คัมภีร์โอสถเก้าเทวะ์จัดว่าเป็ตำรายาโบราณที่หาได้ยากยิ่ง ว่ากันมันถูกเขียนขึ้นมาโดยปรมาจารย์เซียนโอสถ์ เถาวู่จิ่น ผู้เป็เ้าแห่งการคิดค้นตำรายาวิเศษมากมาย ที่ต่อมากลายเป็รากฐานของการปรุงยาในยุคปัจจุบัน
ฟู่เทียนซานใช้เวลาเสาะหาคัมภีร์โอสถวิเศษเล่มนี้อยู่นานนับ 30 ปี ในที่สุดเขาก็ได้มันมา แต่ฟู่เทียนซานมิอาจเข้าใจเนื้อหาของคัมภีร์ได้ทั้งหมดบวกกับวัตถุดิบในการปรุงยาก็หาได้ยากยิ่ง ไม่สิต้องเรียกว่าแทบจะหาไม่ได้บนอาณาจักรหยก์เสียมากกว่า แต่ถึงกระนั้นฟู่เทียนซานก็ไม่อาจตัดใจยอมแพ้ เขายังคงตั้งหน้าตั้งตาศึกษาคัมภีร์โอสถเก้า์เทวะต่อไปแม้อายุของตนจะมากขึ้นเรื่อย ๆ ฟู่เทียนซานเชื่อว่าหากเขาปรุงโอสถเก้าเทวะสำเร็จและกินมันเข้าไป ร่างกายของเขาจะกลับเป็หนุ่มอีกครั้งมีอายุขัยเพิ่มขึ้นอีกหลายร้อยปี และเมื่อถึงตอนนั้นเขาก็จะเป็เ้าสำนักของพรรคเก้าัคุณธรรมแต่เพียงผู้เดียว ในขณะที่ ไท่หยวนอี้ หลู่อี้ถัง และ จางซุนเจี่ย ก็คงจะกลายเป็เถ้าธุลีจากโลกนี้ไปนานแสนนานแล้ว…
คัมภีร์โอสถเก้าเทวะ์ถูกเก็บเอาไว้ในห้องลับ และห้องลับที่ว่าก็อยู่ชั้นบนสุดของหอเจดีย์หมื่นโอสถ 8 ชั้น สถานที่แห่งนี้เป็ที่เก็บรวบรวมตำราการปรุงยามากมายจากทั่วสารทิศของอาณาจักรหยก์ อีกทั้งยังมีวัตถุดิบหายากอีกมากถูกนำมาเก็บไว้ที่นี่เพื่อศึกษาและคิดค้นโอสถชนิดใหม่ ๆ โดยปรกติฟู่เทียนซ่านจะอนุญาตให้ศิษย์ของฝ่ายโอสถเข้ามาศึกษาตำราได้เพียงแค่ชั้น 1 และชั้น 2 เท่านั้น
ซึ่งสองชั้นนี้ส่วนมากก็จะมีแค่ตำราการปรุงยาระดับต้นไปถึงระดับกลาง แต่จะไม่มีตำราที่ใช้ปรุงยาระดับสูงหรือระดับหายากอยู่แม้แต่เล่มเดียว เนื่องจากฟู่เทียนซานไม่้าให้มีศิษย์คนไหนสามารถปรุงโอสถได้ดีกว่าตัวของเขาเอง…
แต่หากมีความจำเป็จะต้องขึ้นไปจริง ๆ จำเป็จะต้องมารายงานฟู่เทียนซ่านเสียก่อนทุกครั้งไม่งั้นจะถือว่าผิดกฎของฝ่ายโอสถขั้นร้ายแรงและมีโทษสถานหนัก..
