ณ ถ้ำแห่งหนึ่งภายใต้ผาเทียมเมฆ
ไป๋ชิงอวิ๋นนั่งขัดสมาธิสงบนิ่ง รอบกายพลังลมปราณโคจรหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ด้วยลมปราณที่โคจรอยู่ทำให้เกิดเป็ปรากฏการณ์จักรวาลเคลื่อนคล้อย ฟ้าดินงดงามหยินหยางแบ่งแยกหมุนวนจับกันเป็คู่ และรอบนอกสุดคือพลังที่แสนปั่นจะป่วนคลุ้มคลั่งกำลังหมุนวนอยู่ ซึ่งด้านในของพลังที่ปั่นป่วนคลุ้มคลั่งคือความโกลาหล
พลังเหล่านี้หมุนวนโดยมีร่างของไป๋ชิงอวิ๋นเป็ศูนย์กลาง พลังแห่งความโกลาหลโคจรอยู่รอบนอกสุดซึ่งทำให้เกิดปรากฏการณ์แปลกประหลาดมากมาย ส่วนด้านในของความโกลาหลคือหยินหยางห้าธาตุฟ้าดิน ยิ่งโคจรลมปราณหมุนวนเหล่าปรากฏการณ์ก็ยิ้งเกิดขึ้นอย่างอิสระ
เวลาหลายวันผ่านไปในที่สุดดวงตาด้านซ้ายของเขาก็ไม่เ็ปอีกต่อไปแล้ว ไป๋ชิงอวิ๋นค่อยๆเปิดเปลือกตาทั้งสองข้างขึ้นมา แสงสีทองจากดวงตาด้านซ้ายส่องสว่างไปทั่วทั้งถ้ำ
ไป๋ชิงอวิ๋นสังเกตไปทั่วทั้งถ้ำอย่างละเอียดจากนั้นจิตใจก็ตกตะลึงพรึงเพริดขึ้นมา ดวงตาด้านซ้ายกับดวงตาด้านขวาของเขามันมองเห็นกันคนละแบบ ดวงตาด้านขวาสามารถมองเห็นได้อย่างปกติเหมือนกับบุคคลทั่วไป แต่ดวงตาด้านซ้ายกลับมีความประหลาดพิสดารเป็อย่างมาก ในขณะที่ตาด้านขวามองเห็นต้นไม้ในถ้ำปกติ แต่ดวงตาด้านซ้ายนั้นกลับสามารถมองเห็นถึงภายในต้นไม้ต้นนั้นได้ ไม่ว่าจะเป็ระบบการลำเลียงน้ำของต้นไม้เบื้องหน้าหรือการสังเคราะห์แสงของใบไม้ที่เปล่งประกาย ทั้งหมดล้วนแล้วแต่หน้าเหลือเชื่อทั้งสิ้น
ไป๋ชิงอวิ๋นหลับตาลงและลืมตาขึ้นอยู่บ่อยครั้ง เมื่อทำซ้ำไปซ้ำมาจิตใจของเขาก็สงบนิ่งลง กลิ่นอายแข็งแกร่งแผ่กระจายออกมาจากร่างกายของเขามันมีทั้งความกดขี่และความห้าวหาญ
ไป๋ชิงอวิ๋นลุกยืนขึ้น ตอนนี้กลิ่นอายพลังเวทย์ทั้งหมดล้วนแล้วแต่หายไปจากร่างของเขา สกิล:ปกปิดกลิ่นอาย ใช้ได้ผลดีจริงๆ ในตอนนี้นอกจากจิติญญาที่แข็งแกร่งแล้วร่างของไป๋ชิงอวิ๋นก็ไม่ต่างจากจอมยุทธ์ระดับหลอมกายาเลยแม้แต่น้อย
ภายในถ้ำที่เคยถูกทำลายลาบเป็หน้ากลอง ตอนนี้มีต้นไม้หนาใหญ่เกิดขึ้น และต้นไม้ทั้งหมดก็เต็มไปด้วยพลังแห่งชีวิตอันเข้มข้น ด้านหน้าห่างออกไปท่ามกลางต้นไม้น้อยใหญ่ทั้งหลายมีต้นไม้ต้นหนึ่งสูงหนึ่งจั้ง ้าต้นไม้มีผลไม้สีแดงสดสามลูกรูปทรงคล้ายกับลูกทับทิม แต่มีขนาดที่ใหญ่กว่าเล็กน้อย
ไป๋ชิงอวิ๋นมองไปที่ผลไม้สามลูกบนต้นไม้อย่างไม่กล้าละสายตา ดวงตาของเขาฉายแววตกตะลึงพรึงเพริดขณะเดียวกันก็ดีใจเป็ล้นพ้น ต้นไม้ที่มีความสูงหนึ่งจั้งเบื้องหน้านี้คือต้นไม้ที่เป็สมบัติแห่งฟ้าดิน มันคือต้นทับทิมโลหิต และผลไม้สามลูกนั้นก็คือผลทับทิมโลหิต มีสรรพคุณช่วยชำระล้างไขกระดูกภายในร่างกาย
