ตอนที่ 5 ชุดราตรีสีเพลิงและสายตาจับจ้อง
กลิ่นหอมเย้ายวนของน้ำหอมแบรนด์หรูจากฝรั่งเศสโชยอบอวลไปทั่วห้องแต่งตัวภายในเพนต์เฮาส์สุดหรูหราย่านสุขุมวิท
นลินียืนหมุนตัวช้าๆ อยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่สะท้อนภาพเรือนร่างของเธอที่ทำให้ต้องยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ
คืนนี้เธอแต่งกายด้วยชุดราตรีผ้าไหมซาตินสีแดงเพลิงสุดหรูหราที่ตัดเย็บอย่างประณีต แนบเนื้อจนขับส่วนโค้งเว้าออกมาอย่างเด่นชัด
ตัวชุดแหวกคอวีลึกเผยเนินเนื้อปทุมถันอวบอิ่มเต่งตึงสะพรั่ง และเว้าหลังลึกสุดขีดอวดแผ่นหลังเนียนผุดผ่อง
ผิวหลังของเธอขาวละเอียดอมชมพูเรียบเนียนดุจกระเบื้องเคลือบ ปราศจากริ้วรอยเหี่ยวย่นหรือความหย่อนคล้อยใดๆ
เธอยกมือขึ้นลูบไล้สะโพกผายตึงแน่นและเอวคอดกิ่วของตัวเองอย่างช้าๆ ััอุ่นซ่านจากผิวพรรณวัยแรกสาวช่วยปลุกเร้ากระแสความสยิวในอก
นลินีลากปลายนิ้วเลื่อนผ่านผิวหน้าท้องแบนราบลงต่ำ บดคลึงสองปทุมถันอวบอิ่มจนยอดอกชูชันเป็ไตสู้มือ
ยอดปทุมถันสีชมพูอ่อนตึงกระชับดั่งผลเชอร์รี่แรกแย้ม ชูชันรับััร้อนแรงจากปลายนิ้วเรียวสวยอย่างเชิญชวน
เธอทาครีมบำรุงผิวพรรณที่สกัดจากน้ำผึ้งป่าและน้ำนมบริสุทธิ์เพื่อบำรุงผิวพรรณให้เนียนลื่นผุดผ่องและส่งกลิ่นชวนหลงใหล
เธอประดับต่างหูมุกเม็ดโตส่องประกายระยับยามต้องแสงไฟ และสวมสร้อยคอเพชรน้ำงามที่ทอประกายระยิบระยับสะดุดตา
เรือนร่างสาวสะพรั่งช่างเปี่ยมล้นไปด้วยเสน่ห์ทางเพศที่พร้อมจะสยบสายตาทุกคู่และกระตุ้นอารมณ์ใคร่ของทุกคนที่ได้พบเห็น
เธอนึกย้อนเปรียบเทียบกับชีวิตในอดีตร่างเดิมวัยสี่สิบเจ็ดปีที่แสนจืดชืด ร่างกายที่เคยไร้ความรู้สึกต่อสิ่งปลุกเร้า บัดนี้กลับฟื้นตื่นขึ้นมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ร่างใหม่วัยยี่สิบสองปีนี้ช่างไวต่อสิ่งกระตุ้น เพียงแค่เนื้อผ้าเสียดสีหรือปลายนิ้วลูบไล้แ่เบา ช่องท้องน้อยก็สั่นสะท้านร้อนวูบวาบขึ้นมาทันที
"ชุดนี้แหละที่จะทำลายเกราะป้องกันของผู้ชายทุกคนที่ก้าวเข้ามาหาฉัน" นลินีระบายยิ้มมุมปาก พลางหยิบลิปสติกสีแดงเข้มขึ้นมาทาปาก
เธอพึงพอใจและสั่นสะท้านด้วยความปรารถนาในร่างกายของตนเองที่ตอบสนองต่อตัณหาความ้าได้อย่างรวดเร็วทันใจ
หลังจากแต่งหน้าทำผมจัดแต่งทรงจนสวยสง่าไร้ที่ติ นลินีก้าวลงมาขึ้นรถ Benz SL500 สีแดงเพลิงคันโปรดเพื่อเดินทางไปร่วมงาน
เมื่อรถสปอร์ตสีแดงเพลิงเคลื่อนจอดหน้าโรงแรมหรูห้าดาว พนักงานต้อนรับรีบก้าวเข้ามาเปิดประตูรถให้อย่างนอบน้อมค้อมศีรษะลง