ก่อนหน้านี้มีเพียงลูกศิษย์ของฝ่ายโอสถเพียงผู้เดียวที่เข้ามาได้และขึ้นไปถึงชั้นที่ 3 เขาผู้นั้นก็คือ จูต้าเยียนนั้นเอง ชั้น 3 เป็ที่เก็บของวัตถุดิบและสมุนไพรหายากมากมายและด้วยความตะกละของต้าเยียนบวกกับความที่ไม่รู้จักสมุนไพรเ่าั้เขาจึงแอบหยิบมากินเข้าไปเล็กน้อย ทว่า…แม้ต้าเยียนจะกัดไปเพียงนิดเดียวแต่สิ่งพิษร้ายของมันนั้นมากมายมหาศาลเกินกว่าที่ใครจะคิดได้ ต้าเยียนรีบหนีออกมาเพื่อขอความช่วยเหลือทันที แต่มันก็สายไปเสียแล้ว เขาจบชีวิตอย่างน่าสังเวชใกล้ ๆ กับหอเจดีย์หมื่นโอสถ 8 ชั้น
โดยปรกติประตูทางเข้าของหอเจดีย์หมื่นโอสถ 8 ชั้นจะไม่มีคนเฝ้า แต่บันไดที่จะขึ้นไปชั้น 3 ขึ้นไปจะมีคนเฝ้าอยู่เสมอ หากไม่ได้คำสั่งจากฟู่เทียนซ่านก็มิอาจขึ้นไปได้ คนผู้นี้เป็ศิษย์พี่ของิเจียวจูและเขาก็หลงเสน่ห์ของนางมาก ิเจียวจู่ถึงกับยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อให้ชายผู้นี้ยอมปล่อยต้าเยียนขึ้นไปขโมยคัมภีร์ ตอนที่ต้าเยียนหนีลงมาขอความช่วยเหลือเขาก็ทำเป็เมินเฉยไม่สนใจเพราะถ้ายื่นมือช่วยตนจะกลายเป็มีความผิดไปด้วยนั้นเอง…
และในตอนนี้ก็เช่นกัน ฉินฟงในร่างของจูต้าเยียนกลับมาอีกครั้งเพื่อทำในสิ่งที่ิเจียวจู้าให้สำเร็จ จากนั้นฉินฟงก็ตั้งใจจะกระชากหน้ากากของิเจียวจูออกและคืนความยุติธรรมให้จูต้าเยียน
เมื่อฉินฟงเข้ามาใน หอเจดีย์หมื่นโอสถ 8 ชั้น เขาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงภายในชั้นแรกกว้างขวางมากและเต็มไปด้วยตู้เก็บตำราหลายร้อยหลายพันเล่ม ราวกับที่นี่เป็ห้องสมุดขนาดั์ก็ไม่ปาน “ช่างน่าตื่นตาตื่นใจอะไรเช่นนี้ ข้าไม่เคยพบเคยเจอตำรามากมายขนาดนี้มาก่อนเลย”ฉินฟงกล่าวขึ้นในขณะที่กำลังกวาดตามองไปรอบตัว แม้ตำราโอสถที่เห็นทั้งหมดจะไม่ใช่ตำราหายากแต่มันก็น่าสนใจอยู่ดี "เฮ้ย!! เ้าอ้วนแกมั่วตะลึงอะไรอยู่วะ ทำยังกับไม่เคยเข้ามาที่นี่" เสียงของชายหนุ่มในชุดผ้าฝ้ายสีฟ้าหน้าตาบูดบึ้งได้พูดขึ้น คนนี้ผู้นี้มีนามว่า ก้านจี่ มีศักดิ์เป็ศิษย์พี่ของจูต้าเยียนและเป็คนดูแล หอเจดีย์หมื่นโอสถ 8 ชั้นแห่งนี้
