หลายวันต่อมาคิมและริวก็มาทำงานตามปกติ แต่่นี้ริวไม่ค่อยเห็นคิมตอนพักเที่ยงไม่รู้ว่าคิมหายไปไหน พอหลังพักเที่ยงคิมก็กลับมาทำงานเหมือนเดิมทำให้่นี้ทั้งสองไม่ได้กินข้าวกล่องด้วยกัน
เมื่อถึงเวลาเลิกงานคิมก็รีบออกจากที่ทำงานเหมือนรีบไปไหนสักที่ เป็แบบนี้มาสักระยะหนึ่งแล้วริวสงสัย กะจะเข้าไปถามแต่ก็ไม่ค่อยมีเวลา เพราะยุ่งอยู่กับงานก่อสร้างที่ตนกำลังจะขยายโรงงาน จนกระทั้งเที่ยงวันของวันหนึ่งพี่รินและป้าอั๋นเรียกริวเข้าไปคุยที่ห้องประชุม
ป้าอั๋น: ริวเดือนหน้าคุณหนูนิดาเพื่อนสมัยเด็กของหลาน เข้าจะกลับมาจากฝรั่งเศสทางบ้านของคุณหนูจะจัดงานต้อนรับนิดา เขาเชิญเราไปด้วยนะ บอกอยากเจอพวกเราแกกับหนูนิก็ไม่ได้เจอกันตั้งนานแล้ว ป้าว่าไปเยี่ยมหาหนูนิสักหน่อยก็ดีนะ
พี่ริน: ใช่ๆได้ข่าวว่าหนูนิโตเป็สาวแล้วสวยน่ารักมากก เหมือนนางฟ้าเลยแหล่ะ
ริว: ได้สิครับยังไงนิดาก็เป็เหมือนน้องสาวผม ต้องไปอยู่แล้ว
ป้าอั๋น: ฮั่นแหน่.. น้องสาวจริงป่าวไม่แน่น้า กลับไปเจอกันครั้งนี้ แกสองคนอาจจะได้กระชับความสัมพันธ์ก็ได้
พี่ริน: โอ๊ะ.. ตายแล้วตาริวของเราจะมีแฟนแล้วหรอเนี่ยย.. โอ้มายก็อต (พี่รินเล่นใหญ่)
ทั้งสามคนหัวเราะพร้อมกัน
ริว: เวอร์หน่าพี่ ยังไม่ได้เจอกันเลยจะเป็แฟนกันได้ไง (ริวตอบแบบขำๆและยิ้มแบบเขิลๆ)
เมื่อคุยกับพี่และป้าเสร็จ ริวก็เดินไปเข้าห้องน้ำแต่ก็ต้องแปลกใจเพราะขณะที่กำลังล้างมือริวก็ได้ยินเสียงกรนเบาๆดังออกมาจากห้องส้วมด้านหลังเมื่อส่องไปใต้ประตูห้องส้วมก็พบว่าเป็ขาและรองเท้ายาม
ยามที่ไหนมาหลับแถวนี้นะ ริวคิดในใจจึงตัดสินใจปีนโถส้วมจากอีกห้องหนึ่งเพื่อไปส่องดูว่าใครหลับอยู่ในห้องส้วมข้างๆเมื่อริวเห็นก็ต้องหัวเราะเพราะคนที่มาแอบหลับก็คือ คิมนั่นเอง
ริว: เห้ย ไอ่คิม อู้งานหรอว้ะ(ฮ่าๆๆๆ ริวหัวเราะ)
คิมเมื่อได้ยินเสียงเพื่อนปลุกก็ใสะดุ้งตื่นแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองริว
คิม: ป่าวนะเว้ยกูแค่มาหลับพักผ่อนเอาแรงตอนพักเที่ยงเฉยๆ เดี๋ยวหมดเวลาพักกูก็กลับไปทำงานแล้ว(คิมตอบแบบยิ้มๆ)
ทั้งสองเดินออกมาจากห้องน้ำ
