ณ หมู่บ้านอันห่างไกลทางดินแดนตอนใต้ของอาณาจักรหยก์ ปรากฏร่างของชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่ง กำลังเดินมาพร้อมกับกลุ่มชายฉกรรจ์อีกราว ๆ ห้า หก คน ทุกคนล้วนแต่งกายคล้ายคลึงดุจมาจากสำนักเดียวกัน ยกเว้นชายหญิงที่เดินนำหน้าสุดพวกมันทั้งสอง ดูจะแต่งกายดีกว่ามาก ๆ ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลา ดวงตาคมเข้ม ท่าทางดูสุขุม สวมใส่ชุดผ้าสีขาว งดงาม ที่เอวสะพายกระบี่หายาก ส่วนหญิงสาวเองก็อยู่ในชุดผ้าแพรไหมสีฟ้า ใบหน้าของนางงดงามราวกับเทพธิดาจากสรวง์ คนทั้งคู่คงมาจากสกุลใหญ่เป็แน่แท้ "ท่านพี่ข้าว่า เราลองถามชาวบ้านแถวนี้ดูดีหรือไม่บางทีพวกเขาอาจจะ…" หญิงสาวกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าแย้มยิ้ม แต่พอได้เห็นแววตาของชายหนุ่มนางก็เงียบเสียงทันที "เื่นั้นเ้าไม่ต้องมาบอกข้าอยากถามก็ไปถามเลย.." ชายหนุ่มกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเ็า
เมื่อนั้นหญิงสาวจึงได้เดินตรงเข้าไปหาชาวบ้านผู้หนึ่งที่กำลังเดินผ่านทางมาพอดี "ช้าก่อนท่านลุงท่านป้า ข้าขอถามบางอย่างสักหน่อยจะได้หรือไม่" ชาวบ้านสูงอายุสองคนมองหน้ากันก่อนจะกล่าวตอบ "มีอันใดจะถามพวกเราหรือแม่นางน้อย" "ท่านลุงกับท่านป้าเป็คนแถวนี้ เช่นนั้นพวกท่านพอจะรู้เื่ของเด็กหนุ่มที่ใช้กระบี่ศิลาประหลาดหรือไม่" พอสองผัวเมียได้ยินคำถามจากหญิงสาวพวกมันก็มองหน้ากันก่อนจะหันมายิ้มให้ "แน่นอนแม่นางน้อยมีผู้ใดบ้างแถวนี้ที่จะไม่รู้เื่ของเด็กหนุ่มผู้นั้น ผู้ที่ช่วยปกป้องพวกเราจากคนของพรรคมาร" พอหญิงสาวได้ยิน นางก็แย้มยิ้มออกมาอย่างดีใจก่อนกล่าวถามต่อ "แล้วพวกท่านรู้หรือไม่ว่าเขาพักอยู่ที่ใดพวกข้าอยากจะพบกับเขา" พอสองผัวเมียได้ยินแบบนั้นสีหน้าก็พลันเปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับ "อยู่ที่ใดงั้นหรือแม่นาง? เื่นั้น….." ผู้เป็สามีอ้ำอึ้งไม่กล่าวต่อ
จนชายหนุ่มที่มากับหญิงสาวต้องเข้ามาถามเอง หากแต่น้ำเสียงกับท่าทางของมันนั้นดูกระโชกโฮกฮาก และ เกรี้ยวกราดมาก ๆ หาใช่แค่มันผู้เดียวเหล่าชายชายฉกรรจ์ที่ติดตามมาด้วยก็ปรี่ตามเข้ามาพร้อมกับชักดาบข่มขู่ "หยุดนะท่านพี่ หยุดนะพวกเ้าอย่าทำแบบนี้" เสียงของหญิงสาวร้องออกมาด้วยท่าทางใ แต่ความในั้นก็ยังมิอาจเทียบกับของสองผัวเมียชาวบ้าน สีหน้าของพวกมันซีดเผือดดวงตาเบิกกว้างทันทีที่เห็นแสงสีเงินแวววาวจากกระบี่ในฟัก "เื่นั้นข้าไม่รู้ ข้าไม่รู้จริง ๆ เด็กหนุ่มผู้นั้นไปมาไร้ร่องรอย ไร้ที่อยู่เป็หลักแหล่ง แต่จะปรากฏกายออกมาตอนพวกเรามีภัยอย่างเช่นตอน…."