“ข้าขอโทษครับศิษย์พี่ก้านจี่ พอดีมันอดตื่นเต้นไม่ได้ทุกครั้งที่เข้ามาในหอแห่งนี้” ฉินฟงรีบแสร้งกล่าวคำขอโทษในทันที “เอ่อ ๆ ช่างเถอะรีบตามข้ามาเร็ว เ้ามีเวลาขึ้นไปเอาของที่น้องเจียวจู้าแค่ 4 ชั่วยาม (*4 ชั่วยาม ราว ๆ 8 ชั่วโมง*) ก่อนอาจารย์จะเข้ามาที่หอในตอนเช้า ถ้าเกินกว่านั้นข้าจะรีบขึ้นไปลากตัวเ้าลงมาทันทีไม่งั้นซวยกันหมดแน่” ก้านจี่กล่าวขึ้นด้วยท่าทางหงุดหงิด เพราะเขากลัวว่า จูต้าเยียนอาจจะทำพลาดเหมือนคราวที่แล้วอีก จนถึงตอนนี้ก้านจี่ก็ยังไม่เชื่อสายตาตนเองว่า ต้าเยียนจะฟื้นคืนชีพกลับมาได้
“ข้าทราบแล้วครับศิษย์พี่ครั้งนี้จะไม่พลาดเหมือนครั้งก่อนแน่นอน..”ฉินฟงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูมั่นอกมั่นใจผิดกับ จูต้าเยียนที่ก้านจี่เคยรู้จักโดยสิ้นเชิง เขารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรมากนัก หน้าที่ของเขามีเพียงอย่างเดียวก็คือ ปล่อยให้จูต้าเยียนขึ้นไปชั้นบนสุดเพื่อขโมยของบางอย่าง ซึ่งเ้าของสิ่งนี้ิเจียวจูก็ไม่ได้ระบุไว้กับก้านจี่ว่ามันคือสิ่งใด ซึ่งตัวก้านจี่เองก็ไม่สน ขอเพียงแค่ิเจียวจูพลีร่างกายให้มัน เพียงแค่นั้นก็มากพอที่จะทำให้ก้านจี่ยอมทุกอย่าง ถึงแม้ว่ามันจะเสี่ยงกับการลงโทษขั้นร้ายแรงจาก ฟู่เทียนซ่าน ก็ตามที
เมื่อทางสะดวกฉินฟงจึงรีบขึ้นไปยังชั้น 2 อย่างรวดเร็ว ชั้นนี้ไม่มีอะไรมากส่วนใหญ่จะเป็ที่เก็บของสมุนไพรและวัตถุดิบในการปรุงโอสถระดับต่ำไปถึงระดับกลาง ซึ่งของเหล่านี้บางอย่างก็มีในห้องเก็บวัตถุดิบของฝ่ายโอสถ จูต้าเยียนในอดีตเองก็ถูกต้าเฉินศิษย์ผู้พี่ใช้มาแยกประเภทอยู่บ่อย ๆ ฉินฟงมองซ้ายมองขวาก่อนจะพบบันไดและรีบขึ้นไปที่ชั้น 3 ต่อ..
พอขึ้นมาชั้นนี้เขาก็พบกับสมุนไพรและวัตถุดิบหน้าตาแปลกประหลาดพิลึกพิลั่นมากมาย บางอย่างก็ดูน่าลิ้มลอง มันส่งกลิ่นหอมลอยอบอวลออกมาเบา ๆ ทั่วห้อง ฉินฟงได้แต่มองดูและครุ่นคิดว่า คงเป็ชั้นนี่สินะที่ จูต้าเยียนเผลอไปหยิบมันขึ้นมากินและได้รับพิษ แต่เขาไม่ใช่ต้าเยียนกลิ่นหอมพวกนี้ทำอะไรเขาไม่ได้หรอก
เมื่อคิดได้ดังนั้นฉินฟงจึงมุ่งขึ้นไปยังชั้นที่ 4 ในทันที..