ริว: มึงเนี่ยไม่เปลี่ยนเลยนะสมัยมอต้นมึงก็ชอบแอบไปหลับในห้องน้ำ มึงไปอดหลับอดนอนมาจากไหนว้ะ
คิม: เออ ่นี้กูนอนดึกว่ะ โทดทีก็เลยต้องมานอนชดเชยแบบเนี่ย
ริว: นอนดึก! คุยกะสาวจนไม่ได้นอนอ่ะดิ่(ริวแซวแบบขำๆ)
คิม: ฮ่าๆๆๆ โอ้ย ไม่มีหรอกมึงสาวที่ไหนจะมามอง กูไม่ได้หล่อรวยเหมือนมึงนิ่
ริวทำท่าเก๊กหล่อแบบกวนๆ (คิมหัวเราะ)
คิม: เออ กูไปทำงานก่อนนะมึงหมดเวลาพักล้ะ
ริว: โอเค บาย
ริวกับคิมมัวแต่คุยเล่นกันจนริวลืมถามสาเหตุจริงๆที่คิมนอนดึกในเย็นวันนั้นหลังเลิกงานเมื่อริวมองออกไปทางนอกหน้าต่างจากห้องทำงานของตนไปที่ป้อมยามก็ไม่เห็นคิมแล้วมีแค่ลุงทุน ยามที่มาเฝ้าเวนต่อจากคิม ริวจึงลงไปถามลุงทุนว่าคิมรีบกลับไปไหน
ก่อนกลับบ้านริวจึงเดินเข้าไปทักทายและคุยเล่นกับลุงยามพลางถามลุงยามเื่คิม
ริว:ลุงรู้ไหมว่า่นี้ไอ่คิมมันทำไมรีบกลับบ้านจัง
ลุงยาม: อ๋อ เขาไม่ได้กลับบ้านหรือไปไหนหรอกเขาไปทำงานกะกลางคืนตรงโรงงานที่กำลังมีการก่อสร้างของบริษัทคุณริวนั้นแหล่ะครับไม่รู้ว่าจะขยันไปไหน ทำงานตรงนี้เสร็จ ก็ไปทำตรงนู้นต่อ เป็เด็กที่ขยันดีนะครับ
ริว: อ้ออ แบบนี้นี่เองขอบคุณมากครับลุง
พูดเสร็จริวก็ขับรถหรูไปที่โรงงานโซนที่กำลังมีการก่อสร้างพอส่องไปก็เห็นคิมที่กำลังทำงานตอกตะปูเป็กรรมกรอยู่้าริวมองดูอยู่สักพักก็ขับรถกลับบ้าน(ปกติริวจะเข้ามาตรวจงานในโรงงานที่กำลังก่อสร้างเป็บางครั้งบางคราว แต่จะมาในตอนกลางวันกลางคืนไม่ได้มา ทำให้ไม่เห็นคิมเพราะคิมมาทำกะกลางคืน)
วันต่อมาเมื่อเลิกงานจากบริษัทเสร็จริวก็ไปที่โรงงานตอนกลางคืนและเข้าไปทักทายกับหัวหน้าคนงาน รวมถึงไปหาคิมด้วยริวขึ้นไปชั้นบนและมองลงมาเห็นคิมที่กำลังตรวจเช็คโซ่เหล็กอยู่ ริวจึงเป่าปากทำเสียงวิ้ดวิ้วทักทายคิม
ริว: วิ้ดวิ้ว(เสียงเป่าปาก)
คิมเงยหน้ามองก็ต้องแปลกใจว่าริวรู้ว่าตนอยู่นี้ได้อย่างไร
คิม: อ่าว ไอ่ริว มึงมานี้ได้ไงเนี่ย
ริว: ขับรถมา (ริวตอบแบบกวนๆ)
คิม: กวนนะมึง
ริว: มาทำงานไม่บอกกูเลยว้ะ
ทั้งสองพักจากการทำงานแล้วมานั่งคุยกัน
คิม: โทดทีว่ะกูไม่อยากให้มึงรู้ว่ากูทำงานซ้อนอ่ะ กูกลัวโดนไล่ออก
ริว: ไม่เป็ไรหรอก มึงขยันอ่ะดีแล้วแต่มึงไม่เหนื่อยเหรอว้ะ ทำงานสองกะแบบนี้ กว่าจะได้นอนก็ตีหนึ่งแถมพรุ่งนี้ยังต้องตื่นเช้ามาทำงานอีก
