กุบกับกุบกับกุบกับเสียงสามม้าและหนึ่งอินทรีย์ทมิฬมุ่งไปตามืางและไม่มีการพักผ่อนราวกับไม่เหน็ดเหนื่อย ทั้งสี่คนกับอีกหนึ่งเงาไปตามทางจนถึงที่ซากโบราณสถานแห่งหนึ่ง เศษสิ่งก่อสร้างจำนวนมากถูกปล่อยทิ้งไว้ราวกับเจ้าของเก่ามันมิต้องการมันแล้ว และที่นี่เองที่ถูกเรียกว่า รังงูสีชาด มันคือสถานที่ที่งูสีชาดจำนวนมากอาศัยอยู่ พวกมันรอคอยการมาถึงของเหยื่ออย่างใจจดใจจ่อแซ่ก แซ่กงูสีชาดทั้งฟลายเลื้อยไปมาใต้พงหญ้ารกทึบแต่มิอาจรอดจากสัมผัสปราณของเหล่าผู้ฝึกตนได้ พวกเขาทำเพียงปล่อยกระแสปราณฉีกร่างมันออก งูสีชาดที่เลื้อยอยู่นั้นเป็นเพียงงูระดับต่ำ พวกมันเทียบได้กับผู้ไม่ได้ฝึกลมปราณ แต่เป้าหมายของไป๋หั่วนั้นยิ่งใหญ่กว่าพวกมันมาก เพราะเขามาเพื่อล่างูยักษ์สีชาด“ผู้ใดติดตามเรามาโปรดแสดงตัว” หลงหวืนเอ่ยขึ้นทันทีที่มันลงจากม้าก่อนจะหันไปทางต้นไม้ตุบหญิงสาวในชุดสีดำสนิทไร้คำเอื้อนเอ่ย เธอเพียงปรายตามองทั้งสี่ช้า ๆ ก่อนจะพูด“ข้าชื่ออูยา น้องของเรเวนมาทำการสอดส่องดูแลท่านไป๋หั่ว” เธอเอ่ยขึ่นด้วยน้ำเสียบเรียบนิ่งไร้อารมณ์ก่อนจะย่อตัวทำความเคารพไป๋หั่วเช่นหญิงสาวทำความเคารพขุนนางทั่วไปก่อนจะถอดชุดดำที่คลุมร่างออกเผยให้เห็นความงามใต้ชุดมือสังหารนั้น ใบหน้าราวกังเทพธิดาทอดใจออกมาเบา ๆ“อูยา เรเวน อีกาทั้งคู่สินะ..” เฮยหั่วพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะสลายปราณที่ก่อกำเนิดร่างอินทรีย์ทมิฬเก็บเป็นม้วนคัมภีร์ก่อนจะมองไปยังภายในโบราณสถาน“ข้าว่าเราควรเตรียมตัว ขอบใจมากอูยา” ไป๋หั่วมิพูดอะไรมากก่อนจะเดินไปตามทางช้า ๆ เขารู้ดีว่าพลังปราณพิสดารของเขานั้นทำให้ได้เปรียบเรื่องอาสุธไม่ว่าสถานการณ์ใด แต่กับงูยักษ์สีชาดนั้นเห็นทีจะต้องเป็นงานยากเสียแล้ว เพราะมีนไร้จุดอ่อนอย่างสิ้นเชิง“ข้ารู้ท่านคิดอันใด อย่ากังวล” อูยาเปรยออกมาก่อนจะยืนกอดอกรออิ๋งยี่ที่ดูเหมือนจะมีแผนการเสนอขึ้นมา“ข้าพอจะรู้จุดอ่อนของมัน งูยักษ์สีชาดนั้นมีพลังป้องกันที่สูงก็จริง แต่เราสามารถฆ่ามันได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว” อิ๋งยี่พูดอย่างไม่ทุกข์ร้อน แน่นอนถ้าเธอใช้พลังทั้งหมด ไม่สิ อาจแค่ 5 ใน 10 งูยักษ์ก็คงสิ้นใจแค่ 1 ฝ่ามือ แต่ตอนนี้นางอยากพิสูจน์พลังและความสามารถของไป๋หั่วเสียก่อน เธอผู้มีพิณเหน็บมาที่หลังแสดงได้เป็นอย่างดีว่าเธอคือสายสนับสนุนคงมีได้สู้เป็นแน่ หลงหวินนิ่งงันไม่พูดอะไรรอฟังแผนการ อูยาและเฮยหั่วเองก็เช่นเดียวกัน“อืม.. แผนการของข้าง่ายมาก ข้าจักสังหารมันใน 1 อึดใจ แต่ข้าต้องมั่นใจว่าจักเจอจุดอ่อนมันเสียก่อน