ก่อนที่ฉินฟงจะเข้ามาใน หอเจดีย์หมื่นโอสถ 8 ชั้น เขาเองก็ได้หาข้อมูลของมันมาบ้างจึงได้ทราบว่าชั้นแห่งนี้เป็ชั้นที่ ฟู่เทียนซ่านวางกับดักเอาไว้ มันไม่ใช่กับดักที่รุนแรงถึงขั้นเอาชีวิต แต่ก็มากพอจะจับผู้บุกรุกที่พยายามจะขึ้นชั้นต่อไปได้ ฉินฟงจึงต้องระมัดระวังเป็พิเศษ
ฉินฟงกวาดตามองไปรอบห้องทุกอย่างดูเป็พื้นที่กว้างโล่งมิมีสิ่งใดกั้นขวางอยู่ ตรงมุมห้องด้านในสุดมีบันไดขึ้นไปชั้น 5 อยู่แต่ฉินฟงรู้แก่ใจดีว่ามันไม่ง่ายแบบนั้นแน่ จะต้องกับดักซ่อนอยู่ตรงไหนสักแห่ง เขาค่อย ๆ ก้าวเท้าออกเดินไปข้างหน้าช้า ๆ ทุกอย่างยังปรกติฉินฟงเดินต่อไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็มาถึงหน้าบันไดทางขึ้นชั้นต่อไป “น่าแปลกใจยิ่งนัก เหตุใดจึงไม่มีกับดักปรากฏออกมาสักชิ้นเลย”
ฉินฟงขมวดคิ้วด้วยความสงสัยและคิดไม่ตกอยู่สักพัก ก่อนจะเลิกสนใจและกำลังจะก้าวเท้าเหยียบไปที่บันไดขั้นแรก แต่แล้วฉินฟงก็ต้องชะงักนิ่งแข็งค้างอยู่ในท่านั้นเหมือนจะนึกอะไรออก “รึว่า!!…ข้าเข้าใจแล้วเป็แบบนี้เองสินะ..” ฉินฟงไม่ได้เหยียบลงไปที่บันไดเขาเอาเท้าเหยียบลงบนพื้นแทนก่อนจะมองไปที่บันไดทุกขั้นอย่างถี่ถ้วน “ถ้ากับดักไม่ได้อยู่บนพื้นมันก็ต้องซ่อนอยู่ในขั้นบันไดเหล่านี้ หากชะล่าใจเหยียบลงไปโดยไม่ระวังกับดักคงจะทำงานเป็แน่ ปรมาจารย์ฟูเทียนซ่านเข้าใจคิดไม่น้อย เพราะเขาเป็คนเดียวที่รู้กลไกของมัน”
ฉินฟงใจเย็นและมีความรอบคอบเป็อย่างยิ่งแต่เขาก็ยังไม่รู้วิธีผ่านขึ้นไปอยู่ดี บันไดมีทั้งหมด 12 ขั้น หนึ่งในนั้นคือขั้นที่เหยียบแล้วปลอดภัยส่วนที่เหลือมีกับดัก ฉินฟงครุ่นคิดอยู่นานแล้วก็ตัดสินใจใช้วิชาตัวเบาลองเสี่ยงเหยียบดู หากโชคดีเขาก็คงผ่านไปได้แต่หากโชคร้ายก็คงต้องใช้ฝีมือเอาตัวรอดด้วยตัวเอง เมื่อตัดสินใจได้ฉินฟงจึงโคจรลมปราณไปทั่วร่าง ก่อนที่จะะโลอยตัวขึ้นไปเหยียบยังบันไดขั้นที่ 6
พอเท้าของฉินฟงเหยียบลงไปบนบันไดขั้นนั้นกลไกกับดักที่ฟู่เทียนซ่านวางไว้ก็ทำงานทันที!!
รูมากมายบนผนังรอบห้องเผยออกมาเต็มไปหมด ก่อนที่จะมีลูกดอกขนาดเล็กพุ่งออกมาราวกับห่าฝนฉินฟงใเข้ารีบใช้วิชาตัวเบาะโหมุนตัวไปมากลางอากาศ มีหลายครั้งที่ลูกดอกพุ่งผ่านเฉียดร่างของเขาไป จมูกของฉินฟงได้กลิ่นจาง ๆ จากปลายลูกดอกเขาค่อนข้างแน่ใจว่าพวกมันมียาสลบเคลือบอยู่ที่ปลายดอกหากโดนเข้าคงได้หลับเป็วัน ๆ แน่
