- 9 -
ความมืดที่ปกคลุม
“ป๋อเหวินอ่อนแอยิ่งนัก เขาไม่รับจิตมาร หนำซ้ำยังคิดกำจัดทิ้งอีกต่างหาก!”
“มันไม่ง่ายขนาดนั้น”
ชินอ๋องเยี่ยหลางอยู่ในปรภพมาเนิ่นนาน เขาเองก็อยากัั์บ้าง แต่ชะตาชีวิตก็ไม่ได้ลิขิตมาให้เขาเป็ตัวอะไรที่ดีเลิศเช่นพี่ชาย วันที่ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนและเสียงเรียกขานจากขุมนรก
‘เยี่ยเหวิน! เง็กเซียนฮ่องเต้แห่ง์เก้าชั้นฟ้า’
‘เยี่ยหลาง! ชินอ๋องผู้ครองปรภพ รวมไปถึงิญญาและเผ่ามาร’
สองพี่น้องหันหน้ามองกันอย่างไม่เข้าใจ อาภรณ์ของทั้งคู่ยังต่างกัน รวมไปถึงสีของดวงตาที่ใช้แยกตัวตนความเป็ฝาแฝดของทั้งสอง
‘ห้ามเยี่ยหลางวุ่นวายกับ์ และห้ามเยี่ยเหวินก่อกวนปรภพ!’
ตอนนั้นเขาอดหัวเราะออกมาไม่ได้ พี่ชายที่ไม่เคยใส่ใจน้องชายของตัวเอง มองเขาเป็มารร้าย เป็ปีศาจที่กระหายในอำนาจ แต่กลับดูและป๋อเหวินอย่างดีราวกับลูกในไส้!
อย่างไรป๋อเหวินก็เป็ลูกชายของท่านป๋อเถาซ่ง ชินอ๋องเยี่ยหลางไม่คิดลงมือเองอยู่แล้ว เขาไม่อยากแปดเปื้อนและกลายเป็พวกแพ้ราบคาบ จนกลายเป็นักโทษของ์
“แผนต่อไปของท่านล่ะ”
“ข้าคงต้องกระตุ้นป๋อเหวินให้มากกว่านี้อีกหน่อย” คนพูดเผยรอยยิ้มชวนขนลุก ในขณะที่ชินอ๋องเยี่ยหลางได้แต่นั่งจิบชาเงียบๆ
เง็กเซียนฮ่องเต้พาโม่หรานไปคาราวะองค์ยูไลที่ตำหนัก ท่านยังเป็อาจารย์ของลูกชายเสมอ
“คาราวะท่านอาจารย์”
“ตามสบายเถิดองค์รัชทายาท” องค์ยูไลที่กำลังนั่งสงบจิตลืมตาขึ้น เห็นฮ่องเต้ของ์สีหน้าทุกข์ร้อน คงเป็กังวลเื่การตามหาเพ่ยอิง
“ฝ่าามีสิ่งใด”
“องค์ยูไล ป่านนี้เรายังหาสองคนนั้นไม่เจอเลย ข้าไม่อาจยอมให้พวกเผ่ามารจับพวกเขาไป”
“ชะตาของผู้ใด ก็ของผู้นั้นฝ่าา เราไม่อาจเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้”
“เพ่ยอิงไม่มีวันทรยศเราแน่นอนท่านอาจารย์ ข้าเดาว่าคงเป็แผนชั่วของป๋อเหวิน!”
“เ้าพูดอะไรออกมาโม่หราน!”
