ตัดมายังเช้าวันประลองเฟยหรง เสี่ยวเซียน เฟยหลิน เฟยเหลี่ยงได้เดินออกมาจากคฤหาสน์พร้อมกัน ในเวลานี้หญิงสาวเช่นเสี่ยวเซียนเกาะแขนของเฟยหรงไว้แน่นด้วยความรักไคร่ที่มากล้นในหัวใจ นางรู้สึกดีมากที่ได้อยู่กับเฟยหรงเช่นนี้หากเป็ไปได้นางอยากจะให้เวลานี้อยู่ตลอดไปเลยด้วยซ้ำ
แต่เมื่อสามวันก่อนเฟยหรงได้มาหานางพร้อมกับเล่าเื่ราวของพ่อกับแม่ของเขาที่หายไปให้นางได้ฟัง ดังนั้นนางจึงรับรู้ได้ในทันทีว่าอีกไปนานคนรักของนางคนนี้จะออกเดินทางไปไกลแสนไกล แม้นางคิดจะตามเขาไปแต่ต้องไม่ลืมว่าพื้นฐานการฝึกตนของนางนั่นก็หาได้สูงมากนักและยังเป็เพียงแรกเริ่มขั้นแปดเท่านั้น การจะออกไปผจญภัยในโลกกว้างกับเฟยหรงนั้นเรียกว่าแทบจะเป็ไปไม่ได้เลย ดีไม่ดีนางอาจจะกลายเป็ภาระของเขาด้วยซ้ำนั่นจึงทำให้นางจำยอมที่จะต้องปล่อยให้เขาไปเพียงลำพัง
ส่วนทางด้านเฟยหรงนั้นเองก็เช่นกันแม้เขาจะอยากให้นางไปด้วยเพียงใดแต่หนทางข้าหน้าช่างอันตรายนักและเขาก็ยังเป็เพียงขั้นนักรบตัวเล็กๆเท่านั้น จึงไม่อาจที่จะพานางไปด้วยได้ดังนั้นเขาจึงได้แต่ให้นางรอเขาอยู่ที่นี่เท่านั้นและพอเขาแข็งแกร่งมากขึ้นเมื่อไรเฟยหรงจะพานางไปท่องโลกกว้างในทันที แถมเมื่ออยู่ในทวีปนี้การมีปู่ของเขาอยู่ด้วยเฟยหรงยิ่งวางใจว่านางจะไม่ได้รับอันตรายใดๆอย่างแน่นอนต่อให้ทวีประดับกลางบุกมาก็ตามเนื่องจากหากปู่ของเขาปลดผนึกตบะทั้งหมดแล้วละก็มันไม่มีทางเลยที่จะมีใครต้านทานพลังของปู่ของเขาได้
เฟยหรงก้าวเดินมาช้าๆในที่สุดก็มาถึงสนามประลองใจกลางเมือง ที่ในเวลานี้มีผู้คนมากมายมาที่นี่เพื่อดูการประลองของเหล่ารุ่นเยาว์ไม่ขาดสาย ตรงที่นั่ง้าสุดปรากฏเหล่าผุ้นำตระกูลใหญ่ทั้งสี่นั่งอยู่้า ด้านหน้าของพวกเขาคือเ้าเมืองเยียนจิงจ้าวหยางและบุตรีของเขาจ้าวหลาน ส่วนด้านตรงหน้ามีเหล่านิยายต่างๆที่มาที่นี่เพื่อเฟ้นหาผู้มีพร์ไปเป็ศิษย์โดยจะประกอบไปด้วยสี่นิกายใหญ่คือนิกายสายรุ้งเมฆา พรรคตะวันจันทรา นิยายบุปผาเหมันต์ และหอกระบี่์ ที่มาอยู่ ณ ที่แห่งนี้
เฟยหรงเมื่อมองเห้นเช่นนั้นเขาก็ยกยิ้มอย่างเย้ยหยัน คนเหล่านี้เห็นได้ชัดว่าเป็พวกหน้าไหว้หลังหลอก พวกมันทุกคนต่างมองมาที่รุ่นเยาว์ของเมืองเยี่ยนจิงด้วยแววตาเยียดหยามอย่างเห็นได้ชัดแต่เฟยหรงก็ไม่ได้ถือสาหาความอะไร ขอเพียงอีกฝ่ายไม่เล่นลูกไม้กับเขาแน่นอนว่าพวกมันย่อมอยู่รอดปลอดภัย แต่ถ้าไม่เฟยหรงพร้อมจะให้มันดับสลายไปทั้งนิกายของมันอย่างแน่นอน