มีผู้ใดพอจักรู้หรือไม่” ไป๋หั่วกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังก่อนจะมองหน้าผู้ร่วมทางมาทั้ง 4 อย่างหาคำตอบ“ช่วยกระดูกหน้าผากของงูสีชาดมีความพิลึกพิลั่นนัก ข้ารู้สึกเหมือนจะมักไร้ซึ่งกระดูกหน้าผากตามตำรางูอสูรควรจะเป็น” เฮยหั่วบอกกับญาติผู้พี่ก่อนจะลูบคางไปมาทำท่านึกราวนักปราชญ์“ท่านเฮยหั่วกล่าวมาได้ถูกต้อง ข้าเคยศึกษาตำราเกี่ยวกับอสูรอสรพิษมานับครั้งมิได้ แต่งูไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่กระดูกหน้าผากจะอ่อนยวบราวกับไร้เครื่องคาถาป้องกันมัน” หลงหวินพยักหน้าอย่างเห็นด้วย เขาลูบเคราเล็ก ๆ นั่นไปมาช้า ๆ“สุดแท้แต่น้องไป๋จักแสดงปฏิหาริย์เถิด” อิ๋งยี่หัวเราะคิกคักก่อนจะมอฝอูยาที่มีใบหน้านิ่งสงบ“งั้นตกลง ข้าจักเข้าไปเพียง 1 คนเท่านั้น เพื่อแสดงให้พวกท่านเห็น” ไป๋หั่วพูดขึ้นก่อนจะผนึกลมปราณไว้ที่เท้าทั้งสองข้างท่ามกลางความตื่นตะลึงของทั้ง4ที่มาด้วย“วะ.. ว่าไงนะ!!” ทั้งสี่ร้องคนพร้อมกัน แม้แต่อูยาที่ดูนิ่งเงียบที่สุดก็ร้องออกมาด้วยความตกใจ แม้เขาจะได้ยินจากเรเวนว่าไป๋หั่วคือคนมหัศจรรย์ขนานใด แต่มิอิจเชื่อได้ว่าเขาจักสังหารมันด้วยพลังของตัวคนเดียว แม้ทั้งสี่จะดูตกตะลึงแต่เรเวนนั้นรู้อยู่แต่แรก เขาสามารถคาดการณ์ได้ว่าไป๋หั่วจักทำงานเพียงลำพัง“เช่นข้าพูด ข้าจักสังหารมันและตัดหัวมันออกมาด้วยตัวคนเดียว ขอพวกท่านโปรดเฝ้าทางเข้าของมันไว้” ไป๋หั่วคลี่ยิ้มออกมากับอาการตกตะลึงของทั้งสี่ก่อนจะพุ่งเข้าไปในซากโบราณสถานเพียงลำพังผั้วะ !!“เอ๊อะ..!!” เฮยหั่วสะดุ้งทันทีเมื่อโดนอิ๋งยี่ตบเข้าที่หัวอย่างรุนแรง “ตบข้าทำไมยัยป้าสองพันปี!” เฮยหั่วตะคอกใส่อิ๋งยี่ลั่นนางกลับหัวเราะ“นี่ข้าคงมิได้ฝันใช่รึไม่ ไป๋หั่วจักไปฆ่างูด้วยตัวคนเดียว” อิ๋งยี่ทำท่าครุ่นคิดในขณะที่เฮยหั่วเริ่มมาดหลุดแสดงความหงุดหงิดออกมา“เจ้าอยากรู้เจ้าจะตบหัวข้าทำพระแสงอะไรยัยแก่!!” เฮยหั่วเรียกกระบี่สีขาวสะอาดออกมาก่อนจะวิ่งไล่ฟันอิ๋งยี่ที่กไลังวิ่งหนีไปรอบ ๆ“ข้าหยอกเล่นเจ้าหนู ข้าหยอกเล่น อย่าฟันข้า!!” อิ๋งยี่ร้ิงลั่นป่าจนนดดาแตกกระเจิฃไปหมด แม้แต่สิงโตยังมิอาจกล้าเยื้องกรายเข้าใกล้เสียงของนาง“ตายซะเถอะ!!!” เฮยหั่ววิ่งไล่อย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย“ให้ตายสิ.. เหมือนเด็กกันจริง ๆ”หลงหวินยิ้มออกมาก่อนจะเดินหาฟืนมาก่อกองไฟย่างเนื้อตากแห้งที่เขาเตรียมมากินประทังชีวิตไปพลาง ๆ“ไม่ตามไปจะดีหรือ” อูยาที่เก็บฟืนช่วยก่อกองไฟก่อนหยิบซาบาเปาออกจากถุงมิติของนางมานั่งปิ้งกินเสียตรงนั้น“หมายถึงอิ๋งยี่รึ ก็ไม่ต้องหรอก