นลินีก้าวขาเรียวสวยสวมส้นสูงแบรนด์ดังเหยียบลงบนพรมแดงที่ปูทอดยาวเข้าสู่ห้องจัดเลี้ยงโถงใหญ่ตระการตา
งานกาล่าในคืนนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ โรงแรมหรูระดับห้าดาวแถวหน้าของกรุงเทพมหานคร
แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลขนาดใหญ่บนเพดานสูงส่องแสงระยิบระยับล้อกับพื้นหินอ่อนขัดเงาวับราวกับวิมานบนดิน
เสียงดนตรีแจ๊สบรรเลงสดคลอเคล้าเสียงพูดคุยของเหล่าแเื่ระดับมหาเศรษฐีกระเป๋าหนักและสาวสังคมชั้นสูงในสูทสากลและราตรีหรู
กลิ่นซิการ์นอกชั้นดีราคาแพงลอยปะปนกับกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกของเหล่าคุณนายไฮโซที่พยายามแสดงความมั่งคั่งผ่านเครื่องเพชรเม็ดโตสะท้อนแสงไฟวิบวับ ทุกโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยการชนแก้วแชมเปญและเสียงคุยโวเื่การลงทุนที่ดูเกินจริง
เสื้อผ้าของผู้หญิงในงานเน้นแฟชั่นเสริมบ่าแบบยุคเก้าศูนย์ แต่ไม่มีผู้ใดโดดเด่นเย้ายวนสู้เธอได้เลย
ทันทีที่คุณน้านิกกี้ก้าวเข้ามาในงานเลี้ยงในชุดราตรีสีแดงเพลิงสะกดสายตา พวกผู้ชายในงานพากันหันขวับมาจับจ้องเป็ตาเดียว
พวกมหาเศรษฐีและเ้าสัวใหญ่ต่างจ้องมองเนินอกขาวผ่องและแผ่นหลังเปลือยเปล่าของเธอด้วยสายตาหิวกระหายและหลงใหลอย่างปิดไม่มิด
แต่นลินีกลับแค่นยิ้มหยิ่งยโสในใจ ดวงตาคู่สวยปรายตามองคนพวกนั้นด้วยความรู้สึกดูแคลนและสมเพชอย่างลึกซึ้ง
ด้วยสมองประธานใหญ่ที่มีข้อมูลจากอนาคต เธอรู้ดีว่าเศรษฐกิจฟองสบู่กำลังจะพังทลายขาดสะบั้นลงในปี 2540
นโยบายเปิดเสรีทางการเงินและการกู้เงินสกุลดอลลาร์อย่างล้นหลามจะทำให้คนโง่เหล่านี้ต้องเผชิญกับวันล่มสลายในอนาคตอันใกล้
เศรษฐีและเ้าสัวอสังหาฯ บางคนในงานอย่าง "เสี่ยทรงพล" ที่เพิ่งเดินเข้ามาทักทายส่งยิ้มหวานให้เธอ ในอนาคตอันใกล้ก็คงหนีไม่พ้นภาวะหนี้ท่วมหัวจนล้มละลาย
พวกเขากำลังอวดอ้างโครงการตึกระฟ้าใจกลางกรุงที่สุดท้ายจะถูกปล่อยทิ้งร้างสร้างไม่เสร็จและกลายเป็ตึกร้างอนุสรณ์สถานแห่งความล้มเหลว
และผู้ชายหลายคนที่ยืนอวดร่ำอวดรวยกันอยู่ตรงนี้จะกลายเป็คนล้มละลาย สิ้นเนื้อประดาตัวจนต้องะโตึกฆ่าตัวตายหนีหนี้สิน
"อวดเก่งกันเข้าไปเถอะ... อีกไม่นานพวกแกก็จะไม่เหลืออะไรแม้แต่กางเกงในตัวเดียว" นลินีคิดในใจอย่างสะใจ
เธอเดินอย่างสง่างามไปนั่งที่โต๊ะกลมโซน VIP ที่จัดเตรียมไว้เป็พิเศษสำหรับนักลงทุนชั้นแนวหน้า
