“ขอโทษครับ ผมลืมนึกไปว่าคุณมีแฟนแล้ว” ธามรีบเอ่ยคำขอโทษหลังจากได้เห็นท่าทีตื่นใจากการกระทำที่เรียกได้ว่าฉวยโอกาสและไม่เหมาะสมของเขา ถึงแม้ว่าเขาจะบอกไปแล้วว่าให้เธอลืมเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไปแล้วก็ตาม
“คุณธามเข้าใจผิดแล้ว ขวัญยังไม่มีแฟนนะคะ” ของขวัญรีบแก้
“....”
“งานขวัญยุ่งขนาดนี้จะเอาเวลาที่ไหนไปหาแฟนล่ะคะ” หญิงสาวอธิบายต่อหลังเห็นว่าชายหนุ่มทำหน้าไม่เชื่อถือในสิ่งพูดออกไปก่อนหน้า
แต่หลังจากที่พูดออกไปของขวัญถึงเพิ่งรู้สึกตัวและไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมเธอถึงบอกเขาออกไปแบบนั้น เพราะถึงแม้เธอจะยังไม่มีแฟนแต่ก็มีคนที่ชอบแล้ว
“ถ้ายังไม่มีแฟนก็ดีแล้ว”
“ว่าอะไรนะ” ของขวัญหันไปถามคนข้างกายเพราะเสียงที่ธามพูดออกมานั้นเบาเกินไป ทำให้เธอไม่สามารถจับใจความประโยคที่เขาพูดออกมาได้
“ไม่มีอะไรหรอก ผมแค่บอกบอกว่าพวกเราควรกลับที่พักกันได้แล้วล่ะ” ธามโกหกหน้าตาย
“ถ้าอย่างนั้นก็กลับกันเถอะค่ะ” ของขวัญตอบรับก่อนจะเป็ฝ่ายลุกขึ้นก่อน
“ครับ” ธามลุกตาม แล้วทั้งคู่ก็พากันเดินกลับไปยังที่พักในเวลาต่อมา
ในวันนี้ภาคินทร์ได้รับเชิญใไปให้ไปเป็แขกรับเชิญในรายการทีวีรายการหนึ่ง เขาจึงต้องเดินทางมายังตึกที่ใช้ถ่ายทำรายการั้แ่เช้าตรู่
“คุณภาคินทร์นั่งรอตรงนี้ก่อนนะคะ” หนึ่งในทีมงานจัดที่นั่งให้ชายหนุ่มนั่งพักก่อนเพื่อรอแต่งหน้าเป็คิวลำดับถัดไป
ภาคินทร์พยักหน้าก่อนจะนั่งลงและพิงกายเอนราบไปกับพนักโซฟา ร่างสูงดึงหมวกแก๊ปที่สวมอยู่ลงมาให้ต่ำที่สุด เพื่อใช้มันปิดบังใบหน้าและแสงสว่างในระหว่างที่เขางีบหลับ
แต่ในขณะที่เขากำลังจะเคลิ้มหลับได้ที่เสียงพูดคุยกันของบรรดาทีมงานและช่างแต่งหน้าทำผมที่อยู่ภายในห้องก็ดังขึ้นมา
หากเป็บทสนทนาทั่วไปคงไม่สามารถดึงความสนใจของภาคินทร์เอาไว้ได้ แต่เื่ที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่นั้นเป็ข่าวที่เกี่ยวกับทริปเที่ยวญี่ปุ่น ซึ่งเขาจำได้ว่าเป็ทริปที่มีคนรู้จักของเขารวมอยู่ด้วยกันหลายคน
“แกเห็นรูปไหม ฉันว่าน้องของขวัญกับผู้ชายที่หล่อ ๆ ในทริปนั้นดูเคมีเข้ากันแปลก ๆ นะ พวกเธอว่าไหม”
“นั่นสิ ดูเข้ากันจนฉันอยากจะจับจิ้นมาก”
“ผู้ชายคนที่อยู่ในรูปเหมือนว่าจะเป็ประธานค่ายคนพี่ด้วยนะ”
“ถ้าพวกเขาคบกัน แบบนี้ก็เท่ากับรวบทั้งพี่ทั้งน้องเลยสิ ฉันล่ะอิจฉาวงนี้จริง ๆ เลย”
“ชู่ว แกอย่าเสียงดังไป คุณภาคินทร์นั่งอยู่ในห้องนี้”
“ว้าย ฉันก็ลืมไปว่าพวกเขาอยู่ค่ายเดียวกัน”