คิม: ไม่เหนื่อยหรอกมึงทีมึงยังไม่เหนื่อยเลย อีกไม่กี่เดือนงานก่อสร้างที่นี้ก็จะเสร็จแล้วไม่ได้มีตลอดสักหน่อย่นี้มีงานก็ต้องรีบกอบโกยไว้ จะได้มีเงินเก็บเยอะๆไง
ริว: ถามหน่อยสิทำไมมึงถึงอยากมีเงินเก็บเยอะจนยอมทำงานหนักขนาดนี้ว้ะ นี่ถ้ากูไม่รู้ว่ามึงโสดนะกูคงคิดว่ามึงทำงานหาเงินเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียนะเนี่ย
คิม: อ๋อ ป่าวหรอก จริงๆแล้วกูยังมีหนี้ติดตัวอยู่เลยอ่ะ ่นี้เลยจำเป็ต้องรีบหาเงินหน่อย อีกอย่างกูว่ากูอยากเก็บเงินไว้เรียนต่อด้วยเห็นมึงเรียนจบมีงานดีๆทำแล้วกูก็อยากมีโมเม้นแบบนั้นบ้างแล้วที่สำคัญมันก็เป็ความตั้งใจของยายกูด้วย ก่อนยายจะเสียยายทำทุกอย่างเพื่อให้กูเรียนยายคงอยากให้กูเรียนจนจบอ่ะ ถ้ายายรู้ว่ากูไม่ได้เรียนยายคงเสียใจถ้ากูเรียนจบกูก็จะได้ไปบอกหน้าหลุมศพยายได้ไงว่ากูเรียนจบแล้ว ยายจะได้ไม่เสียใจ
ริวได้ฟังเช่นนั้นก็เข้าใจเพื่อนและเอามึงตบบ่าของคิมเบาๆพร้อมกับกล่าวว่า
ริว: สู้ๆนะมึง กูว่าคนอย่างมึงทำได้ไม่ยากหรอกสมัยเรียนมึงเก่งจะตาย
ฮ่าๆๆๆๆๆ ทั้งสองคนยิ้มและหัวเราะ
คิม: ขอบใจมากเพื่อน
ริว: ว่าแต่ มึงยังมีหนี้อะไรอีกว้ะ
คิม: เป็หนี้เก่าของยายนั้นแหล่ะกูกับยายจนมาก ยายเลยต้องไปกู้หนี้ยืมสินคนอื่นเพื่อมาเลี้ยงกูแต่ยังไม่ทันจะใช้หนี้หมดเลย ท่านก็เสียซะก่อน กูเลยต้องมาใช้หนี้ต่อ
ริว: มีอะไรให้กูช่วย มึงบอกได้นะ
คิม: ไม่เป็ไรหรอกมึง ไม่ต้องห่วงกูไหว หนี้ที่กูค้างมึงไว้ก็ยังใช่ไม่หมดเล้ย
ริว: ไม่เป็ไรหรอกมึงจริงๆมึงไม่ต้องคืนกูก็ได้
คิม: ไม่ได้หรอกมึง เงินมึงยังไงกูก็ต้องคืน แค่มึงหางานให้กูทำได้ ก็ช่วยก็ได้เยอะมากแล้ว
ริว: เออๆ แล้วแต่มึงแล้วกันยังไงกูก็เป็กำลังใจให้นะ เงินมึงไม่ต้องรีบก็ได้มีเมื่อไหร่ค่อยมาคืน
คิม: ได้ๆมึง ขอบใจมาก
หลังคิมเลิกงานริวและคิมก็เดินออกจากตัวไซต์ก่อสร้างจะไปที่ลานจอดรถระหว่างเดินทั้งสองเห็นรางรถไฟเก่าที่อยู่แถวนั้น จึงแวะไปเดินเล่นด้วยกันก่อนกลับ
คิม: คิดถึงสมัยก่อนเน้าะตอนนั้นกูกับมึงยังช่วยยายขายเต้าหู้อยู่เลย
