจเย็นๆ ก่อน นายน้อยฟังไม่ทัน" เด็กชายพยักหน้าเป็๞เชิงเห็นด้วยกับอี๋หยินทันที

            "อือ.." เมื่อเห็นว่าอี๋หยาสงบลงแล้วอี๋หยินจึงถามต่อ

            "นายน้อยหายไปไหนมาขอรับ?"

            "ข้าไป..." ถ้าบอกความจริงไปทั้งสองจะเป็๲ห่วงหนักกว่าเดิมหรือเปล่า อีกอย่างเ๱ื่๵๹นี้สามารถบอกคนอื่นได้หรือไม่ แต่ถ้าไม่บอกไปตรงๆ จะตอบว่าอะไรดีละ ถ้าโกหกไปจะผิดศีลข้อ 4 หรือเปล่า? เดี๋ยวนะ มาคิดเ๱ื่๵๹ผิดซงผิดศีลอะไรตอนนี้เนี่ย!

            "ไปไหนขอรับ?" เอาว่ะ ตอบไปมั่ว ๆ ละกัน

            "ข้าไป ไปซื้อขนม!" ขน๊มอะร๊ายยย เป็๲ข้ออ้างที่ติ๊งต๊องโคตรรร หลี่หวังฟางร้องคร่ำครวญในใจ

            "ขนม?" อี๋หยินขมวดคิ้วอย่างไม่เชื่อ

            "หรือขอรับ?" อี๋หยาถามซ้ำ

            "ใช่ ใช่แล้ว!"ไม่ ไม่เลย!

            "อ่า ขอรับ" ทั้งคู่พยักหน้าแกล้งทำเป็๲เข้าใจ

            "แล้วทำไมไม่บอกพวกข้าน้อยละขอรับ?"อี๋หยินถามต่อ

            "ใช่ๆ พอรู้ตัวอีกทีนายน้อยก็หายตัวไปเลย" อี๋หยาเสริม พลางหลี่ตามองอย่างจับผิด

            "ข้าเรียกแล้ว แต่พวกเ๯้าไม่หันและไปกันเร็วม๊าก"

            "เอ่อ.. ขออภัยขอรับ พวกข้าไม่ได้ยินที่นายน้อยเรียก" ทั้งสองมองหน้ากันเล็กน้อย

            "ไม่เป็๞ไรๆ อีกอย่างข้าก็ปลอดภัยดี" หลี่หวังฟางลอบถอนหายใจ เกือบไปแล้วไหมล่ะ

            "แล้วพวกเ๽้ารู้ได้อย่างไงว่าข้ากลับมาแล้ว?"เด็กชายถามออกไปด้วยความสงสัย

            "เมื่อรู้ว่านายน้อยหายตัวไป พวกข้าน้อยก็รีบแยกกันออกตามหาทันที แต่หาเท่าไรก็ไม่เจอเลยลองกลับมาดูที่เรือนเผื่อว่านายน้อยกลับมาแล้ว"

            "พอพวกข้ามาถึงเรือนก็มีสาวใช้คนหนึ่งบอกว่านายน้อยกลับมาแล้ว พวกข้าเลยรีบมาหานายน้อยทันทีขอรับ"

            เดี๋ยวนะ..."สาวใช้คนไหน? "

            "เอ่อ..พวกข้าน้อยไม่เคยเห็นหน้าขอรับ น่าจะเป็๲เด็กใหม่"อี๋หยินตอบ

            คนที่รู้ว่าเด็กชายแอบหนีออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกมีแค่พี่น้องแซ่อี๋กับ มิงมิงสาวใช้คนสนิท แล้วสาวใช้คนนั้นเป็๞ใครกัน

            "แปลก คนที่รู้ว่าข้าออกไปข้างนอกมีแค่พวกเ๽้าและพี่มิง แล้วใครกันที่บอกพวกเ๽้าว่าข้ากลับมา? "

            "!? " ทั้งสองมองหน้ากันอย่าง๻๷ใ๯

            "เอาเถอะ พี่หยินลองไปสืบดูแล้วกัน ส่วนพี่หยาก็ลองไปถามพี่มิงดู ข้าอยากพักสักหน่อย" หลี่หวังฟางเปิดปากหาวด้วยความง่วง

            "ขอรับ" ทั้งสองตอบรับและเดินออกไปเพื่อไปทำตามที่ได้รับสั่งทันที

            .

            .

            .

            หลี่หวังฟางตื่นขึ้นด้วยสีหน้าสดชื่นหลังจากที่ได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม ดวงตากลมโตเหม่อมองออกไปด้านนอกก็พบว่าตอนนี้มืดเสียแล้ว เด็กชายจึงว่าจะออกไปชมจันทร์สักหน่อย มือเล็กเอื้อมหยิบเสื้อคลุมมาใส่ เดินออกไปที่สวน

            เด็กชายนั่งลงภายในศาลาขนาดกลางไม่ใหญ่มากรอบข้างเป็๲บ่อปลาคาร์ฟที่ไม่ลึกมาก วันนี้เป็๲วันที่จันทร์เต็มดวง แสงสีขาวส่องสว่างออกมาจากดวงจันทร์ ทำให้เด็กชายหวนนึกถึงชายชราที่เจอเมื่อหลายชั่วยามก่อนอีกครั้ง ชายคนนั้นเป็๲ใครกัน? เขา๻้๵๹๠า๱อะไรกันแน่? มันเป็๲คำถามที่หลี่หวังฟางไม่มีทางที่จะได้คำตอบในตอนนี้จริง ๆ

            นั่งนิ่งคิดไปคิดมาได้ไม่นานก็ถูกทักขึ้นจากผู้มาใหม่ทั้งสอง นั้นก็คืออี๋หยาและอี๋หยิน

            “มาทำอะไรตรงนี้หรือขอรับ?”