ผู้เป็สามีกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพร้อมกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ แต่ไม่กล้ากล่าวต่อ " เช่นตอนใดเ้าจงพูดออกมา…" ชายหนุ่มในชุดสีขาวกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็าพร้อมสายตาที่น่าประหวั่นพรั่นพรึง ทำเอาสองผัวเมียขนลุกไปทั่วร่าง "ข้าไม่รู้ พวกข้าไม่รู้จริง ๆ อย่าฆ่าพวกข้าเลย นี่หรือว่า…พวกเ้า พวกเ้าเป็คนของพรรคมาร..!" สามีของหญิงสาวชาวบ้านกล่าวออกมาด้วยความใสุดชีวิต จากนั้นมันก็ฉุดดึงข้อมือของเมียวิ่งหนีสุดชีวิต
"คิดหลบหนีกระนั้นรึ พวกเ้าคงอยากไปปรโลกมากสินะ งั้นข้าจะสงเคราะห์ให้" ชายหนุ่มเปล่งวาจาออกมาอย่างโเี้ก่อนเตรียมชักกระบี่ออกมาเพื่อสังหารชาวบ้านผัวเมียทั้งสอง หากแต่กระบี่ของมันก็ถูกหยุดไว้ด้วยกระบี่ของหญิงสาว "ท่านพี่หยุดนะ.! ข้าไม่ยอมให้ท่านทำเช่นนี้แน่" "นี่เ้า…!!" มันมองหญิงสาวด้วยแววตาแข็งกร้าวโมโหจัด อยู่ชั่วครู่ก่อนจะเก็บกระบี่เข้าฝักก่อนเอ่ยปากเสียงดัง "พวกเ้าสองคนตามพวกมันไปแล้วเค้นถามข้อมูลมาให้ได้แต่อย่าลงมือรุนแรงล่ะ เดี๋ยวศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเ้า นางจะไม่พอใจเอาได้"
ชายหนุ่มร้องบอกให้ชายฉกรรจ์สองคนเร่งตามชาวบ้านผัวเมียสองคนไป "ข้าทำเช่นนี้เ้าพอใจหรือไม่น้องหญิง ถ้าอย่างงั้นพวกเราก็เดินทางต่อเถิด ข้าอยากจะพักเต็มแก่แล้ว" เมื่อกล่าวมันก็ก้าวเดินต่อไปอย่างไม่ไยดี แม้หญิงสาวจะห่วงชาวบ้านผัวเมียคู่นั้นมากเพียงใดแต่ก็มิอาจไล่ตามไปได้ สุดท้ายจึงก้มหน้าเดินตามชายหนุ่มไปติด ๆ
"เราหนีพวกมันพ้นหรือยัง" เสียงของสามีหญิงชาวบ้านเอ่ยขึ้น "ข้าก็ไม่แน่ใจท่านพี่แต่คิดว่าคงจะ…!!" ยังมิทันที่เมียของมันจะกล่าวจบนางก็หยุดชะงัก เมื่อพบว่ายามนี้มีชายฉกรรจ์สองคนที่พวกมันเคยพบก่อนหน้าได้มาดักรออยู่เบื้องหน้าเรียบร้อย "พวกเ้าทั้งสองคิดว่าจะหนีพวกข้าพ้นรึ ตาเฒ่า ยายเฒ่าจงบอกที่อยู่ของไอ้หนุ่มคนนั้นมาถ้าพวกแก่ยังอยากแก่ตาย" ชายคนนั้นกล่าวเสียงดังพร้อมชักกระบี่ออกมาชี้ไปทางชาวบ้านทั้งสอง "ช้าก่อนอาหยวน เ้าคิดจะสังหารพวกมันทั้งสองกระนั้นรึ? " ชายหนุ่มที่อีกคนที่มาด้วยกันกล่าวถาม "แน่นอนอยู่แล้ว หากพวกมันไม่ยอมบอกในสิ่งที่รู้" "แต่ถ้าเ้าทำเช่นนั้นแล้วศิษย์พี่เกิดรู้ขึ้นเล่า เ้าจะตอบนางเช่นไร" พอชายอีกคนถามจบ ชายที่ถือกระบี่ก็แค่นหัวเราะออกมา "หึหึ เ้ากลัวศิษย์พี่จะรู้นี่เอง รู้แล้วยังไง เ้าจงอย่าลืมสิว่าผู้ใดกันที่มีอำนาจเหนือกว่านาง ข้ากลัวคนผู้นั้นมากกว่า" พอมันกล่าวจบ ชายอีกคนที่กล่าวห้ามก็พลันมีสีหน้าหวาดกลัวเช่นกัน "จริงของเ้า เช่นนั้นก็ทำต่อเถิด จะรีบไปสมทบกับพวกเขา"