เฮยหั่วกับอิ๋งยี่มักวิ่งเล่นกันประจำนั่นละ” หลงหวินตอบก่อนจะยิ้มให้อูยาและยื่นเนื้อให้นาง“ข้าหมายถึงไป๋หั่ว อะ ขอบใจ.. ” นางรับเนื้อตากแห้งอุ่น ๆ นั้นมานั่งกินประทังความหิวไปพร้อมกับการรอซาลาเปาปิ้ง“มิเป็นไร แม้ท่านไป๋จักยังดูเด็กนัก แต่พลังของเขามิธรรมดา ในหนึ่งชั่วยามเขาจักกลับมาพร้อมหัวของมันเป็นแน่แท้” หลงหวินยิ้มพลางนั่งนึกถึงความหลังของเขาที่มีในเกาะพิฆาต แม้ภรรยาของเขาจักถูกสังหารแต่เขาก็ยังมีลูกสาวที่รอดชีวิตมา ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะไป๋หั่วเองแท้ ๆ ที่เข้ามาทำภารกิจและช่วยพวกเขาเหล่าชาวบ้านที่จักถูกกวาดล้าง
อีกด้าน… ไป๋หั่วที่เดินลงไปตามทาง ‘แน่นอน ข้าอาจเผด็ตศึกได้ด้วยปราณพิสดารของข้า อาวุธดินปืนลมปราณของข้า อาจจะดูเสี่ยงต่อการลมปราณหมดแต่คงต้องทำ’ ไป๋หั่วคิดในใจ ตลอดทางที่ลฃมานั้นมิมีแม้ไฟซักดวงถูกจุด เบารับรู้ด้วยประสาทสัมผัสทางหูเท่านั้นแซก แซก แซกเสียงงูต่าง ๆ เลื้อยไปทั่วโบราณสภานสร้างความรำคาญแก่ไป๋หั่วอย่างมากแต่เขาคติมิใช่เผ้าหมายควรหลีกเลี่ยงการทำร้ายให้มากที่สุดครืน… เสียงเปิดประตูดังขึ้นอย่างลึกลับ ไป๋หั่วถอนหายใจออกมา นี่รู้ว่าข้ามาเลยต้อนกันรึเจ้างูโง่เง่า ฟ่อ… เสียงขู่คำรามดังขึ้นก่อนที่สายตาของไป๋หั่วจะเห็นภายในห้องนั้นมีงูสีแดงขนาดใหญ่เลื้อยไปมา ตัวของมันใหญ่ราวกับตึกราบ้านช่อง เศษกระดูกมากมายถูกทิ้งไว้บนพื้นเดาได้ไม่ยากว่ามันคงมิได้กินอะไรมานานเพราะมันดูฉุนเฉียว‘ไอ้งูเวรนี่มันตัวใหญ่ชิบ จะฆ่ามันยังไง…’ ไป๋หั่วเริ่มท้อแท้ในใจแต่ก็ต้องสู้ เขาพูดไว้แล้วเขาจะไม่คืนคำเด็ดขาด ฟริ้ง.. เสียงเข็มเหล็กดำในมือขยายออกกลายเป็นแท่งหลอกขนาดใหญ่ลอยอยู่เหนือพื้น เขาหมุนตัวเตะมันไปทีละแท่งจนมันพุ่งเข้าหาร่างงูยักษ์อย่างรวดเร็วและรุนแรงเป็นอย่างมาก แต่เมื่อทะลุเข้าประตูห้องโถงยักษ์นั้นไปกับกลับถูกหางงูยักษ์สะบัดตบเสียจนกลับกลายเป็นเข็มอันเล็กเท่าเดิม.. ไป๋หั่วเม้มปากแน่น แม้เขาจะรู้ว่าเมื่ออาวุธถูกสะกัดกั้นการโจมตีการแปรธาตุของเขาจะหยุดลง แต่นี่มัน.. ไวเกินไป !!“เวร ถอยไม่ได้แล้ว ต้องสู้สินะ.. บัดซบ!!” เขาสบถออกมาเสียงดังลั่นก่อนจะวิ่งเข้าไปในห้ิงโถงของงูยักษ์ เขาต้องตกตะลึงกับขนาดของมัน เขาเริ่มคิดเสียแล้วว่าเขาเก่งแต่ปาก..“นี่งูหรือพญามังกร หากอยู่บนพื้นมันคงทำลายเรือเหาะข้าได้ด้วยซ้ำ อะ!!” ยังมิทันจะว่าจบหางของมันก็ฟาดเขาจนตัวลอยไปกระแทกกับผนังหินอย่างรุนแรกปั้ก!! กำแพงหินแตกร้าวเป็นรูโดยมีไป๋หั่วเป็นจุดศูนย์กลาง.. “แก.. แก.. ไอ้งูบัดซบ!!!” ไป๋หั่วตะโกนลั่น !!