ริว: เออใช่ ว่าแต่ ยายมึงท่านเสียตอนไหนหรอ
คิมเงียบไปสักพัก
คิม: ก่อนวันสอบน่ะ
ริวก็เงียบไปด้วยเช่นกันเมื่อรู้สาเหตุที่คิมไม่ได้ไปสอบ
คิม: เสียดายเน้าะตอนนั้นกูเกือบจะได้ไปเรียนกับมึงแล้ว ฮ่าๆๆๆ แต่ก็ดีแล้ว
ริว: ดียังไงว้ะ
คิม: ก็ กูจะได้ไม่เป็ภาระมึงไง
ริว: มึงจะเป็ภาระกูได้ยังไงมึงอ่ะเพื่อนกูนะเว้ย ไม่ว่ามึงจะเป็ยังไง กูก็รักมึงเหมือนเดิมนั่นแหล่ะ
คิมได้ยินก็ถึงกับน้ำตาคลอเบ้าเขายิ้มอย่างอ่อนโยน
คิม: ขอบใจมากนะมึง
ริวใช้มือโอบไปที่ไหล่ของคิม
ริว: กูอ่ะโครตดีใจเลยที่กลับมาแล้วเจอมึง
คิม: กูก็เหมือนกัน ั้แ่มึงไปกูก็ไม่คิดว่าชาตินี้จะได้เจอมึงแล้ว ไม่มีมึงแล้วโครตเหงาเลยว่ะ
ริว: งั้นั้แ่วันนี้ ไปไหนไปกันเพื่อนกัน เราจะสู้ไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเจออุปสรรคอะไร กูก็จะคอยอยู่ตรงนี้เป็เพื่อนมึงนะ
คิม: ได้เลยเพื่อน สู้ไปด้วยกันนนนน!!!(ะโ)
ริว: สู้โว้ย สู้ไปด้วยกันนนน!!!(ะโ)
ทั้งสองเดินโอบไหล่กันไปต่างคนต่างะโ และเดินไปจนถึงลานจอดรถ
ริว: เออ แล้วมึงกลับยังไงว้ะ
คิม: กูขึ้นรถเมล์กลับอ่ะ
ริว: แล้วมอไซร์มึงล่ะ
คิม: มันเสียอีกแล้วว่ะกูกำลังซ้อมอยู่
ริว: งั้นมึงกลับพร้อมกูไหม เดี๋ยวกูไปส่ง
คิม: เอ่อ...คือ..ไม่ดีกว่ามึงเสื้อกูมันเปื้อนโคลนน่ะ เดี๋ยวเบาะรถมึงเปื้อน
ริว: เห้ย..ไม่เป็ไรหรอก แค่นี้เอง
คิม: แต่..ตัวกูเปื้อนนะเหม็นด้วย
ริว: เปื้อนก็เปื้อนสิ่ว้ะไหนลองดมดูสิ้
ริวยื่นหน้ามาดมที่ซอกคอของคิมทันทีทำให้คิมสะดุ้งเล็กน้อย
ริว: ไม่เห็นเหม็นเลย ให้กูไปส่งเถอะป๊ะ...กลับบ้าน
ว่าแล้วเขาก็ลากคิมขึ้นไปบนรถคันหรูของตัวเองคิมอึกอักอยู่เล็กน้อยแต่สุดท้ายก็ยอมขึ้นรถ ริวหยิบขวดน้ำกับขนมปังที่มีอยู่ในรถมาให้คิมเพราะกลัวเพื่อนจะหิวจากนั้นริวก็ขับรถไปส่งคิมถึงที่บ้านคิม
คิม: ขอบใจมากนะมึง
ริว: เจอกันมึง
คิม: เออ ขับรถดีๆเพื่อน
ริวขับรถจากไปหลังจากนั้นคิมก็เข้าไปในบ้าน เขาเดินไปที่หน้ารูปศพของยาย แล้วจุดธูปไห้วยายหลังจากนั้นคิมก็จัดขนมปังที่ริวให้ใส่จานสองใบ เขาวางจานอาหารทั้งสองบนโต๊ะ
คิม: ยายครับ กินข้าวกันนะครับยาย
