เมื่อทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางความมึนงงลดน้อย ถึงอาการปวดหัวจะยังมีอยู่แต่ดวงตาทั้งสองข้างของน้ำใสมองเห็นทุกอย่างชัดแจ่ม ไม่พร่ามัวเหมือนตอนแรก น้ำใสจึงเห็นรอบๆ ตัวชัดขึ้น บ้านหลังนี้เป็บ้านไม้กึ่งกระท่อม ไม่ใหญ่ แต่ก็ไม่แคบจนอึดอัด ตัวบ้านทำด้วยไม้อะไรหล่อนไม่ทราบ ตรงกลางห้องมีโต๊ะไม้ตัวย่อมวางอยู่พร้อมเก้าอี้ไม่มีพนักหนึ่งตัว ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ รวมทั้งเตียงที่หล่อนนอนล้วนทำจากไม้ไผ่ผ่าซีกประกอบกันเตียงที่หล่อนนอนเป็เตียงเล็กขนาดนอนคนเดียว มีหมอนใบเล็กหนึ่งใบกับผ้าห่มเนื้อกระด้างผืนหนึ่ง
น้ำใสมองฝ่าเปลวแดดออกไปนอกหน้าต่างต้นมะพร้าวเอนลู่เล็กน้อยตามแรงลม เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังเป็จังหวะตอนแรกหล่อนว่าหล่อนได้ยินเหมือนมีคนหลายคนพูดคุยหัวเราะกันแต่ตอนนี้ไม่ได้ยินแล้ว หรือเสียงคนที่หล่อนได้ยินหล่อนหูฟาดไปเอง
เอ๊ะน้ำใสนึกถึงบางสิ่ง หญิงสาวก้มหน้าลงสำรวจตัวเอง ว๊าย ตายแล้ว คุณพระช่วยน้ำใสใยกมือขึ้นกุมหน้าอกหญิงสาวอุทานเนื่องจากรับรู้ว่ามีคนมาจัดการกับเนื้อตัวหล่อนโดยการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้หล่อนอยู่ในชุดเสื้อคอกลมกับกระโปรงเอวรูดยาวกรอมเท้าผ้าสีขาวหม่นเนื้อผ้าหยาบคล้ายผ้าดิบหรือผ้าฝ้ายและเหมือนไม่เคยโดนดูแลโดยการรีดให้เรียบ แต่ก็ไม่ยับจนน่าเกลียด ที่สำคัญชุดนี้ใส่แล้วค่อนข้างสบายตัว ไม่อึดอัดแล้วก็ไม่ร้อน
“ใครกัน ตายแล้ว ผู้หญิงหรือผู้ชายที่ทำให้เราแบบนี้ ขอให้เป็ผู้หญิงเถอะ”น้ำใสสงสัย แล้วชุดของหล่อนมันอยู่ที่ไหนกันนะ ของอื่น ๆ อีก น้ำใสกวาดสายตาไปรอบ ๆ ห้อง หญิงสาวไม่เจออะไรเลย ทั้งห้องมีแต่ความว่างเปล่า
ความกังวลแล่นขึ้นสมอง ขอให้เป็ที่ที่หล่อนรู้จักด้วยเถอะ น้ำใสเฝ้าแต่ภาวนาในใจ
หล่อนได้ยินเสียงผู้คนหัวเราะพูดคุยกันอีกแล้วตรงหน้าต่างมองไม่เห็นอะไร น้ำใสเปลี่ยนทิศทาง หล่อนพยายามมองลอดช่องเล็ก ๆตรงหน้าต่างข้างเตียง เห็นรางเลือนไม่ชัด เป็ลานดินกว้าง ๆกระท่อมหรือบ้านหลังเล็กชั้นเดียวลักษณะคล้ายกันปลูกห่างกันเป็่ ไม่ห่างมาก ต้นไม้ดอกไม้มีมากมายคล้ายรีสอร์ตแต่คงไม่ใช่เพราะไม่ได้มีการตกแต่งประดับประดาจนหรูเลิศเหมือนที่หล่อนเคยเห็นเมื่อคราวไปเที่ยว แต่บ้านถูกปลูกขึ้นแบบมีระเบียบ เรียงกันไป
มองเลยไปไกลลิบน้ำใสเห็นชายทะเลทอดยาว หาดทรายสีเหลืองนวลสวยสะอาดตา
คงเป็หมู่บ้านชายทะเล แต่ไม่น่าใช่ มัน แปลกยังไงไม่รู้ เมื่อไม่เห็นอะไรมากไปกว่าเดิม น้ำใสจึงเลิกมอง
น้ำใสแน่ใจแล้วว่าที่นี่คือทะเล แต่มันเป็ทะเลที่ไหน เอ๊ะ หรือจะไม่ใช่เมืองไทย คงไม่หรอกน่า น้ำคงไม่พัดเราไปไกลขนาดนั้น คิดมากไปได้
น้ำใสลองยกเท้าทั้งสองข้างขึ้นให้ขนานกับพื้นอึ๊บ ยังไม่ได้ ขาหล่อนมันหนักอึ้ง เรี่ยวแรงเราไปไหนหมด
“เฮ้อ....” น้ำใสถอนหายใจยาวด้วยความวิตกจริต
“เย้ พี่เอริคมาแล้ว พวกเรา พี่เอริคมาแล้ว” น้ำใสได้ยินเสียงคล้ายเสียงเด็กหลายคนะโโหวกเหวกเป็ภาษาไทยเราอยู่เมืองไทย ดีจัง น้ำใสยิ้มกับตัวเองดีใจที่หล่อนไม่ได้ไปไหนไกลเหมือนที่หล่อนกลัว หล่อนยังอยู่เมืองไทย