มีนักธุรกิจหลายคนพยายามเดินเข้ามาประจบประแจงเสนอผลประโยชน์และชนแก้ว แนะนำตัวหวังผูกมิตร แต่เธอก็ตอบรับไปแบบแกนๆ
นลินีโบกมือเบาๆ สั่งแชมเปญชั้นดี และในจังหวะนั้นเอง ร่างสูงโปร่งล่ำสันของบริกรหนุ่มคนหนึ่งก็ก้าวเข้ามาบริการ
"ขออนุญาตเสิร์ฟแชมเปญครับ" น้ำเสียงเข้มแต่แฝงความประหม่าดังขึ้นข้างตัวของเธอ
นลินีหันหน้าไปมองทันที และหัวใจของเธอก็ต้องเต้นผิดจังหวะสะดุดตาเข้ากับเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างรุนแรง
เขาคือกาย เด็กเสิร์ฟหนุ่มวัยยี่สิบสองปีที่สวมเสื้อเชิ้ตขาวสะอาดและสวมเนกไทสีดำจัดแต่งทรงผมเป็ระเบียบเรียบร้อย
เสื้อเชิ้ตพนักงานที่ตึงเปรี๊ยะแนบเนื้อ ช่วยเน้นมัดกล้ามเนื้อไหล่กว้างและแผ่นอกล่ำแน่นให้เห็นรำไร
โครงหน้าหล่อเหลาและสันกรามเด่นชัดคมคายของกายดูคมเข้มสะดุดตา ราวกับดารานายแบบชื่อดังในหน้าหนังสือพิมพ์แฟชั่นวัยรุ่น คลอเคล้าด้วยกลิ่นสบู่อ่อนๆ ผสมกลิ่นเหงื่อจางๆ ดิบชื้นของวัยหนุ่มสะกดอารมณ์
เรือนร่างกำยำแข็งแรงตามธรรมชาติของเขาช่างดึงดูดสายตาของเธอ มันแตกต่างจากพวกผู้ชายสำอางในโลกอนาคตที่เธอเคยเจอลิบลับ
แต่ที่ทำให้เธอยกยิ้มอย่างถูกใจคือแววตาสั่นระริกแสนใสซื่อบริสุทธิ์ของเด็กหนุ่ม
แววตาที่เต็มไปด้วยความซื่อและประหม่าเขินอายอย่างหนักเมื่อต้องประสานสายตากับสาวสวยทรงอิทธิพลที่เย้ายวนไปทั้งเรือนร่าง
ร่างกายของนลินีตอบสนองต่อความล่ำสันและท่าทางไร้เดียงสาของเด็กหนุ่มในทันที อุณหภูมิในกายพลันสูงขึ้นจนร้อนวูบวาบ
ท้องน้อยหดเกร็งเสียวซ่านรุนแรง ร่องรักอุ่นชื้นเปียกเยิ้มขับหยาดน้ำหวานใสๆ ออกมาจนเปียกชื้นกางเกงในลูกไม้ตัวบาง
กลีบเนื้อนุ่มตอดขมิบรัดเป็จังหวะเรียกร้องปรารถนา อยากััเนื้อหนุ่มแน่นหนั่นของเด็กเสิร์ฟคนนี้จนแทบห้ามใจไม่อยู่
ความกระสันปะทุรุนแรงขึ้นมาจนเธอตัวสั่นสะท้าน เธอรู้ทันทีว่าเด็กหนุ่มคนนี้แหละคือเหยื่อชั้นเลิศที่จะมาเติมเต็มความปรารถนาของเธอในค่ำคืนนี้
นิกกี้เริ่มเปิดเกมรุกด้วยการส่งรอยยิ้มเย้ายวนบางๆ สะกดใจ จ้องประสานสายตากับกายเขม็ง
สายตาเฉียบคมแฝงความนัยทำให้กายหน้าแดงก่ำร้อนผ่าวลามไปถึงใบหู มือหนาที่กุมถาดเสิร์ฟสั่นเทาเล็กน้อยจนแก้วแชมเปญใบหรูสั่นระริกกระทบกันเบาๆ
จังหวะที่กายเอื้อมมือวางแก้วแชมเปญลงบนโต๊ะ นิ้วมือเรียวสวยที่ทาเล็บสีแดงสดของนลินีก็จงใจแตะััผิวหลังมือหนาของเขา
เธอลากปลายนิ้วเรียวแ่เบาผ่านหลังมือกระด้างของเด็กหนุ่มช้าๆ จงใจส่งผ่านกระแสความร้อนรุ่มและอำนาจเหนือระดับ