เขาพูดกับรูปหน้าศพยาย ถึงแม้ยายของคิมจะจากไปนานแล้วแต่คิมก็ไม่เคยลืมยายของเขาเลย เขายังคิดถึงยายทุก่เวลา
หลังจากวันนั้นริวก็ไปเยี่ยมคนงานและคิมอยู่เรื่อยๆบางครั้งก็ไปช่วยที่งานก่อสร้างเป็ครั้งคราว
หลายวันต่อมาริวมีประชุมกับบริษัทั์ใหญ่ที่โรงงาน่ค่ำจึงแวะเหมาน้ำชานมไข่มุกไปเลี้ยงคนงานทั้งหมดที่ไซร์งานก่อสร้างก่อนไปประชุมริวและคนงานบางส่วนช่วยกันแจกน้ำริวเห็นคิมที่กำลังทำงานขัดคราบน้ำมันดำเคลอะอยู่้ายังไม่ได้น้ำ ตนจึงถือน้ำไปให้คิมถึง้า
ริว: มึง ชานมไข่มุกเ้าดังกูเหมามาเลี้ยงพวกมึงเลยนะเว้ย
ริวยื่นน้ำให้คิม
คิม: ขอบใจมึง
คิมพูดพลางยื่นมือไปรับน้ำมากิน
ริว: กูไปก่อนนะ
ขณะที่ริวกำลังจะหันหลังกลับด้วยความรีบและลืมตัว คิมเผลอใช้มือที่สวมถุงมือที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำมันแตะไปที่ไหล่ของริวซึ่งใส่เสื้อสุทสุดหรูเพื่อเตรียมจะไปประชุมทำให้เกิดคราบดำบนเสื้อสูทของริวเล็กน้อย
คิม: เดี๋ยว!ริว
คิม: เห้ยย ชิปหายแล้ว ไอ่ริว กะ...กู คือ กูขอโทษ กูขอโทษมึงกูไม่ได้ตั้งใจ เวรแล้ว เสื้อมึงเปื้อนหมดเลย
คิมใมาก ทำอะไรไม่ถูก จึงถอดถุงมือออกแต่พอถอดถุงมือเพื่อจะใช้มือของตนเองเช็ดเสื้อสูทให้ริวก็ต้องผิดหวังเพราะคราบน้ำมันนั้นซึมทะลุถุงมือมาเปื้อนที่มือของคิมด้วยคิมไม่รู้จะทำเช่นไรเพราะผ้าสะอาดแถวนั้นไม่มีเลย มีแต่ผ้าที่เปื้อนน้ำมันตนจึงเอามือถูเช็ดกับเสื้อของตนเองทำให้เสื้อของคิมเปื้อนคราบน้ำมันไปด้วยขณะที่คิมกำลังเช็ดมือกับเสื้อของตนเองอยู่นั้นริวก็เอามือมาจับมือคิมไว้พร้อมกับบอกให้คิมหยุด
ริว: มึงๆ ไม่เป็ไรมึง พอๆ
ริวพูดพร้อมเอื้อมมือมาจับมือคิมไว้ให้หยุดแล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าของตนออกมาจากกระเป๋า แล้วนำไปเช็ดหน้าของคิมที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมัน
คิมอึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นเล็กน้อยเพราะแทนที่ริวจะเอาผ้าไปเช็ดคราบดำบนเสื้อสูทตัวหรูนั้นเขากลับเอาผ้ามาเช็ดคราบดำบนใบหน้าให้กับตน
ริวค่อยๆเช็ดใบหน้าของคิมอย่างอ่อนโยนมันทำให้คิมใจเต้นเล็กน้อย เมื่อเช็ดหน้าเสร็จ ริวก็เปลี่ยนไปเช็ดมือทั้งสองข้างให้คิม