เฟยหรง เสี่ยวเซียน เฟยหลิน และเฟยเหลี่ยงต่างมองหน้ากันก่อนที่จะเดินขึ้นไปในลานประลองและแน่นอนว่าจ้าวหลานที่เป็บุตรสาวของเ้าเมืองเองก็ลงมาเช่นกันที่สำคัญนางยังไปถึงขั้นรวบรวมวิญญานแล้วอีกต่างหากนั่นแสดงให้เห็นว่านางมีพร์มากเพียงใดในที่แห่งนี้
เมื่อจ้าวหลานทะยานลงมาเหล่าชายหนุ่มต่างมองกันเป็สายตาเดียว เนื่องด้วยความงดงามของนางนั้นถือว่าเป็หนึ่งในสาวที่งดงามที่สุดในเยียนจิงร่วมกันกับเสี่ยวเซียนในรุ่นนี้ ดังนั้นไม่แปลกอะไรที่นางจะเป็ที่สนใจของชายมากมายโดยเฉพาะจินหลงที่ตอนนี้กำลังเดินไปเกี้ยวนางอย่างหน้าด้านๆ
"ทักทายคุณหนูจ้าว วันนี้คุณหนูช่างงดงามจริงๆ"จินหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนสายตาของมันพลันมองไปทั่วร่างของจ้าวหลานราวกับจะกลืนกินจนหญิงสาวไม่อาจจะทนการมองนี้ได้และเดินจากไปอย่างไม่สนใจใยดีอะไรจินหลงเลยแม้แต่น้อย
'เหอะ ทำเป็เล่นตัวนักนะ คอยดูเถอะพอข้าทำลายตระกูลเฟยและเสี่ยวได้เมื่อไร ตระกูลต่อไปคือตระกูลจ้าวของเ้าและเมื่อถึงตอนนั้นข้าผู้นี้จะเล่นกับร่างกายของเ้าทุกคืนวัน'จินหลงคิดในใจ การกระทำในครั้งนี้ของจ้าวหลานราวกับตบหน้ามันอย่างแรงและทำให้เป็มันต้องถูกหัวเราะเยาะโดยเหล่ารุ่นเยาว์มากมาย แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อจ้างหลานแข็งแกร่งกว่ามันและเป็ถึงลูกสาวของเ้าเมืองแถมด้วยแล้วนางย่อมมีสิทธิ์ที่จะหยิ่งผยอง ดังนั้นมันจึงได้แต่ต้องรอให้ถึงวันของมันเท่านั้นและแน่นอนว่ามันย่อมไม่ใช่วันนี้
ผ่านไปสักพักจ้าวเมืองก็ได้กล่าวเปิดงานขึ้นมาในทันทีก่อนที่กรรมการที่ถูกคัดมาจากเหล่าสำนักใหญ่ทั้งสี่จะขึ้นมาบนเวธีแล้วประกาศการประลองที่ทำให้ทุกคน ณ ที่แห่งนี้ต้องประหลาดใจ
"กติกาการแข่นขันในครั้งนี้ คือการแข่งขันแบบพบกันหมดโดยจะให้เหล่ารุ่นเยาว์ทุกคนได้ขึ้นเวธีพร้อมกันและสำแดงพลังที่ตนมีอย่างเต็มที่ การแข่งขันในครั้งนี้หากตายย่อมถือว่าเป็ความอ่อนแอของตนเอง"เสียงฮือฮาดังขึ้นมาไม่ขาดสายเมื่อสิ้นสุดการประกาศกติกาการประลอง จ้างหยางผู้เป็เ้าเมืองเมื่อได้ยินเช่นนี้เขาก็ไม่อาจจะอยู่เฉยได้อีกต่อไปและลุกขึ้นกล่าวถาม "ท่านกรรมการเหตุใดครั้งนี้ถึงได้มีกฏกติกาเช่นนี้ เดิมทีจะเป็การประลองแบบแพ้คัดออกนี่"