“เสด็จพ่อ ข้ารู้ว่าท่านดูแลป๋อเหวินมาโดยตลอด แต่จอมมารยังไงก็ยังเป็มาร เขาไม่ชอบ์ ไม่ชอบเทพอย่างเรา ข้าไม่เชื่อว่าเขาจะเปลี่ยนใจทำดีกับน้องเพ่ยอิง”
“องค์รัชทายาทมีสิทธิ์ที่จะคิดเช่นนั้น แต่เราไม่อยากให้ท่านด่วนตัดสินผู้ใด”
“จริงอย่างองค์ยูไลกล่าว เ้าไม่ควรมองผู้ใดเพียงด้านเดียว” โม่หรานได้แต่สะกดอารมณ์ เสด็จพ่อของเขาสนใจมารผู้นั้นมากเสียยิ่งกว่าลูก ป๋อเหวินที่บุกถล่ม์ ทำให้โม่หรานต้องไปอยู่กับมารดานานหลายร้อยปี
“ข้าอยากตามหาน้องเพ่ยอิงด้วยตัวเอง”
“เรายังไม่รู้ว่าสองคนนั้นอยู่ที่ใด อีกอย่างทั้งคู่ต่างก็มีอาวุธศักดิ์สิทธิ์พลังมหาศาล”
เง็กเซียนฮ่องเต้เองก็ยังเป็กังวลพระทัย ผ่านวังเหลียนฮวาก็พบว่าองค์มหาเทพไม่อยู่อีกตามเคย พระองค์ทำราวกับว่าเพ่ยอิงเป็เพียงบ่าวรับใช้ หายไปแล้วก็ช่างปะไร
“มีอะไรหรือเสด็จพ่อ”
“ข้าแค่อยากรู้ว่าองค์มหาเทพจวิ้นหยาง อยู่เฉยไม่สนใจได้อย่างไร”
“พระองค์อาจกำลังทำตามวิธีของตนอยู่ก็ได้”
สิ่งที่โม่หรานกล่าวออกมาก็อาจเป็ไปได้ แต่เง็กเซียนฮ่องเต้ก็ยังไม่เข้าใจวิธีคิดขององค์มหาเทพอยู่ดี พระองค์ทรงเฉยเมยต่อทุกเื่ราว และมองทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็เื่ที่หาความจริงไม่ได้
ราตรีของห้วงจิตมารกำลังจะสิ้นสุด รุ่งอรุณจะเข้ามาเยือนแทนที่ ร่างของจิตมารปลิวกระเด็นติดอยู่กับผนังหินที่เย็นเยือก ป๋อเหวินเองก็สภาพร่อแร่ เืแดงสดไหลออกมุมปากและจมูก
“ป๋อเหวิน! เลิกต่อต้านได้แล้วน่า”
“เ้าไม่มีวันได้ร่างของข้า เ้าไม่มีวันทำสำเร็จ เ้าเป็จิตมารที่สกปรกต่ำตม”
“ฮ่าฮ่า…ผู้ใดจะสนใจความสะอาดหรือสกปรกกัน ข้าเกิดมาจากความโสมมในจิตใจของพวกท่าน ที่เอาแต่เรียกร้องหาตัวของข้า”
“งั้นข้าจะกำจัดเ้าทิ้งไปเองจิตมาร!”
สองร่างที่เอาแต่โรมรันต่อสู้ไม่หยุดพัก ในขณะเดียวกันเพ่ยอิงก็เอาแต่เกาะอยู่หน้าประตู เทพหนุ่มไม่ยอมนอนพัก เพราะเขารอคอยคนในห้องนั้นอยู่ รอป๋อเหวินที่กำลังต่อสู้กับความชั่วร้าย
แกรก! แกรก!
เสียงของอะไรบางอย่างกำลังตรงมาทางนี้ เพ่ยอิงผุดลุกยืนในทันที มองไปในห้องยังคงเงียบอยู่ ป๋อเหวินยังไม่ฟื้นขึ้นมา
“แน่ใจนะว่าที่นี่!”