จากนั้นชายผู้ที่ถือกระบี่ก็เอากระบี่ไปจ่อคอหอยของ สามีหญิงชาวบ้านพร้อมกล่าวถามเป็ครั้งสุดท้าย "จงบอกมาแต่โดยดีว่าเ้าหนุ่มผู้ใช้กระบี่ศิลาอะไรนั้นมันอยู่ที่ใดไม่งั้นข้าจะส่งเ้ากับเมียไปปรโลกเดี๋ยวนี้"
สองผัวเมียชาวบ้านหวาดกลัวสุดชีวิตก่อนจะเริ่มร้องไห้ และทรุดเข่าลง พวกมันยกไม้ยกมืออ้อนวอนขอชีวิต พร้อมกล่าวว่าไม่รู้ ไม่รู้อย่างเดียว "ดูท่าทางคงจะเสียเวลาเปล่า เช่นนั้นพวกเ้าก็อย่าถือโทษโกรธข้าเลยนะ" ชายหนุ่มผู้ถือกระบี่กล่าวขึ้นก่อนจะวาดกระบี่ไปด้านหลังเพื่อเตรียมจะเหวี่ยงกลับมาปาดคอหอยของสองผัวเมียชาวบ้าน แต่ยังมิทันทีจะทำเช่นนั้น จู่ ๆ กระบี่ของมันก็หนักอึ้งราวกับมีูเาทั้งลูกมากัดทับ "ได้ข่าวว่าพวกเ้ากำลังตามหาข้าอยู่เช่นนั้นรึ ข้าก็มาแล้วนี่ไง อย่ามั่วไปเสียเวลากับท่านลุง ท่านป้าสองคนนี้อยู่เลย" เสียงของใครคนหนึ่งเอยขึ้น พอเ้าคนที่ถือกระบี่ได้ยินมันก็หันมามองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะได้พบกับร่างของเด็กหนุ่มคนหนึ่งในชุดหนังหมาป่าสีน้ำตาลที่ด้านหลังสะพายกระบี่ยาว และมันกำลังใช้สองเท้าเหยียบแตะอยู่ที่ปลายกระบี่
ชายฉกรรจ์ทั้งสองต่างใมากแต่ยังมิทันได้กล่าวสิ่งใดออกมา เด็กหนุ่มผู้นั้นก็ะโม้วนตัวข้ามหัวของชายถือกระบี่ ไปยืนอยู่เบื้องหน้าของชาวบ้านผัวเมีย "พวกท่านไม่เป็อันใดใช่หรือไม่" เด็กหนุ่มเอ่ยถามพร้อมระบายยิ้มอย่างเป็มิตร "พวกข้าไม่เป็ไร โชคดีนักที่ท่านปรากฏตัวออกมาพอดี" สองผัวเมียกล่าวด้วยรอยยิ้ม และ น้ำตา ก่อนที่เด็กหนุ่มจะบอกทั้งคู่รีบหนีไป จากนั้นมันจึงหันหา ชายฉกรรจ์ทั้งสองอีกครั้ง "เอาล่ะ ที่นี่ก็ถึงตาพวกเ้าแล้ว ตามหาข้ามีธุระอันใดก็ว่ามา" เด็กหนุ่มกล่าวถามพวกมัน แต่มันทั้งสองกลับนิ่งเงียบ ก่อนจะมองหน้ากัน จากนั้นก็ชักกระบี่ออกมาพุ่งใส่เด็กหนุ่มอย่างรวดเร็ว
"เข้าใจแล้ว ว่าพวกเ้าประสงค์สิ่งใดจากข้า" เด็กหนุ่มกล่าวขึ้นอย่างแ่เบา ก่อนที่จะกำหมัดแน่นจากนั้นก็พุ่งสวนทางผ่านร่างของพวกมันทั้งสองไปอย่าง รวดเร็ว ปานสายฟ้าแลบ เด็กหนุ่มไปโผล่ด้านหลังของคนทั้งสองห่างออกไปราว ๆ ห้าหกก้าว จากนั้นพวกมันทั้งคู่ก็ทรุดเข่าลง ก่อนจะล้มลงกับพื้นนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง "สวะของสำนักก็ยังเป็สวะของสำนักอยู่วันยังค่ำ จะผ่านไปกี่ปีพวกมันก็ยังเหมือนเดิมสินะ" เด็กหนุ่มทอดถอนหายใจพร้อมส่ายหน้าไปมาด้วยความสมเพชก่อนที่มันจะเดินจากไป…
จบบทที่22