"โอ้ ท่านเ้าเมืองอย่าได้กังวลไป การแข่งขันนี้เหล่าสำนักทั้งสี่ได้ออกแบบขึ้นมาเพื่อที่จะสรรค์หาคนที่เก่งที่สุดและมีไหวพริบในการอยู่รอดอย่างแท้จริงดังนั้นไม่มีอะไรผิดพลาด"กรรมการกล่าวออกมาเช่นนั้น ในเวลานี้เฟยหรงที่กำลังฟังเขาก็รับรู้ได้ถึงความไม่ชอบมาพากลนี้อย่างแรงแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป
อย่างไรเสียพลังก็คือที่สุด เมื่อมีพลังแล้วนั้นจะหวั่นเกรงอะไรกับลูกไม้ที่พวกมันวางเอาไว้กัน เหล่าคนที่คิดจะประลองพลันเดินขึ้นสนามไม่ขาดสาย ในเวลานี้พวกมันกลับเเบ่งเป็กลุ่มก่อนใหญ่ๆอย่างชัดเจนเหลือเพียงกลุ่มของเฟยหรงเท่านั้นที่มีเพียงสี่คน
"ถ้าพร้อมแล้ว เริ่มการประลองได้!!"กรรมการะโกู่ก้องเมื่อทุกกลุ่มได้ยินเช่นนั้นก็พลันพุ่งเข้าใส่กันอย่างบ้าคลั่งจะมีเพียงกลุ่มของจินหลงเท่านั้นที่พุ่งเข้ามาหากลุ่มของเฟยหรงด้วยความเร็วสูง
"หืม อย่างนี้นี่เอง พวกมันคิดจะเล่นงานข้าสินะ"เฟยหรงกล่าวออกไปเช่นนั้นในเวลานี้นอกจากกลุ่มของจินหลงแล้วกลุ่มของตระกูลหลี่เองก็พุ่งเข้ามาหาเขาเช่นกันพร้อมเร่งโจมตีมาที่เขาเพียงคนเดียว
"แบบนี้ค่อยง่ายหน่อย พวกเ้ามาหลบหลังข้าให้หมด"เฟยหรงกล่าวออกมาเช่นนั้น เสี่ยวเซียน เฟยหลินและเฟยเหลี่ยงต่างทำตามเฟยหรงบอกอย่างเคร่งครัดทันใดนั้นเองเปลวเพลิงสีขาวที่มีประกายสายฟ้าก็ปรากฏขึ้นในมือของชายหนุ่มก่อนที่จะก่อตัวเป็พายุเพลิงขนาดใหญ่โหมเข้าใส่ทั้งสองกลุ่มอย่างรวดเร็ว
"นี่มันอะไรกัน!!พลังวิญญานเป็ไม่ได้!!"รุ่นเยาว์ของตระกูลจินกล่าวออกมาเช่นนั้น สายตาของพวกมันมองไปยังเปลวเพลิงด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดซึ่ง ตระกูลจินเป็ตระกูลนักปรุงยาดังนั้นพวกเขาย่อมรู้ดีว่าสิ่งที่เฟยหรงใช้ออกมานั้นมันคืออะไร
"เพลิงอสูร!!"เหล่าผุ้นำระดับสูงเอ๋ยพร้อมกับอย่างประหลาดใจพร้อมทั้งลุกขึ้นยืนมองดูภาพพายุเปลวเพลิงสีขาวที่กำลังพุ่งไปหาเหล่ารุ่นเยาว์พวกนั้นอย่างรวดเร็ว
"หยุดมือ!!"หลี่ไท่หยุนและจินเทียนที่เป็ผู้นำตระกูลไม่อาจจะสงบนิ่งได้อีกต่อไป เหล่ารุ่นเยาว์ของพวกมันกำลังจะตายจะให้มันไม่ร้อนรนได้อย่างไรแต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะทำได้เพียงแค่นั้น เปลวเพลิงอัสนีของเฟยหรงไม่เคยปราณีใครเมื่อพายุเพลิงเข้าโจมตีร่างกายของเหล่ารุ่นเยาว์พวกมันก็พลันมอดไหม้และหายไปในพริบตาเดียว ในที่สุดเหล่ารุ่นเยาว์ของตระกูนจินและตระกูลหลี่ก็ไม่มีอยู่อีกต่อไปท่ามกลางสายตาของทุกคนที่จับจ้องมายังสนามประลองด้วยความตกตะลึงและประหลาดใจ