บทสนทนาที่เริ่มไปไกลของคนเหล่านี้ทำให้ความง่วงงุนของภาคินทร์แทบจะหายไปเป็ปลิดทิ้ง ชายหนุ่มลืมตาตื่นขึ้นก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อเปิดดูข่าวที่พวกเขากำลังพูดถึงในตอนนี้ทันที
เนื้อหาและภาพในข่าวส่งผลให้คิ้วหนาของภาคินทร์ขมวดเข้าหากัน ขณะที่สายตาคมกริบของเขาก็กำลังค่อย ๆ ไล่มองภาพของของขวัญและชายหนุ่มที่ปรากฏบนหน้าจอมือถืออย่างพิจารณา
“อ้าว ตื่นอยู่เหรอ ไหนว่าจะงีบไง” เสียงของผู้จัดการส่วนตัวที่ก่อนหน้านี้ลงไปซื้อเครื่องดื่มมาให้ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้เรียวคิ้วของชายหนุ่มคลายออกอย่างรวดเร็ว ภาคินทร์รีบปรับสีหน้าให้เป็ปกติขณะยื่นมือออกไปรับกาแฟที่ถูกส่งมาให้
“ผมนอนไม่หลับ” ภาคินทร์ตอบ
“ที่นี่เสียงดังนิดหนึ่งนะ อดทนเอาหน่อยแล้วกัน”
ภาคินทร์พยักหน้ารับส่ง ๆ โดยที่สายตายังคงเอาแต่จดจ้องอยู่กับรูปภาพบนหน้าจอของตัวเองไม่เลิก เขาไม่ค่อยได้ฟังในสิ่งที่ผู้จัดการกำลังพูดถึงรายละเอียดงานที่เขาจะต้องจำเพื่อนำไปตอบคำถามที่พิธีกรจะถามออกมาในระหว่างการถ่ายทำวันนี้
“ดูอะไรอยู่น่ะ” ผู้จัดการคนสนิทเอ่ยถามหลังเห็นว่าคนในความดูแลของตัวเองดูจะไม่มีสมาธิสักเท่าไหร่
“ไม่มีอะไรครับ” ภาคินทร์กดปิดหน้าจอแล้วเก็บโทรศัพท์ลงไปในกระเป๋าตามเดิม
เขาปัดความคิดไร้สาระที่เกิดขึ้นทั้งหมดทิ้งลงไปอย่างรวดเร็วเพื่อให้ตัวเองกลับมามีสมาธิกับงานตรงหน้าอีกครั้ง
ทริปเที่ยวญี่ปุ่นผ่านพ้นไปหลายวันแล้ว แต่ของขวัญกลับยังคงหายหน้าไป ไม่มาเจอหรือโทรหาเหมือนในเวลาปกติ จะมีก็แต่ส่งข้อความหาเขาด้วยสั้น ๆ เท่านั้น
นั่นยิ่งทำให้ภาคินทร์ค่อนข้างประหลาดใจ แต่เพราะก่อนหน้านี้ได้ยินมาว่าตารางงานของหญิงสาวแน่นไปตลอดทั้งเดือน เขาจึงไม่คิดว่าจะมีอะไรที่ผิดปกติ เพียงแต่แปลกใจที่เธอห่างหายไปเงียบ ๆ ก็เท่านั้น
“แน่ใจนะว่าไม่ให้รถตู้เลยไปส่งที่คอนโด”
“ไม่ต้องครับ ผมจอดรถไว้ที่บริษัท ว่าจะไปเอาแล้วขับกลับห้องเอง” ภาคินทร์ส่ายหน้าปฏิเสธความหวังดีของผู้จัดการ พร้อมบอกความ้าของตัวเองออกไป
หลังจากที่ได้ยินแบบนั้นผู้จัดการส่วนตัวก็ไม่ได้ว่าอะไร ก่อนจะบอกคนขับรถให้แวะจอดส่งภาคินทร์ที่บริษัทตามที่เขา้า
เมื่อลงจากรถภาคินทร์ก็รีบตรงไปยังชั้นที่เขาจอดรถเอาไว้อย่างไม่รีบร้อนเท่าไหร่นัก
ชั้นลานจอดรถใต้ดินที่ภาคินทร์นำรถมาจอดเป็ในส่วนของผู้บริหารที่เขาได้รับอภิสิทธิ์พิเศษให้จอดที่นี่ได้ รอบบริเวณจึงมีรถยนต์จอดอยู่ไม่มากนัก บรรยากาศโดยรอบค่อนข้างเงียบสงบ