“ขอรับ ท่านเสี่ยวซิง”
เพ่ยอิงตาลุกวาวทันที ผีดิบตาเขียวคู่ปรับของอี้เฉิงกำลังตรงมาที่นี่ เทพหนุ่มไม่สามารถซ่อนตัวได้ เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องต่อสู้ให้ถึงที่สุด
“ในที่สุดข้าก็หาที่นี่เจอ เ้าเซียนเฒ่านั้นมัวแต่ยุ่งกับการขจัดจิตมาร จงหลงลืมตรวจสอบม่านพลัง”
เผ่ามารหลายสิบคนก้าวเท้ามาทางที่เพ่ยอิงยืนอยู่ เขากลั้นหายใจหลับตาปี๋ มันคงถึงคราวของาแล้ว ครั้งนี่เพ่ยอิงคงต้องสู้กับเ้าตาเขียวจนตัวตาย
“ดูสิว่าข้าเจออะไร? เทพหนุ่มน้อย์เก้าชั้นฟ้า”
“เสี่ยวซิง!”
“โอ้ว....เ้ารู้จักชื่อของข้าแล้วงั้นหรือ ดีเสียจริงข้าจะได้ไม่ต้องแนะนำตัว” เพ่ยอิงถอยหลัง เมื่อเห็นใบหน้าที่ชวนผวาเดินเข้ามาใกล้ เขาไม่อยากเรียกกระบี่สาดแสงธาราออกมา ไม่อยากให้อี้เฉิงเป็อันตราย เพราะคราวนี้พวกมันคงเตรียมไม้เด็ดมาจับตัวเขา
“ั์ตาของเ้างดงาม สาดแสงธาราคงมอบพลังให้กับเ้าจนหมด ร่างกายของเ้าเชื่อมกับพลังของอาวุธศักดิ์สิทธิ์ พวกมันรักและภักดีต่อเ้า”
“ออกไป! อย่าเข้ามาใกล้เรา”
“ป๋อเหวินขจัดจิตมารสำเร็จหรือยัง เขาคงอ่อนแอจนต้องเป็ทาสของมัน แต่ก็ช่างเถอะ!” เสี่ยวซิงแสยะยิ้มให้กับเพ่ยอิง “เป้าหมายของข้าคือเ้าเพียงผู้เดียว”
“น่ารังเกียจ! สกปรกจนเราได้กลิ่นเน่าโชย เราไม่มีทางไปกับพวกเ้า”
“ก็ได้!”
เสี่ยวซิงถอยออกจากเพ่ยอิง และพบกับอีกคนที่ลอยลงมาจากหลังคา พลังรุนแรงจนเพ่ยอิงเซถลา ดวงตาเขียวมรกตเช่นเดียวกับเสี่ยวซิง แต่ความเหนือชั้นนั้นน่ากลัวยิ่งกว่า
“เสี่ยวรุ่ย!”
“ผู้กระบี่สาดแสงธารา รู้จักข้าด้วยอย่างนั้นหรือ?”
“ถอยไปให้พ้น!!!”
“ได้โปรดอย่าต่อต้าน ข้าเพียงแค่อยากให้ท่านไปกับพวกเราดีๆ” เสี่ยวรุ่ยยังคงหว่านล้อมเพ่ยอิง
“เราไม่ไป!”