คิม:ทำไมมึงไม่เช็ดเสื้อสูทมึงก่อนอ่ะ
ริว: ไม่เป็ไรหรอกมึงเสื้อกูเดี๋ยวใช้ทิชชู่เช็ดๆเดี๋ยวก็ออกแล้ว เป็รอยนิดเดียวเอง แต่หน้ามึงอ่ะมีแต่คราบน้ำมัน วันหลังมึงใส่หน้ากากป้องกันไว้ด้วยนะ สารเคมีพวกนี้มันอันตรายสูดเข้าไปมากๆเป็มะเร็งตายกันพอดี หน้ากากบริษัทก็มีแจก คนอื่นเขาใส่กันหมดมีแต่มึงเนี่ยดื้อไม่ยอมใส่
คิม: ก็ใส่แล้วมันอึดอัดนี้หว่า
ริวมองคิมด้วยสายตาที่ดุเล็กน้อยคล้ายเป็ห่วง
ริว: แล้วเมื่อกี้มึงเรียกกูทำไม
คิม: ไม่มีไรหรอกมึงกูแค่จะถามว่ามึงได้กินรึยัง ชานมอ่ะ
ริวหัวเราะ
ริว: กินแล้วก่อนมา
คิม: ขอบใจมากนะมึงขอโทษด้วยเื่สูท
ริว: ไม่เป็ไรมึงครั้งหน้าใส่หน้ากากป้องกันด้วยนะ กูไปล่ะ
คิมพยักหน้า พูดเสร็จริวก็เดินจากไปคิมหยิบน้ำชานมขึ้นมากินแบบยิ้มๆ
ตัดภาพมาที่สนามบินแนนเพื่อนของริวตอนเรียนอยู่ที่อังกฤษได้กลับมาจากอังกฤษเพื่อมาเที่ยวไทยเธอมาพร้อมกับหมวกใบใหญ่แล้วแว่นดำตามแบบฉบับนางร้ายการแต่งกายนั้นสุดเปรี้ยวพร้อมส้นตึกตามประสาลูกคนรวยเรียกได้ว่าหนุ่มๆเห็นแล้วต้องมองตามกันเป็แถว
เดือนต่อมางานก่อสร้างที่โรงงานเสร็จเป็ที่เรียบร้อย ทำให้คิมไม่ต้องไปทำงานกะดึกอีกและกลับมากินข้าวมื้อเที่ยงกับริวตามเดิมเพราะไม่ต้องไปแอบงีบหลับตอนเที่ยง
คิมเดินไปซื้อข้าวเหนียว ถุง 5 บาท ที่รถขายไก่ย่างข้างถนน เพราะวันนี้ไม่ได้ห่อข้าวมาเมื่อเขาเห็นตับไก่ย่างก็รู้สึกอยากกินขึ้นมา
คิม : ป้าครับ ตับไก่ย่าง ไม้ละกี่บาทหรอครับ
ป้า : ไม้ละสิบบาท จ้า
คิมนับเงินที่อยู่ในมือของตนที่ตอนนี้มีเงินอยู่แค่สิบสองบาท ซึ่งไม่พอที่จะซื้อตับไก่ เมื่อเห็นเช่นนั้นเขาก็ถอนหายใจให้กับตนเองที่แม้แต่ตับไก่หนึ่งไม้ ยังไม่มีปัญญาซื้อกิน วันนี้เขาคงต้องกินข้าวเหนียวเปล่าๆเป็มื้อเที่ยง
คิม : งั้น เอาข้าวเหนียวถุงหนึ่งก็พอครับ
จากนั้นคิมก็เดินกลับไปนั่งข้างๆป้อมยามเพื่อหลบแดดและกินข้าว
ริวลงมาหาคิมที่ป้อมยามเพื่อจะมากินข้าวตามปกติ
ริว : คิม มึงห่อข้าวอะไรมากินว้ะวันนี้
คิมจึงยกถุงข้าวเหนียวที่อยู่ในมือโชวให้ริวดู ริวจึงทำหน้า งง เพราะเห็นแต่ข้าว แต่ไม่เห็นกับ
ริว : ข้าวกับอะไรว้ะ?