อีกทั้งต้นทับทิมโลหิตต้นนั้นยังเติบโตขึ้นภายใต้แสงของพลังแห่งชีวิต ซึ่งแสงสีขาวนวลที่เปล่งประกายออกมาจากร่างของไป๋ชิงอวิ๋นมีพลังชีวิตหนาแน่นอย่างหาที่เปรียบมิได้ ด้วยความน่าอัศจรรย์ของน้ำพุต้นกำเนิดแห่งชีวิต ในใต้หล้านี้ไม่มีพลังชีวิตใดแข็งแกร่งไปกว่ามันอีกแล้ว
และนั่นก็หมายความว่าต้นทับทิมโลหิตต้นนั้นเติบโตและดูดซับไอพลังแห่งชีวิตจากร่างของไป๋ชิงอวิ๋นไปเป็จำนวนมาก จากนั้นก็งอกผลทับทิมโลหิตแห่งชีวิตนี้ออกมาสามผล ช่างเป็ความบังเอิญที่น่ายินดีจริงๆ
ไป๋ชิงอวิ๋นลุกขึ้นยืนจากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังต้นทับทิมโลหิต เขาคว้ามือออกไปกลางอากาศทันใดนั้นผลทับทิมโลหิตก็หลุดจากขั้ว ถูกเด็ดออกจากต้นแล้วมาปรากฏขึ้นในมือของไป๋ชิงอวิ๋นอย่างนุ่มนวล
ไป๋ชิงอวิ๋นพินิจดูอยู่นานสองนาน จากนั้นก็ตัดสินใจเก็บมันไว้ในช่องเก็บของของระบบจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่
"ไม่รู้ว่าโลกภายนอกผ่านไปกี่วันแล้ว ไม่ได้เจอเ้าพวกนั้นมาตั้งพันกว่าปีแล้ว....ไม่สิจะพูดแบบนี้ก็ไม่ถูก อันที่จริงโลกภายนอกก็ผ่านไปเพียงไม่กี่วันเท่านั้นเองนี่นา คงต้องรีบกลับไปหาเ้าพวกนั้นแล้วสิ ป่านนี้คงจะเป็ห่วงข้ามากแล้วเป็แน่"
ไป๋ชิงอวิ๋นหมุนกายเดินออกไปยืนอยู่ด้านหน้าถ้ำ เขาเพิ่งจะก้าวออกจากอาณาเขตของถ้ำไปเพียงไม่กี่ก้าวโลกหล้าที่สว่างไสวก็มืดครึ้มลงทันที ใช้เวลาเพียงไม่นานอาณาเขตหลายร้อยลี้ก็มืดสนิท
เมฆดำปกคลุมทั่วท้องฟ้าัอัสนีบาตวิ่งไปมาอยู่แปลบปลาบ เสียงฟ้าแลบดังลั่นอยู่เปรี๊ยะๆ สายฟ้าสีม่วงวิ่งผ่านไปมาในเมฆครึ้มสีดำปรากฏการณ์เบื้องหน้าประหนึ่งว่าฟ้าจะถล่มลงมา
ไป๋ชิงอวิ๋นเงยหน้ามองท้องฟ้าจิติญญาของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง ร่างกายสั่นเทิ้มเหมือนกับิญญาจะหลุดออกไปจากร่าง
"สิ่งที่ต้องมาในที่สุดก็ต้องมา ทัณฑ์์ต่อให้อยากหลบเลี่ยงถึงอย่างไรก็หลบเลี่ยงไม่ได้" ไป๋ชิงอวิ๋นดวงตาเด็ดเดี่ยวเฉียบคม เขาสืบท้าวก้าวขาไปข้างหน้าอย่างไร้ความเกรงกลัว
"ทรมานกับิญญาที่แทบจะแตกสลายมาเป็เวลาแปดร้อยปี ทัณฑ์์แค่นี้ข้าไม่มีทางกลัว" ไป๋ชิงอวิ๋นชูนิ้วชี้ขึ้นบนฟ้าแล้วเอ่ยปากพูดอย่างท้าทาย "เข้ามาเลย จงเข้ามาเป็หินลับมีดให้ข้าเสีย ข้ากำลังรอเ้ามาชำระล้างิญญาให้ข้าอยู่พอดี"
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
สายฟ้าแลบอยู่แปลบปลาบ ทัณฑ์์เบื้องบนประหนึ่งตอบรับคำท้ารบจากไป๋ชิงอวิ๋น เมฆสีดำเบื้องบนบีบเข้าหากันแน่นหมุนวนเป็วงกลม ทำให้เกิดช่องว่างตรงกลางของเมฆสายฟ้าขึ้น ไม่นานเกินรออัสนีบาตทัณฑ์์สายแรกก็ม้วนตัวขนด จากนั้นก็วิ่งผ่านท้องฟ้าแหวกทะลุอากาศลงมายังเบื้องล่าง
เปรี้ยง!