“เ้าเป็นักโทษของ์ ด้านนอกนั่นทหารของเง็กเซียนฮ่องเต้ตามจับตัวเ้า สู้ไปกับเราเสียดีกว่า เราจะปกป้องคุ้มครองตัวเ้าเอง”
เพ่ยอิงพยายามที่จะยื้อเวลา อย่างน้อยเขาก็หวังว่าป๋อเหวินจะกลับมา ท้องฟ้ายามราตรีเริ่มมีแสงสว่าง นั่นหมายความว่ารุ่งอรุณกำลังมาเยือน
ถ้าป๋อเหวินไม่ลืมตาขึ้นมา ก็แปลว่าเขาพ่ายแพ้ต่อจิตมารเสียแล้ว
เทพหนุ่มไม่รู้เลยว่าเขาต้องทำอย่างไร มองซ้ายขวาก็ยังไร้ทางออก จะเรียกกระบี่สาดแสงธาราออกมาฟาดฟันให้สิ้นเื่ ก็เกรงว่าด้านนอกจะพากันแห่เข้ามาทำร้ายป๋อเหวิน
เสี่ยวรุ่ยก้าวเข้าหาเพ่ยอิงที่ยังยืนขวางประตูอยู่ เขามั่นใจว่าเทพหนุ่มจะไม่เรียกกระบี่ออกมา ด้วยป๋อเหวินที่ยังรักษาตัวอยู่ด้านใน และด้านนอกที่เต็มไปด้วยทหารของ์
“ย..อย่า! อย่าเข้ามาใกล้”
“ท่านไม่กล้าเรียกกระบี่ออกมา แต่ถึงแบบนั้นข้าก็ไม่สน”
ปึงงงง! ปังงงง!
พลันสายลมแรงก็พัดเอาประตูเขย่า ร่างของเพ่ยอิงเซถลาไปอีกทาง เผ่ามารที่มายืนกันอยู่ก็ยกไม้ยกมือขึ้นมาบังสายตาของตน เสียงประตูและหน้าต่างกระทบกันเสียงดัง ร่างของใครบางคนก็ออกมายืนมองด้วยสายตาแค้นเคือง
“หน้าอย่างพวกเ้า! มีสิทธิ์แตะต้องคนของข้างั้นรึ!!”
“ป..ป๋อเหวิน!”
ท่านเซียนเดินตามหลังออกมา ส่ายหน้าให้เพ่ยอิงที่ทำท่าจะวิ่งเข้าหา ป๋อเหวินในเวลานี้ดูเ็าและโหดร้าย ร่างกายที่เคยมีเส้นสีดำหายไปจนหมด แต่กลับมีเส้นสีทองแทรกขึ้นมาแทน ความอ่อนแอไร้พลังก่อนหน้านี้หายไปจนหมดสิ้น
“ทำอะไรลงไปป๋อเหวิน เด็กโง่!”
เสี่ยวซิงไม่อยากเชื่อกับรูปลักษณ์ตรงหน้า ป๋อเหวินะเิพลังของตัวเอง เพื่อเชื่อมกับิญญาดาบอัคนีปีศาจ การกระทำบ้าบิ่นไม่กลัวตายแบบนี้ สมกับที่เป็บุตรชายของท่านป๋อเถาซ่ง
“หากเ้าแตะต้องเพ่ยอิง! โทษคือตาย ความตายเท่านั้นที่ข้าจะพิพากษา”
“ป๋อเหวิน!!!”
“กลับไปให้หมด!! แล้วข้าจะไปเยือนเผ่ามารด้วยตัวเอง” จอมมารหนุ่มกระตุกรอยยิ้ม เสี่ยวรุ่ยถอนหายใจ พร้อมกับบอกให้ถอย ดวงตาเขียวมรกตยังคงจ้องไปทางเพ่ยอิงไม่วางตา
“เอาพลังฟ้าดินมาไว้กับตัว สักวันมันจะะเิตัวท่านจนตาย”
“ข้าก็หวังให้มันเป็เช่นนั้นเสี่ยวรุ่ย!”
เผ่ามารถอยร่นกลับไปจนหมด เพ่ยอิงที่ยืนอยู่อีกมุมก็รีบวิ่งมาหาป๋อเหวิน จอมมารตัวร้ายที่ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะเปลี่ยนไป แววตาแดงก่ำหันมามองเทพหนุ่มแวบเดียว ก่อนจะมองไปทางด้านหน้าที่ตั้งของป่ามรณะ
“หมดเื่ของเ้าแล้วเพ่ยอิง กลับไปบน์ของเ้าเถอะ”
“อะ อะไรนะ!”