ฉินฟงลอยตัวลงมาที่พื้นก่อนจะโคจรพลังวัตรและปัดป้องลูกดอกยาสลบบางส่วนให้กระเด็นออกไปสลับกับการเอี่ยวตัวหลบไปมา ไม่รู้ว่าฟู่เทียนซ่านซ่อนลูกดอกไว้มากแค่ไหนแต่ดูจากบางส่วนที่ตกกองอยู๋บนพื้นห้องก็น่าจะไม่ต่ำกว่าพันดอกเป็แน่
หลังจากผ่านไปหลายนาทีลูกดอกลูกสุดท้ายก็พุ่งออกมาและผ่านร่างของฉินฟงไปและตกลงพื้น ฉินฟงยืนหอบแฮก ก่อนจะเดินลมปราณอีกครั้ง “ลูกดอกมากมายมหาศาลเพียงนี้ ดูท่าคงจะไม่ใช่แค่สลบอย่างเดียวแล้วหากข้าโดนเข้าไป น่าจะกลายเป็เม่นเสียมากกว่า” ฉินฟงมองดูลูกดอกจำนวนมากมายบนพื้นก่อนจะมองไปยังบันไดอีกครั้ง “ดีล่ะหมดไปหนึ่งขั้นแล้ว ถ้าเช่นนั้นขั้นต่อไป ข้าขอเหยียบขั้นนั้นก็แล้วกัน” ฉินฟงพูดขึ้นก่อนจะมองไปยังบันไดขั้นที่ 9 จากนั้นก็พุ่งทะยานขึ้นไปด้วยวิชาตัวเบา
เมื่อเท้าของฉินฟงััมันกลไกกับดักก็ทำงานทันที คราวนี้ไม่มีลูกดอกอีกแล้ว แต่มีโซ่ตรวนขนาดใหญ่สีดำพุ่งขึ้นมาและกำลังจะจับขาทั้งสองของฉินฟงเอาไว้ “คิดจะจับข้างั้นรึ!! ฝันไปเถอะ ฉินฟงใช้วิชาตัวเบาะโหลบโซ่ตรวนอีกครั้ง ก่อนที่จะโคจรพลังวัตรไปที่ฝ่าเท้าและเตะมันจนขาดกระเด็นลอยไปไกล
ฉินฟงหยุดยืนอยู่บนบันไดขั้นนั้นสักพักก่อนจะใช้วิชาตัวเบาะโต่อไปยังขั้นที่ 11 และเขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่ามันไม่มีกับดักอะไรออกมาขัดขวางเขาอีก ฉินฟงจึงรีบพุ่งตัวขึ้นไปยังชั้นที่ 5 ทันที…
แต่ทว่า….ฉินฟง กลับไม่ได้ล่วงรู้เลยว่าบันไดขั้นที่ 11 นั้นก็มีกลไกบางอย่างซ่อนอยู่แถมอันตรายยิ่งกว่าขั้นอื่น ๆ เป็ไหน ๆ เพราะมันคือ..กลไกส่งสัญญาณโดยตรงไปหาฟู่เทียนซ่าน!! ว่าตอนนี้ได้มีผู้บุกรุกขึ้นไปยังหอเจดีย์หมื่นโอสถชั้นที่ 5 เป็ที่เรียบร้อยแล้ว และตัวของก้านจี่ก็รับรู้ได้เช่นกัน
“บ้าจริง!! เ้าอ้วนนั้นดันไปเผลอเหยียบกับดักของอาจารย์เข้าให้แล้ว เหยียบอันไหนไม่เหยียบดังไปเหยียบ กับดักแจ้งเตือนด้วย ข้าอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้วขืนอาจารย์มาข้าซวยแน่” ก้านจี่หวาดกลัวจนลนลานก่อนที่จะรีบวิ่งหนีออกไปจากหอเจดีย์หมื่นโอสถทันที
ส่วนฉินฟงก็ขึ้นมาถึงชั้นที่ 5 ซึ่งเป็ชั้นของ ค่ายกลหากเขาไม่สามารถพิชิตค่ายกลนี้ได้เขาจะต้องติดอยู่ในชั้นนี้ตลอดไปเป็แน่ แถมฉินฟงยังไม่ได้ล่วงรู้อีกว่า ฟู่เทียนซ่านกำลังมุ่งหน้ามาที่หอเจดีย์หมื่นโอสถพร้อมกับลูกศิษย์อีกมากมายและสองคนในนั้นที่มาด้วยก็คือ เสี้ยวอี้หลานและหลู่อิงฉานเสียด้วย
จบบทที่7
บทหน้า พิชิตค่ายกลเผชิญหน้าหุ่นไม้ผู้เฝ้าหอเจดีย์!!