"รนหาที่ตาย!!"ผู้นำตระกูลจินและหลี่ไม่สามารถทนต่อความสูญเสียนี้ได้อีกต่อไป พวกมันพุ่งไปหาเฟยหรงอย่างรวดเร็วจนไม่มีผู้ใดที่จะเข้าไปห้ามได้ทันแม้แต่จ้าวหยางเองก็ตาม พอเฟยหรงหันไปมองเหล่าสำนักทั้งสี่ก็เห็นอยู่ว่าพวกมันทำท่าทางนิ่งเฉยกับเื่ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้จนทำให้เขาแทบจะหลุดหัวเราะออกมา
"ลำพังพวกเ้าคิดจะให้ข้าตายคงต้องรอชาติหน้า!!"เฟยหรงกล่าวออกมาพลังปราณของเขาแพ่พุ่งไปถึงขั้นนักรบขั้นห้าพร้อมทั้งใช้ออกด้วยวิชาแก่นแท้แห่งกระบี่
"เฟยหลิน เฟยเหลี่ยง พวกเ้าดูเอาไว้นี่คือวิถีกระบี่แห่งข้า วิถีกระบี่แห่งการทำลายล้าง"เฟยหรงกล่าวออกมาพลังวิญญานของเขาพลันพุ่งสูงขึ้นมาเรื่อยๆและเข้าไปควบแน่นเมฆบนอากาศจนเกิดเป็ประบี่มากมายหลายร้อยเล่ม และพุ่งเข้าใส่จินเทียนและหลี่ไท่หยุดด้วยความเร็วที่มีมากกว่าพวกมันหลายร้อยเท่าจนทำให้เหล่าสำนักใหญ่ต้องเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องพวกมัน
"ตูม!!"กระบี่เมฆาของเฟยหรงเมื่อััเข้ากับม่านพลังที่ทั้งสี่สำนักสร้างออกมาพร้อมกันมันก็เกิดการะเิครั้งใหญ่จนทำให้ม่านพลังต้องแตกร้าวแต่คนด้านหลังก็ยังคงยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางสนามประลองที่เป็หลุมลึก
"กว่าจะไสหัวออกมากันได้นะ นึกอยู่แล้วว่าต้องเป็เช่นนี้"เฟยหรงกล่าวออกมาอย่างเสียบเรียบ คนพวกนี้ล้วนแต่อยู่ระดับราชันและมองดูการประลองอยู่ตลอดเวลา เป็ไปไม่ได้ที่จะมาป้องกันเขาไม่ทันแต่พวกมันไม่คิดจะป้องกันมากกว่า แต่ในเวลานี้พวกมันกลับป้องกันสองผู้นำเห็นได้ชัดว่ามีผลประโยชน์ร่วมกันและทั้งสองคนนี้จะตายไม่ได้
"เด็กน้อย เ้าตัวแค่นี้เหตุใดจึงโเี้นักสังหารรุ่นเยาว์ไปมากมายแถมยังคิดจะสังหารผู้นำตระกูลอีกเ้ารุ้ความผิดของตนเองหรือไม่"สตรีผู้นำนิกายบุปผาเหมันต์กล่าวออกมาอย่างเฉยชาราวกับน้ำแข็งแม้จะดูเหมือนเป็ธรรมแต่ความนัยนั้นกลับเต็มไปด้วยการต่อว่าและตำหนิเฟยหรงอย่างเห็นได้ชัด