น้ำใสมองตรงช่องเดิมอีกครั้งส่ายสายตาไปมา หล่อนเห็นผู้คนมากมายมาย เด็ก ๆะโโลดเต้นไปมาชูมือขึ้นขวักไขว่คล้ายดีอกดีใจหรือได้ของถูกใจส่วนผู้ใหญ่ทั้งชายและหญิง ทุกคนต่างมีใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มหญิงสาวได้ยินเสียงของเด็ก ๆ ะโเรียกแต่ พี่เอริค พี่เอริคแต่น้ำใสยังไม่เห็นคนที่ถูกเรียกว่าพี่เอริคเลย พี่เอริคคนไหนกันนะ ดูท่าจะไม่ใช่หนึ่งในคนกลุ่มนั้นเพราะทุกคนมีอากัปกิริยาเดียวกันหมดคือยิ้มแย้มแบบดีใจอยู่ไหนนะคนชื่อเอริค
น้ำใสมองเสื้อผ้าที่คนเ่าั้สวมใส่
“เหมือนกัน” น้ำใสก้มมองชุดของตัวเองเหมือนกันกับที่คนพวกนั้นสวมใส่ เพียงแต่ผู้ชายในใส่เป็กางเกงขายาวเท่านั้น
น้ำใสใจชื้นขึ้นมานิดหนึ่งเดาเอาว่าที่ที่คงไม่อันตรายสักเท่าไหร่ เพราะเห็นมีเด็กอยู่ด้วย แต่มันเป็ที่ไหน เหมือนโรงงาน ไม่น่าใช่ หรือเป็มูลนิธิอะไรสักอย่าง
“เฮ้อ หญิงสาวถอนใจอีกครั้ง ยิ่งคิด ยิ่งสงสัย ยิ่งสับสน น้ำใสพักสายตา หันหน้ากลับมาที่เดิม หลับตาก้มหน้า หายใจเข้าลึกสูดหายใจดังฟืด
หญิงสาวตั้งสติใหม่“ฮึม” ก่อนหันไปมองตรงช่องเล็กตามเดิมผู้คนยังคงวิ่งเล่นกันสนุกสนาน ส่วนมากที่วิ่งเป็พวกเด็ก ๆ
สักพักชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เดินเข้ามา พวกเด็กเข้าไปรุมล้อมหน้าหลัง
น้ำใสมองหน้าชายคนนั้นไม่ชัดเห็นเพียงด้านข้างและด้านหลังเท่านั้น เพราะเขาหันหลังให้ที่พักของหล่อน
หัวหมุนอีกแล้วคิดในใจ คงจะมองต่อไปไม่ไหว ขอนอนเอาแรงอีกสักหน่อยดีกว่าตื่นขึ้นมาอีกครั้งคงรู้สึกดีกว่านี้ ตอนนี้หล่อนรู้สึกกลัวน้อยลงแล้วจะมีก็แต่ความสงสัยแปลกใจในสถานที่และพฤติกรรมของคนที่นี่เท่านั้น
“เอริค เอริค คุณเป็ใครกันนะ” น้ำใสพึมพำเบา ๆชื่อนี้ติดใจน้ำใสมาก เขาคงจะสำคัญพอสมควร เด็ก ๆพวกนั้นถึงได้ทำเหมือนรักใคร่ชื่นชม หรือเขาจะเป็หัวหน้าที่นี่หรือเป็เ้าของที่นี่ แล้วนิสัยอีก นิสัยจะเป็ยังไง กับคนที่นี่อาจจะดีแต่กับคนแปลกหน้าอย่างเราล่ะ เขาจะทำอะไรกับเราบ้างหรือเปล่า เราอยากกลับบ้านอยากไปจากที่นี่ แล้วที่นี่มันที่ไหน ใครกันที่ช่วยเราไว้ ใช่คุณหรือเปล่าคุณเอริคสุดาทิพย์อีก สุดาทิพย์อยู่ไหน
“เอริค เอริค” น้ำใสนึกแต่ชื่อนี้จนม่อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลียและตื่นกลัว
+++++++++++++++++++++++++
น้ำใสรู้สึกตัวเมื่อมีกลิ่นอาหารโชยมาปะจมูกท้องหล่อนร้องคราง ถ้าพูดได้มันคงพูดว่าขออาหารลงมาให้ฉันััหน่อยเถอะหญิงสาวพยายามลืมตาขึ้นช้า ๆ
“พี่สาวตื่นแล้ว พี่สาว พี่สาว” น้ำใสมองตามเสียงที่ได้ยินหญิงสาวเห็นเด็กหญิงตัวน้อยหน้าตาน่ารักยิ้มแฉล้มตาใสน้ำใสรู้สึกดีเมื่อคนแรกที่พบหลังจากหล่อนประสบเหตุการณ์ร้าย คือเด็กหญิงตัวน้อยกะอายุราวเจ็ดหรือแปดขวบ เด็กคนนี้มีผิวค่อนข้างคล้ำ ผมมีสีดำเหยียดตรง ตัดสั้นคล้ายทรงผมของเด็กนักเรียนถ้าเทียบกับเด็กวัยเดียวกันที่น้ำใสเคยเจอ เด็กคนนี้ออกจะผอมไปนิดแต่ก็ดูแข็งแรงสุขภาพดี หนูน้อยอยู่ในชุดที่เหมือนกับที่หล่อนใส่อยู่