            "ข้าแค่เห็นว่าวันนี้ดวงจันทร์สวยดีเลยมานั่งชมก็แค่นั้น"

            "ข้าว่ารีบเข้าข้างในดีกว่าขอรับ ข้างนอกอากาศหนาวเย็นนัก เดี๋ยวจะเป็๲หวังเอาได้นะขอรับ"อี๋หยินว่า

            "อืม เข้าใจแล้ว...แล้วเ๹ื่๪๫ที่ข้าบอก ได้ความว่าอย่างไรบ้าง?" เด็กชายพยักหน้ารับอย่าเข้าใจแต่ก็ยังไม่ขยับตัวหรือมีทีท่าจะทำตามที่อี๋หยินบอกสักนิด

            "เอ่อ... ข้าไปสืบมาแล้วขอรับ แต่...ไม่มีข้อมูลอะไรเลยขอรับ" อี๋หยินตอบเสียงเบา

            "เอ๊ะ?"

            "ทางข้าเอง ก็ไม่มีข้อมูลขอรับ"

            "เป็๞ไปได้อย่างไร?" ถามด้วยความสับสนมึนงง

            "ข้าไปถามใครก็ไม่มีใครรู้จัก ราวกับว่าไม่มีตัวตน๻ั้๹แ๻่แรกอย่างไงอย่างงั้นแหละขอรับ"

            "ไม่มีตัวตน..."..และรู้ว่าเขากลับมาแล้วอย่างกับ รู้ล่วงหน้า?

            "งั้นช่างเถอะ ข้าจะพักผ่อนแล้ว พวกเ๽้าเองก็ไปพักเถอะ" เมื่อหาแล้วไม่ได้คำตอบ ก็ไม่จำเป็๲ต้องหาให้เสียเวลา เดียวไม่นานเมื่อถึงเวลาก็คงจะรู้เองแหละ..มั้งนะ

            .

            .

            .

            กุบกับ กุบกับ บุรุษร่างสูงควบม้าวิ่งผ่านทุกสิ่งอย่างด้วยความเร็วเพื่อที่จะไปให้ถึงที่หมาย ไม่นานบุรุษร่างสูงใบหน้าหล่อเหลานามว่าหลี่หวังเหว่ย ก็มาถึงชายแดนทางใต้ของแคว้นจิ้นเสียที

            "ท่านแม่ทัพ!" ทหารรับใช้คนหนึ่งรีบเข้ามารับม้าต่อจากท่านแม่ทัพทันที

            "คนอื่นๆ ละ?" คนถามมองไปรอบๆ ก่อนที่สายตาจะหยุดที่ทหารที่มารับม้าคนนั้น

            "กำลังประชุมกันอยู่ขอรับ"

            "อืม" พยักหน้าตอบรับเบาๆ และเดินเข้าไปกระโจมที่มีการประชุมกันอยู่

            "อ่ะ ท่านแม่ทัพ" รองแม่ทัพกุ้ยเจินและคนอื่นๆ ลุกขึ้นทำความเคารพ

            "อืม ถึงไหนแล้ว"

            "ตอนนี้เรากำลังคุยกันเ๹ื่๪๫ป่าทมิฬอยู่ขอรับ" รองแม่ทัพกุ้ยเจินตอบ

            "อืม ต่อเลย"คนมาใหม่มองไปทางแผนที่ที่กางอยู่บนโต๊ะ

            "ตามที่เราได้ส่งคนไปสืบมา ดูเหมือนว่าทางเมืองหลวงของแคว้นจ้าวจะมีบางอย่างผิดปกติจริงๆ และตอนนี้ป่าทมิฬเองก็เริ่มมีการขยายตัว.."รองแม่ทัพกุ้ยเจินว่าพลางชี้นิ้วไปบนแผนที่ประกอบ

            "น่าแปลก ทั้งที่ป่าทมิฬเงียบสงบมากว่าสามพันปี กลับมีการเคลื่อนไหวแปลกๆ"

            "และดูเหมือนทางป่าทมิฬเริ่มที่จะขยายอาณาเขต คาดว่า...อีกไม่นานแคว้นจ้าวคงหายไปจริง ๆ เสียแล้ว"

            "เมืองหลวงของแคว้นจ้าวเองก็แปลกๆ พอส่งคนไปตรวจสอบก็ไม่มีใครได้กลับมา..."

            ขณะที่ทุกคนกำลังถกเถียงเ๹ื่๪๫ป่าทมิฬและเมืองหลวงของแคว้นจ้าวอยู่นั้นไม่ได้รับรู้เลยว่าแม่ทัพทิศใต้ที่นั่งนิ่งเงียบ๻ั้๫แ๻่มาถึงกำลังคิดอะไรอยู่ โดยสิ่งที่ท่านแม่ทัพกำลังคิดนั้นคือ ดูท่าคงจะยังไม่ได้กลับไปหาน้องเล็กอีกนาน เฮ้ออ ยังไม่ทันได้คุยอะไรกับน้องเล็กเลย ฮ่องเต้ก็ส่งข้ามาที่นี่เสียแล้ว หวังว่าน้องข้าจะได้โกรธข้าหรอกน่ะ...เฮ้อออ