"ฮ่าๆๆน่าขำ น่าขำเกินไปแล้ว พวกเ้าเป็คนกล่าวกติกาออกมาเองว่าฆ่าได้ไม่เป็ไรแต่พอมีการสูญเสียเกิดขึ้นกับมาตีโพยตีพายเรียกหาคุณธรรม และพอไอ้โง่สองตัวนี้บุกเข้ามาหมายจะสังหารข้าพวกเ้ามัวทำอะไร เพียงแค่นั่งนิ่งๆแล้วมองความตายของข้าเท่านั้นแต่พอข้าโจมตีกลับพวกเ้าออกมาในทันที ข้าชักจะสงสัยแล้วสิว่าพวกเ้ามีผลประโยชน์อะไรแอบแฝงหรือเปล่า"เฟยหรงกล่าวเย้ยยันพร้อมทั้งส่งสัญญานให้เสี่ยวหลิน เฟยหลิน และเฟยเหลียงลงไปก่อนก่อน ซึ่งพวกเขาก็ทำตามแต่โดยดีและวิ่งไปอยู่ข้างกายของผู้นำตระกูล
ส่วนรุ่นเยาว์คนอื่นๆนั้นพวกเขาหนีออกจากสนามประลองไปหมดแล้วและมองดูเหตุการณ์อยู่โดยรอบวึ่งแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคือจ้าวหลานที่มองเฟยหรงด้วยดวงตาเป็ประกายเนื่องจากกระบี่เมฆาที่ชายหนุ่มปล่อยออกมานั้นมันช่างงดงามและแข็งแกร่ง และตัวนางที่แสวงหาความแข็งแกร่งเองจะพลาดในการดูการต่อสู้ครั้งนี้ได้อย่างไร
ในเวลานี้ผุ้คนโดยรอบต่างพากันพูดคุยเื่นี้กันอย่างเซ็งแช่ มันเป็ไปตามที่เฟยหรงกล่าวอย่างชัดเจนเนื่องจากกฏก็บอกเอาไว้ว่าสังหารได้ไม่เป็ไรแถมยังเป็จ้าวสำนักทั้งสี่เองที่เป็คนตั้งกฏเช่นนี้แล้วเฟยหรงก็ไม่ได้ทำผิดอะไรในสายตาของพวกเขา ดังนั้นคำว่ากล่าวนินทาจึงมีมาไม่ขาดสายจนเหล่าผุ้นำนิกายได้แต่แสดงสีหน้าที่หน้าเกียจออกมาแม้จะเป็หญิงสาวที่งดงามเช่นเ้านิกายบุปผาเหมันต์ก็ตาม
"เหอะ!! ในกฏบอกว่าพลั้งมือฆ่าได้แต่เ้าตั้งใจฆ่าพวกเขา ยังจะกล่าวอะไรอีก"ผู้นำพรรคสุริยันจันทรากล่าวออกมา ทำให้เฟยหรงหัวเราะร่าแล้วกล่าวตอบ "แล้วเ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าตั้งใจละ ใครๆก็รู้ว่าเพลิงอสูรควบคุมยากเพียงใด ในตอนนั้นข้าไม่อาจจะควบคุมมันได้จริงๆเพราะพวกมันเข้ามากะทันหันเกินไป ดังนั้นพวกเ้าจะว่าข้าผิดได้อย่างไร"เฟยหรงกล่าวพร้อมถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย และตีหน้าเศร้าไปด้วยนั่นทำให้เหล่าเ้านิกายโกรธเกรี้ยวเป็อย่างมาก
"บัดซบ!! หากเ้ายังกล้าแสดงตบตาอีกละก็บิดาผู้นี้จะฉีกเ้าให้เป็ชิ้นๆ!"เฟยหรงเมื่อได้ยินก็๋พลันแย้มยิ้มและกล่าว "ก็เข้ามา จะเข้ามาพร้อมกันเลยก็ได้ข้าไม่ว่า"เขากล่าวท้าทายออกมาเช่นนั้น ทางด้านเฟยหงที่อยู่้าสุดของสนามประลองพลันหัวเราะออกมาด้วยความขบขันจนสร้างความประหลาดใจให้กับทั้งจ้าวหยางและเสี่ยวเฟิงเป็อย่างมากแต่พวกเขาไม่ได้กล่าวอะไรและมองดูการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไป
"แค่เ้า ข้าคนเดียวก็เพียงพอ"หัวหน้าพรรคสุริยันจันทรากล่าว ก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่พร้อมใช้ออกด้วยมัดที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิง ส่วนเฟยหรงนั้นเขาก็ไม่ยอมแพ้กายัเงินสำแดงฤทธิ์สุดขีดพร้อมทั้งหมัดธรรมดาๆต่อยกลับเข้าไปอย่างจังแต่กลับเป็เฟยหรงเองที่กระเด็นไปกระแทกเข้ากับที่นั่งคนดู
"เหอะ ก็ดูจะมีน้ำยาอยู่บ้าง"เฟยหรงกล่าวออกมาพร้อมหมุ่นเวียนวิชากายาัเทวะ"และพุ่งเข้าใส่ประมุขพรรคสุริยันจันทราอีกครั้งแล้วพร้อมทั้งหลบหลีกฝ่ามือเปลวเพลิงของมันอย่าง่ายดายและกระเเทกหมัดเข้าไปที่อกของมันอย่างจังจนหน้าอกยุบเป็หลุมอย่างน่ากลัวพร้อมทั้วตัวที่กระเด็นไปพร้อมกระอักเืสดออกมาและสิ้นใจตายไปในที่สุด หลายคนที่มองดูได้แต่ตกตะลึงอย่างช่วยไม่ได้ผู้นำพรรค์สุริยันจันทราตายแล้วนี่มันเื่เหลือเชื่อจนเกินไปแถมยังตายด้วยการโจมตีของเด็กหนุ่มเพียงหมัดเดียวเท่านั้น จะไม่ให้พวกเขาตกตะลึงในใจได้อย่างไรโดยเฉพาะเหล่าผู้นำนิกายที่หลงเหลืออยู่ที่ตอนนี้มองมาที่เฟยหรงอย่างโกรธแค้น
'สมเป็วิชาระดับ์แต่มันก็กินพลังปราณัไปไม่น้อยทีเดียว'เฟยหรงคิดในใจแต่ยังไม่ทันขาดคำคมดาบวายุ ฝนน้ำแข็ง รวมไปถึงกระบี่ลมปราณก็พลันพุ่งเข้ามาหาเขาไม่ขาดสาย ชายหนุ่มไม่ได้ตื่นตระหนกอะไรและหายไปจากสายตาของพวกเขาอย่างง่ายดายและมาโผล่อีกทีด้านหลังของเ้านิกายพฤกษาเหมันต์
"ตามจริงเ้าก็งดงามอยู่ หากฆ่าไปคงจะเสียของแย่รอข้าสักพักแล้วข้าจะมาดัดนิสัยเ้าเอง"กล่าวจนเฟยหลงก็เตะไปที่นางอย่างแรงจนปลิวนางปลิวไปหาปู่ของตนและเฟยหงเองก็ใช้พลังปราณของตนเองรับนางเอาไว้ในตอนที่นางสลบอยู่
"ท่านปู่ฝากนางไว้หน่อยข้าจะเอานางมาเป็สาวใช้"เฟยหรงกล่าวเช่นนั้นทั่วทั้งสนามประลองพลันแทบจะกระอักเืออกมา เ้าเด็กหน้าตายคนนี้คิดจะทำให้เ้านิกายบุปผาเหมันต์เป็ข้ารับใช้นี่มันเื่บ้าอะไรกัน หากพวกเขาไม่เห็นกับตาจะไม่มีทางเชื่อโดยเด็ดขาด ที่สำคัญคือเฟยหงที่เป็ปู่ดันยกยิ้มโป้งให้เฟยหรงเหมือนกับกำลังจะบอกว่าเยี่ยมไปเลยอะไรทำนองนั้นด้วย ส่วนเสี่ยวเวียนที่อยุ่ด้านหลังแม้ตอนแรกจะใในคำพูดของคนรักแต่มันกลับทำให้นางหัวเราะอย่างชอบใจในเวลาต่อมา เพราะนางไม่คิดว่าเฟยหรงจะมีความคิดที่ร้ายกาจเช่นนี้ซ่อนอยู่