เป้าหมายของการโจมตีไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็ไป๋ชิงอวิ๋น ร่างกายของเขาไหม้เกรียม ไป๋ชิงอวิ๋นกัดฟันอดทนต่อความเ็ป และไม่นานแสงสีขาวนวลก็เปล่งประกายออกมาจากร่างของไป๋ชิงอวิ๋น ร่างกายของเขาแทบจะหายสนิทในทันที
แต่ที่ทัณฑ์์โจมตีไม่ใช่ร่างกายของเขา แต่เป็จิติญญาภายในร่างกายของเขาต่างหาก จิติญญาของไป๋ชิงอวิ๋นตอนนี้มีความแข็งแกร่งมาก แปดร้อยปีที่อดทนต่อความเจ็บของิญญาใกล้แตกสลายทำให้จิติญญาของเขาพัฒนาขึ้นไปอีก ตอนนี้ระดับของมันอยู่ในระดับที่สี่สิบเอ็ดแล้ว
มีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับยอดยุทธ์ขั้นที่หนึ่ง จิติญญาของเขาตอนนี้แข็งแกร่งนำร่างกายไปไกลมาก แต่เมื่อต้องเจอกับสายฟ้าทัณฑ์์จิติญญาที่แข็งแกร่งก็ไม่นับว่าเป็อะไร
เปรี้ยง!
สายฟ้าสายที่สองฟาดผ่าลงมา ไป๋ชิงอวิ๋นยังคงเผชิญหน้ากับทัณฑ์์ด้วยความสงบนิ่ง ปณิธานของเขาสูงส่งเกรียงไกรแม้แต่ทัณฑ์์ที่ฟาดผ่าลงมานี้เขายังไม่เห็นมันอยู่ในสายตา
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
ทัณฑ์์เริ่มฟาดลงมาด้วยความเร็วที่มากยิ่งขึ้น แต่แสงสีขาวนวลที่เปล่งประกายออกมาจากร่างของไป๋ชิงอวิ๋น กลับรักษาาแภายนอกของเขาให้หายดีในพริบตาเดียว ส่วนจิติญญาแม้จะฟื้นฟูไม่เร็วเท่าร่างกาย แต่ทัณฑ์์ก็ไม่อาจทำให้จิติญญาของเขาาเ็สาหัสได้
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
ทัณฑ์์ฟาดผ่ามาถึงครั้งที่แปดแต่ก็ทำอะไรไป๋ชิงอวิ๋นไม่ได้
"ทัณฑ์์มีน้ำยาแค่นี้หรือ" ไป๋ชิงอวิ๋นกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม
คลืน~~
เสียงสายฟ้าคำรณกู่ร้องเมฆดำในอาณาเขตหลายร้อยลี้หมุนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว รวบรวมสายฟ้าสีม่วงทั้งหมดมาไว้ที่จุดศูนย์กลางของเมฆสายฟ้า
เปรี้ยง!
สายฟ้าขนาดใหญ่มหึมาฟาดผ่าทะลวงร่างของไป๋ชิงอวิ๋นไปอย่างน่ากลัว อานุภาพของการโจมตีเหนือไปจากทุกครั้งที่ผ่านมา มันแรงขึ้นกว่าเดิมเป็เท่าตัวทำให้มุมปากของไป๋ชิงอวิ๋นมีเืสีแดงสดไหลออกมา และถึงแม้แผลภายนอกจะไม่ได้เป็อะไรมากแต่ภายในกลับสาหัสอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะจิติญญาขอองเขาตอนนี้มันอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้
ไป๋ชิงอวิ๋นยกยิ้มขึ้นแม้จะมีโลหิตไหลออกมาจากมุมปาก แต่เขาก็ไม่มีความเกรงกลัวอยู่เลยแม้แต่น้อย แสงสีขาวนวลเปล่งประกายออกมาอย่างถึงที่สุดทำให้รอบด้านที่ไหม้เกรียมกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เหล่าพฤกษานานาภัณฑ์ล้วนแล้วแต่เติบโตเจริญงอกงามขึ้นภายใต้แสงสีขาวนวล
"ทัณฑ์์ทำได้เท่านี้เองเหรอ? แค่นี้ยังไม่ถือว่าเท่าไหร่ ต่างจากที่อ่านในนิยายมาเยอะเลยแฮะ" ไป๋ชิงอวิ๋นคึกคักอย่างถึงที่สุด เขาไม่หวาดกลัวมันเลยจริงๆ ในอดีตฝันอยากท่องเที่ยวไปในยุทธภพ เผชิญหน้ากับโชคชะตาและต่อสู้เอาชนะ์ และตอนนี้เขากำลังท้าสู้อยู่กับ์ จะไม่ให้เขาตื่นเต้นได้อย่างไร
ขณะเดียวกันบนท้องฟ้า เมฆสายฟ้าที่ทำท่าจะสลายหายไป ตอนนี้กลับแผ่ขยายอาณาเขตออกไปมากกว่าพันลี้ อาณาเขตเมฆสายฟ้ากว้างสุดลูกหูลูกตา สายฟ้าบนท้องฟ้าแปรเปลี่ยนจากสีม่วงเป็สีคราม อานุภาพกดดันร้ายแรงมาก เพียงแค่เสียงเปรี๊ยะๆของมันก็ทำให้ไป๋ชิงอวิ๋นหน้าเคร่งขรึมลงแล้วในที่สุด