ผิวหลังมือของเขามีขนจางๆ และหยาบกระด้างเบาๆ จากการยกหามของหนัก ยิ่งทำให้เธอกระสันและหลงใหลในความแกร่งตามธรรมชาติ
ััอุ่นผิวต่อผิวทำเอากายสะดุ้งสุดตัวเหมือนโดนกระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน ขนลุกซู่ด้วยความวาบหวามปนสับสนไปทั่วร่าง
ความกังวลใจแวบขึ้นมาในสมองของกายเพราะเขานึกถึงเมย์แฟนสาว แต่ร่างกายและสัญชาตญาณวัยหนุ่มกลับยอมสยบต่อััเย้ายวนนี้
เขายืนเกร็งตัวสั่นไหวและพยายามหลบสายตาที่จ้องมองมาราวกับจะกลืนกินของประธานสาวใหญ่ ขณะที่หัวใจในอกเต้นระทึกรัวเร็ว
กายรีบดึงมือกลับหันหลังก้าวเท้าเร็วๆ หลบเลี่ยงออกไปจากบริเวณโต๊ะ VIP ด้วยความเขินอายปนตื่นตระหนกสุดขีด
นลินีจ้องมองตามแผ่นหลังกว้างสะบักแกร่งและสะโพกสอบและบั้นท้ายแน่นตึงของเขาที่เดินหนีไปไม่วางตา
เธอยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบช้าๆ ลิ้มรสชาติซาบซ่าปนหวานละมุน ระบายยิ้มเ้าเล่ห์ แววตาทอประกายพึงใจอย่างที่สุด
เธอเรียกผู้จัดการฝ่ายจัดเลี้ยงที่ยืนคอยคุมงานอยู่ไม่ไกลให้ก้าวเข้ามาหาด้วยกริยาท่าทางทรงอำนาจและเปี่ยมล้นไปด้วยอิทธิพลทางการเงิน
ผู้จัดการรีบเดินก้มหัวเข้ามาน้อมรับคำสั่งนลินีอย่างนอบน้อมประหนึ่งข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์
นลินีล้วงมือหยิบธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทปึกใหญ่ส่งให้ผู้จัดการอย่างแเีใต้โต๊ะเพื่อขอรับบริการพิเศษ
"ส่งเด็กเสิร์ฟคนเมื่อกี้ขึ้นไปเสิร์ฟแชมเปญขวดพรีเมียมที่ห้องสวีท VIP ส่วนตัวของฉันชั้นบนสุดด้วยนะ..." นิกกี้กระซิบสั่งเสียงเรียบ
"เจาะจงเฉพาะเด็กหนุ่มคนเมื่อกี้เท่านั้น คืนนี้ฉัน้ารับบริการที่พิเศษ... เป็พิเศษ" เธอระบายยิ้มมุมปากทิ้งปมแววตาเ้าเล่ห์รุ่มร้อน
ผู้จัดการก้มศีรษะค้อมตัวน้อมรับเงินสดและพยักหน้าอย่างรู้ความหมายทันที สายตาของเขาเป็ประกายระยับยามลูบกระเป๋าเสื้อที่เก็บเงินปึกใหญ่นั้นไว้
เขาให้สัญญากับนลินีว่าจะไม่มีพนักงานเสิร์ฟคนอื่นกล้าเสนอหน้าขึ้นไปขัดจังหวะความเป็ส่วนตัวของเธอเด็ดขาดในคืนนี้
นลินีแค่นยิ้มอย่างพึงพอใจ สองตาหรี่มองแก้วแชมเปญใสในมือ ท่ามกลางบรรยากาศงานเลี้ยงสุดอลังการที่เต็มไปด้วยความจอมปลอมและรอวันพังพินาศ
โดยที่กายไม่มีทางรู้เลยว่าลิฟต์แก้วที่เขากำลังก้าวเข้าไปเพื่อทำหน้าที่ของตนนั้น กำลังจะพาตัวเขาและหัวใจอันใสซื่อบริสุทธิ์เข้าสู่วังวนสวาทและกรงเล็บเสน่หาอันร้อนแรงของน้านิกกี้ตัวแม่ โดยไม่มีทางดิ้นรนหลุดพ้นได้อีกตลอดกาล...
--- (โปรดติดตามตอนต่อไป) ---