คิม : ไม่มีกับอ่ะ มีแต่ข้าวนี้แหล่ะเพรียวๆ
ริวเห็นเช่นนั้นเขาก็รู้ทันทีว่าคิมนั้นคงจะมีเงินไม่พอที่จะซื้อกับข้าวมากินโดยที่ไม่ต้องเอ่ยถามเพราะสมัยเรียน คิมมักจะเป็แบบนี้บ่อยๆเนื่องจากฐานะที่ยากจนริวจึงเดินไปซื้อไก่ย่างร้านเดียวกับที่คิมไปซื้อมาให้
ริว : อ่ะ กูซื้อไก่มาให้ล้ะ กินแต่ข้าว จะไปอิ่มได้ยังไง
คิม : โห้วว! มึง ทำไมซื้อเยอะจังว้ะ ไก่ทั้งตัวเลยนะเว้ยจะกินหมดหรอ
คิม ตะลึงเพราะริวซื้อไก่ย่างทั้งตัวมาให้
ริว : เออ กินๆไปเถอะ กินให้อิ่ม ถ้าไม่อิ่มเดี๋ยวกูซื้อมาให้อีก
คิม : โห่ว.. แต่นี้ก็พอแล้วมึง ขอบคุณมากว่ะเพื่อน
คิมยิ้มให้ริว
เมื่อกินเสร็จ ริวก็เกิดรู้สึกเบื่อที่จะกลับไปทำงานและอยากไปเดินเที่ยวขึ้นมาจึงชวนคิมไปเดินเล่นในห้าง
ริว: มึงวันนี้กูโครตเบื่อเลยว่ะเที่ยงนี้ไปเที่ยวห้างกับกูป่ะ น้าๆๆ ไปเที่ยวเป็เพื่อนกูหน่อย แปปเดียว
คิม: ได้ๆแต่ต้องรีบกลับมาให้ทันเวลางานนะมึง
คิมเมื่อเจอลูกอ้อนของริว คิมก็ใจอ่อน
ริว: ครับผม
ทั้งสองออกมาเล่นเกมส์ในห้างด้วยกันเมื่อเล่นเกมส์สักพักเสร็จก็เดินเล่นในห้างและสนทนากันเรื่อยเปื่อยแต่จู่ๆขณะที่ทั้งสองคนกำลังเดินๆอยู่นั้น แนนก็โผลเข้ามาเกาะแขนริวแน่นพร้อมกับกองถุงเสื้อผ้าใช่แล้ว แนนที่กำลังช้อปปิ้งอยู่ที่ห้างบังเอิญเห็นริวจึงวิ่งเข้ามาหานั้นเอง
แนน: ริว ไม่ได้เจอกันนานเลยอ่ะแนนคิดถึงนะ
ริวใ
ริว: อ้าว แนน มาได้ไงเนี่ย
แนน:พอดีแนนเพิ่งกลับมาจากอิ้งแลนอ่ะค่ะ แล้วก็มาช้อปปิ้งแถวนี้ พอดีเจอริวก็เลยวิ่งเข้ามาทักนี้แนนคิดถึงริวมากเลยน้าไม่ได้เจอกันั้แ่เรียนจบ
ริว: ฮ่าๆๆๆ ผมก็ดีใจนะที่ได้เจอแนนแล้วออสตั้นล่ะ ไม่มาด้วยหรอ
(ออสตั้นคือแฟนเก่าของแนน)
แนน: เห้อ อย่าไปพูดถึงเขาเลยเราเลิกกันแล้ว
ริว: โธ่ เป็งั้นไป เสียใจด้วยนะ
แนน: ชั่งเถอะ แนนว่าไม่ได้เจอกันนานเราไปช้อปปิ้งกันดีกว่าจะได้คุยกันเน๊าะๆ ....อ้อ นี้ เธอน่ะ คนใช้ใช่ป่ะ ฝากถือของพวกนี้หน่อยนะ
แนนมองไปที่คิมที่อยู่ในชุด รปภ.พร้อมกับยื่นถุงช้อปปิ้งให้คิมถือ
ริว: แนน เขาไม่ใช่คนใช้นะนี้เพื่อนผมเองชื่อคิม
คิม: สวัสดีครับผมคิม เป็ รปภ.อยู่ที่บริษัทของริวครับ
แนน: อ้อ ก็ยามนั่นแหล่ะยังไงก็ฝากถือหน่อยนะ ป๊ะ..ริวคะ ไปช้อปปิ้งกัน
แนนพูดพร้อมดึงแขนริว
คิม: ครับๆ
คิมพูดพร้อมยื่นมือไปรับถุงเสื้อผ้าของแนนมาแบบสำรวมและถือของให้แนนโดยไม่ปรีปากบ่น
ริว: มา เดี๋ยวกูถือเอง
แนนมองริวด้วยความงุนงง
คิม: ไม่เป็ไรครับเดี๋ยวผมถือเองครับ
เพราะอยู่ต่อหน้าเพื่อนของริวคิมจึงไม่กล้าพูดกูมึงกับริว เพราะ้าจะรักษาหน้าของริวไว้เพราะยังไงริวก็เป็ถึงเ้าของบริษัทและเป็นายจ้างของตน คิมตระหนักรู้ตนเองดีริวรู้สึกเ็ปและขัดใจเล็กน้อยที่เพื่อนพูดกับตนเหมือนเป็คนห่างคนไกลเป็เ้านายกับลูกน้อง แต่ริวก็เข้าใจสถานการณ์ในตอนนั้น
คิมเห็นริวทำสีหน้าไม่ดีจึงเดินเข้าไปกระซิบบอกริวว่า
คิม: มึงไปเถอะ ไม่เป็ไรเดี๋ยวกูถือของให้เอง เพื่อนมึงอุส่าเจอกันทั้งที มึงไปกับเขาเถอะสาวสวยมาหาทั้งทีเลยนะเว้ย
ริวเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ไม่พูดอะไรได้แต่ทำหน้าเซงเล็กน้อยแล้ว เออ ออ ไปตามสถานการณ์ ถึงแม้เขาจะรู้สึกรำคาญแนนแต่ก็ไปเดินช้อปปิ้งด้วยเพราะยังไงก็เป็เพื่อนเก่ากันส่วนคิมเดินถือของตามหลังทั้งสองคนแบบห่างๆ
เมื่อเดินช้อปปิ้งและคุยสนทนาถามสารทุกข์สุกดิบกับแนนเสร็จริวและแนนก็จะแยกย้ายกันกลับริวหันกลับมาหาคิมแต่ก็พบว่าคิมนั้นนั่งกอดกองถุงช้อปปิ้งของแนนรอตนกับแนนช้อปจนหลับคาเก้าอี้หน้าร้านขายเสื้อผ้าไปแล้วริวเดินไปปลุกคิมให้ตื่นแล้วช่วยหยิบถุงช้อปปิ้งของแนน ทั้งสองไปส่งแนนที่รถเมื่อแนนกลับไปแล้วทั้งสองก็เดินทางกลับบริษัทเพื่อไปทำงานต่อระหว่างเดินทางคิมได้แซวริวว่ามีเพื่อนสวยจัง ริวจึงเล่าเื่ของแนนให้ฟัง
คิม:แหม่..มีเพื่อนสวยขนาดนี้เลยหรอมึง
ริว: สวยกว่าคนนี้ก็มีอีกเยอะ
คิม: โห่วว (คิมหัวเราะ)
ริว:กูกับแนนเคยเรียนด้วยกันที่มหาลัยน่ะ แต่อยู่กันคนละห้อง ไม่ได้สนิทกันเลยนะแต่เขาคงจำกูได้ เลยเข้ามาทัก ไม่คิดว่าจะมาเจอหล่อนที่เมืองไทย
คิม: อ้ออ…
คิมพยักหน้าเออ ออ ตาม
ริว:ขอโทษนะเว้ยที่ให้มึงถือของให้อ่ะ
คิม: ไม่เป็ไรมึง อย่าคิดมากหน้าที่กูอยู่แล้ว ยามผู้ดูแลความสุขของมนุษย์ทุกท่าน
ฮ่าๆๆๆๆ ริวและคิมหัวเราะ
หลายวันต่อมา....
ณ บริษัท หลังเลิกงานวันนี้ริวไม่ได้มาทำงาน คิมจึงสงสัย เขามองหาริวแต่เจอพี่รินแทน
พี่ริน: อ้าวคิม เจอตัวพอดีเลยมานี่หน่อยสิ
คิม: ครับ สวัสดีครับพี่รินวันนี้ริวไม่มาหรอครับ
พี่ริน: อ๋อ ริวไม่สบายน่ะวันนี้เลยหยุดงาน เนี่ย พี่ว่าจะฝากเราเอายาเข้าไปให้ริวที่บ้านหน่อยพอดีพี่มีธุระ วันนี้แม่บ้านเขาลาหยุดด้วย ที่บ้านไม่มีใครอยู่ ฝากหน่อยนะ
คิม: ได้ครับ
พี่ริน: ขอบใจมากจ่ะ
พูดเสร็จพี่รินก็เดินจากไปด้วยท่าทีเร่งรีบ
คิม ขึ้นรถโดยสารและเดินทางไปที่บ้าน(คฤหาสน์)ของริวคิมเคาะประตูแต่ไม่มีใครตอบ เมื่อสังเกตว่าประตูไม่ได้ล็อก คิมจึงเปิดประตูเข้าไปเนื่องจากเขาเคยมาบ้านริวแล้วรอบหนึ่ง จึงรู้เส้นทางภายในบ้านและเดินไปเรื่อยๆจนถึงห้องของริว คิมเคาะประตู