ภาคินทร์ใช้เวลาไม่นานก็เดินมาถึงรถ เขาจัดการปลดล็อกประตูแล้วเข้าไปนั่งด้านใน แต่เพราะทำโทรศัพท์ตกจึงทำให้เขาต้องก้มลงไปหาที่พื้นรถอยู่พักใหญ่ แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมา ระหว่างที่กำลังจะกดปุ่มสตาร์ตรถก็มีชายหญิงคู่หนึ่งเดินผ่านหน้ารถของเขาไป แม้จะเห็นเพียงด้านข้าง แต่ภาคินทร์ก็สามารถจดจำคนทั้งสองได้ทันที
คนหนึ่งเป็ถึงประธานบริษัทที่เขาสังกัดอยู่ ส่วนผู้หญิงร่างเล็กที่เดินอยู่ข้าง ๆ กันนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เธอคือของขวัญ หญิงสาวที่เขาเพิ่งนึกถึงไปเมื่อก่อนนี้
หลังได้เห็นคนทั้งสองอยู่ด้วยกันกับตาตัวเองที่ไม่ใช่เพียงภาพถ่ายในข่าวอย่างที่ผ่านมา ก็ทำให้ภายในใจของชายหนุ่มรู้สึกร้อนรนอย่างที่เขาเองก็แทบไม่อยากเชื่อในความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้น
ภาคินทร์ไม่ชอบที่เห็นของขวัญอยู่กับผู้ชายคนอื่นตามลำพังแบบนี้ จะเรียกว่าหวงได้หรือเปล่า เขาเองก็ตอบไม่ได้ รู้แค่ว่าเขาไม่้าให้เธออยู่กับคนอื่น
เพราะความคิดอันไม่สมควรที่เกิดขึ้น ส่งผลให้สายตาของชายหนุ่มยามมองไปยังคนทั้งคู่เ็าจนน่ากลัว
“กลับดี ๆ นะคะ ขวัญขอตัวขึ้นห้องก่อน” หลังบอกลาชายหนุ่มที่มาส่งเรียบร้อยแล้วของขวัญจึงเดินขึ้นคอนโด
เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องได้ร่างบางก็ทิ้งกายลงบนโซฟาอย่างหมดแรงทันที ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
ั้แ่กลับจากทริปญี่ปุ่น เธออุตส่าห์รักษาระยะห่างกับธามแล้วแท้ ๆ แต่ก็ดันมีเื่เกิดขึ้นจนเธอต้องอาศัยรถของเขากลับมาที่คอนโดจนได้ และสาเหตุที่เธอต้องรักษาระยะห่างกับเขาก็เพราะเื่ที่เกิดขึ้นในคืนสุดท้ายของทริปนั่น
โดยเฉพาะการกระทำของธามที่ดันทำให้เธอเกิดรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาหลายครั้ง ทั้งที่เธอเคยมั่นใจในตัวเองนักหนาว่ารักมั่นคงแต่ภาคินทร์เพียงคนเดียวเท่านั้น
“เฮ้อ” ของขวัญถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดูข้อความในช่องแชตระหว่างเธอกับภาคินทร์ที่ในระยะนี้ช่างสั้นแสนสั้น และส่วนใหญ่เป็เธอที่ตัดบทเขาเสียดื้อ ๆ เพราะรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไประหว่างไปเที่ยว
ส่วนสาเหตุที่เธอทำตัวเ็ากับภาคินทร์ก็เพราะเธอสับสนกับเื่ที่เกิดขึ้น หลายวันนี้เธอเลยพยายามหลบหน้าเขาอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
“ฉันกำลังทำอะไรอยู่กันแน่นะ” ของขวัญพึมพำออกมาเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย