1(2)
ระหว่างที่พราวขวัญกำลังคิดก่นด่าคนหน้าไม่อายอยู่ในใจนั้นเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เอ๊ะพี่ชายโทรมา เธอรีบรับสาย “พี่ภพ มีขโมยเข้าบ้าน”
“เฮ้ย แล้วแจ้งตำรวจหรือยังแล้วตอนนี้เราอยู่ที่ไหน” เสียงปลายสายถามด้วยความใ
“คุณๆ ” ชายหนุ่มเรียก “เอาโทรศัพท์มานี่หน่อยสิ”
“ไม่มีทางหรอก”พราวขวัญรีบเอามือสองข้างกุมโทรศัพท์ไว้ กลัวจะถูกแย่งไปอีตาคนนี้คงเห็นว่าเธอกำลังจะบอกคนอื่น เลยคิดจะแย่งโทรศัพท์ไปแน่ๆเธอรีบะโส่งเสียงเข้าไปในโทรศัพท์ “พี่ภพ พี่ภพช่วยด้วย”
“เฮ้ย ภพ นี่ฉันเอง” ชายหนุ่มเอ่ยปากพยายามชะโงกเข้าไปใกล้ๆ เพื่อให้เสียงเข้าไปในสายสนทนา
“คุณรู้จักพี่ชายฉันด้วยเหรอ”พราวขวัญหันไปถามอย่างไม่ค่อยเชื่อใจนัก อยู่ๆ ก็เข้ามาในบ้านพี่ชายของเธอแถมตอนนี้ยังมาอ้างว่ารู้จักพี่ชายของเธออีกนี่ไม่ใช่ว่าวางแผนจะแย่งโทรศัพท์ไปเพื่อให้เธอติดต่อขอความช่วยเหลือไม่ได้หรือไงกันเธอไม่ใช่เด็กสามขวบจะได้หลอกง่ายขนาดนั้นนะ
“เอาเถอะ ถ้าคุณแน่ใจว่ารู้จักพี่ชายฉันก็อยู่นิ่งๆ ตรงนั้นแหละ ห้ามขยับ” พูดจบเธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตายังจ้องอีกฝ่ายเขม็งเพราะกลัวจะโดนแย่งโทรศัพท์
“พี่ภพ ตอนนี้ที่บ้านพี่มีคนบุกรุก แล้วก็อ้างว่าเป็เพื่อนของพี่ นี่คุณ ฉันบอกว่าห้ามขยับไงล่ะ ชิ”เธอตวาดแหวใส่เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำท่าจะเดินมาใกล้ชายคนนั้นกรอกสายตามองบนเพดานอย่างเหนื่อยใจและขำพวกผู้หญิงนี่ขี้ตื่นกลัวแถมยังชอบทำเสียงขู่ฟ่อๆ อย่างกับลูกแมว
เมื่อเห็นอีกฝ่ายหยุดเข้ามาใกล้ พราวขวัญเลยพูดใส่โทรศัพท์ต่อ“เออ วันนี้ขวัญเห็นไปเปิดอยู่ เลยคิดว่าพี่กลับบ้านมาแล้ว พอเข้ามาก็เจอใครไม่รู้นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเดินทั่วบ้าน แล้ว...”
“ขวัญๆ เดี๋ยวก่อน ใจเย็นๆ ก่อน”ปลายสายตอบกลับมา น้ำเสียงดูผ่อนคลายกว่าเมื่อสักครู่
“จะใจเย็นได้ไงล่ะพี่ภพ น้องจะโดนทำมิดีมิร้ายอยู่แล้วนะ”เธออธิบายขนาดนี้แล้ว ทำไมพี่ชายยังจะให้ใจเย็นอยู่อีก นี่มีคนเดินไปมาในบ้านทั้งๆ ที่นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวนะ
“พี่กำลังจะโทรมาบอกเราพอดีว่าพี่ให้เพื่อนเช่าบ้าน วันนี้น่าจะย้ายเข้าแล้ว”
“หะ” พราวขวัญได้ยินก็อึ้งไปแป๊บนึง ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกเหมือนว่าคนในสายและชายหนุ่มตรงหน้าจะเข้าใจเธอเลยปล่อยให้เธอใช้เวลาประมวลผลคนเดียวชั่วครู
พี่ชายของเธอให้เพื่อนเช่าบ้านและคิดว่าคงจะย้ายเข้าวันนี้? งั้นก็หมายความว่าผู้ชายคนนี้คือเพื่อนของพี่ชายสินะ คิดแล้วก็หันไปมองหน้าชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับเป็รอยยิ้มหยอกเย้าจากเขา แถมเขายังยกคิ้วขึ้นทำหน้าประหนึ่งกำลังจะบอกว่า ‘ผมบอกคุณแล้วไง’
“ขอผมคุยกับเ้าภพหน่อยได้ไหม ... ครับ”เขาพูดพร้อมยื่นมือเพื่อขอโทรศัพท์ พราวขวัญที่ยังอึ้งอยู่ยื่นโทรศัพท์ไปให้เขาเขารับไปและเดินห่างออกไปเพื่อคุยกับพี่ชายของเธอ
ใจเธอเต้นตึ้กๆๆ ทรุดนั่งลงบนโซฟาสองคนนั้นจะคุยอะไรกันก็ไม่เข้าหูเธออีกต่อไป ได้ยินเพียงเสียงหัวเราะของเขาแว่วมาตอนนี้ในหัวเธอคิดแค่ว่าจะทำยังไงดี ทำไมเธอถึงได้ซวยแบบนี้นะแล้วจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน หน้าแตกยับเยินหมดแล้ว พี่ชายทำไมไม่รู้จักโทรมาบอกก่อน ฮือ...
ระหว่างที่กำลังตีอกชกตัวอยู่สายตาเหลือบไปเห็นกล่องพิซซ่าและกล่องโดนัทที่เปิดอ้าซ่าอยู่แน่นอนว่าเธอเป็คนเปิด ถ้าจะพูดให้ถูกคือเธอถือวิสาสะเปิดของคนอื่นกินโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตเ้าของ โอย ตายแล้ว ทำยังไงดีทำไมเธอถึงได้คิดจะเซอร์ไพรส์พี่ชายด้วยวิธีบ้าๆ แบบนี้กันนะ
“นี่ครับ”
พราวขวัญที่กำลังหยุมหัวตัวเองอยู่ในความคิดพลันสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงของเขา เธอเงยหน้าขึ้นมองเขารับโทรศัพท์คืนมาและยิ้มเจื่อนๆ ให้เขา กลับถูกรอยยิ้มสดใสของเขาทำให้ตะลึงงัน
“เดี๋ยวพี่ขอตัวไป เอ่อ ใส่เสื้อผ้าก่อน น้องขวัญรออยู่ตรงนี้แป๊บนึงนะ”เขาพูดพลางทำท่าทางประกอบว่าจะขอตัวเข้าไปในห้อง พราวขวัญพยักหน้ารับอย่างลืมตัว
พอชายหนุ่มลับตาไปพราวขวัญรีบส่งไลน์ไปต่อว่าพี่ชายตัวเอง
“พี่ภพ ให้เพื่อนเช่าบ้านแล้วทำไมไม่บอกขวัญเล่านี่รู้ไหม ขวัญปีนเข้าบ้าน ไขกุญแจ แถมยังกินพิซซ่า กินโดนัทเขาไปอีก”
“เอาน่า พี่ขอโทษที่ไม่ได้บอกเรา พี่ลืม งานยุ่งๆน่ะ ไอ้ฉายมันบอกแล้วเมื่อกี้ว่ามันซื้อพิซซ่ากับโดนัทมาจะมาชวนเรากินด้วยนี่เราก็กินพอดีเลย ไม่เห็นมีอะไรเลย เพื่อนพี่สบายๆ น่า ไม่ต้องซีเรียส”
“พี่ภพ แต่น้องเป็ผู้หญิงนะ ปีนเข้าบ้านผู้ชายมันใช้ได้ที่ไหนแล้วนี่เขายัง เอ่อ ...” เธอจะบอกพี่ได้ยังไงว่าเจอเขาในสภาพที่เขานุ่งผ้าเช็ดตัวแค่ผืนเดียว พูดให้ถูกคือเขาเกือบจะเปลือยแต่เมื่อกี้เธอพูดไปแล้วนี่นา ช่างเถอะ กลบเกลื่อนไปแล้วกันพี่ชายเธอไม่น่าจะจำได้หรอก
“เอ่อ อะไรเหรอขวัญ”
“เปล่าจ้า... ไม่มีอะไรเลย งั้นพี่ภพ แค่นี้แหละเดี๋ยวขวัญโทรหาทีหลัง” พูดจบก็รีบกดวางสาย ก่อนที่พี่ชายเธอจะได้ทันถามอะไรอีก
“เอ่อ น้องขวัญใช่ไหมครับ”เสียงทุ้มลอยมาจากด้านหลัง ไม่นานร่างสูงก็ตามเสียงมาติดๆ เขาเปลี่ยนเป็ใส่เสื้อยืดสีขาวกางเกงวอร์มสำหรับนอนสีเทา เขาหยุดยืนตรงหน้าเธอ เว้นระยะห่างออกไปประมาณสามก้าว
“แฮะๆ” เอาล่ะ เป็เด็กก็ต้องอ่อนน้อมทำผิดก็ต้องยอมรับ ”ใช่ค่ะ คือว่า เอ่อ ขวัญขอโทษที่เสียมารยาทคือ...ขวัญคิดว่าเป็พี่ภพ” พราวขวัญเหลือบมองชายหนุ่มตรงหน้าเขายิ้มให้เธอจนตาหยี ฉับพลับหัวเธอก็โล่ง คำที่คิดไว้ว่าจะพูดนั้นลืมหมด
“ไม่เป็ไรครับไอ้ภพมันบอกพี่แล้วว่าไม่ได้บอกขวัญไว้ พี่เข้าใจ ขวัญก็อย่าคิดมากเลย”เขาพูดแล้วยังยิ้มให้เธอต่อ
“พี่ชื่อตะวันฉาย เรียกว่าพี่ฉายก็ได้ แต่สาวๆชอบเรียกพี่ว่าคุณฉาย” เขายังคงยิ้มอีก ให้ตายเถอะ เขาจะยิ้มอะไรหนักหนานี่เขาเจตนาล้อเลียนเธออยู่ใช่ไหมล่ะ แม้ในใจจะบ่นอุบอิบแต่ก็ยังเอ่ยปากตอบไป
“ค่ะ พี่ตะวันฉายงั้นขวัญเรียกว่าพี่ฉายแล้วกันนะคะ”
“อืม โอเค” เขายังคงยิ้มอยู่อีก
“แล้ว คือ ขวัญกินพิซซ่ากับโดนัทพี่เข้าไปด้วยขอโทษทีค่ะ ขวัญนึกว่าพี่ภพซื้อมา” พูดพลางเอานิ้วชี้เขี่ยกันไปมาการขโมยของคนอื่นช่างน่าอายชะมัด แถมยังขโมยของกินด้วย นี่เขาคงจะคิดว่าเราตะกละ
ตะวันฉายเห็นท่าทางขัดเขินของน้องสาวเพื่อนเลยอมยิ้มกลั้นขำ พยายามทำเสียงปกติถ้าเขาจะขำตอนนี้คงจะดูใจร้ายกับสาวน้อยตรงหน้าไปหน่อย “ไม่เป็ไรหรอก จริงๆพี่ซื้อมาเผื่อน้องขวัญด้วย คิดว่าอาบน้ำเสร็จจะไปเคาะประตูบ้านทำความรู้จักพอดีน้องขวัญก็มาหาพี่ก่อน” ถึงจะกลั้นขำแล้วแต่ก็ยังมีรอยขบขันออกมาทางแววตาอยู่ดี พราวขวัญอายจนแทบอยากจะมุดดินหนี
“ขอบคุณค่ะ งั้นนี่ก็เริ่มดึกแล้วขวัญขอตัวกลับบ้านก่อนแล้วกันนะคะ” ว่าแล้วก็ลุกเตรียมเดินออกไป
“เดี๋ยวพี่เดินไปส่งที่บ้าน ดึกแล้วอันตรายทั้งงูทั้งสัตว์เลื้อยคลาน” ตะวันฉายลุกขึ้น ทำท่าทางว่าตั้งใจไปส่งจริงๆพราวขวัญเลยไม่ขัด ยอมให้เขาเดินไปส่งถึงหน้าบ้าน
“แก เมื่อกี้ฉันไปบ้านพี่ภพมา ทายสิว่าฉันเจอใคร”
หลังจากกลับถึงบ้าน พราวขวัญก็รีบโทรไปหาเกวลินเพื่อนรักทันที เกวลินเป็เพื่อนสนิทของพราวขวัญเวลามีเื่อะไรมักจะปรึกษาพูดคุยกันเสมอ แม้จะเป็เื่รักๆ ใคร่ๆหรือเื่เครียดๆ ก็ตาม
“ไปบ้านพี่ภพก็ต้องเจอพี่ภพสิ แกจะเจอใครได้ล่ะเอ หรือว่า... พี่ภพพาแฟนมาเปิดตัว”
“ไม่ใช่ พี่ภพไม่ได้กลับบ้าน ฉันตื่นมาเห็นแสงไฟนึกว่าพี่ภพกลับมา เลยปีนเข้าบ้านกะจะเซอร์ไพรส์ แล้วปรากฏว่าคนในบ้านไม่ใช่พี่ภพ”
“หะ ขโมยเข้าบ้าน!”
“ไม่ใช่ แกฟังให้จบก่อนสิ พอฉันเข้าไปเจอผู้ชายคนนึงนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว อ้อ ย้อนมานิดนึง ตอนเข้าไป ฉันกำลังหิวแล้วเห็นพิซซ่ากับโดนัท เลยกินไปอย่างละหน่อยจากนั้นก็มีผู้ชายคนนึงเดินออกมาจากห้องน้ำ นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวยังฟังอยู่ป่ะเนี่ย”
“ฟังอยู่สิ ก็แกบอกว่าให้ฟังให้จบก่อนนิ”
“เออ นั่นแหละแล้วต่อมาถึงได้รู้ว่าผู้ชายคนนั้นคือเพื่อนของพี่ชายพี่ชายฉันให้เพื่อนเช่าบ้านแล้วก็ไม่ยอมบอกฉันก่อน ดูสิ ฉันอ่ะ ขายหน้าหมดแล้ว แก”จากนั้นพราวขวัญก็พร่ำเวิ่นเว้อถึงความหน้าแตกครั้งนี้ให้เพื่อนรักฟังอีกพักใหญ่
“เอาล่ะ แกใจเย็นๆงั้นพรุ่งนี้แกก็ซื้อของไปขอโทษพี่เขาแล้วกันคนเราต้องแสดงให้เห็นว่าเรารู้สึกผิดจริงๆ พี่เขาเป็ผู้ชายไม่คิดอะไรมากหรอกแกอย่าคิดมากสิ แกชอบคิดเยอะอ่ะ”
“แกยังจะให้ฉันบากหน้าไปหาเขาอีกนี่อ่ะนะ”
“ใช่สิ หืม แกโตแล้วน่า เื่แค่นี้เข้าใจผิดจิ๊บๆ คนเราจะมาซุกปัญหาไว้ใต้พรมไม่ได้หรอกนะ มีปัญหาก็ต้องเคลียร์ให้จบหัวจะได้ว่างปลอดโปร่ง เอาสมองไว้คิดงาน เอาล่ะ ดึกแล้ว ฉันจะเขียนงานต่อแล้วแกโอเคยัง?”
“อืม” พราวขวัญตอบรับอย่างไม่เต็มใจ
“ว่าแต่ พี่ตะวันฉายอะไรนี่ หล่อไหมอ่ะ”
“นี่ยัยเกด ที่แกควรจะโฟกัสคือฉันไม่ใช่ความหล่อของพี่เขานะ”
“ฮิ ฮิ ฮิ แกพาลอ่ะ ฉันก็แค่อยากรู้ เออแค่นี้ก่อน ไม่มีเวลาแล้ว แกรีบนอนล่ะ อย่าฟุ้งซ่าน”
หลังจากเกวลินวางสาย แน่นอนว่าพราวขวัญก็ยังคงฟุ้งซ่านคนเดียวต่อไปเธอคิดวางแผนว่าพรุ่งนี้จะซื้ออะไรไปขอโทษพี่ชายข้างบ้านดีแล้วเธอจะกู้หน้าของเธอกลับมายังไงดี