“เผ่ามารตามราวีเ้าไม่เลิกแน่นอน พวกมัน้าตัวของเ้า” ป๋อเหวินยังคงไม่ได้หันมามองเพ่ยอิง เขาพูดโดยที่สายตาโฟกัสไปทางอื่นตลอดเวลา
“ป๋อเหวิน! ท่านจะให้เรากลับไปรับโทษที่์ แล้วตัวท่านก็จะสู้เพียงลำพังงั้นหรือ?”
“ข้าไม่้าเ้า ข้าเกลียดเทพ!”
“เราไม่เชื่อ....”
“ไปซะเพ่ยอิง ไปให้พ้นจากสายตาของข้า” ร่างกายของเพ่ยอิงชาวาบ ป๋อเหวินกำลังผลักไสไล่ส่งเขา ทั้งที่เราทั้งคู่ฝ่าฟันเื่ราววุ่นวายมาด้วยกัน “นั่นก็เพราะเ้า ข้าจึงต้องลำบากเช่นนี้”
คำพูดสุดท้ายออกมาจากปากของจอมมาร ก่อนที่เขาจะเดินจากไป ไม่แม้แต่จะหันหลังกลับมามองเพ่ยอิง เทพหนุ่มั์ตาฟ้าครามยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น
“เกิดอะไรขึ้นกับเขาหรือท่านเซียน”
“เห้อ! ข้าเองก็ไม่คิดว่ามารหนุ่มนั่นจะเลือกวิธีนี้ ะเิพลังทั้งหมด เพื่อเชื่อมกับิญญาดาบอัคนีปีศาจ เอาพลังของมันมาไว้ที่ตนเอง เป็การกระทำที่เสี่ยงตายเอามาก”
เพ่ยอิงเอ่ยลาท่านเซียน อย่างไรเขาก็จะขอกลับมาทดแทนบุญคุณแน่นอน เขาเอ่ยคำขอบคุณซ้ำไปมา ที่ช่วยรักษาป๋อเหวินจนหายดี ท่านเซียนได้แต่โบกมือว่าไม่เป็ไร
เทพหนุ่มไม่ได้คิดกลับ์ เขาตั้งใจตามป๋อเหวินไป หากยังไม่ได้ดาบอัคนีปีศาจ ก็ยังแน่ใจไม่ได้ว่าป๋อเหวินจะไม่โดน์ทำร้าย ร่างสูงโปร่งคิดแผนการของตัวเองอยู่ลำพัง เพ่ยอิงไม่สนใจว่าจอมมารขี้หงุดหงิดนั้นจะเห็นด้วยหรือไม่
เขาพาตัวเองลัดเลาะออกไปทางด้านหลังของป่าซีลู่เสียน ก่อนจะพบกับเผ่ามารที่ยืนต้อนรับอยู่
“เสวี่ยชิงเหอ!”
หญิงสาวนางพญามารกอดซบป๋อเหวินไว้ สายตาจดจ้องมาที่เพ่ยอิงด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน
ประมุขจอมมารมาทำอะไรที่นี่ แล้วนั่นป๋อเหวินทำไมถึงได้นิ่งเฉยนัก!
“ป๋อเหวินบอกข้าว่าเ้าตามตื้อไม่เลิก”
“เราเปล่า!”
“เขาบอกให้เราจับตัวของเ้ากลับเผ่ามาร เทพอย่างเ้าคงเกะกะรกตาของป๋อเหวิน” เพ่ยอิงมองไปที่ร่างกำยำตรงหน้า ยังคงเมินเฉยและไม่สนว่าเขาจะเป็เช่นไร
เสวี่ยชิงเหอที่กอดแขนป๋อเหวินไม่ปล่อย นางสั่งให้เสี่ยวรุ่ยจับตัวของเพ่ยอิงเอาไว้ ก่อนจะพาป๋อเหวินเดินหายไปในม่านหมอก เพ่ยอิงได้แต่ก้มหน้ามองพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง